MAGIX Music Maker สร้างเพลงออกมาแบบใจคิด

คนที่ชอบการฟังเพลงหลงไหลในเสียงเพลงหลาบแนว หรือคนที่คลุกคลีอยู่กับดนตรีเป็นประจำ มักจะนึกเมโลดี้หรือจังหวะสนุกๆ ของตัวเองขึ้นมาเล่นๆ บางครั้งก็ดูจะเลวร้ายบ้างที่คิดออกมา แต่บางครั้งถ้าเสียงมันดีก็อยากจะจดจำไว้ หรือ สร้างมันขึ้นมาเพื่อเตือนความจำจังหวะเหล่านั้นในการนำไปใช้ครั้งหน้า แล้วจะทำยังไงดีละให้เขียนลงในกระดาษก็คงไม่ทนทานสักเท่าไร แล้วถ้าบันทึกในเครื่องดนตรีละก็ใช่ว่าทุกชิ้นมันจะทำได้ซะทั้งหมดนี่นา งั้นทำในเครื่องคอมพิวเตอร์น่าจะดีกว่าแต่จะใช้โปรแกรมอะไรดีละ ง่ายๆ เลยกับการสร้างเพลงด้วยโปรแกรม MAGIX Music Maker ที่เปิดให้คุณสร้างเพลงออกมาแบบใจคิด นึกอะไรออกคีย์โน็ตเข้าไปก็ได้เมโลดี้ที่ต้องการทันที

MAGIX Music Maker สร้างเพลงออกมาแบบใจคิด

MAGIX Music Maker สร้างเพลงออกมาแบบใจคิด

ต้องแนะนำกันคร่าวๆ ก่อนกับโปรแกรมนี้มันมีชื่อว่า MAGIX Music Maker เป็นโปรแกรมสายพันธุ์เยอรมัน (Germany) ส่วนผู้พัฒนาและออกแบบโปรแกรมนี้เป็นค่าย MAGIX นั่นเอง มองเผินๆ ตัวมันเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายมากด้วยหน้าตาโปรแกรม (Interface) ที่ทันสมัยสีสันเพียบ แบ่งโซนการใช้งานออกเป็นสัดส่วนไม่เละเทะ หากไม่มีพื้นฐานการใช้งานโปรแกรมมาก่อนก็หายห่วงเลย เพราะโปรแกรมสอนการใช้งานในตัวด้วยทำให้เข้าใจได้รวดเร็วมากขึ้น ในตัวโปรแกรมจะมีฟังก์ชั่นในการใส่เพลง พร้อมกับเสียงเครื่องดนตรีเสมือน (Virtual Instruments) และลูกเล่นของเสียงต่างๆ (Sound Effects) ตลอดจนคลิปเสียงสั้นๆ มากมายให้เลือกใช้ประกอบในเพลงได้ง่ายและสะดวก

หรือการสร้างเสียงวนซ้ำๆ อย่าง Sounds Loops ใส่เข้าไปในเพลงได้มากกว่า 3,000 แบบเลย มันมีเสียงดนตรีสำเร็จรูป (Sound Pools) ให้เลือกใช้มากกว่า 90 แบบที่จะมาทำให้การแต่งเพลงของคุณสนุกมากขึ้น ทั้งยังมีเครื่องดนตรีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น กีต้าร์ เปียโนไฟฟ้า ชุดกลอง หรือเสียงดนตรีปาก (BeatBox) เป็นต้น นอกจากความสามารถพวกนี้แล้วหากต้องการความสมจริงมากขึ้น เราสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องดนตรีภายนอกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น กีต้าร์ คีย์บอร์ด หรือแม้แต่ไมโครโฟน เพื่อให้คุณได้สร้างเพลงกันได้อย่างสมจริง และมีคุณภาพมากที่สุดในสไตล์ของคุณเลยละ

เมื่อสร้างเพลงที่คุณพอใจแล้วสามารถบันทึกผลงานเพลงในรูปแบบไฟล์ MP3, MP4, WMA, M4R (ที่ใช้กับ iPhone,iPad) หรือแผ่นไรท์ CD DVD และแบ่งปัน (Share) ผลงานลงบนสื่อออนไลน์อย่าง Facebook หรือ Youtube ได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งรองกับการใช้งานร่วมกับมือถือสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ในส่วนของการใช้งานกบัสมาร์ทโฟนนั้นต้องทำการบันทึกไฟล์ (Save) ให้สกุลไฟล์รองรับกับสมาร์ทโฟนเหล่านั้นด้วยไม่งั้นจะใช้ไม่ได้นะจ้ะ หากคุณคิดว่าเจอโปรแกรมโดนใจที่จะมาสร้างเพลงสุดประทับใจแล้วละก็สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมตัวนี้ไปใช้ได้เลย แต่จะเป็นรุ่นทดลองใช้งาน (Trial) ก่อน และหากสนใจจริงๆ ก็สั่งซื้อได้ ที่นี่ เลย

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช เผยยอดการผลิตการ์ดความจำ microSD™ ออกสู่ตลาดกว่า 2 พันล้านชิ้น นับตั้งแต่เริ่มเพื่อการผลิตและจัดจำหน่าย microSD ครบ 10 ปี ที่ผ่านมา พร้อมเฉลิมฉลองก้าวสำคัญนี้ภายในงาน Mobile World Congress Shanghai แซนดิสก์ได้ริเริ่มสร้างสรรค์การ์ดความจำ microSD™ ในปี 2004 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ TransFlash™ ต่อจากนั้นในปี 2005 ได้สนับสนุนให้เกิดสมาคมเกี่ยวกับการ์ดความจำแบบ SD Card พร้อมเปลี่ยนชื่อและกระจายสินค้าที่มีคุณสมบัติล่าสุดในรูปแบบการ์ดความจำแบบ microSD ในวันที่ 13 กรกฏาคม 2005 สำหรับรูปแบบดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถือได้ว่ามากที่สุดในประวัติของแซนดิสก์ โดยปัจจุบันสามารถรวบรวมจำนวนการ์ดความจำ microSD™ ที่แซนดิสก์ได้ผลิตออกสู่ท้องตลาดจำนวนสูงถึง 2 พันล้านชิ้น คิดเป็นหน่วยความจำได้มากถึง 11,103 พันล้าน เมกะไบท์ (MB)* หรือโดยเฉลี่ยมากกว่า 100 MB ต่อคน สำหรับประชากรทั้งหมดบนโลกใบนี้

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

การ์ดความจำ microSD ช่วยลดขนาดของการ์ดความจำแบบที่ถอดออกได้ คิดเป็นประมาณ 75 % ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อความหลากหลายของตลาดผู้บริโภคสินค้า ตัวอย่างเช่น มุมมองของภาพส่วนใหญ่ที่เป็นในรูปแบบ “point of view” หรือ กล้องจับภาพเคลื่อนไหว กลุ่มภาพดิจิตอลที่ใช้ความเร็วในการจับภาพสูง ทั้งหมดนี้ต่างจำเป็นต้องใช้การ์ดความจำแบบ microSD

นอกจากนี้การ์ดความจำ microSD ยังช่วยขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มผู้บริโภค ให้สามารถมีความยืดหยุ่นและมีอิสระเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันจำนวนมากกว่า 75 % จะมีช่องสำหรับใส่การ์ดความจำ microSD โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Strategy Analytics1 ทั้งนี้เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีช่อง microSD ออกสู่ 2 ตลาดใหญ่ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สูง ได้แก่ Android One ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนามาเพื่อโทรศัทพ์มือถือสำหรับกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนในราคาต่ำกว่า 6,800 บาท สำหรับตอบสนองในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และ Android M ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่อนุญาติให้ระบบปฎิบัติการสามารถเข้าถึงข้อมูลในการ์ดความจำ microSD ได้โดยตรง และยังสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานให้แก่อุปกรณ์นั้นๆ มากขึ้น

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เคยหยุดเพิ่มขึ้น ในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเลนส์ที่หลายหลาย โทรศัพท์ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอแบบ UltraHD และอาจได้เห็นแอพพลิเคชั่นเพื่อการถ่ายภาพและชมภาพเสมือนจริง ทั้งนี้การ์ดความจำ microSD ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้แก่ระบบ Internet of Thing ด้วยการลดข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บข้อมูล เรายังมองว่าการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรูปแบบของการ์ดความจำ microSD นั้นจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นสำหรับโลกของเทคโนโลยีในอนาคต

การ์ดความจำ microSD รุ่นแรก ของ แซนดิสก์ มาพร้อมความจุเริ่มต้นที่ 32 MB โดยการ์ดความจำ microSD รุ่นล่าสุดของแซนดิสก์ คือ การ์ดความจำ microSDXC™ ที่มาพร้อมความจุสูงสุดกว่า 200 GB ซึ่งเพิ่มกว่า 6,250 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี
แซนดิสก์ ได้ใช้เวลา 3 ปี ในการวางจำหน่ายสินค้า CompactFlash® ครบ 1 ล้านชิ้น ในขณะที่การ์ดความจำ microSD จำนวน 1 ล้านชิ้น ได้ถูกวางจำหน่ายออกไป ภายใน 1 ไตรมาสเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วแซนดิสก์ได้ส่งการ์ดความจำ microSD ออกจากโรงงาน จำนวน 6.34 ชิ้น ใน ทุกๆ วินาที นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หากนำการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นมาต่อกัน จะได้ระยะทางทั้งหมด 18,451 ไมล์ หรือ คิดเป็นสามในสี่ของเส้นทางรอบโลก

ในปี 2014 แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I ความจุขนาด 128GB** ด้วยการวางซ้อน เมมโมรี่ ทั้งหมด 16 ชั้น ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่เพิ่มความจุอย่างมากในขณะที่ไม่ได้การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของสินค้า เทคโนโลนีที่นำมาใช้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง โดยในแต่ละชั้นของเมมโมรี่นั้น จะมีความบางมาก ในขนาดที่เล็กกว่าเส้นผม

ในปี 2015 แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำ SanDisk Ultra® microSDXC ™ UHS-I รุ่น Premium Edition ที่ ความจุขนาด 200 GB ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุมากขึ้นกว่า 56% ภายใน 1 ปีเท่านั้น
การ์ดความจำแบบแฟลชของแซนดิสก์ ได้ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งในท้องตลาดทั่วโลกมาเป็น ระยะเวลา 13 ปี2

จากการจดสิทธิบัตรจำนวนมากกว่า 5,000 สิทธิบัตร แสดงให้เห็นว่าแซนดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันวัตกรรมด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชให้ก้าวไปข้างหน้า โดยผลจากความมุ่งมั่นนี้ได้ทำให้แซนดิสก์ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Thompson Reuters 2014 Top 100 Global Innovator ซึ่งเป็นรางวัลอันมีเกียรติติดต่อกันมาแล้วถึง 4 ปี