Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF

หลายคนคงเบื่อกับการเปิดไฟล์ PDF ที่แสนจะยากเย็น เปิดยากไม่พอยังแก้ไขงานยากอีก วันนี้จะมีโปรแกรมมาแนะนำมันคือ Portable Document Spear โปรแกรมที่พัฒนาต่อจาก โปรแกรม PDF Converter & Merger ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีการทำงาน 3 ฟีเจอร์ รวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมันเป็น โปรแกรมแปลงไฟล์ ที่มีความสามารถในการ แปลงไฟล์เอกสารจากของ โปรแกรม Office ไปเป็นไฟล์ตระกูล Portable Document Format หรือ ไฟล์ PDF นั่นเอง สามารถแยกเอกสาร PDF ได้ ด้วยตัวโปรแกรมยังสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องทำความคุ้นเคยนานมากนัก เหมาะกับคนที่ไม่เคยใช้งานสุดๆ เลยละ
Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF

Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF

นอกจากนี้ โปรแกรม Portable Document Spear ยังมีความสามารถในการ รวมเอกสาร PDF หลายๆ ไฟล์เป็นไฟล์เดียวเข้าด้วยกันได้อีกด้วย ในส่วนการใช้งานของโปรแกรมนั้นก็ง่ายแสนง่ายไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน เพียงแค่เลือกฟังก์ชั่นการทำงานก่อน แล้วกดปุ่ม “เพิ่ม” เพื่อนำไฟล์ที่ต้องการเข้ามา หากเลือกผิดก็สามารถกดปุ่ม “ลบ” หรือ “ล้าง” ได้เช่นกัน หากพร้อมแล้วก็ให้ทำการกดปุ่มไอคอน บันทึก แล้วรอให้โปรแกรมประมวลผลจนเสร็จซึ่งอาจใช้เวลาไม่นานมากนักขึ้นอยู่กับขนาด และจำนวนไฟล์ด้วย เพียงเท่านี้เราก็ได้ไฟล์ใหม่มาตามที่เราต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

ตัวโปรแกรมนี้รองรับ Unicode เป็นมาตรฐานภาษาที่ใช้กันทั่วโลก รองรับ ทั้งภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และ ภาษาอื่นๆ มันสามารถแปลงไฟล์ไปเป็นไฟล์ .PDF ได้จากไฟล์หลายประเภทด้วยกัน เช่น ไฟล์ XLS, XLSX, DOC, DOCX, PPT, PPTX เป็นต้น นอกจากนี้มันยังสามารถอ่าน ที่อยู่ ขนาด และวันที่แก้ไขล่าสุด ของไฟล์นั้น ๆ ได้ และปรับเปลี่ยนลำดับไฟล์ว่าอันไหนก่อนอันไหนหลังที่จะต้อง Merge นับเป็นโปรแกรมที่อำนวยความสะดวกและฉลาดมากๆ อีกด้วย

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2558 ที่เติบโตขึ้นถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ คาดมีมูลค่ามากถึง 2.11 ล้านล้านบาท พร้อมตบท้ายงานด้วยเสวนาเรื่อง “ร่วมกันตีโจทย์เพื่อสร้างความพร้อมประเทศไทยให้เป็นผู้นำตลาด E-Commerce ใน AEC” ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แถลงผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

พบว่า ในปี 2557 มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ไทย มีมูลค่ากว่า 2.03 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับธุรกิจ (B2B) 1.23 ล้านล้านบาท, มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับผู้บริโภค (B2C) 0.41 ล้านล้านบาท และมูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับภาครัฐ (B2G) 0.39 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2558 เติบโตต่อเนื่อง 3.65% มูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านบาท

ETDA ดำเนินการสำรวจครั้งนี้ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติมูลค่าอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยให้มีความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจสามารถนำผลการสำรวจไปใช้ประกอบการวางนโยบายและแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ Digital Economy ของรัฐบาล

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า “การสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซมีความสำคัญ เพราะองค์กรภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนธุรกิจและแผนการตลาด เพื่อที่จะปรับตัวได้ทันในการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ภาครัฐก็สามารถที่จะกำหนดนโยบายส่งเสริมได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่ผู้นำธุรกิจต่อการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทาง ETDA ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้มาตลอด จึงทำการสำรวจข้อมูลดังกล่าวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าข้อมูลสนับสนุนที่ดีจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้อีคอมเมิร์ซของประเทศเติบโตขึ้นทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ได้”

ETDA ดำเนินการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนรวมทั้งสิ้น 502,676 ราย โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคม 2558 เพื่อสำรวจมูลค่า อีคอมเมิร์ซในปี 2557 พร้อมทั้งศึกษาและคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 ผลที่ได้พบว่า ปี 2557 ประเทศไทยมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้น 2,033,493.4 ล้านบาท เป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,234,226.18 ล้านบาท (60.69 %) ผู้ประกอบการ B2C จำนวน 411,715.41 ล้านบาท (20.25 %) และผู้ประกอบการ B2G จำนวน 387,551.76 ล้านบาท (19.06 %) โดยในส่วนของมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จะมาจากมูลค่าที่ได้จากการสำรวจซึ่งเกิดจากผู้ประกอบการขายออนไลน์กับภาครัฐโดยตรง ไม่ผ่านวิธีการประมูลงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของภาครัฐ (e-Auction) จำนวน 7,496.30 ล้านบาท (0.37 %) อีกส่วนหนึ่งจะมาจากมูลค่าที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้างโดย e-Auction ที่ได้ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง จำนวน 380,055.46 ล้านบาท (18.69 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า E-Commerce ในปี 2557 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก 630,159.13 ล้านบาท (38.1%)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 440,614.78 ล้านบาท (26.6%)
  • หมวดอุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 264,863.87 ล้านบาท (16.02%)

ส่วนแนวโน้มมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2558 พบว่า เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่ามีมูลค่าทั้งสิ้น 2,107,692.88 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,230,160.23 ล้านบาท (58.32 %) มูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C จำนวน 474,648.91 ล้านบาท (22.57 %) และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จำนวน 402,883.74 ล้านบาท (19.11 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พักและอาหาร 658,909.76 ล้านบาท (38.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 350,286.83 ล้านบาท (20.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง 325,077.48 ล้านบาท (19.0 %)

ทั้งนี้ จากการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น พบว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย (รวมมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ) มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในปี 2558 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 คิดเป็น 3.65 % โดยมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 15.29 % และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 3.96% แต่มีเพียงมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B ในปี 2558 ที่หดตัวลงจาก ปี2557 เพียงเล็กน้อย คิดเป็น 0.34 % ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง โดยมีผู้สนใจลงทุน ค้าขาย รวมถึงใช้บริการในปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในส่วนของการศึกษาเพื่อวิเคราะห์มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยครั้งนี้ มีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1) การสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) จากกลุ่มผู้ประกอบการที่มีมูลค่าการขายออนไลน์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ล้านบาทต่อปี และ 2) การสัมภาษณ์เชิงลึก (Face to Face Interview) กับกลุ่มผู้ประกอบการมีมูลค่าการขายออนไลน์มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี โดยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน จัดแบ่งหรือแสดงผลออกมาเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. การผลิต 2. การค้าปลีกและการค้าส่ง 3. การขนส่ง 4. การให้บริการที่พัก 5. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 6. การประกันภัย 7.ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ 8. กิจการบริการด้านอื่น ๆ

ทั้งนี้ การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นในด้านการลงทุน ด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ จะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงมีแนวโน้มเติบโตไปได้อย่างมากขึ้นและยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในประเทศที่จะขยายช่องทางการค้าไปสู่รูปแบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มีช่องทางเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ไม่ซบเซาอีกต่อไป

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

Razer ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและซอฟต์แวร์สำหรับเกมเมอร์ที่โด่งดังที่สุดในขณะนี้ เตรียมเปิด RAZAER STORE สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์เกมสุดพิเศษพร้อมสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนนักเล่นเกมในเมืองไทย เพื่อเป็นการฉลองความยิ่งใหญ่ของการเปิด RAZAER STORE BANGKOK แห่งนี้ RazerStore เตรียมมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ชาว Razer ที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดร้านในครั้งนี้

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

ได้แก่ พบปะผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan พร้อมปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆ กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล การแข่งขันประกวดคอสเพลย์ การเซ็นสัญญาทีมเกมเมอร์ชาวไทย Estrell ทีมกีฬา e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย เข้าสู่ทีม Team Razer ! ทีมนักกีฬา e-sport ที่โด่งดังที่สุดในโลกทีมหนึ่ง นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้ปะลองฝีมือแข่งขันเกมกับทีม Estrell พร้อมรับของรางวัลมากมาย

รายละเอียดกิจกรรม

  • กิจกรรมแจกรางวัล – Razer บูธแจกของรางวัล ทุกๆชั้นในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ให้บรรดาแฟนๆ ได้ร่วมทำภารกิจตั้งแต่ชั้นที่ 1 จนถึงชั้นที่ 4 โดยผู้ที่สามารถบรรลุภารกิจทั้ง 4 ด่าน จะได้รับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดจาก Razer ไปครอง!
  • ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ – แฟน Razer ที่นำอุปกรณ์ Razer คู่ใจมาโชว์เพื่อแสดงว่าคุณคือสาวกตัวจริงอาจมีสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วย
  • สัมผัสตัวจริงของผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan ซึ่งจะมาเป็นประธานเปิดร้าน ทักทายและแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ Razer แบบใกล้ชิด และพบกับ ปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆครั้งนี้ด้วย
  • ประกวดคอสเพลย์ – ประกวดคอสเพลย์ชุดที่มั่นใจที่สุด เพื่อลุ้นรับสุดยอดเกมมิ่งเกียร์และของรางวัลรวมทั้งหมด 20 ชิ้น
  • พิธีเซ็นต์สัญญา – ร่วมเป็นสักขีพยานครั้งสำคัญของทีมเกมเมอร์ปั้นดินเป็นดาวมา ระหว่าง Estrell ทีม e-sport ชั้นนำของไทย กับ Min-Liang Tan, CEO ของ Razer เพื่อเข้าร่วม Team Razer !

ปะลองฝีมือเกม – กิจกรรม Mini Tournament แข่งขันกับทีม Estrell ทีม e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย ให้เลือกแข่งได้หลายเกม อาทิเช่น Point Blank , FIFA Online 3 ใครเอาชนะได้ เรามีของรางวัลมอบให้แน่นอน และกิจกรรมมอบ Item Code ปืน DTA-SRS Razer Edition ของเกม Infestation Thailand กับผู้ที่ได้คูปองจากงาน TGS Big Festival 2015 ที่ผ่านมา