Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า

ล่าสุดเผยผลจากรายงาน Smartphone User Persona Report (SUPR) 2015 หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 สำหรับประเทศไทย ที่จัดทำโดย Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และดำเนินงานโดย Nielsen Informate Mobile Insights รายงาน SUPR ในครั้งนี้แบ่งส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย โดยแยกประเภทการใช้งานและลักษณะส่วนตัวของผู้ใช้

รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการใช้งานแอพพลิเคชั่น, การใช้ดาต้า และรายละเอียดส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยรายงานเผยว่าฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือ CAGR เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 จนถึงปี 2560 การเติบโตในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็น 58% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า:

  • รายงาน SUPR เผยว่า คนไทยใช้เวลาประมาณ 160 นาที/ต่อวัน บนสมาร์ทโฟนของพวกเขา
  • ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ขวัญใจวัยแชท, ผู้ใช้มือใหม่, ผู้ใช้ชั้นสูง, นักสนทนาเน้นการโทร, นักดาวน์โหลด และนักสำรวจค้นข้อมูล
  • 20% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 71 นาทีต่อวัน โดยส่วนมากจะใช้สำหรับการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, แชท, การโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) โดยผู้ใช้กลุ่มนี้ถูกขนานนามว่า “ขวัญใจวัยแชท” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย
  • 17% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 208 นาทีต่อวัน ได้รับฉายาว่า”ผู้ใช้ชั้นสูง” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายเช่นเดียวกัน
  • 13% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนเพียง 20 นาทีต่อวัน เพื่อการค้นหาข้อมูลบนเว็บเบราเซอร์และ App Store ได้รับชื่อกลุ่มว่า “นักสำรวจค้นข้อมูล” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง

ซาการ์ ฟาดเค, กรรมการบริหาร ฝ่ายข้อมูลผู้บริโภคในเชิงลึก, Nielsen กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Vserv ในการจัดทำรายงาน Smartphone User Persona Report หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้นักการตลาดสามารถศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน โดยรายงานครั้งนี้ จะเป็นตัวช่วยให้นักการตลาดรับรู้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือในประเทศไทยนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงมองว่ารายงานในครั้งนี้ จะช่วยให้เหล่านักการตลาดได้เปรียบทางด้านการวางกลยุทธ์”

พรานาบ พันจ์, รองประธานฝ่ายการตลาด, Vserv กล่าวว่า “ทุกวันนี้ แนวคิดของบริษัทและการเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักการตลาด พวกเขาจะต้องคิดกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า Vserv ได้เปิดโอกาสให้นักการตลาดใช้ข้อมูลสมาร์ทดาต้าในการสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ เรามีความยินดีที่จะเผยแพร่รายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 ที่เราได้ร่วมมือกับ Nielsen Informate Mobile Insights รายงานที่สั้นกระชับของเราจะช่วยให้นักการตลาดรับรู้และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และนำไปสู้การสร้างกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

รายงาน SUPR เป็นการรวบรวมการใช้งานดาต้าอัตโนมัติจากผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนในประเทศไทยกว่า 565 ราย ภายในระยะเวลา 3 เดือน การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยการใช้เทคโนโลยีวัดค่าการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งบนมือถือของผู้ร่วมการสำรวจ วิเคราะห์โดยการวัดการใช้งานจากพารามิเตอร์ 27 รูปแบบ กลายเป็นกลุ่มผู้ใช้งาน 6 รูปแบบที่กล่าวข้างต้น

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีฐานข้อมูลผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยข้อมูลเชิงลึกและแตกต่างของกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ แพลตฟอร์มที่ปฏิวัติวงการของ Vserv ได้เปลี่ยนบิ๊กดาต้าให้กลายเป็นสมาร์ทดาต้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้บริษัทต่างๆบรรลุผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ Vserv ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 และมีข้อมูลผู้ใช้กว่า 500 ล้านรายทั่วโลก บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก Maverick Capital, IDG Ventures India และEpiphany Ventures

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

การมีลูกน้องไม่ยอมทำงานย่อมเป็นปัญหาน่าปวดหัวอันดับต้นๆ ของเจ้านายหลายๆ คน ยิ่งถ้าต้องมาเจอกับลูกน้องที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่มีผลงานออกมาตามที่ตกลงไว้ด้วยแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็ด้วย ยิ่งเป็นปัญหาหนักที่ต้องทำให้หัวหน้างานทั้งเครียดและต้องมารับผิดชอบกับความเสียหายไปด้วย วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม ให้คุณหัวหน้าทั้งหลายเมื่อต้องเจอกับลูกน้องแบบนี้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ดูเถอะ

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

  • ค้นหาสาเหตุ – การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด คุณต้องรู้ถึงสาเหตุของปัญหาให้ได้ก่อน การที่คน ๆ หนึ่งรับปากแล้วไม่ทำตามอาจเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณงานที่มากเกินไป งานที่ยากเกินความสามารถ ไม่รู้ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรืออาจจะแค่เป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งด่วนสรุปแต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกน้องของคุณได้อธิบายตัวเองก่อน โดยเรียกลูกน้องคนนั้นเข้ามาพูดคุยกันตรง ๆ ถึงสาเหตุที่ทำงานไม่เสร็จ ในขณะเดียวกันก็ลองสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่ห่าง ๆ ว่าเป็นไปอย่างที่พูดหรือไม่ ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย อาจจะต้องหาข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมอีกด้วย เมื่อมั่นใจว่าสาเหตุที่คุณรู้น่าจะเป็นต้นตอที่แท้จริงของปัญหา คุณจึงสามารถดำเนินการแก้ไขต่อไปได้
  • ลงมือแก้ไข – แก้ปัญหาไปตามเหตุที่เจอ เช่น ถ้างานที่ลูกน้องคนนั้นรับผิดชอบอยู่มีมากจนล้นมือจริง ๆ อาจจะต้องแบ่งเบาภาระของเขาไปให้คนอื่นช่วย หรือเอางานใหม่ไปให้คนอื่นรับผิดชอบเสีย หากงานที่มอบหมายยากเกินความสามารถของเขา จะหาใครที่มีความพร้อมมากกว่ามารับงานไป อาจจะฝึกฝนสอนงานให้เขามีความรู้เพิ่มเติมก่อนก็ได้ หรือถ้าลูกน้องมีพื้นฐานเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ คุณอาจจะต้องคิดถึงบทลงโทษอันเหมาะสมที่ทำให้เขาเห็นว่าทางบริษัทไม่สนับสนุนพฤติกรรมนี้ อย่างไรก็ตามก็ควรคุยกับลูกน้องด้วยเหตุผล ชี้ให้เขาเห็นถึงผลจากการทำงานชิ้นนี้ไม่สำเร็จและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งกับบริษัทและตัวเขาเอง อย่าใช้อารมณ์ชี้นำการสนทนา นอกจากนี้คุณจะต้องคอยติดตามผลเป็นระยะ อย่าปล่อยให้เขาทำงานโดยไม่มีหัวหน้าควบคุมเลย
  • สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน – มีหลายคนทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเพราะพวกเขาขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่เห็นคุณค่าในงานที่ตัวเองทำ ดังนั้นพวกเขาก็จะรับปากไปตามหน้าที่แต่ไม่สนใจที่จะทำผลงานให้ดีอย่างที่หัวหน้าต้องการ ดังนั้นบางครั้งสิ่งที่คุณต้องทำนอกเหนือไปจากการพยายามแก้ไขปัญหาตามสาเหตุอื่น ๆ แล้ว ยังควรพยายามสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ลูกน้อง แสดงให้พวกเขาเห็นว่างานที่พวกเขาทำนั้นมีคุณค่ากับทีมและกับบริษัทอย่างไร และเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการทุ่มเทให้กับงานนี้ สิ่งเหล่านี้ทำได้ทั้งทางตรงคือการพูดคุยเรื่องความก้าวหน้าในสายงานหรือผลตอบแทนในอนาคต หรือทางอ้อมด้วยการเชิญวิทยากรมาบรรยาย จัดเป็นกิจกรรมสร้างทีมเวิร์คต่างๆที่สนุกและน่าสนใจก็ได้ แรงบันดาลใจในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญและสามารถสร้างความแตกต่างในผลงานได้เป็นอย่างมากค่ะ
  • ให้โอกาส – เมื่อได้ลองแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและคอยเฝ้าดูพัฒนาการที่ดีขึ้นของเขามาระยะหนึ่งแล้ว อย่าลืมให้โอกาสลูกน้องของคุณได้แสดงศักยภาพอีกครั้ง หากคราวนี้เขาสามารถทำได้ดีก็ควรมีการชื่นชมหรือให้รางวัลพนักงานตามความเหมาะสมเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นต่อไป คนเราเมื่อทำอะไรได้ดีและมีคนเห็นความสำคัญ เขาก็จะยิ่งอยากทำให้ดีขึ้นและเกิดเป็นความสนุกหรือความสุขที่จะได้ทำสิ่งนั้นๆ โดยเฉพาะกับคนที่เคยทำผิดพลาดมาก่อน พวกเขาต้องการกำลังใจเป็นอย่างสูงในการลุกขึ้นมาทำดีอีกครั้ง ดังนั้นหัวหน้าเองจึงมีบทบาทเป็นอย่างมากในการจะพลิกสถานการณ์ตรงนี้ให้เกิดเป็นโอกาสขึ้นมา ซึ่งถ้าหากทำได้สำเร็จก็ย่อมเป็นผลดีทั้งกับตัวลูกน้องคนนั้นเองและกับบริษัทด้วย
  • สร้างบรรยากาศในการทำงานที่เป็นกันเอง – อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากคือความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกน้อง คุณเข้าถึงง่ายแค่ไหน หากคุณเป็นเจ้านายประเภทที่ชอบสั่งอย่างเดียว ไม่เคยฟังใครเลย ลูกน้องก็มีแนวโน้มที่จะกลัวจนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา ย้อนกลับไปถึงข้อการค้นหาสาเหตุ จริงอยู่อาจจะมีบ้างที่ลูกน้องประเมินความสามารถของตัวเองผิดไปในตอนที่รับงานชิ้นนั้น ๆ มาจนทำให้งานไม่สำเร็จตามที่รับปาก แต่หลาย ๆ ครั้งการที่ลูกน้องรับปากแล้วทำไม่ได้อาจจะเกิดจากการที่ไม่กล้าบอกเจ้านายตรง ๆ ว่าตัวเองงานมากล้นมือจนทำไม่ทันแล้ว หรือตัวเองยังขาดความเข้าใจที่จะทำเรื่องนี้ภายในเวลาจำกัด ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้านายที่ใจกว้าง รับฟังลูกน้อง ทำให้เขากล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา คุณจะได้รับข้อมูลตามความเป็นจริงและสามารถมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรก

หากลองครบทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่แล้วยังพบว่าลูกน้องคนเดิมก็ยังมีพฤติกรรมเดิม กล่าวคือยังชอบรับปากแต่ไม่ทำงานตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ คุณอาจจะต้องพิจารณาถึงทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกคุยตักเตือนหรือการออกจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการ หรือการโยกย้ายให้เขาได้ไปทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถและตามความทุ่มเทที่เขามี อาจจะลองปรึกษากับผู้บริหารระดับสูงเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดอีกครั้งก็ได้นะครับ