สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

Razer BlackWidow ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 คือคีย์บอร์ด mechanical เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกในหมู่เกมเมอร์มืออาชีพ Razer เริ่มผลิตระบบกลไกปุ่มคีย์บอร์ดด้วยตนเองในปี 2014 ในชื่อ Razer Green และ Razer Orange สวิตช์ การผลิตครั้งนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการใช้งาน พร้อมความทนทานระดับสูง Razer BlackWidow V2 ยังคงประสิทธิภาพเหนือระดับด้วยสวิตช์สัมผัสที่ดีที่สุด Green และ Orange โดยเพิ่มสวิตช์ Yellow เข้ามาอีกด้วย งานดีไซน์ที่เป็นลักษณะเส้นตรง ไร้เสียง โดยลดช่องว่างในระบบ ช่วยให้สามารถกดปุ่มคีย์บอร์ดได้รวดเร็วขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คุณสมบัติปุ่มกดแบบใหม่ ได้รับการออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ FPS และ MOBA ที่ต้องกดปุ่มมากกว่าพันครั้งระหว่างการเล่นเกม

สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

สวิตช์ Razer Yellow คล้ายกับสวิตช์ Green และ Orange ที่รองรับการกดแป้นคีย์บอร์ดถึง 80 ล้านครั้ง โดยนับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดและยังมีอายุการใช้งานนานกว่าหลายปีเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปุ่มกด mechanical

ความทนทานของ Razer BlackWidow V2 มาพร้อมกับความสบายในการใช้งาน คีย์บอร์ดนี้มาพร้อมแผ่นรองข้อมือแบบแม่เหล้กที่สามารถถอดออกได้ โดยยึดติดบริเวณด้านล่างของคีย์บอร์ดรุ่น BlackWidow V2 ที่จะช่วยเพิ่มความสบายให้กับเหล่าเกมเมอร์ระหว่างการเล่นเกมที่ยาวนาน

คุณ Min-Liang Tan ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งของ Razer กล่าวว่า “เราได้ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยังคงเป็นบริษัทเดียวที่ออกแบบสวิตช์คีย์บอร์ดมาเพื่อเกมมิ่งโดยเฉพาะ คีย์บอร์ด Razer BlackWidow Chroma V2 สร้างและพัฒนามาจากคีย์บอร์ด BlackWidow รุ่นแรก ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2010 ที่จะมอบทั้งความทนทานและความสบาย นี่คือคีย์บอร์ด mechanical ที่ดีที่สุดที่เราเคยผลิตมา”

คีย์บอร์ด Razer BlackWidow Chroma V2 มาพร้อมฟีเจอร์ backlit keys ที่ได้ไฟมาจากเทคโนโลยี Razer Chroma™ ซึ่งช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการปรับแสงซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ เกมเมอร์สามารถเลือกสีได้ถึง 16.8 ล้านสีและเอฟเฟคต่างๆ ที่เปิดใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ Razer Synapse และผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Razer อีกกว่าล้านคนผ่าน Razer Chroma Workshop รูปแบบแสงไฟของ Razer Chroma ยังเชื่อมต่อกับเกมชื่อดังต่างๆ อาทิ Overwatch Call of Duty®: Black Ops III Blade and Soul และอื่นๆ โดยแสงไฟจะแสดงในช่วง tutorial ระหว่างเล่นเกมและช่วงอื่นๆ ด้วยราคา 6,890 บาท

โปรแกรมร้านอาหาร จำเป็นต่อร้านค้าจริงหรือไม่?

คำถามที่หลายคนมักมีขึ้นในใจเมื่อได้ยินว่า โปรแกรมร้านอาหาร มันจะดีจริงหรอ? และจำเป้นกับร้านแค่ไหนกันเชียว เรื่องแบบนี้ต้องลองถึงจะรู้เพียงแค่คุณเปิดร้านอาหารสักร้านแล้วไม่ใช่โปรแกรมในการจัดการร้านหารดูสิ แล้วจะเห้นความแตกต่างที่คุณต้องร้องขอให้เอาโปรแกรมมาติดตั้งที่ร้าน มั่นใจได้เลยว่าโปรแกรมประเภทนี้จะช่วยให้การทำงานในร้านคุณสะดวกสบาย และลื่นไหลอย่างเป้นธรรมชาติ ทั้งยังจำกัดการทำงานไม่ให้เหนื่อยเกินไปซะด้วย ในปัจจุบันเริ่มมีใช้กันหลากหลายและครอบคลุมหลายธุรกิจมากขึ้นไม่เว้นแต่ในประเทศไทยเท่านั้นเมืองนอกใช้กันเกือบทุกร้านแล้วก็ว่าได้ จะร้านค้าเล็กหรือใหญ่ก็มีกันเกือบทั้งนั้น ยิ่งร้านไหนที่ขายดีขายคล่อง รับออเดอร์กันไม่ทันนี่ยิ่งต้องใช้โปรแกรมพวกนี้แหละถึงจะรับมือกันได้สบายตัว

โปรแกรมร้านอาหาร

โปรแกรมร้านอาหาร จำเป็นต่อร้านค้าจริงหรือไม่?

ตอนนี้เดินไปร้านไหนๆ เชื่อได้เลยว่าต้องมีเครื่องแคชเชียร์ (Cashier) แท็บเล็ต (Tablet) หรือสมาร์ทโฟน (Smartphone) พร้อมเครื่องปริ้น (Printer) กันแทบทุกร้านแล้วยิ่งในประเทศไทยการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาในส่วนของการบริการที่รวดเร็ว มักตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี การให้บริการถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกเข้าร้าน นอกจากความอร่อยแล้วความเร็วนี่ละคือจุดเด่นที่ทำให้ร้านของคุณขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของร้านอาหารชั้นนำเลยก้ได้ ที่ทำให้ผู้คนมากมายต้องมาลิ้มลองความอร่อยจากร้านของคุณ

นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายในการใช้โปรแกรมเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารสไตล์ ฝรั่งเศษ อิตาเลี่ยน ไทย หรือบุฟเฟ่ต์ (Buffet’) ทั้งยังรวมไปถึงร้านขนม ร้านกาแฟสุดชิกที่ทำให้การคิดเงิน ทอนเงิน หรือการลง Order ไม่ผิดพลาดเพราะหน้าตาเมนูแต่ละอย่างนั่นไม่เหมือนกัน เพราะเครื่องดื่มในร้านก็มีเป็น 10 แบบแล้วบางร้านยังมีขนม (Snack) เค้ก (Cake) คุกกี้ (Cookie) และอื่นๆ อีกเพียบ บางโปรแกรมจึงออกแบบให้เราสามารถใส่รูป (Picture) ลงไปในเมนูอาหารแต่ละชนิดได้ ช่วยป้องกันการสับสนของเมนู (Menu)แต่ละอย่างในร้าน หากคนไหนที่ต้องทำร้านเองยิ่งเปิดเมนูใหม่ๆ อยู่ตลอดแล้วยิ่งต้องใช้โปรแกรมประเภทนี้ช่วยอีกแรง ลดขั้นตอนการทำงานทั้งยังเพิ่มความสบายให้กับการจัดการภายในร้านอีกด้วย

บางคนต้องการเปิดร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์แต่กลัวว่าจะใช้งานร่วมกันได้หรือไม่? คำตอบคือได้ เพราะปัจจุบันโปรแกรมจำพวกนี้ออกแบบให้สามารถตั้งเวลาและจับเวลาการทำงานและรันคิวตามต้องการ เช่น นับเวลาทั้งหมด 90 นาที / 120 นาที เป็นต้น และยังคำนวนเวลาออกมาเป็นรายชั่วโมงได้ เช่น 10.00-11.30 ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการคำนวน ส่วนการสั่งงานของโปรแกรมสามารถออเดอร์จากตัวสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตจากโต๊ะอาหารออเดอร์ไปยังห้องครัวได้ และห้องครัวสามารถส่งต่อมายังพนักงานบริการ เมื่อทานอาหารเสร็จแต่ละเครื่องยังสามารถส่งออเดอร์ทั้งหมดไปยังแคชเชียร์เพื่อคิดเงินได้ทันที เรียกได้ว่า ครบสูตรในตัวเดียว (One Stop Service) เลยละ

สำหรับใครที่คิดว่าโปรแกรมพวกนี้จะใช้งานได้ดีเท่ามนุษย์เราจริงหรอ? บอกเลยว่าจริงเพราะมนุษย์ก็ยังมีการทำงานที่ผิดพลาดบ้างโปรแกรมจะเข้ามาช่วยลดการทำงานที่ผิดพลาดและความคุมค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดีควรมีมนุษย์เข้ามาทำการในการให้บริการในหลายๆ ส่วนไว้ก็ดี ปัจจุบันมีโปรแกรมให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะบริษัทขนาดเล็ก (Small) กลาง (Medium) ใหญ่ (Large) ก็ใช้ได้ทั้งนั้น ซึ่งเปิดให้ใช้งานทั้งแบบแชร์แวร์ (Shareware) และฟรีแวร์ (Freeware) เลือกดาวน์โหลดกันตามใจชอบ ส่วนใหญ่ปลอดภัยจากไวรัสและมัลแวร์แปลกๆ ทั้งหลาย หากถูกใจโปรแกรมก็อุดหนุนผุ้พัฒนาโปรแกรมด้วยเพื่อเป็นกำลังใจเพื่อพัฒนาโปรแกรมดีๆ ออกมาให้ได้ใช้งานกันอีก