โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

เชื่อว่าหลายคนต้องใช้งานไฟล์ประเภท PDF กันอยู่ประจำ ยิ่งในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องมีเอกสารสำคัญที่แปลงไฟล์ในรูปของ PDF แน่นอน ยิ่งเป้นความลับการล็อคไฟล์เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องมีโปรแกรมช่วยอย่าง โปรแกรม PDF Password Locker ที่สามารถล็อค ตั้งรหัส และลบรหัสออกจากไฟล์ PDF ต่างๆ ได้ตามการใช้งานเลย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและคล่องตัวมากขึ้น โดยคนที่ไม่เคยใช้งานโปรแกรมประเภทนี้มาก่อน หมดห่วงได้เลย เพราะหน้าตาที่ทันสมัยไม่กี่คลิกก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

ใช้สำหรับ ล็อค หรือ ปลดล็อค ไฟล์ PDF ของเรา ผ่านการเข้ารหัสผ่าน เพื่อป้องกันการแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังสามารถที่จะกําหนดสิทธิ (Permission) ของผู้ที่จะแก้ไขได้อีกด้วย ซึ่งโปรแกรมตัวนี้ มาจากผู้พัฒนา PDFProtectFree ที่เปิดให้เราได้ดาวน์โหลดไปใช้กันได้ฟรีๆ ในส่วนของหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ของโปรแกรมตัวนี้นั้น ได้ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีส่วนแสดงภาพตัวอย่าง (Preview) และส่วนแสดงรายละเอียดภายในตัวไฟล์ PDF ที่มีทั้ง ชื่อ (Name) ตำแหน่งที่ตั้ง (Path) ขนาด (Size) เป็นต้น ให้เราได้ทราบถึงไฟล์ที่กำลังจะล็อคไป โปรแกรมนี้มีขนาดไม่ใหญ่ทั้งยังรองรับการทำงานกับ Windows XP / Vista / 7 / 8 / 8.1 / 10 และ Server 2016 ด้วย ใครที่ใช้ Windows ตัวไหนอยู่ก็สบายเพราะรองรับทุกเวอร์ชั่นจริงๆ

นอกจากนี้แล้ว เราสามารถกำหนดสิทธิ (Permission) การเข้าถึงข้อมูล หรือ การแก้ไข ไฟล์ PDF ได้ และเรียกดูประวัติการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการล็อค การปลดล็อค เปลี่ยนพาสเวิร์ด ผ่านเจ้าตัวนี้ได้สะดวกสบาย สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรม ที่ช่วยตั้งรหัสผ่านให้กับไฟล์ PDF นั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลย นอกจากจะใช้ง่ายแล้ว ยังกำหนดสิทธิการเข้าถึง การแก้ไขข้อมูล และ การก็อปปี้ข้อมูลภายใน ได้อีกด้วย ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้มีมากมายตามคุณสมบัติด้านบนแล้วยังไม่พอ ทางทีมพัฒนาเค้าได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้กันแบบ Freeware ไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมกันซะด้วย ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่งบน้อยและต้องการใช้งานโปรแกรมประเภทนี้เลยละ

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลสำรวจฉบับล่าสุดของวีซ่า เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค[1] แสดงให้เห็นว่า เก้าในสิบ ของคนไทยสนใจที่จะชำระเงินผ่าน โมบายวอลเล็ต หากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่น่าไว้วางใจ รวมถึงข้อเสนอจูงใจและบริการเสริมอื่นๆ เช่น แบรนด์ลอยัลตี้โปรแกรม และการสะสมแต้มต่างๆ เป็นต้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

การทำแบบสำรวจครั้งที่สี่ประจำปี พบว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มที่จะใช้ โมบายวอลเล็ต แทนเงินสดมากขึ้น หากการชำระเงิน[2]ผ่าน โมบายวอลเล็ต มีข้อเสนอและรางวัลต่างๆ รวมถึงฟังก์ชันในตัว เช่น การสะสมแต้ม การแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดการสั่งซื้อ รวมถึงใบเสร็จรับเงินแบบดิจิตอลเพื่อติดตามค่าใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะลองใช้ โมบายวอลเล็ต มากยิ่งขึ้น

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นการยืนยันได้ว่าผู้บริโภคไม่เพียงแค่ต้องการการชำระเงินผ่านมือถือที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องการโปรโมชั่น และฟังก์ชั่นในการสะสมหรือใช้แต้มได้ด้วย ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามผู้คนเริ่มมองว่าการชำระเงินไม่ได้เป็นแค่การใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งวีซ่าในฐานะผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลก ยังคงพัฒนาทั้งระบบการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุดรับบัตรทั่วโลก การสร้างแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมต่างๆ สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นจูงใจ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยให้รัดกุมและทันสมัย”

การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เช่น หน่วยลงทุนและการช้อปปิ้งออนไลน์ สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการทำธุรกรรมบนมือถือ (51 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่การซื้อของออนไลน์คิดเป็นสามในสิบ (31 เปอร์เซ็นต์) ในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินนั้นมีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 14 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าเก้าในสิบผู้ตอบแบบสอบถาม (87 เปอร์เซ็นต์) ชำระเงินผ่านมือถือในปีที่ผ่านมาและ 58 เปอร์เซ็นต์ได้ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือเรื่องความปลอดภัย

อุปสรรคสำคัญในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือความกลัวจากการแฮ็กโทรศัพท์และการขโมยข้อมูล (34 เปอร์เซ็นต์) การทำโทรศัพท์หายหรือถูกขโมย (22 เปอร์เซ็นต์) การเข้าถึงบัญชีส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต (17 เปอร์เซ็นต์) รวมถึงไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ (9 เปอร์เซ็นต์)

“ในขณะที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการชำระเงินผ่านมือถือ แต่ความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับวีซ่าแล้ว ไม่ว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสจะดำเนินการผ่านบัตร โทรศัพท์มือถือ หรือการชำระเงินด้วย QR Code เราจะใช้วิธีรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้นเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและอุ่นใจในขณะที่ชำระเงิน อาทิเช่นบริการ Visa Token Service (VTS) ที่เปลี่ยนหมายเลขบัตรชำระเงินด้วยตัวเลขดิจิตอลที่ไม่ซ้ำกันหรือ ‘โทเค็น’ สำหรับการชำระเงินออนไลน์และผ่านมือถือโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดของบัญชีจริง และรวมถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน สำหรับ โมบายคอมเมิร์ซ” นายสุริพงษ์ กล่าวเสริม

โดยเฉพาะ QR Code จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต วีซ่าและสมาชิกของ EMVCo ได้มีการเปิดตัวมาตรฐาน QR Code แบบใหม่ทั่วโลก และได้มีร้านค้านำมาตรฐานนี้ไปใช้อย่างประสบความสำเร็จในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

QR Code มาตรฐาน EMVco นี้เป็นขั้นตอนทสำคัญที่จะส่งเสริม interoperability หรือการเชื่อมต่อระบบชำระเงินแบบเปิด เพื่อให้ QR Code เติบโตอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐานสากลโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย และความเร็วของธุรกรรม ณ ปัจจุบัน ธนาคารทั้ง 33 แห่งและผู้ค้ากว่า 328,000 รายในประเทศอินเดีย เคนย่า และไนจีเรียได้นำระบบมาตรฐาน QR Code นี้มาใช้งานแล้วและ ทำให้การชำระเงินแบบดิจิตอลโตอย่างรวดเร็ว

EMVCo เป็นหน่วยงานด้านเทคนิคทั่วโลกที่มีภารกิจจัดการ รักษา และพัฒนาข้อกำหนด EMV เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้งานร่วมกันและจุดให้บริการ EMV ทั่วโลก