ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย มั่นใจภาพรวมตลาดหูฟังปีนี้เติบโตสดใสด้วยเทคโนลียี True Wireless พร้อมเดินเครื่องเขย่าตลาดต่อ ด้วยการส่งสุดยอดหูฟังไร้สายแบบ ลุยตลาด True Wireless ครั้งแรกของแบรนด์ระดับตำนานจากออดิโอ-เทคนิก้า (Audio- Technica) เป็นหัวหอกในการรุกตลาดพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่คือ ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคุณภาพเสียงอันทรงพลังและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย และการออกแบบอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบโจทย์นักฟังเพลงมืออาชีพที่ต้องการเสียงดนตรีคุณภาพ รวมถึงนักฟังเพลงที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟหรือชื่นชอบการออกกำลังกายได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดโปรดขณะออกกำลังกายยิ่งกว่าเดิม

 

ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

สำหรับ ATH-CKR7TW นับเป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบ True Wireless ระดับเรือธงของออดิโอ- เทคนิก้า ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเสียงสูงสุด มาพร้อมการออกแบบอย่างมีสไตล์ และคุณภาพเสียงโดดเด่นด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงพิเศษขนาด 11 มิลลิเมตร และไดอะแฟรมเคลือบคาร์บอน เพื่อให้คอเพลงมืออาชีพได้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีอย่างทรงพลังและแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในหูฟัง True Wireless รวมถึงมีตัวต้านทานซึ่งทำจากตาข่ายสแตนเลส และ Amplifier ที่จะช่วยให้ตอบสนองความถี่ได้สูงขึ้นและรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดเพื่อให้คุณรู้สึกเสมือนกับได้ฟังการบันทึกเสียงสดจริงทีเดียว ผนวกรวมกับการออกแบบตัวหูฟังที่มาพร้อมไมโครโฟน และแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect สำหรับควบคุมสั่งงานและปรับแต่งเสียงด้วยตนเองบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยกล่องสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว โดยหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อีก 9 ชั่วโมง แถมยังรองรับ Aptx, ACC และ SBC อีกทั้งยัง Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 อีกด้วย โดยมาพร้อมจุกหูฟังให้เลือก 4 ขนาด ส่วนหูฟังมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 9,900 บาท

ขณะที่ ATH-SPORT7TW เป็นหูฟัง True Wireless แบบสปอร์ตระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้คอเพลงที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้านหรือออกกำลังกายให้สวมใส่ได้อย่างกระชับรับกับสรีระของร่องใบหูยิ่งขึ้นด้วย ergonomic Freebit® ear fins โดยไม่ต้องกังวลใจว่าหูฟังจะหลุดออกจากใบหูแต่อย่างใด แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพเสียงอันทรงพลังด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบไดนามิกขนาด 5.8 มิลลิเมตร ผสานกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในการออกแบบตามมาตรฐาน IPX5 ทำให้สามารถป้องกันน้ำและเหงื่อได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมการควบคุมด้วยระบบสัมผัส ทำให้สามารถควบคุมการทำงานหรือตั้งค่าต่างๆ ของหูฟังได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะรับสาย วางสาย เพิ่ม/ลดเสียง เล่น/หยุดเพลง รวมถึงมีฟังก์ชั่น Hear-Through เพื่อช่วยให้รับฟังเสียงรอบข้างภายนอกเพื่อความปลอดภัยในการออกกำลังกายกลางแจ้ง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับการสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมผ่านแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect ขณะที่ตัวหูฟังมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยเคสสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว เมื่อตัวหูฟังถูกเสียบกลับลงในกล่องเคส ตัวหูฟังจะถูกปิดการทำงานทั่วไปและระบบชาร์จจะทำงานอัตโนมัติ และเมื่อหยิบออกมาจากเคสระบบจะหยุดชาร์จและพร้อมทำงานอีกครั้ง โดยหูฟังสามารถใช้งานได้นาน 3.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้เพิ่มอีก 14 ชั่วโมง รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 17.5 ชั่วโมง และ Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 มีสีสันให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 7,690 บาท

“ในปี 2018 ที่ผ่านมา อาร์ ที บี ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับการขายหูฟัง True Wireless เพราะเรามีสินค้าที่่เจาะกลุ่มลูกค้าคลอบคลุมแทบทุกเซ็กเม้นท์ ทั้งจาก Jabra, B&O และ Master & Dynamic ดังนั้นเราเชื่อว่า ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตสินค้าในหมวดนี้ของอาร์ ที บี ตอกย้ำความเป็นผู้นำยิ่งขึ้น” ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์ ที บี เทคโนโลยี จำกัด กล่าว

สำหรับคนรักเสียงเพลงคุณภาพสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท, โปรปลั๊กอิน, ซาวน์พรู๊ฟ, อินดี้แก็ดเจ็ท, ซาวน์อะโฮลิค, เอวี แวลู, เพาเวอร์มอลล์ หรือร้านค้าออนไลน์ ได้ที่ ลาซาด้า, เมอร์คูล่าร์, ทูโฮม และช้อปปี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 รับเทรนด์วีดีโอคอนเทนต์โต

สร้างปรากฎการณ์ถ่ายภาพครั้งใหม่ ตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นแท่นผู้นำตลาดกล้องในทุกเซ็กเมนท์ ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรม กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 (อัลฟ่า 6400) รุ่น ILCE-6400 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดจากตระกูลอัลฟ่า ที่นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพสุดล้ำจากกล้องฟูลเฟรมมาบรรจุในกล้องรุ่นนี้เป็นครั้งแรก เป็นหัวหอกบุกตลาดเมืองไทยรับศักราชใหม่ ซึ่งมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัยกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D Focus ที่สามารถจับภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก พร้อมเทคโนโลยีติดตามวัตถุ Real-time Eye AF และ Real-Time Track ซึ่งทำงานด้วยระบบ AI ทำให้สามารถวิเคราะห์และจับภาพได้อย่างแม่นยำเพื่อตอบโจทย์นักถ่ายภาพทั้งระดับมืออาชีพ บล็อกเกอร์ และยูทูปเบอร์ที่ต้องการเก็บภาพความประทับอย่างรวดเร็วแม่นยำมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ใหม่ ให้แก่ช่างภาพ ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ให้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างตรงใจทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น

 

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 รับเทรนด์วีดีโอคอนเทนต์โต

นางสาวลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “โซนี่ได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาช่วยจัดการเรื่องการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่างภาพทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดี และสร้างสรรค์ผลงานภาพได้มากกว่าจินตนาการ จากสุดยอดเทคโนโลยีที่อันเป็นเลิศได้รับการยอมรับอย่างสูงในกล้อง Full Frame Mirrorless ทั้งในรุ่น α9, α7R III และ α7 III ในวันนี้ โซนี่ได้ถ่ายทอดคุณสมบัติชั้นเลิศที่อยู่ในรุ่นเรือธงเหล่านั้นมาสู่กล้องมิเรอร์เลส APS-C รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในวันนี้ คือรุ่น α6400 (อัลฟ่า 6400) ซึ่งมาขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำหน้ามากมาย อาทิ ระบบออโต้โฟกัสที่จับภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก เพียง 0.02 วินาที[i] ซึ่งประสานการทำงานควบคู่กับระบบ AI ทำให้สามารถวิเคราะห์และโฟกัสดวงตาและวัตถุต่าง ๆ ตามต้องการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับนักถ่ายภาพทั้งระดับมืออาชีพ รวมทั้งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่ม Blogger, Vlogger และ YouTuber ให้ใช้งานอย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ ด้วยการบันทึกภาพที่มีความฉับไว แม่นยำ และคมชัดในทุกสถานการณ์ โซนี่มั่นใจว่ากล้อง α6400 จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ของโซนี่ให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ รวมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมกล้องด้วยการยกระดับประสบการณ์ของการถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น”

จากความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลส โซนี่ยังได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อผลักดันให้กล้อง α6400 ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนธุรกิจดิจิตอลอิมเมจจิ้งให้เติบโตขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ “โซนี่มีจุดแข็งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นในอตสาหกรรม เนื่องเพราะโซนี่ได้พัฒนาเทคโนโลยี และอุปกรณ์หลักของตัวเอง เพื่อใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเลนส์, อิมเมจเซ็นเซอร์, โปรเซสเซอร์, ช่องมองภาพ รวมถึงซอฟท์แวร์ต่าง ๆ กล่าวได้ว่าโซนี่เป็นผู้ผลิตอิมเมจเซ็นเซอร์ และช่องมองภาพอิเลครอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนั่นคือข้อได้เปรียบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยจุดแข็งที่เรามี และในวันนี้เราได้นำ 5 องค์ประกอบหลักที่เราได้ใช้ในการพัฒนากล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสจนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย เลนส์ คุณภาพของภาพ ความเร็ว แบตเตอรี่ทนทาน และขนาดที่กะทัดรัดน้ำหนักเบา ขยายมาสู่กล้อง APS-C ในรุ่น α6400 โดยพ่วงในเรื่องเทคโนโลยีความรวดเร็ว และ AI เสริมเข้าไป จึงทำให้กล้อง α6400 เป็นกล้อง APS-C ที่เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในการใช้งาน ขณะเดียวกันโซนี่ยังได้คำนึงถึงความหลากหลายของเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานซึ่งเรามากถึง 48 ตัว ประกอบด้วย APS-C native lenses 18 ตัว และ E-mount full-frame lenses ที่สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง α6400 โดยไม่ต้องใช้อแดปเตอร์อีกถึง 30 ตัว แน่นอนว่าโซนี่จะให้ความสำคัญควบคู่กันทั้งกล้องฟูลเฟรม และ APS-C ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่สำหรับกล้อง และเลนส์ โดยให้ความสำคัญกับระบบ “One Mount” ซึ่งจะทำให้กล้องทั้ง 2 ระบบใช้งานร่วมกันได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ และด้วยสมรรถนะอันเพียบพร้อมของกล้อง α6400 ยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายตั้งแต่ช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกลุ่ม Vlogger และ VDO Content Creator ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอีกด้วย โซนี่จึงพร้อมทำการกิจกรรมสื่อสารการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้นในปีนี้อีกด้วย” น.ส. ลีลนา ได้กล่าวเสริม