HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกัย HUAWEI Mate 20 Series มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

 

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

 

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

อาร์ทีบีฯ สุดปลื้ม ฉลองความสำเร็จ หลังหูฟัง True Wireless ยอดขายทะลุ 10,000 ตัว ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพสุดล้ำ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษคืนกำไรให้กับลูกค้า มอบส่วนลด 10% เป็นเวลา 10 วัน กับหูฟัง True Wireless 3 รุ่นจาก Jabra พร้อมเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดต่อเนื่อง มั่นใจสร้างเพิ่มยอดขายในแคมเปญไม่ต่ำกว่า 20% และดันรายได้ปี 2561 เติบโตต่อเนื่อง

 

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของหูฟัง True Wireless ที่สามารถสร้างยอดขายทะลุกว่า 10,000 ตัวนับตั้งแต่เปิดตัว True Wireless รุ่นแรก “นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอาร์ทีบีฯ ที่สามารถตอกย้ำถึงจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพ ซึ่งมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมหูฟังบลูทูธที่มีเทคโนโลยีที่นำสมัยที่สุดเข้ามาทำตลาดโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายได้อย่างตรงใจอยู่เสมอ จึงทำให้ยอดขายหูฟัง True Wireless ซึ่งอาร์ทีบีฯ รุกทำตลาดเป็นในเมืองไทยเป็นเจ้าแรก ด้วยการประเดิมส่ง Jabra Elite Sport ซึ่งสามารถครองใจผู้บริโภคผู้รักการออกกำลังกาย และสร้างยอดขายได้อย่างงดงาม หลังจากนั้น ตามมาด้วย Jabra Elite Sport 4.5 ที่พัฒนาชั่วโมงการใช้งานให้นานขึ้น, ปัจจุบันจาบร้าได้ผลิตหูฟัง True Wireless เจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีทั้งเทคโนโลยีที่นำสมัยกว่าคู่แข่ง และแน่นอนมีความเสถียรในการใช้งานสูงสุด ประกอบด้วย Jabra Elite 65T สุดยอดหูฟังไร้สายระดับพรี่เมี่ยมสำหรับคนทำงานที่รักเสียงเพลงและความทันสมัย, และ Jabra Elite Active 65T หูฟังสำหรับคนรักเสียงเพลงที่ใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟหรือชื่นชอบออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังมี Jabra Elite Sport หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพที่ต้องการเพิ่มศักยภาพของร่างกายและรักในเสียงดนตรี โดยหูฟังเจเนอเรชั่นใหม่นี้ มาพร้อม Application อัจฉริยะ ที่ทำให้หูฟังแต่ละตัวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนได้อย่างแท้จริง”

ดังนั้น จากความสำเร็จดังกล่าว อาร์ทีบีฯ จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อคืนกำไรและเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลด 10% ให้กับลูกค้าเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2561 เพียงถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์หูฟังแบรนด์จาบร้า จากนั้นโพสต์ขึ้น FB (เปิด Public) แล้วใส่ Hastag #JabraTrueWireless

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 นั้น ดร.บรรพต กล่าวว่า อาร์ทีบีฯ ยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยนำผลิตภัณฑ์เข้ามาขยายตลาดให้ครอบคลุมเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะตลาดหูฟัง True Wireless ซึ่งกำลังเป็นมาแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ 9 เดือนที่ผ่านมา อาร์ทีบีฯ มียอดขาย 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 21% โดยเป็นผลมาจากการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความที่นิยมสู่ตลาด รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดสร้างประสบการณ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์ปัจจุบัน และแบรนด์ที่เปิดตัวใหม่ และมั่นใจว่า แคมเปญพิเศษฉลองความสำเร็จและคืนกำไรลูกค้าในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากคนรักเสียงเพลงเป็นอย่างดี พร้อมผลักดันยอดขายของอาร์ทีบีฯ โดยรวมภายในสิ้นปีนี้ได้ 425 ล้านบาท

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ “สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีของ EISA ประจำปี 2018-2019” จากสมาคมภาพและเสียงแห่งยุโรป (European Image and Sound Association – EISA) อันป็นสมาคมที่ก่อตั้งจากการรวมตัวกันของนิตยสารด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจำนวน 55 เล่ม โดย HUAWEI P20 Pro ได้แสดงให้คณะกรรมการเห็นทั้งคุณภาพ งานออกแบบที่ดี ประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอด รวมทั้งความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สวยงามมีสไตล์ ทำงานได้ดียิ่งกว่าเดิม และมีคุณสมบัติเหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หัวเว่ยได้รับรางวัลจากสมาคม EISA มาอย่างต่อเนื่อง 6 ปีติดต่อกัน

 

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

ในโอกาสนี้ ลี ชางซู รองประธานธุรกิจอุปกรณ์มือถือของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า“สิ่งที่สำคัญที่สุดของหัวเว่ยคือการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถสนุกสนานกับการถ่ายภาพโดยใช้
สมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่ง HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติพิเศษด้านการถ่ายภาพมากมายเพื่อการบันทึกภาพหรือแบ่งปันเหตุการณ์ที่สำคัญ”

สมาคม EISA เลือก HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีเนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ “เป็นสมาร์ทโฟนที่ก้าวล้ำ เปี่ยมนวัตกรรม และมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยมที่สุด” คำประกาศรางวัลของสมาคม EISA ยังกล่าวว่า HUAWEI P20 Pro “เป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบที่สุดของผู้ใช้สมาร์ทโฟน อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟน”

HUAWEI P20 Pro ใช้เทคโนโลยีกล้องหลัง 3 กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica สามารถให้ภาพถ่ายที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในปัจจุบัน กล้องหลัง 3 กล้องยังสามารถซูมแบบ
ออพติคัล 3 เท่าและซูมแบบไฮบริดถึง 5 เท่า อีกทั้งยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพมากมาย เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วยเทคโนโลยี AI หรือ HUAWEI AI image stabilization

HUAWEI P20 Pro ยังมีดีไซน์ที่เพรียวบาง หน้าจอแบบเกือบไร้ขอบ อีกทั้งยังมีสีสันแบบไล่เฉดสีที่ออกแบบขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีชิปเซ็ตปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปเซ็ตแรกของโลกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและรวดเร็ว นวัตกรรมกล้องถ่ายภาพที่ก้าวล้ำช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในสถานที่ที่มีแสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้ HUAWEI P20 Pro เป็นอุปกรณ์การถ่ายภาพเพียงไม่กี่อย่างในโลกที่ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเปิดความไวชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานานได้อย่างคมชัดและไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นสามาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุดรุ่นหนึ่งด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAH เมื่อผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สมาคม EISA ได้กล่าวสรุปว่า HUAWEI P20 Pro เป็น “สุดยอดสมาร์ทโฟนที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์อันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ และงานฝีมือเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”

สมาชิกของสมาคม EISA ประกอบไปด้วยสื่อมวลชนจาก 27 ประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronics) ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บันทึกภาพ อุปกรณ์มือถือ เครื่องเสียงไฮ-ไฟ เครื่องเสียงโฮมเธียร์เตอร์ หน้าจอและอุปกรณ์วิดีโอสำหรับโฮมเธียร์เตอร์ และนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ โดยทุกๆ ปี สมาชิกของสมาคม EISA จะเสนอรายชื่อของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจากทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจะประกาศในการประชุมประจำปีของสมาคม EISA ซึ่งสมาชิกของสมาคมจะร่วมพิจารณาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดก่อนจะทำการลงคะแนนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์

สมาคม EISA จะมอบรางวัลให้กับหัวเว่ยอย่างเป็นทางการในงาน IFA ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไลฟสไตล์การใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus การเลือกสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการใช้งานนั่นอาจเป็นเรื่องยาก ทั้งสเปค ดีไซน์ หรือแบตเตอรี่ที่ต้องอึดไม่หมดระหว่างวัน วันนี้โมโตโรล่าคัดฟีเจอร์ที่น่าสนใจจาก moto e5 plus ที่จะตอบโจทย์ไลฟสไตล์คุณได้อย่างดีที่สุด

 

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

เริ่มด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ให้การใช้งานอึดตลอดทั้งวัน เพราะในยุคนี้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวสามารถทำงานได้แบบ Multi-tasking ซึ่งสำหรับ moto e5 plus คุณสามารถดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียว บอกลาปัญหาแบตหมดระหว่างวันได้อย่างไร้กังวลตลอดการใช้งาน หน้าจอกว้างแบบไร้ขอบเพิ่มมิติในการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ดีขึ้นกว่าเคย บางครั้งในวันที่เร่งรีบวุ่นวาย คุณอาจไม่มีเวลาพกโน๊ตบุ๊คไปทำงานกับคุณได้ทุกที่ มีเพียง moto e5 plus สมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องนี้เท่านั้นที่ช่วยให้คุณสามารถเช็คอีเมล อัพเดทข้อมูล แก้ไขงาน ได้อย่างเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Max Vision ขนาด 6 นิ้วในอัตราส่วนแสดงผล 18:9 ที่แสดงข้อความในมุมมองที่กว้าง ชัดเจน และครบถ้วนยิ่งขึ้น

อีกทั้งโหมด Split screen  ที่หน้าจอแสดงผลสามารถรองรับการเปิดใช้สองแอพพลิเคชั่นพร้อมกัน เช่น เปิดโปรแกรมนำทางพร้อมแชทกับเพื่อน หรือดูหนังพร้อมเช็คอีเมล โดยคุณไม่ต้องเลื่อนขึ้นลงหรือสลับหน้าจอไปมาให้รำคาญใจ ความสะดวกในการพกพาและความทนทานของสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการใช้งาน ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่อง moto e5 plus มาพร้อมการออกแบบด้านหลังตัวเครื่องที่โค้งมนจากการปรับแต่งแบบพิเศษเพื่อให้จับกระชับมือแม้การใช้งานด้วยมือเดียว เพิ่มสัมผัสของความหรูหราระดับไฮเอนด์ด้วยวัสดุกระจกมันวาว 3D glass และหน้าจอที่ทนต่อรอยขีดข่วนหรือการตกกระแทกด้วยฟิล์มกระจกนิรภัยจาก Gorilla Glass

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมเทคโนโยลี Water-Repellent Nano-Coating ที่สามารถป้องกันฝุ่น ละอองน้ำฝน น้ำสาดกระเซ็นได้อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบอย่างปราณีตที่ผสมผสานดีไซน์สวยทันสมัยและอรรถประโยชน์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับลูกค้าที่สนใจ moto e5 plus มาพร้อมสี Fine Gold สุดหรู และ สี Black สุดคลาสสิก ในสุดคุ้มเพียง 5,990 บาท พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Truemove H แบบรายเดือน! สามารถเป็นเจ้าของ moto e5 plus ได้ในราคาเพียง 2,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ 4G+ Fun Unlimited 599 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท

ตำแหน่งกับเงินเดือน อันไหนสำคัญมากกว่ากันที่ต้องคิดให้ดี

หลายคนเมื่อเริ่มมองหางานมักจะหนักใจกับเรื่องสถานที่ทำงาน การเดินทาง สังคมการทำงาน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักเหมือนกัน คือ ตำแหน่งกับเงินเดือน คนที่มองด้านปฏิบัติมากกว่าก็อาจจะพอใจกับการได้รับเงินเดือนที่มั่นคงแน่นอน หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ เอง ที่พอกินพอใช้ในแต่ละเดือน แต่ถ้าถามคนที่มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงานสูงก็อาจได้รับคำตอบว่าตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ มีความสำคัญกว่าเพราะตำแหน่งที่ได้จะสร้างโอกาสให้เขาเติบโตในสายงานได้มากขึ้น

 

ตำแหน่งกับเงินเดือน อันไหนสำคัญมากกว่ากันที่ต้องคิดให้ดี

หากคุณมีคำถามนี้ในใจตอนที่คุณทำงานมาจนถึงระดับที่มีตำแหน่งสูงในระดับหนึ่งแล้ว เช่น เป็นหัวหน้าแผนก ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ตำแหน่งสูง ๆ เหล่านี้มักมาพร้อมกับเงินเดือนที่สูงตามจากความอาวุโสและประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมา คุณอาจลำบากใจไม่ใช่น้อยที่จะตอบว่าระหว่างเงินเดือนกับตำแหน่งอะไรสำคัญกับคุณมากกว่ากัน

นั่นหมายความว่า การพิจารณาขนาดและประวัติความเป็นมาของบริษัทที่คุณทำงานอยู่ด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญในการตอบคำถามนี้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ที่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกชื่อเรียกตำแหน่งสูง ๆ ที่ดูเป็นทางการออกไป เช่น ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายเทคนิค (Chief Technology Officer หรือ CTO) หรือ ตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer หรือ CMO) และใส่ชื่อตำแหน่งที่ฟังดูฮิปและมีสีสันมากขึ้นมาแทน เช่น “ผู้อำนวยการด้านเงินบาทและสตางค์” หรือ “พ่อมดแห่งโลกโซเชียลมีเดีย” เป็นต้น เพื่อความเหมาะสมให้เข้ากับยุคสมัยของพนักงานรุ่นมิลเลนเนียล การเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็นเรื่องที่ทำได้ตราบใดที่กิจการยังคงทำกำไรและดำเนินไปอย่างดี

ถ้าพูดถึงบริษัทอินเทรนด์ตอนนี้อย่างบริษัทสตาร์ทอัพที่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลานั้น แม้ว่าจะมีความน่าตื่นเต้นและท้าทายในการดำเนินงาน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะล้มเหลวภายในเวลาสองสามปีแรกหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีและเหมาะสม ดังนั้นการพิจารณาเรื่องเงินเดือน ตำแหน่งและความมั่นคงในการทำงานกับบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จึงต้องอาศัยข้อมูลวงในจากพนักงานปัจจุบันและพนักงานที่เคยทำงานในบริษัทเหล่านี้มาใช้ประกอบการตัดสินใจของคุณ

นอกเหนือจากกรณีบริษัทสตาร์ทอัพ หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน เป็นพนักงานออฟฟิศที่กำลังมีคำถามนี้อยู่ในใจ เราได้รวบรวม 5 ปัจจัยที่คุณสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจว่า ระหว่างเงินเดือนกับตำแหน่ง คุณควรให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากันมาฝากค่ะ

1. การจัดลำดับความสำคัญ

ก่อนที่คุณจะทำสิ่งใด เราอยากให้คุณจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณให้ชัดเจน หากคุณได้รับการเสนองานที่มีชื่อตำแหน่งหรูหรา แต่ให้เงินเดือนน้อยกว่างานอีกงานที่ไม่ได้มาพร้อมตำแหน่ง และคุณกำลังมีสถานภาพทางการเงินที่ไม่สู้จะดีนัก คุณคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ในทางตรงกันข้ามหากคุณมีสถานภาพทางการเงินที่ดีและสามารถรับงานที่เงินเดือนเริ่มต้นน้อยกว่า แต่มีโอกาสเติบโตในสายงาน และได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้มากกว่าอีกงานหนึ่งที่คุณได้รับข้อเสนอมา การเลือกงานที่ให้โอกาสเติบโตมากกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่คุณควรเลือกในกรณีนี้

2. ค้นหาแรงจูงใจ

สมมติว่าคุณไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะคับขันทางการเงินและไม่ต้องการงานที่ได้เงินเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษอย่างมากและรวดเร็ว คำถามต่อไปที่คุณควรถามตัวเองคือ “อะไรที่กระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานของคุณให้มากขึ้น” เราทุกคนต่างขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่ต่างกัน การตระหนักรู้ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่สำคัญของคุณจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

ลองนั่งทบทวนถึงสิ่งที่จูงใจให้คุณทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะการเห็นจำนวนเงินในธนาคารที่มากขึ้น หรือเพราะคุณอยากมีความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นหากได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น อย่าเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามธรรมเนียมหรือตามกรอบที่สังคมกำหนด แต่ควรเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณมากที่สุด

3. มองภาพรวมให้ใหญ่ขึ้น

ถามตัวเองว่าคุณมองตัวเองในอนาคตอย่างไร? ในอีกห้าปีคุณยังเห็นตัวเองทำงานอยู่ที่เดิมหรือเปล่า? หรือเห็นตัวเองเติบโตในตำแหน่งผู้บริหาร? หรือในอนาคตข้างหน้าคุณอาจเห็นตัวเองมีกิจการเป็นของตัวเอง?

ไม่ว่าคุณจะเห็นตัวเองในอนาคตเป็นอย่างไร คุณควรวางเป้าหมายในระยะยาวให้สอดคล้องกับภาพที่คุณจะเห็นตัวเองในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อคุณจะได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำงานและดำรงชีวิตให้ไปถึงยังเป้าหมายที่คุณต้องการจะเป็นนั้น

4. เชื่อในสัญชาตญาณ

ถึงแม้ว่าคุณอาจกำลังลำบากใจที่จะเลือกระหว่างเงินเดือนหรือตำแหน่งงาน แต่หากคุณสำรวจความรู้สึกของตัวเองให้ลึกพอ คุณจะได้ยินเสียงสัญชาตญาณของคุณที่บอกกับคุณว่าคุณควรไปในทิศทางไหน เรามักจะละเลยสัญชาตญาณของเราเพราะความไม่มั่นใจในตัวเอง และความกลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจผิด แต่สุดท้ายเรามักพบว่าการทำตามสัญชาตญาณแรกของเราเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดแล้ว

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสัญชาตญาณของมนุษย์ได้พิสูจน์ว่าการเชื่อในสัญชาตญาณของเรามักนำไปสู่ผลที่ดีกว่าการเชื่อในหลักเหตุผลที่ผ่านการคิดวิเคราะห์ด้วยสมอง ลึก ๆ แล้วคุณรู้อยู่แล้วว่าคุณควรทำอย่างไร คุณเพียงแค่ต้องเชื่อมั่นในสัญชาตญาณและเชื่อใน “หัวใจ” ของคุณเอง

5. ปรึกษาครอบครัวและเพื่อนฝูง

การขอความคิดเห็นและคำปรึกษาจากเพื่อนและครอบครัวที่คุณเชื่อใจ เป็นไอเดียที่ดีเสมอที่จะช่วยคุณในการตัดสินใจ ตั้งคำถามว่าพวกเขาคิดว่าคุณควรเลือกทางไหน คุณอาจไม่จำเป็นต้องทำตามคำพูดของพวกเขาไปเสียทั้งหมด แต่การได้รับฟังมุมมองและทางเลือกที่แตกต่างอาจช่วยให้เกิดความกระจ่างและทำให้คุณรู้ว่าอะไรที่คุณควรโฟกัสมากขึ้น

คุ้มสุด Huawei Mate 10 Pro ราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท

หัวเว่ยให้คุณเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนอัจฉริยะที่ประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นแรกของโลกซึ่งมาพร้อมกล้องคู่เทคโนโลยีจาก Leica คุ้มสุด! Huawei Mate 10 Pro ในราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2561 ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ แถมท้ายสำหรับลูกค้า AIS, DTAC และ TrueMove H รับส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อสมัครแพ็กเกจการใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

คุ้มสุด Huawei Mate 10 Pro ราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท

‘HUAWEI Mate 10 Pro’ (หัวเว่ย เมท 10 โปร) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีเทคโนโลยี AI บนชิปเซ็ตสำหรับการประมวลผลเพื่อยกระดับประสบการณ์การสื่อสารและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีฟังก์ชันการใช้งานอย่างมืออาชีพที่หลากหลาย อาทิ เช่น PC Mode ที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ทันทีเพื่อความสะดวกในการพรีเซนท์งาน ฟีเจอร์ Easy Talk ที่สามารถเรียนรู้และจดจำเสียงของเจ้าของได้ซึ่งช่วยทำให้การพูดคุยกับคู่สายสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด และยังมาพร้อมกล้องคู่ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมกับ Leica ซึ่งมีรูรับแสงกว้างถึง f/1.6 ทำให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยเทคโนโลยี AI ที่ช่วยในการวิเคราะห์วัตถุขณะถ่ายภาพเพื่อปรับความสวยงามของภาพได้ถึง 13 Objects และ Scene นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Selfie ยังช่วยให้การถ่าย Selfie สวยงามสมจริงอีกด้วย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่บาลานซ์ชีวิตการทำงานและช่วงเวลาวันหยุดได้เป็นอย่างดี

HUAWEI Mate 10 Pro วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 21,990 บาท จากราคาปกติ 23,990 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Blue, Mocha Brown และ Titanium Grey จับจอง Huawei Mate 10 Pro ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2561

พิเศษสำหรับลูกค้า AIS, DTAC และ TrueMove H ในการเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate 10 Pro ตามรายละเอียดด้านล่าง*

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

หลายครั้งที่คุณอาจผิดหวังกับรูปที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนนั้นไม่สวยแบบที่คิด ดูมืดไปบ้าง เบลอแทบไม่ชัดเอาซะเลย หรือธรรมดาไม่ถูกใจ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus ซึ่งหากคุณอยากลองเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายรูปให้ออกมาอย่างมือโปร โมโตโรล่ามีเคล็ดลับที่จะทำให้ภาพของคุณสวยคูลมากขึ้นด้วย Moto G6 Plus เพียงเครื่องเดียว

 

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

1. หน้าชัดหลังเบลอ เพิ่มมิติให้ภาพ

การปรับความชัดและความลึกของภาพ ช่วยให้ภาพออกมาดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมการทำงานแบบกล้องหลังคู่จะช่วยจับจุดระยะโฟกัสได้เป็นอย่างดี และแน่นอนเจ้าเครื่อง Moto G6 Plus มาพร้อมกล้องหลังคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์รูปหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างไม่มีที่ติ และสำหรับใครที่ต้องการเพิ่มระดับความเบลอขึ้นไปอีกขั้น ลองฟีเจอร์ Selective Focus ที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกจุดโฟกัสเป็นหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัดได้ตามที่ต้องการอีกด้วย

2. เก็บภาพช็อตสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

รูปภาพสามารถสื่อสารกับคนดูให้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลายครั้งที่คุณเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและอยากถ่ายเก็บไว้เป็นความทรงจำ แต่เจ้าสมาร์ทโฟนกลับไม่สามารถจับภาพได้รวดเร็วดั่งใจคิด ทำให้คุณพลาดช่วงสำคัญนั้นไปอย่างน่าเสียดาย หากคุณใช้ Moto G6 Plus ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้กล้องโฟกัสได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นถึง 40% คุณจะไม่พลาดช็อตสำคัญนั้นอย่างแน่นอน

3. เสน่ห์ของแสงไฟย่ามค่ำคืน

แสงไฟย่ามค่ำคืนช่วยให้รูปภาพของคุณดูน่าค้นหา ชวนหลงใหลมากขึ้น ลองหยิบ Moto G6 Plus ที่กล้องมาพร้อมค่ารูรับแสงกว้างขนาด F/1.7 และขนาดพิกเซลถึง 1.4um ขึ้นมาถ่ายรูปขณะดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับคนพิเศษหรือวิวสวยงามยามค่ำคืน เชื่อว่าคุณจะต้องประทับใจกับภาพที่ออกมาอย่างคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติสมจริง เทียบเท่ากับการถ่ายด้วยกล้องโปรเลยทีเดียว

4. เพิ่มลูกเล่นให้เซลฟี่

นอกจากการปรับมุมองศาที่ใช่เพื่อเซลฟี่ที่ดูดีแล้ว การเพิ่มพร็อบหรือลูกเล่น เช่นฟิลเตอร์ต่างๆสามารถช่วยให้ภาพเซลฟี่ของคุณออกมาน่ารักไม่เหมือนใคร จากการศึกษาโดยโมโตโรล่าพบว่า คนเอเชียชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นอย่างมาก ซึ่ง Moto G6 Plus ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนเอเชียที่รักการเซลฟี่โดยเฉพาะ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล และ Face filter เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสร้างสรรค์

5. เปลี่ยนพื้นหลัง เพิ่มสตอรี่

พื้นหลังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ภาพของคุณดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่ง Moto G6 Plus มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณเปิดจินตนาการไปท่องเที่ยวในสถานสุดฮิตได้โดยที่คุณไม่ต้องจองตั๋วเดินทางให้ยุ่งยาก เพียงใช้ฟีเจอร์ Cutout ที่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง เคล็บลับสำคัญ! พยายามถ่ายภาพต้นฉบับของคุณกับฉากหลังสีพื้นหรือสีที่ตัดวัตถุอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการเลือกจุดตัดต่อ หลังจากนั้นเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลังภาพได้ตามต้องการ ง่ายๆเพียงเท่านี้รูปภาพของคุณจะออกมาเนียนเหมือนกับคุณเดินทางไปยังสถานที่นั้นจริงๆเลยหล่ะ

ความสำคัญระหว่าง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ แบบไหนดีกว่ากัน

แน่นอนว่าไม่มีองค์กรไหนหรือบริษัทใดที่จะมีแต่พนักงานคนเดิม ชุดเดิมอยู่ทำงานตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน ตามวงจรชีวิตการทำงานก็จะมีทั้งพนักงานคนเก่าและพนักงานคนใหม่หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ขึ้นอยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ ตอบโจทย์ของพนักงานได้มากน้อยแค่ไหน เพราะพนักงานแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าเมื่อมีพนักงานเก่าก็ต้องมีพนักงานใหม่ บางองค์กรอาจจะไม่มีปัญหา แต่ในหลาย ๆ องค์กรกลับเกิดปัญหาระหว่างพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ความสำคัญระหว่าง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ แบบไหนดีกว่ากัน

ข้อดีของพนักงานใหม่

ช่วยแบ่งเบางาน เพราะเหตุผลหลักที่หลาย ๆ บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่ก็เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานภายในออฟฟิศนั่นเอง
ว่านอนสอนง่าย เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักใคร ย่อมไม่มีปากมีเสียง หรือไม่เป็นตัวตั้งตัวดีในการก่อปัญหากับคนอื่น ๆ แน่นอน
มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ หรือจะเป็นใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่นก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความคิดใหม่ ๆ ติดตัวมาเสมอ ส่วนหนึ่งด้วยความที่มาจากอีกองค์กรหนึ่ง มาจากอีกมุมองหนึ่งเลยเสมือนเป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ให้ทีมได้
กระตือรือร้น ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ย่อมมีไฟในการทำงานมากเป็นธรรมดา ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากน้องใหม่ในทีมจะสามารถทำงานได้เป็นตั้ง ๆ หรือสั่งอะไรก็สามารถทำให้ได้ทันที
เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เพราะด้วยความสด ความใหม่นั่นเองที่ทำให้พนักงานใหม่เปรียบเสมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ๆ และที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้ได้เร็วเสียด้วย
ข้อเสียของพนักงานใหม่

ประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์เลย ซึ่งเป็นข้อเสียที่มักจะพบได้บ่อย ๆ
เสียเวลาในการเทรน สำหรับน้อง ๆที่เพิ่งเรียนจบถือว่าต้องสอนกันยาวไหนจะการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบริษัท ไหนจะต้องเรียนรู้งานอีกกว่าจะสามารถทำงานได้เต็มที่จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม อย่างไรก็ต้องเสียเวลาในการปรับตัวกับองค์กรใหม่ เรียนรู้งานใหม่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งแม้จะเป็นงานในขอบเขตที่เหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจจะไม่เหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำไว้อยู่แล้ว ไหนจะค่าเทรนกว่าจะทำงานได้ดีอีก บริษัทก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย
ไม่แน่นอน บางครั้งฝ่ายบุคคลต้องประสบปัญหาพนักงานไม่มาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือตอบตกลงมาทำงานแล้วแต่ถึงเวลากลับไม่มาทำงาน หรือแม้แต่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ทน พอถึงระยะหนึ่งก็ลาออก ทำให้ต้องประกาศรับคนใหม่อีกแล้ว
ข้อดีของพนักงานเก่า

ทำให้งานราบรื่น ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์ ฉะนั้นจึงไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักแน่นอน
รู้งาน เพราะทำงานมานานสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้
รู้จักบริษัท รู้ประวัติความเป็นมาของบริษัท รู้ที่มาที่ไปและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร จึงสามารถปรับตัวให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด
มั่นคง ส่วนใหญ่พนักงานเก่ามักจะมีอายุงานนาน มักจะไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย
ข้อเสียของพนักงานเก่า

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า ทำให้บางครั้งตัวบริษัทไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกภายนอกได้ทัน ก็กลายเป็นองค์กรล้าสมัยไป
มีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่าทำให้พนักงานเก่ายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก จนปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
ความคิดไม่ค่อยสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งด้วยความที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ งานที่ออกมาจึงเป็นงานเดิม ๆ
หมดไฟ พนักงานเก่าหลาย ๆ คนเริ่มมีครอบครัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานน้อยลง บางคนทำงานหนักที่ออฟฟิศ กลับบ้านก็ต้องมาทำงานบ้าน ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว พอหัวตกถึงหมอนก็หลับเป็นตาย เช้าตื่นมาก็ไปทำงาน แล้วก็วนลูปอยู่อย่างนี้ทำให้ค่อย ๆ หมดไฟกับการทำงานไปในที่สุด

ออเนอร์ 10 สมาร์ทโฟน ระดับเรือธงของออเนอร์ เตรียมพร้อมเปิดตัวในประเทศไทย

ในระยะนี้หลายท่านคงได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับการเปิดตัว ออเนอร์ 10 สมาร์ทโฟน ในประเทศไทย ซึ่ง ออเนอร์ได้จัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้สู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรกที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้รับทั้งเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคและสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก จากการอัพเดทเฟซบุ๊กแฟนเพจของออเนอร์และกระแสข่าวต่างๆ ในโลกออนไลน์ ทำให้มั่นใจได้ว่าร้อยละ 90 แบรนด์ออเนอร์จะนำเสนอสมาร์ทโฟน รุ่น ออเนอร์ 10 ณ กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 พฤษภาคมศกนี้ ท่านจะได้พบกับสิ่งใดบ้าง? เป็นที่ทราบกันโดยแน่ชัดว่าออเนอร์จะนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ณ กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 พฤษภาคมศกนี้ โดยคาดกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นที่จะเปิดตัวเป็นรุ่นออเนอร์ 10

 

ออเนอร์ 10 สมาร์ทโฟน ระดับเรือธงของออเนอร์ เตรียมพร้อมเปิดตัวในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก @Honor Thailand ได้เปลี่ยนภาพหน้าปกใหม่ นอกเหนือไปจากวันที่และสถานที่ในภาพหน้าปกใหม่ ภาพดังกล่าวยังมีคำบรรยายว่า ‘Beauty in AI’ อีกด้วย จึงเป็นที่คาดกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของออเนอร์ที่จะเปิดตัวในประเทศในวันดังกล่าว คือ รุ่นออเนอร์ 10 ซึ่งมีระบบกล้องที่ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ที่น่าตื่นเต้นมากจริงๆ

แฟนออเนอร์ชาวไทยหลายคนสังเกตเห็นภาพปกที่มีความคล้ายคลึงกันบนหน้าแฟนเพจของออเนอร์ประเทศเวียดนาม จึงเชื่อได้ว่าออเนอร์น่าจะจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นออเนอร์ 10 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตอันใกล้

ข้อสังเกตที่ 2 ภาพปกนั้นคือภาพที่อาจสื่อได้ว่าเป็นภาพรูปโฉมของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ภาพดังกล่าวสื่อว่าสมาร์ทโฟนมีขอบเครื่องที่ดูเหมือนโปร่งแสง เรียบง่าย สอดรับกับภาพพื้นหลังที่เป็นภาพของแสงออโรร่าบนท้องฟ้า ซึ่งอาจจะสื่อถึงสีเขียวแฟนธ่อมกรีน และสีฟ้าแฟนธ่อมบลู ของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ที่มีโทนสีคล้ายแสงออโรร่า และมีด้านหลังที่ผลิตจากกระจกดูสะดุดตา

ข่าวลือเกี่ยวกับรูปลักษณ์และสีสัน

ในโลกออนไลน์มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับรูปลักษณ์และสีสันของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ที่ออเนอร์เปิดตัวในงาน ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพหลุดหลายภาพสื่อว่าสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 จะมีหลายสีให้เลือก ทั้งดำ เขียวออโรรา และสีฟ้าโทนพิเศษที่จะเปลี่ยนโทนสีได้ตามมุมที่มองจากสีฟ้าสะท้อนแสงไปจนถึงสีชมพู

รายงานของออเนอร์ระบุว่า กระบวนการผลิตด้านหลังของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 นั้นเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องใช้กระบวนการผลิตระดับแนวหน้าและงานวิศวกรรมที่ล้ำสมัย อีกทั้งยังต้องอาศัยความแม่นยำและความละเอียดอ่อน ด้านหลังของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ผลิตจากกระจกแบบ 3 มิติ หนา 15 ชั้น ช่วยให้สะท้อนกับแสงได้ดี และทำให้ผู้ใช้เห็นสีสันที่ต่างกันตามมุมที่มอง

สีโทนออโรร่าอย่างสีเขียวแฟนธ่อมกรีนและสีฟ้าแฟนธ่อมบลูนั้นเป็นสีสันที่ออเนอร์สร้างสรรค์ขึ้นเอง กระบวนการสร้างสรรค์สีเหล่านี้พัฒนาที่สถาบันวิจัยด้านสุนทรียศาสตร์แห่งกรุงปารีส สถาบันชั้นนำที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นของแบรนด์ออเนอร์ให้เป็นจริงได้ในที่สุด

ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและสอดรับกับผู้ใช้มากขึ้น

ปัญญาประดิษฐ์เป็นเทรนด์ใหม่ในแวดวงสมาร์ทโฟน และสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 คาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่จะแสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไรจากการใช้ชิปเซตเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับชิป NPU รวมถึงชุดกล้องหลังคู่ 24+16 ล้านพิกเซลที่รองรับการทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ ชิปเซตด้านระบบปัญญาประดิษฐ์นี้สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม หรือวัตถุกว่า 500 แบบ 22 ประเภทได้ทันทีจากการตรวจจับเค้าโครงของวัตถุต่างๆ เช่นท้องฟ้า ต้นไม้ คน หรือน้ำตก และระบุตำแหน่งของสิ่งนั้นๆ ในเฟรมภาพได้ทันที

คุณสมบัติข้างต้นทำงานโดยมีเทคโนโลยี Semantic Image Segmentation ที่ออเนอร์พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นตัวช่วย เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ตรวจจับวัตถุหลากหลายชิ้นในภาพ 1 ภาพได้ อันถือเป็นจุดเด่นที่สุดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

คุณสมบัติอันล้ำหน้าด้านการปัญญาประดิษฐ์สำหรับการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 จะช่วยปรับตั้งค่าต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพแต่ละภาพได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้ในระดับมืออาชีพ

ออริจินอล คอนเทนต์ – รายการเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเฉพาะใน iflix

ไอฟลิกซ์ (IFLIX) ผู้นำบริการสตรีมและดาวน์โหลดซีรีส์และหนังระดับโลกสำหรับตลาดเกิดใหม่ ประกาศในงาน APOS 2018 เกี่ยวกับแผนเตรียมเปิดตัว iflix 3.0 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากกว่าพันล้านรายในตลาดเกิดใหม่ โดยจะปรับรูปแบบให้บริการจากเดิมแบบจ่ายค่าสมาชิก หรือ Subscription Video On Demand (SVOD) เท่านั้น

โดย iflix 3.0 ประกอบด้วย

 

ออริจินอล คอนเทนต์ – รายการเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเฉพาะใน iflix

โซนฟรี (iflix FREE) บริการใหม่ที่ผู้ใช้งานสามารถดูตัวอย่างและดูคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • หนังประจำวัน  หนังและซีรีส์ใหม่ๆที่จะปรับเปลี่ยนรายการในทุกวัน
  • คอนเทนต์สั้นๆ อาทิ ออริจินอลคอนเทนต์, คอนเทนต์และรายการสั้นจากทั่วโลก

o   รายการดังจากคิวยู (QYou), คอมเพล็กซ์ มีเดีย (Complex Media) และซีรีส์เกาหลีดัง และอื่น ๆ อีกมากมาย

    • คอนเทนต์จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมจากทั่วภูมิภาค
    • ออริจินอลคอนเทนต์ของไอฟลิกซ์และคอนเทนต์พร้อมคำบรรยาย อาทิ ซีรีส์ฮอตวันส์  และอีกมากมาย
    • ไอฟลิกซ์ สแนคซ์ (iflix snacks) – คอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานในมือถือที่ไม่มีเวลามากนัก

สตูดิโอ 215 ที่ทางไอฟลิกซ์ได้ประกาศเปิดตัวไปไม่นานนี้ จะเป็นส่วนรับผิดชอบการผลิตและดูแลจัดการคอนเทนต์ทั้งหมด โดยตั้งเป้าว่า 50 รายการใหม่จะถูกเพิ่มในทุกวันภายในเดือนมิถุนายนนี้ และภายในปี 2561 จะมีคอนเทนต์ถูกผลิตรวมทั้งสิ้น 2,000 ชิ้นงาน

  • ซีรีส์ดังระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติที่ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งมีให้รับชมที่ iflix เท่านั้น อาทิ ลิขิตรัก สองราชันย์ (The Grand Prince) , ย้อนเวลาหารักแรก (My First Love) และอื่นๆ
  • ข้อเสนอรายการแนะนำของซีรีส์และหนังยอดนิยมในทุกประเภท เช่น เด็กซ์เตอร์ (Dexter), กู๊ด บิเฮฟวิเออะ (Good Behavior), แบร์ กริลส์ ผจญภัยสุดขั้ว (Man vs Wild), ฟรีคอิช (Freakish), เอคซ์เพล (Expelled), สพันจ์บ็อบ สแควร์แพ้นท์ (Spongebob Squarepants) และซีรีส์เกาหลียอดฮิตอย่าง ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Goblin), ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (Descendants of the Sun), วุ่นรักวันไนท์สแตนด์ (My Secret Romance), เงือกสาวตัวร้ายกับนายต้มตุ๋น (The Legend of the Blue Sea), เจ้าสาวของฮาแบ็ค (The Bride of Habaek)  และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ออริจินอล คอนเทนต์– รายการเอ็กซ์คลูซีฟ อริจินอลคอนเทนต์ในประเทศ อาทิเช่น:

o   ซีรีส์ยอดนิยม เช่น มินิซีรีส์โรแมนติกวัยรุ่นจากอินโดนีเซีย เมจิก อาว (Magic Hour)

o   ภาพยนตร์แอ๊คชั่นที่กำลังเปิดตัว เช่น เคแอล แก๊งสเตอร์ (KL Gangster) และ อันเดอร์เวิล์ด (Underworld) ที่ได้รับกระแสนิยมอย่างมากจากชาวมาเลเซียให้สร้างภาคต่อ

o   หนังสยองขวัญ Exit 49 ที่แสดงโดยเจ้าแม่หนังผีในฟิลิปปินส์อย่าง คริส อากีโน Kris Aquino) ให้ได้รับชมกันในปลายปีนี้

o   รายการตลกอย่าง โอ๊ย จากา มูลุต (Oi! Jaga Mulut) และ จอน แอทเธอร์ตัน : ดิสออเรียนทอล (Jon Atherton: Disoriental)

o   สารคดี “โคโคนัท ทีวี ออน ไอฟลิกซ์ (Coconuts TV On IFLIX)” เรื่องราวสุดแหวกแนว น่าตื่นตาในเอเชีย

สมาชิกสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ทั้งหมดในโซนฟรีของ iflix ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องไม่กังวลกับอายุสมาชิก เพื่อสนุกกับรายการบันเทิงกว่า 5,000 รายการ (ในช่วงเปิดตัว) และภายในสิ้นปีจะมีคอนเทนต์พิเศษสลับเปลี่ยนมาให้รับชมรวมกว่า 10,000 ข้อเสนอ โดย iflix FREE จะเป็นคลังคอนเทนต์ความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ไลฟ์ ฮับ (Live Hub) ประกอบด้วย:

  • ช่องฟรีทีวีและช่องทีวีแบบจ่ายค่าสมาชิกสำหรับโซนฟรีและโซนสมาชิก
  • ถ่ายทอดสดการแข่งขันและอีเว้นท์กีฬา เช่น ฟุตบอลมาเลเซีย คริกเก็ต ฟุตบอลโลกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก การแข่งขันเอ็นบีเอ และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ถ่ายทอดสดการแสดง รวมถึง การจัดคอนเสิร์ตและการแข่งขันทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค

ทั้งนี้รายการและรูปแบบการให้บริการในแต่ละประเทศอาจจะแตกต่างกันออกไป

ช่องทางการโฆษณาสำหรับแบรนด์ชั้นนำ เพื่อตอบโจทย์แบรนด์แบบ 360 องศา จะเพิ่มช่องทางให้แบรนด์และผลิตภัณฑ์นำเสนอสินค้าเคียงข้างคอนเทนต์ทั้งระดับท้องถิ่นและภูมิภาค รวมถึงการมีวิดีโอโฆษณา (premium video placements) ไม่ว่าจะเป็น การรับชมโฆษณาก่อนชมคอนเทนต์ (pre-roll)โฆษณาวีดีโอในแอพ (native video content cards) รวมทั้ง การนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่กำหนด

โดยผู้ลงโฆษณาจะได้เข้าถึงผู้ใช้หลายล้านรายบนแพลตฟอร์ม iflix ในรูปแบบการนำเสนอที่สมบูรณ์แบบไม่ซ้ำใคร ตรงกลุ่มเป้าหมายของพันมิตรทางธุรกิจ

นายมาร์ค บริทท์ ผู้ร่วมก่อตั้งประธานบริหารกลุ่มบริษัท ไอฟลิกซ์ (iflix Group) กล่าวว่า “เมื่อเราเริ่ม iflix เราอาจจะประเมินความสำคัญหนังและซีรีส์จากฮอลลี่วูดมากเกินไป และคิดว่าราคาเป็นปัจจัยหลักในการเข้าถึงความบันเทิง ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้ เรารู้แล้วว่ามุมมองในตอนนั้นมันผิวเผินเกินไป ผ่านไปสามปีเต็มที่เราเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันให้บริการแก่สมาชิกมากกว่า 12 ล้านรายใน 30 ประเทศ ได้รับชมคอนเทนต์ไปรวมแล้วเกิน 30,000 ปี ทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้น เข้าใจความต้องการเฉพาะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คำบรรยาย ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การชำระเงินและการยืนยันตัวตนลูกค้า โดยข้อมูลและการเรียนรู้ที่เราได้รับจากการแก้ปัญหาความท้าทายเหล่านี้ ช่วยให้เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ ๆ และแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นๆในอุตสาหกรรมของเราได้ดีขึ้น “

นายมาร์ค กล่าเพิ่มเติมว่า “เรามีพาร์ทเนอร์สตูดิโอกว่า 300 ราย โดย iflix 3.0 ยังมีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าของคอนเทนต์และผู้ผลิตนำผลงานมาไว้บนแพลตฟอร์มของเรา เพื่อเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้จากคอนเทนต์ของเขาเอง ขณะที่ iflix จะมียอดเติบโตทั้งจำนวนผู้ใช้งานและพฤติกรรมการรับชมรายวัน อาทิ คอนเทนต์ใหม่, ออริจินอลคอนเทนต์, รายการเอ็กซ์คลูซีฟ และคอนเทนต์ที่น่าติดตามมากมาย”

ไอฟลิกซ์ เปิดให้บริการสำหรับผู้บริโภคนับพันล้านคน ทั่วเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสตรีมและดาวน์โหลดชั้นนำที่รวมความบันเทิงมากมาย ทั้ง ซีรีส์ดังจากฮอลลีวูด  ซีรีส์เกาหลี การ์ตูน สารคดี ภาพยนตร์จากทั่วโลก รายการคอมเมดี้ รวมถึง หนังและละครไทย เพื่อให้สมาชิกไอฟลิกซ์ดูได้ไม่อั้น ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งรองรับการเชื่อมต่อหลากหลายได้สูงสุด 5 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค และทีวี

« Older Entries