ออราเคิลขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise Cloud เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

เปิดตัวบริการใหม่ในกลุ่ม Oracle Cloud Platform and Infrastructure ซึ่งเป็นกลุ่มบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร ซึ่งช่วยให้นักพัฒนา บุคลากรด้านไอที และผู้ใช้เชิงธุรกิจ สามารถสร้างและขยายระบบคลาวด์ได้ง่ายขึ้น ด้วยบริการคลาวด์ใหม่ Enterprise Cloud ที่มากกว่า 24 บริการ ทำให้ Oracle Cloud Platform สามารถยกระดับความเป็นผู้นำของออราเคิลด้วยกลุ่มแอพลิเคชั่น แพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความหลากหลายและครอบคลุมความต้องการมากที่สุดในโลก โดยบริการที่เพิ่มเข้ามาใหม่และพร้อมใช้แล้วในขณะนี้ ได้แก่ Oracle Database Cloud – Exadata, Oracle Archive Storage Cloud, Oracle Big Data Cloud, Oracle Integration Cloud, Oracle Mobile Cloud, and Oracle Process Cloud.

ออราเคิลขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise Cloud เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

ออราเคิลขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise Cloud เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

Oracle Cloud Platform ช่วยให้ลูกค้าใช้เทคโนโลยีดิจิตอล เช่น Cloud, Mobile, Social และ Analytics เพื่อสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ ขยายส่วนที่มีอยู่เดิม และย้ายปริมาณงาน (workload) จากเดิมที่มีลักษณะ on-premise ไปยังคลาวด์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแอพพลิเคชั่น รายการของบริการที่ครอบคลุมช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ทดสอบและใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ บูรณาการระบบทั้งแบบ on-premise และระบบคลาวด์ และทำงานร่วมกันในหมู่ผู้ใช้ ลูกค้าและคู่ค้าสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเดียวกับที่องค์กรทั่วโลกนับหมื่น ซึ่งรวมถึงออราเคิล ใช้ในการดำเนินธุรกิจของตน ซึ่งทั้งหมดถูกนำส่งผ่านระบบคลาวด์ ส่งผลให้สามารถร่นระยะเวลาส่งมอบบริการตามความต้องการ (time-to-value: TtV) ให้เร็วขึ้น มีวัตกรรมที่สูงขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายที่น้อยลง

ออราเคิลได้เติบโตอย่างรวดเร็วโดยไตรมาสล่าสุดเราทำรายได้ถึง 426 ล้านเหรียญในการให้บริการ SaaS และ PaaS ซึ่งเพิ่มมูลค่ากว่า 200 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ออราเคิล เป็นบริษัทเดียวในโลกที่สามารถส่งมอบการบริการคลาวด์ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีที่ให้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพเหนือผู้ให้บริการรายอื่นๆ Oracle Cloud Platform กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากหลายแบรนด์และองค์กรชั้นนำของโลก Oracle Cloud Platform มีลูกค้ามากกว่า 1,800 ราย และอีก 1,419จะเข้ามาเพิ่มในช่วงไตรมาสสุดท้าย โดย X, Y และ Z เป็นส่วนหนึ่งในหลายองค์กรที่เลือกใช้บริการของ Oracle Cloud Platform ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้แก่ Database Cloud, Java Cloud, Documents Cloud, Business Intelligence Cloud และ Database Backup Service

รายงานผลการสำรวจ CloudView Survey ของไอดีซี ระบุว่า ประโยชน์ที่เด่นชัดที่สุดต่อองค์กรด้านไอทีของ PaaS คือ การมีสภาพแวดล้อมแบบบริการตนเอง (self-service) สำหรับการเข้าถึงเครื่องมือเพื่อการพัฒนาและการใช้งาน และประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานในเชิงธุรกิจ ก็คือ การเชื่อมประสานในตัวกับแอพพลิเคชั่นในกลุ่ม SaaS ของธุรกิจนั้นๆ” โรเบิร์ต มาโฮวาลด์ รองประธานโครงการ Cloud Software ของไอดีซี กล่าว “การมีแพลตฟอร์ม PaaS ที่มีบริการเต็มรูปแบบควบคู่ไปกับขอบข่ายแอพพลิเคชั่นที่ครบครันจะตอบสนองความต้องการ ทั้งยังเอื้อให้ผู้ใช้ Oracle Cloud Platform ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงการพัฒนาและการใช้งานแอพพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการจัดการข้อมูล, Big Data analytics, การเชื่อมโยงระบบ และคุณสมบัติด้านการสื่อสารไร้สาย ตอบสนองความต้องการหลักๆ ทั้งในส่วนของไอทีและ LOB

ถึงยุคแห่งการปรับโฉมระบบเครือข่ายกันใหม่ด้วย The New IP

ระบบเครือข่ายแบบเดิมที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในยุค พยายามเต็มที่ (best effort) และใช้กับแอพพลิเคชั่นที่ยังไม่ต้องรองรับวิกฤติธุรกิจ (non-mission critical applications) นั้นไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว เมื่อเข้ายุคปัจจุบันจึงมีข้อจำกัดมากมาย กลายเป็นอุปสรรคในธุรกิจบนโลกโซเชียล คลาวด์ โมบาย และการใช้บิ๊กดาต้า ซึ่งการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นถือเป็นเรื่องธรรมดา และความคล่องตัวถือเป็นสิ่งจำเป็นของงานแต่ละวันไปแล้ว และตอนนี้ได้ถึงยุคแห่งการปรับโฉมระบบเครือข่ายกันใหม่ด้วย The New IP จาก Brocade

ถึงยุคแห่งการปรับโฉมระบบเครือข่ายกันใหม่ด้วย The New IP

ยุคแห่งการปรับโฉมระบบเครือข่ายด้วย The New IP

ศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ในวันนี้คือ ด่านแรก ของธุรกิจ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองการแข่งขันและความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะเราอยู่ในยุคที่ลูกค้าติดต่อธุรกิจผ่านเทคโนโลยี มิใช่พบกันตัวต่อตัว ลูกค้าใช้การสื่อสารอุปกรณ์ประเภทต่างๆ และแอพพลิเคชั่น ซึ่งมีดาษดื่นให้เลือกใช้ ย่อมหมายความว่าระบบเครือข่ายการต่อเชื่อมภายในดาต้าเซ็นเตอร์ต้องคล่องตัว ไดนามิกส์ และออโตเมท เพียงพอที่จะรับมือทิศทางนี้ได้

การเปลี่ยนแปลงของระบบเครือข่ายนี้เรียกว่า The New IP ที่มีลักษณะระบบเครือข่ายที่ให้บริการแบบอิงซอฟต์แวร์ ในแบบเวอร์ช่วลไลซ์ (virtualized and software-based network services) วิ่งบนฮาร์ดแวร์ที่ใช้ร่วมกัน (commoditized hardware) และมีความต้องการของลูกค้าชี้รูปแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างที่ควรเป็นแบบเปิดและใช้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สเพื่อเลี่ยงคอขวดระหว่างเวนเดอร์ที่ต่างกัน

องค์กรธุรกิจควรต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร? ธุรกิจที่ใช้ระบบเน็ตเวิร์คตัวนี้จะตอบรับการแข่งขันและความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้นควรต้องเตรียมรับมืออย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้?

  • ประการแรก – มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการมองกระบวนการบริการควบคุมระบบเครือข่าย รูปแบบเก่าๆ แบบกล่องต่อกัน มีอินเทอร์เฟซใส่คอมมานด์ ตั้งค่าระบบ โดยมากมักตั้งค่าตามหลังสิ่งที่เกิดขึ้น จะค่อยๆ หมดไป บริษัทองค์กรต่างๆ ต้องทำออโตเมชั่น และมองหาความเรียบง่ายเพื่อให้ได้กระบวนการทำงานที่คล่องตัว
  • ประการที่สอง – ต้องมีแผนงานเพื่อเตรียมโครงสร้างเครือข่ายสำหรับบริการเครือข่ายแบบเวอร์ช่วลไลซ์ และการเรียกใช้งานแบบตั้งโปรแกรมได้ เช่น บริษัทสามารถตั้งค่าให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เน็ตเวิร์คที่เป็น physical underlay ต้องรองรับ OpenFlow หรือต้องทำงานกับเวนเดอร์และพาร์ตเนอร์เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถข้ามช่องว่างในการควบคุมอุปกรณ์รุ่นเก่าที่มีใช้งานอยู่ได้
  • ประการที่สาม - บริษัทควรที่จะเริ่มคิดเกี่ยวกับการหาทักษะด้าน DevOps อาจจะเป็นการฝึกอบรมพนักงาน หรือนำคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะนี้เข้ามาทำงาน ในขณะเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกับเวนเดอร์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านซอฟท์แวร์และการเขียนสคริปท์

เปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ได้ต่อเนื่องรวดเร็ว เบนิ เซีย กล่าวว่า การสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ไม่เพียงแต่สำหรับเวนเดอร์ แต่รวมถึงบริษัทที่นำมาใช้งานด้วยความคล่องตัวทางธุรกิจในการตอบรับเงื่อนไขทางการตลาดใหม่ๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังดึงลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาได้อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เริ่มขึ้นแล้วและองค์กรธุรกิจหลายองค์กรก็ศึกษาหาช่องทาง และทดสอบโซลูชั่นในทิศทางนี้เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้รวดเร็ว ส่วนองค์กรใดที่ยังเลือกจะอยู่นิ่งๆ ไปก่อนก็จะถูกให้อยู่ข้างหลังอย่างแน่นอน

SanDisk MicroSD ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช

ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช SanDisk เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือใหม่ล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือใหม่หลากหลายรุ่นที่ช่วยให้ผู้บริโภคก้าวทันกับความต้องการของโลกที่มีมือถือเป็นศูนย์กลางในปัจจุบัน เนื่องจากผู้ใช้มือถือได้สรรค์สร้างข้อมูลได้มากขึ้นกว่าอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน พวกเขาจึงเริ่มมองหาโซลูชั่นเพื่อการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวิธีการที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถแบ่งปันและจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ผ่านอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการอันหลากหลายได้อย่างง่ายดาย

SanDisk MicroSD ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช

SanDisk MicroSD ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช

ตามรายงานล่าสุดจากบริษัท อินเทอร์เนชันแนล ดาตา คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา(IDC1) พบว่าในปีนี้ผู้คนจะถ่ายภาพและแบ่งปันภาพถ่ายกันประมาณ 1.6 ล้านล้านภาพ และ 7 ใน 10 ของภาพเหล่านั้นจะถูกถ่ายโดยใช้มือถือและแท็บเล็ต แซนดิสก์ในฐานะผู้นำในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ จึงได้ริเริ่มขยายผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมนี้ให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือที่มีคุณภาพเชื่อถือออกมามากมาย จึงช่วยให้ผู้บริโภคมีอิสระ ที่จะถ่ายภาพ เก็บบันทึก หรือแบ่งปันได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด พร้อมประโยชน์เพิ่มมากขึ้นจากความเร็วที่สูงขึ้นในการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช แซนดิสก์มีความพร้อมอย่างมากที่จะนำเสนอโซลูชั่นหน่วยความจำสำหรับโทรศัพท์มือถือที่สอดคล้องกับต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภค โดยเรามีโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลสำหรับอุปกรณ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากและยังคงนำเสนออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับโทรศัพท์มือถือที่ให้อิสระแก่ผู้บริโภคในการถ่ายภาพ เก็บบันทึก หรือแบ่งปันได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมประโยชน์จากระดับความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างฉับไว”

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับโทรศัพท์มือถือของแซนดิสก์ประกอบด้วยการ์ดความจำ SanDisk microSD; แฟลชไดรฟ์รุ่น SanDisk iXpand; ผลิตภัณฑ์SanDisk Ultra® Dual USB Drive และ ผลิตภัณฑ์ Dual USB Drive พร้อม Type C Connector

SanDisk microSD™ – ขยายความจุหน่วยความจำในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคุณได้สูงสุดถึง 200GB*
การ์ดความจำ SanDisk microSD เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการอัพเกรดหน่วยความจำได้ทันที ซึ่งให้ทั้งความรวดเร็วและราบรื่น พร้อมความจุตั้งแต่ 4GB ไปจนถึง 200GB ทั้งนี้ SanDisk microSD ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยคุณสมบัติกันน้ำ ทนทานต่ออุณหภูมิ ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อรังสี X-ray และทนต่อแม่เหล็ก2

ล่าสุดภายในงาน 2015 Mobile World Congress แซนดิสก์ได้เปิดตัวการ์ดความจำ SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I รุ่น Premium Edition ความจุขนาด 200GB ซึ่งเป็นการ์ดความจำ microSD สำหรับใช้ในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่มีขนาดความจุสูงที่สุดในโลก โดยการ์ดความจำ microSDXC™ UHS-I ที่ได้รับรางวัลรุ่นนี้ช่วยให้สามารถถ่ายวิดีโอระดับ Full HD3 ได้นานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ก่อนจะถ่ายโอนไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และด้วยความเร็วในการถ่ายโอนอย่างฉับไวได้สูงสุดถึง 1200 ภาพ ต่อนาที4 นอกจากนี้ยังแซนดิสก์คว้ารางวัล “Best of Show” มาถึง 3 รางวัล ซึ่งยืนยันได้ว่าแซนดิสก์ได้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอันดีเยี่ยมสำหรับการ์ดความจำรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจาก AndroidCentral, Ubergizmo และ Know Your Mobile ซึ่งแต่ละสถาบันจะพิจารณามอบรางวัลเพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในงานดังกล่าวเพียง 10 ผลิตภัณฑ์เท่านั้น การ์ด SanDisk Ultra microSDXC UHS-I รุ่น Premium Edition ความจุขนาด 200 GB มาพร้อมการรับประกัน 10 ปี และจะวางจำหน่ายทั่วโลกในไตรมาสที่ 2

iXpand Flash Drive – การถ่ายโอนไฟล์ระหว่าง iPhone, iPad และคอมพิวเตอร์5 ที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น iXpand Flash Drive เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการถ่ายโอนภาพถ่ายและวิดีโอระหว่าง iPhone และ iPad ไปยังคอมพิวเตอร์ PC และ Mac โดยสามารถเพิ่มความจุหน่วยความจำบน iPhone หรือ iPad ได้อย่างรวดเร็ว และขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลได้สูงถึง 128GB ทั้งยังสามารถคัดลอกภาพถ่ายและวิดีโอโดยอัตโนมัติจากม้วนฟิล์ม (camera roll) ไปยังไดรฟ์ทันทีที่มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ สามารถเล่นไฟล์วิดีโอและไฟล์เพลงที่เป็นที่นิยมในทุกประเภทไฟล์ได้จากไดรฟ์ พร้อมสายเชื่อมต่อที่ทนทานและยืดหยุ่นจึงสามารถเสียบต่อกับเคสของ iPhone หรือ iPad ได้อย่างง่ายดาย iXpand Flash Drive จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 โดยมีขนาดความจุให้เลือกตั้งแต่ 16GB, 32GB, 64GB จนถึง 128GB ราคาอยู่ที่ 2,590, 3,690, 5,290 และ 7,590 ตามลำดับ

ผลิตภัณฑ์ SanDisk Ultra Dual USB Drive 3.0 — ถ่ายโอนภาพถ่ายและวิดีโอระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android™ และคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย สามารถถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ OTG ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ไปยังคอมพิวเตอร์แบบ PC และ Mac ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพียงเชื่อมต่อต่อไดรฟ์เข้ากับพอร์ต micro-USB ของอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android นั้นๆ เพื่อถ่ายโอนข้อมูลไปยังไดรฟ์ได้สูงสุดถึง 64GB จากนั้นจึงถ่ายโอนไฟล์จากไดรฟ์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 130MB/วินาที6 ด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อความเร็วสูงของ USB 3.0 ทั้งนี้ SanDisk Ultra Dual USB Drive 3.0 ยังทำให้เกิดความง่ายดายและรวดเร็วในการเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับภาพถ่ายวิดีโอ เพลง และอื่นๆ พร้อมวางจำหน่ายแล้ว โดยมีขนาดความจุให้เลือกตั้งแต่ 16GB, 32GB, 64GB ในราคา 380 บาท, 680 บาท และ 1,280 บาท ตามลำดับ

ผลิตภัณฑ์ Dual USB Drive พร้อม Type C connector รุ่นแรกของแซนดิสก์ ผลิตภัณฑ์ Dual Flash Drive รุ่นแรกของแซนดิสก์มาพร้อม USB ประเภท Type-C connector และสามารถพลิกกลับอีกด้านเป็น USB 3.0 จึงช่วยให้ง่ายต่อการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์7 รุ่นใหม่ๆ รวมถึงคอมพิวเตอร์แบบ PC และ Mac ทั้งนี้ SanDisk Dual USB Drive ยังให้ความจุสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นถึง 32GB จึงสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ Dual USB Drive พร้อม Type C connector ความจุขนาด 32GB มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี โดยจะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ในราคา 2,490 บาท

Sanook and Taejai ชวนคนไทยร่วมสาดบุญฉลองมหาสงกรานต์ เชื่อมโยงผู้ใจดีทำบุญเเบบเรียลไทม์

เว็บไซต์ให้บริการข้อมูลข่าวสารและสาระบันเทิงชั้นนำของประเทศไทย ร่วมกับ “เทใจดอทคอม” (taejai.com) ชุมชนการให้เพื่อคนไทย เปิดตัวช่องทางออนไลน์ใหม่เพื่อเชื่อมโยงผู้ใจดีร่วมทำบุญครั้งใหญ่ในแบบเรียลไทม์ฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ ผ่าน www.sanook.com/songkran พร้อมชาวโซเชียลแชร์และติดแฮชแท็ก #Saadboon โดยสามารถเลือกสนับสนุน 3 โครงการเพื่อสังคมจาก เทใจดอทคอม ประกอบด้วย 1. โครงการยาเพื่อชาวบ้านชายแดนอุ้มผาง 2. โครงการกองทุน The Voice เสียงจากเราเพื่อสัตว์ยากไร้ เเละ 3. โครงการทุนการศึกษาเพื่ออนาคต โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ซึ่งตั้งเป้ารายได้สมทบทุนทั้งหมดรวม 500,000 บาท ในระยะเวลา 1 เดือน นอกจากนั้นในปีนี้สนุกดอทคอมยังมุ่งมั่นนำเสนอบริการและคอนเทนต์ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์เเบบดิจิตอล ด้วยการนำเสนอเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ต่อสังคม ตอกย้ำการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่

Sanook and Taejai ชวนคนไทยร่วมสาดบุญฉลองมหาสงกรานต์ เชื่อมโยงผู้ใจดีทำบุญเเบบเรียลไทม์

Sanook and Taejai ชวนคนไทยร่วมสาดบุญฉลองมหาสงกรานต์ เชื่อมโยงผู้ใจดีทำบุญเเบบเรียลไทม์

นายกฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด เผยว่า “คนไทยล้วนมีจิตใจดี ทุกคนพร้อมช่วยเหลือและแบ่งปันความสุขให้กัน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยคิดเป็นสัดส่วน 51% ของประชากรหรือกว่า 30 ล้านคน ซึ่งนิยมใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าอุปกรณ์อื่น กลายเป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ดิจิตอลที่ทุกคนต้องการเข้าถึงข้อมูลและทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านออนไลน์มากขึ้น สนุกดอทคอมต้องการที่เป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้คนไทยได้ร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมดีๆ จึงร่วมมือกับเทใจดอทคอม ชวนคนไทยร่วมทำบุญวันปีใหม่ไทย ‘#Saadboon ร่วมทำบุญมหาสงกรานต์’ เปิดโอกาสให้คนไทยได้ร่วมทำบุญได้สะดวกขึ้นแบบออนไลน์กับโครงการดีๆ จากองค์กรที่ไม่เเสวงหาผลกำไรต่างๆ โดยนำกิจกรรมที่ผู้ใช้ออนไลน์ชื่นชอบ คือ บริการดูดวงของสนุกดอทคอมหรือ Sanook! Horoscope (http://horoscope.sanook.com/) ที่ถือเป็นบริการยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน Sanook.com ซึ่งมีกว่า 35 ล้านคนต่อเดือน มาสร้างสีสันในแคมเปญ เรามองว่าจุดเริ่มต้นจากความเชื่อในเรื่องดวงนี้ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่สร้างประโยชน์ให้สังคมได้เป็นอย่างดี และตลอดหนึ่งเดือนนี้เราจะนำเสนอคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ นี้ผ่านหน้าเว็บไซต์ และสื่อโซเชียลมีเดียของสนุกดอทคอมทั้งหมด รวมทั้ง Facebook Fanpage ที่เข้าถึงคนไทยที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิตอลกว่า 30 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้โครงการได้รับความสนใจมากขึ้น และถือเป็นรูปแบบใหม่ในการทำบุญทางออนไลน์ที่เชื่อมโยงผู้คนกับองค์กรฯ เข้าถึงไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบของผู้คนในยุคนี้”

ด้าน นางสาวสิรินาท ต่อวิริยะเลิศชัย ผู้จัดการโครงการเทใจดอทคอม เผยว่า “เทใจดอทคอมมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการช่วยเหลือกลุ่มคนที่ต้องการทำเรื่องดีๆ เพื่อสังคม จึงร่วมกันสร้างพื้นที่กลางเพื่อชักชวนให้น้ำใจหลั่งไหลเข้ามาที่ตรงนี้ จากเทรนด์ปัจจุบันที่คนไทยนิยมใช้โซเชียลมีเดียและท่องโลกออนไลน์มากขึ้น เทใจดอทคอมเล็งเห็นว่าการเข้ามาเป็นพันธมิตรกับสนุกดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลข่าวสารและสาระบันเทิงชั้นนำที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี จะช่วยให้เทใจดอทคอมเป็นที่รู้จักมากขึ้นเเละสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่ใจบุญ รวมทั้งช่วยขยายฐานสมาชิกและเพิ่มจำนวนเงินบริจาคในโครงการช่วยเหลือสังคมต่างๆ ได้มากขึ้น เรามั่นใจว่าคนไทยมีจิตใจที่ดีงาม และยินดีที่จะช่วยเหลือสังคมในทุกครั้งที่มีโอกาส โดยกิจกรรมชวนคนไทยร่วมทำบุญวันปีใหม่ไทย ‘#Saadboon ร่วมทำบุญมหาสงกรานต์’ นี้ จะสมทบทุนให้กับ 3 โครงการหลัก ซึ่งเเต่ละโครงการฯ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานที่ชัดเจน และสนุกดอทคอมจะเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงกิจกรรมบนโลกออนไลน์กับทุกคนได้เป็นอย่างดี”

สนุกดอทคอมเเละเทใจดอทคอม ขอเชิญชวนคนไทยมาร่วมสาดบุญให้ชุ่มฉ่ำต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เพียงคลิกเข้ามาที่ www.sanook.com/songkran และร่วมสนุกทำนายดวงชะตาราศีรับปีใหม่ไทย แล้วร่วมทำบุญเสริมดวงชะตา โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกบริจาคเพื่อการกุศลให้กับโครงการฯ ต่างๆ ได้แก่ 1. ยาเพื่อชาวบ้านชายแดนอุ้มผาง, 2. กองทุน The Voice เสียงจากเราเพื่อสัตว์ยากไร้ และ 3. ทุนการศึกษาเพื่ออนาคต จากนั้นชวนเพื่อนๆ ร่วมทำบุญผ่านโลกโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #Saadboon สร้างพลังบนโซเชียล ร่วมทำบุญแบบออนไลน์ได้แล้ววันนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้โดยไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำ และสามารถขอใบเสร็จเพื่อนำไปหักภาษีได้ กิจกรรมเริ่มตั้งเเต่วันที่ 1-30 เมษายน 2558

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

มือถือ อุปกรณ์ที่รู้จักกันดีในปัจจุบันมันมีความสามารถเยอะจนเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า สมาร์ทโฟน เนื่องจากมีพัฒนาการหลายอย่างถูกใส่เข้าไปในมือถือเรียกได้ว่ายัดทุกความสามารถลงไปในมือถือเครื่องเดียวเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บไฟล์เอกสารงาน พรีเซ้นเตชั่น ไฟล์เพลง เกมส์ ภาพยนตร์ ตั้งเตือนเวลา ตารางการทำงาน ติดต่อสื่อสาร อินเทอร์เน็ต สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไฟฉาย หรือในปัจจุบันยังสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนด้วยกันได้ด้วย มันจึงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้แล้วในยุคนี้

ถามว่าทำไมถึงต้องมาดู รีวิวมือถือ ด้วยละ ตอบได้ง่ายมาก ถ้าคุณต้องการทราบข้อมูลของมือถือเครื่องนั้น ไม่ว่าจะค่ายไหนก็ตามต้องอ่านรีวิวมือถือตามอินเทอร์เน็ตหรือหาข้อมูลจากร้านค้าต่างๆ และแน่นอนข้อมูลบางแหล่งก็ไม่ครอบคลุมทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ร้านค้าก็คงไม่ทราบทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่อยากได้แน่นอน ทำให้มันสำคัญมากยิ่งจำเป็นต้องซื้อมือถือสักเครื่องที่เป็นของตนเองด้วย ยิ่งต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้นไปอีก แล้วทีนี้และคุณจะเห็นถึงความสำคัญมาก

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

สมาร์ทโฟนที่มีตามท้องตลาดไม่ได้มีเพียงค่ายเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อย่าง Apple ที่ออกมือถือและแท็บเล็ตเป็น iPhone iPad หรือจะเป็น iPod Touch ด้วย หรือจะเป็นฝั่ง Android ก็คงไม่พลาดอย่าง Samsung ที่มีออกมาหลายรุ่นมากๆ เช่นกัน ทำให้หลายคนต้องการเลือกซื้อกันไม่ถูกเลย เพราะด้วยความที่สเปคเครื่องที่ต่างกันไม่มากนัก และราคาที่ต่างกันเล็กน้อยในการเลือกซื้อจะดีมากขึ้นหากได้อ่าน รีวิวโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อมือถือสักเครื่องหนึ่ง

ค่ายมือถือที่ผลิตในปัจจุบัน ได้แก่

  1. Apple
  2. Samsung
  3. LG
  4. Oppo
  5. Lenovo
  6. Asus
  7. Sony
  8. HTC
  9. Nokia
  10. BlackBerry
  11. Motorola
  12. Microsoft
  13. i-Mobile
  14. Acer
  15. Acatal
  16. BenQ
  17. True
  18. AIS
  19. Dtac
  20. Wiko
  21. Panasonic
  22. Huawei
  23. Dell
  24. Go-Live
  25. Toshiba
  26. Sharp
  27. และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อพูดถึง การรีวิวโทรศัพท์มือถือ จะเป็นการทดลองใช้งานมือถือแบบทั่วไป เช่น การใช้งานแอพพลิเคชั่น, การดาวน์โหลด, กล้องถ่ายรูปทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง, ระบบ NFC การถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ รวมทั้งความโดดเด่นในด้านทรัพยากรเครื่องแต่ละรุ่น พร้อมยังบอกสเปคเบื้องต้นให้กับผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี และยังมีคลิปวีดีโอสำหรับการใช้งานในส่วนต่างๆ อีกด้วย ถ้าคุณกำลังสนใจมือถือรุ่นไหนอยู่ละก็ลองแวะมาชมรีวิวมือถือ ที่นี่ได้เลย

สามารถติดตามอ่านบทความรีวิวมือถือได้ที่นี่เลย http://review.thaiware.com/mobile/

Adobe ปรับปรุง Mobile Marketing และพัฒนา Mobile App ครั้งใหญ่

ในงาน Adobe Summit ซึ่งเป็นงานสัมมนาประจำปีด้าน Digital Marketing ของอะโดบีที่จัดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ทางบริษัทอะโดบี (Nasdaq: ADBE) Adobe ปรับปรุง Mobile Marketing ของอะโดบีที่ได้รวมเอา Framework สำหรับการพัฒนาและจัดการโมบายล์แอพฯ ไว้อย่างครบวงจร โดยโมบายล์เซอร์วิสของอะโดบีในที่นี้เป็นหนึ่งใน Core Service ของ Adobe Marketing Cloud ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการ lifecycle ของโมบายล์แอพฯ ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องง่ายดาย

Adobe ปรับปรุง Mobile Marketing และพัฒนา Mobile App ครั้งใหญ่

Adobe ปรับปรุง Mobile Marketing และพัฒนา Mobile App ครั้งใหญ่

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโมบายล์แอพฯการสร้างฐานผู้ใช้งานใหม่ๆ ให้แก่ โมบายล์แอพฯ, ระบบวิเคราะห์การใช้งานของผู้ใช้งานโมบายล์แอพฯ และการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้งานของโมบายล์แอพฯ ซึ่ง “โมบายล์เซอร์วิส” นี้ถือเป็นโซลูชันที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในวงการ และยังเป็นโซลูชันแรกที่ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหาของนักการตลาดที่เคยต้องใช้งานโซลูชันที่หลากหลายซึ่งไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่รวมเอาทั้งการพัฒนาและการบริหารจัดการโมบายล์แอพฯ เอาไว้ภายในโซลูชันเดียว ซึ่งในเวลาเดียวกันนี้ ทางอะโดบียังได้ประกาศรายชื่อของพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ โมบายล์แอพฯ ชั้นนำ ที่จะนำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้งานร่วมกันใน framework สำหรับการพัฒนาและบริหารจัดการ โมบายล์แอพฯ นี้อีกถึง 6 ราย

“ข้อมูลจาก Adobe Digital Index data ได้แสดงให้เห็นถึงการทำลายสถิติครั้งใหม่ในการใช้งานอุปกรณ์พกพา แต่ในขณะเดียวกัน การสร้างประสบการณ์การใช้งานโมบายล์แอพฯ ที่ดีก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักการตลาดหลายราย” มร. แมท อะเซย์, รองประธานกรรมการด้านกลยุทธ์โมบายล์ของอะโดบี กล่าว “เหล่านักการตลาดต้องวุ่นวายกับการทำความคุ้นเคยในการใช้งาน mobile tools ต่างๆ สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะทางในแต่ละเรื่อง แต่ด้วย “โมบายล์เซอร์วิส” ของอะโดบี เราจะทำให้งานทั้งหมดนี้กลายเป็นกระบวนการที่ง่ายมากขึ้น และทำให้นักการตลาดสามารถสร้างและใช้ประโยชน์จากแอพฯ ของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย”

Framework ของ โมบายล์แอพฯในโมบายล์เซอร์วิสของอะโดบีนี้ จะรวบรวมเอาเทคโนโลยีสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงโมบายล์แอพฯ จาก Adobe Marketing Cloud เอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Adobe Experience Manager Apps, AdobePhoneGap Enteprise, Adobe Analytics – Mobile Apps และ Adobe Target ในขณะเดียวกันการทำงานร่วมกันกับเครื่องมือสำหรับการพัฒนาและจัดการโมบายล์แอพฯ จากพาร์ทเนอร์ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการ lifecycle ของโมบายล์แอพฯ เป็นไปได้อย่างยืดหยุ่นและครบวงจรสูงสุด

Hitachi Data รับกระแส IOT รุกซื้อกิจการ Pentaho เจาะตลาดบิ๊กดาต้า

บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น (HDS) ธุรกิจในเครือของบริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501) ประกาศเตรียมซื้อกิจการ Pentaho Corporation ซึ่งเป็นผู้นำด้านการรวมระบบข้อมูล และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่มีแพลตฟอร์มแบบโอเพ่นซอร์สสำหรับการใช้งานต่างๆด้าน Big Data ซึ่งการซื้อกิจการ Pentaho นับเป็นการซื้อกิจการเอกชนด้าน Big Data ครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสมบูรณ์ในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยไม่เปิดเผยถึงเงื่อนไข หลังการซื้อกิจการเสร็จสิ้น Pentaho จะกลายเป็นบริษัทของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ และคงแบรนด์ตามเดิมไว้ นอกจากนี้ Pentaho จะดำเนินธุรกิจตามรุปแบบเดิมในปัจจุบันภายใต้การนำของ มร. Quentin Gallivan ที่ดำรงตำแหน่ง CEO โดยจะรายงานตรงต่อ มร. Kevin Eggleston, รองประธานกรรมการอาวุโสด้าน Social Innovation and Global Industries ของบริษัทฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์

Hitachi Data รับกระแส IOT รุกซื้อกิจการ Pentaho เจาะตลาดบิ๊กดาต้า

Hitachi Data รับกระแส IOT รุกซื้อกิจการ Pentaho เจาะตลาดบิ๊กดาต้า

ทั้งนี้ มร. Kevin Eggleston ได้ระบุว่า การซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้ฮิตาชิฯ บรรลุถึงกลยุทธ์ในการนำเสนอนวัตกรรมด้านธุรกิจที่รวมเอาข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องจักร เทคโนโลยีสารสนเทศ และการวิเคราะห์ขั้นสูง เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดจากการใช้ Big Data และ Internet of Things (แนวคิดที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ การโต้ตอบระหว่างเครื่องจักร (M2M หรือ machine to machine) ให้สื่อสารกันได้เองโดยไม่ต้องผ่านมนุษย์ในการสั่งการ เพื่อช่วยให้การทำงานและธุรกิจสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพขึ้น) ซึ่งนับเป็นการพลิกโฉมวงการ Big Data ที่จะช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ นำเทคโนโลยีและโซลูชั่นมาใช้งานเพื่อสร้างกลยุทธ์ในการแข่งขันและคืนทุนได้เร็วขึ้น ซอฟต์แวร์และความเชี่ยวชาญของ Pentaho จะเสริมศักยภาพให้ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆของ HDS พร้อมช่วยผลักดันโซลูชั่นเพิ่มเติมของ HDS ด้าน Big Data ให้เร็วขึ้นด้วย ผลที่ได้รับจะเป็นโซลูชั่นเฉพาะที่ครอบคลุมการทำงานของแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ร่วมกัน (shared analytics platform) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่สามารถรวมและบริหารเทคโนโลยีต่างๆ จากฮิตาชิฯ พันธมิตรคู่ค้า และวงการโอเพ่นซอร์สเพื่อช่วยให้นักพัฒนาได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้กับเทคโนโลยีในปัจจุบัน และสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้เร็วขึ้น
“ข้อมูลยังคงเป็นทรัพยากรที่หลายองค์กร ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และการตีมูลค่าของข้อมูลต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งท้าทาย แต่ด้วยเทคโนโลยีและประสบการณ์ในธุรกิจอุตสากรรมต่างๆของฮิตาชิ บวกกับซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย และทีมผู้เชี่ยวชาญของ Pentaho จะช่วยให้เรานำเสนอโซลูชั่นในการบริหารจัดการข้อมูลให้ลูกค้าได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น เพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Big Data และ Internet of Things ได้เร็วและง่ายขึ้น”

มร. Quentin Gallivan, Chairman and Chief Executive Officer, Pentaho Corporation กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ และเชื่อมั่นว่าโซลูชั่นต่างๆ ของเราจะช่วยเร่งการนำแอพลิเคชั่น Big Data และ Internet of Things ไปใช้งาน ด้วยทรัพยากร, ความเชี่ยวชาญ และการมีธุรกิจทั่วโลกของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ และบริษัทแม่ฮิตาชิ จะช่วยเสริมพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้กับ Pentaho ในการสานต่อการพัฒนาความสามารถด้านการวิเคราะห์ Big Data และการใช้งานข้อมูลเพื่อนำนวัตกรรมใหม่สู่ตลาด รวมถึงขยายการสนับสนุนไปยังลูกค้าเก่าและใหม่ของเรา”

การเตรียมซื้อกิจการครั้งนี้ เกิดจากความสัมพันธ์เดิมในรูปแบบ OEM ระหว่างทั้ง 2 บริษัท และเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ที่ทาง HDS มุ่งเน้นในการเติบโตของส่วนธุรกิจในการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม หรือ Social Innovation และเพื่อเป็นผู้นำด้าน Internet of Things โดย Social Innovation เป็นกลยุทธ์ที่ครอบคลุมในส่วนธุรกิจต่างๆของฮิตาชิเข้าไว้ด้วยกัน โดยนำเสนอโซลูชั่นสำหรับสร้างสังคมที่ให้แข็งแรง ปลอดภัย และชาญฉลาดกว่าที่เคย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Pentaho ที่ต้องการจะสร้างคุณค่าจากข้อมูล ให้เชื่อมต่อคนและสิ่งต่างๆ ด้วยการนำแพลตฟอร์มที่ประสาน Big Data โดยรวม มาเสริมศักยภาพให้ระบบวิเคราะห์ไปด้วยกัน
“สำหรับกลยุทธ์ Social Innovation นั้น ทาง HDS ได้มีการพัฒนาและร่วมในโครงการต่างๆที่เชื่อมโยงเครื่องจักรและระบบเซนเซอร์ต่างๆ ให้ใช้งานได้จริง รวมถึงการพัฒนาภาคธุรกิจและสังคมด้วย IoT หรือ Internet of Things เป็นการรวมโซลูชั่นเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ Big Data นั้น ต้องอาศัยความสามารถในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความชำนาญเฉพาะสาขาเทคโนโลยีการวิเคราะห์, และแพลตฟอร์มที่ครบวงจร ซึ่งทางฮิตาชิมีจุดเด่นด้านความสามารถในการรวมองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบกับการที่ Pentaho มีเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับ Big Data ซึ่งมีความสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าได้เลือก ผสมผสาน และวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้กว้างมากขึ้นสำหรับการต่อยอดให้เป็นข้อมูลธุรกิจเชิงลึก แพลตฟอร์มของ Pentaho ช่วยให้การเตรียมและผสมผสานข้อมูลเป็นเรื่องง่าย ด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์, สร้างภาพสำรวจ, ทำรายงานข้อมูลเชิงลึก และคาดการณ์ถึงผลลัพท์ได้ง่าย รวมทั้งมีแพลตฟอร์มแบบเปิดเชิงขยายที่สามารถส่งมอบข้อมูลและการวิเคราะห์ในรูปแบบการบริการไปยังกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าได้ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวถูกสร้างมาเพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกแต่ละคนในทีมขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา, นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้ใช้งานข้อมูลเชิงธุรกิจ จะสามารถแปลความหมายของข้อมูลเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากที่สุด” มร. Kevin Eggleston กล่าวทิ้งท้าย

Viber เปิดเผยข้อมูลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ประเทศสุดโรแมนติค

วันวาเลนไทน์นับว่าเป็นเทศกาลแห่งความโรแมนติกของคนทั่วโลกมานานแสนนาน แต่ถ้าเป็นเรื่องการบอกรักคนในแต่ละประเทศต่างก็เลือกวิธีที่จะบอกรักแตกต่างกันไป Viber ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นติดต่อสื่อสารผ่านทางมือถือระบบ “Over-The-Top”(OTT) ชั้นนำ โดยให้บริการส่งข้อมูลและโทรศัพท์ความคมชัดระดับ HD ฟรี ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายสติ๊กเกอร์ของไวเบอร์ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาว่าประเทศใดบ้างที่เป็น ประเทศสุดโรแมนติค ที่สุด สติ๊กเกอร์กลายเป็นวิธีสนุกๆ และรวดเร็วที่ผู้ใช้งานแอพแชทใช้ติดต่อกับเพื่อนๆและครอบครัวอย่างใกล้ชิด

Viber เปิดเผยข้อมูลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ประเทศสุดโรแมนติค

Viber เปิดเผยข้อมูลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ประเทศสุดโรแมนติค

โดยมีเมื่อปีที่ผ่านมามีการส่งสติ๊กเกอร์จำนวนมากกว่า 2.2 หมื่นล้านครั้งผ่านทาง Viber รูปเพียงรูปเดียวสามารถแทนคำพูดได้นับพัน และถ้าต้องให้พูดคำว่า “ฉันรักคุณ” คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะพูดผ่านทางสติ๊กเกอร์มากกว่า Viber ได้ทำการวิเคราะห์สติ๊กเกอร์ของไวเบอร์ที่ขายดีที่สุด 10 อันดับในแต่ละประเทศในปี 2557 เพื่อค้นหาว่าแต่ละประเทศมีสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวกับความรักมากน้อยแค่ไหน อาจฟังดูไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่ประเทศในแถบละตินเป็นแชมป์ในส่วนของสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวกับความรัก โดยสเปนนำเป็นอันดับหนึ่ง โดยใน 10 อันดับแรกของสติ๊กเกอร์ขายดี มีสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวกับความรักถึง 7 อันดับ และสติ๊กเกอร์ ‘Besote’ ซึ่งหมายถึง “จูบฟอดใหญ่” ก็ขึ้นเป็นอันดับ 1

ส่วนอิตาลีและฝรั่งเศสตามมาเป็นอันดับ 2 โดยสติ๊กเกอร์รูปจูบก็ครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน และจากสติ๊กเกอร์ 10 อันดับแรก ก็มีสติ๊กเกอร์ที่เป็นธีมความรักไปถึง 6 อันดับ ตามมาติดๆ ด้วยบราซิล อินเดีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งจากสติ๊กเกอร์ 10 อันดับแรก แต่ละประเทศต่างก็มีสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับความรักถึง 5 อันดับ แม้ว่าในประเทศญี่ปุ่น อินเดีย และเยอรมนี สติ๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรูปหนุ่มสาวจูบกัน แต่ชาวบราซิลกลับชอบแสดงความรักเป็นรูปมือสองคนประสานกันเป็นรูปหัวใจมากกว่า

ส่วนสติ๊กเกอร์ยอดฮิตของชาวโปแลนด์เป็นรูปจูบ แต่ว่าใน 10 อันดับแรก มีสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวกับความรักอีกแค่ 2 แบบเท่านั้นเอง สหรัฐอเมริกาเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศที่สติ๊กเกอร์เกี่ยวกับความรักไม่ติดอันดับที่ 1 สติ๊กเกอร์ยอดฮิตในอเมริกาเป็นรูปการ์ตูนหมาจิ้งจอกชื่อ Freddie ซึ่งกำลังทักว่า ‘Hi’ และจาก 10 อันดับแรก มีสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวกับความรักติดแค่ 2 อันดับเท่านั้นเอง ส่วนฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ สติ๊กเกอร์ความรักก็ไม่ติดอันดับท็อปสุดเหมือนกัน

แต่ว่าสติ๊กเกอร์รูปจูบติดอันดับที่ 2 ในประเทศฟิลิปปินส์ และอันดับที่ 4 ในสิงคโปร์ในสหราชอาณาจักรและประเทศไทย รูปหนุ่มสาวจูบกันเป็นสติ๊กเกอร์ยอดฮิตที่สุด ในทั้งสองประเทศ จากสติ๊กเกอร์ 10 อันดับแรก มีสติ๊กเกอร์ความรักติดอันดับเพียงแค่ 2 อันดับเท่านั้น ส่วนรัสเซียและเวียดนามก็มีความชอบคล้ายๆ กัน โดยสติ๊กเกอร์รูปหนุ่มสาวจูบกันขึ้นเป็นอันดับ 1 แต่ไม่มีสติ๊กเกอร์ความรักอย่างอื่นติด 10 อันดับแรกเลย จากข้อมูลนี้ ดูเหมือนว่าพม่าจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องโรแมนติกเท่าใดนัก เพราะไม่มีสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับความรักติดใน 10 อันดับแรกเลย อย่างไรก็ดี เมื่อมองจากภาพรวมทั่วโลกแล้ว ก็สรุปได้ว่าความรักอยู่รอบตัวเราจริงๆ สติ๊กเกอร์ที่มีผู้ใช้ทั่วโลกมากที่สุดในปี 2557 เป็นรูปหนุ่มสาวจูบกัน และจากการแชทในชีวิตประจำวันของเราเริ่มมีความโรแมนติกมากขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2558 นี้ เราอาจจะได้เห็นการบอกรักในวัน “วาเลนไทน์ออนไลน์” มากกว่าการส่งการ์ดบอกรักแบบเดิมๆ ก็ได้เชิญค้นหาสติ๊กเกอร์สำหรับวันวาเลนไทน์ในแบบของคุณเองได้ที่ Sticker Market โดยดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ความรักเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด และให้หนึ่งในตัวการ์ตูนของ Viber ช่วยบอกรักแทนคุณ

Plextor M6e Black Edition อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง

Plextor แบรนด์ผู้นําแห่งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง เปิดตัว SSD Black Edition ซีรี่ย์ ด้วย M6e Black Edition PCIe SSD โดย Plextor M6e Black Edition เป็น PCI Express SSD ระดับ professional และประสิทธิภาพสูง ออกแบบและสร้างมาเพื่อ gaming platform ที่สมบูรณ์แบบที่สุด M6e Black Edition PCIe SSD ใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิต และ PlexTurbo 2.0 SSD caching utility อัจฉริยะ ให้ SSD มีความคงทนและความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง

Plextor M6e Black Edition อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง

Plextor M6e Black Edition อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง

M6e Black Edition มาพร้อมเทคโนโลยี PlexTurbo 2.0 intelligent SSD caching utility ก้าวข้ามข้อจํากัดของ caching technology ปัจจุบัน ด้วย memory management booster เอกสิทธิ์ของ Plextor PlexTurbo 2.0 นอกจากเหนือกว่า caching technology อื่นแล้ว ในเรื่องของประสิทธิภาพ ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลขณะใช้งาน เพื่อป้องการเขียนข้อมูลที่ไม่จําเป็น และป้องกันการศูนย์หายของข้อมูลเมื่อ PC

M6e Black Edition ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง duo-core server grade Marvell 88SS9183 controller chip เหนือกว่วาด้วย Toggle NAND รุ่นล่าสุดจาก Toshiba เพื่อตอบสนองทุกโจทย์การใช้งานด้านความเร็วของคอมพิวเตอร์สําหรับกลุ่ม professional gamer และ player พร้อมทั้งมี True Speed Technology เอกสิทธิ์จาก Plextor เพื่อป้องการความเร็วลดลงเมื่อใช้งานจริง ด้วยความเร็วในการอ่าน/เขียนที่สูงถึง 770/625 MB/s ในโหมด sequential และ 105K/100K IOPS สําหรับการอ่าน/เขียนแบบ random

M6e Black Edition มี PCle controller chip เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สนุกกับความเร็วสูงกว่าในการถ่ายโอนข้อมูล สูงกว่า SATA III ผ่าน PCIe Gen II x2 interface ประสิทธิภาพโดยรวมสําหรับ gaming platform ได้รับการปรับแต่ง(optimized)ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด M6e Black Edition Duo BIOS ผู้ใช้งานสามารถเลือก Legacy หรือ UEFI BIOS เป็น boot disk โดยไม่จําเป็นต้องลง driver เพิ่ม! UEFI BIOS รุ่นใหม่ สามารถลดเวลาการ boot-ได้ถึง 2x เมื่อใช้งานร่วมกับ ultra-high performance AHCI driver interface ให้ท่านมั่นใจว่าบูทเร็วจริง และสามารถเริ่มเล่นเกมส์ได้ทันใจ!

เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูงสุดตามแบบฉบับ Plextor SSD M6e Black Edition ต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ด้วยเครื่องมือทดสอบ SSD ที่ที่เป็นเลิศและล้ําสมัย จําลองการใช้งานแบบ professional ของการใช้งานจริงและ “Plextor Durability Test” เพื่อให้มั่นใจว่า M6e มีอายุการใช้งาน MTBF (Mean Time Between Failures) สูงถึง 2.4 million hours. เป็นรายแรกที่ให้ความเชื่อมั่นสูงสุดแก่นักเล่นเกมส์ และรับประกันถึงความปลอดภัยของข้อมูลเกมส์ที่ไม่ศูนย์หายจากความผิดพลาดข องไดร์ฟ

Lear Wu, Global Sales Manager ของ Plextor ได้แชร์ให้ฟังว่า “เราตระหนักถึงคําแนะนําจากนักเล่นเกมส์ทั่วโลก ในการออกแบบ การเพิ่ม cooling fin สีดําและแดงที่ขนาดใหญ่เข้าไปนั้นเพื่อดับกระหายของผู้เล่นที่ต้อง advanced gaming platform M6e Black Edition มาพร้อม PlexTurbo 2.0 สามารถตอบสนองความต้องการ และประสบการณ์ของนักเล่นด้วยประสิทธิภาพและรูปลักษณ์ M6e Black Edition คือเส้นทางการสร้าง gaming platformในฝันให้เป็นจริง !”

M6e Black Edition PCIe SSD และ PlexTurbo 2.0 มาพร้อมการบริการหลังการขาย และการรับประกันถึง 5 ปี กําหนดการจําหน่าย M6e Black Edition คือ ต้นเดือนมกราคม 2015 โดยจะมีความจ 128GB, 256GB และ 512 GB ให้เลือก

NVIDIA คืนความสุขฮื้อจาวเหนือ จัดงาน Fanclub Meeting Party

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่lสุดมันส์ที่ NVIDIA จัดขึ้นมาเพื่อเหล่าสาวกค่ายเขียวและชาวเกมเมอร์เชียงใหม่โดยเฉพาะ ภายใต้ชื่องาน “NVIDIA Fanclub Meeting Party in Chiang Mai 2014” นำทัพโดยค่ายการ์ดจอยักษ์ใหญ่ของโลก NVIDIA ร่วมกับบริษัท GIGABTYE และ STREK ผนึกกำลังร่วมกับเว็บไซต์ไอทีชื่อดัง OCSTATION.com พบปะกระทบไหล่แบบใกล้ชิดกับเหล่า Gamer และ Power User

NVIDIA คืนความสุขฮื้อจาวเหนือ จัดงาน Fanclub Meeting Party

NVIDIA คืนความสุขฮื้อจาวเหนือ จัดงาน Fanclub Meeting Party

โดยในภายในงาน ได้มีเครื่องคอมฯสเปคเทพที่ใส่การ์ดจอ GeForce 900Series มาให้ผู้เข้างานได้ทดสอบความแรงกันอย่างไม่กั๊ก เมื่อเสาร์วันที่ 13 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ณ ร้าน บลา บลา บาร์ ( นิมมานเหมินทร์ ซอย 7) งานนี้เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเวลา 17.00น. และผู้ร่วมงานต่างก็ได้ทยอยกันมาลงทะเบียนกันอย่างต่อเนื่องและได้รับของที่ระลึกจาก NVIDIA กันทั่วหน้า จากนั้นก็ถึงเวลาเข้า”ผับจับรางวัล” ภายในโซนผับที่จัดงาน ก็ได้มีเครื่อง Live Demo ที่ทาง NVIDIA GIGABYTE STREK และ เว็บไซด์ OCSTATION.com ได้ร่วมกันจัดสเปคคอมฯพร้อมการ์ดจอขั้นเทพ มาให้ทุกคนได้ชม ได้ลองเล่นและสัมผัสประสบการณ์ความแรงจากกราฟิกชิป GeForce GTX 900series

ทั้งนี้ ยังมีเครื่องคอมแต่งสวยๆฝีมือนักแต่งคอมฯชาวเชียงใหม่ ก็ให้เกียรติยกเคสสุดรักสุดหวงของตนเองมาร่วมโชว์ในงานอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ได้รับความรู้กันไปเยอะเลยทีเดียว เกี่ยวกับเทคนิคการแต่งคอมฯแรงคอมฯสวย ได้อัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆของการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 900Series ให้ผู้เข้างานทุกคนได้เข้าใจตรงกัน(นะ) ด้านบริษัท GIGABYTE ก็ไม่น้อยหน้า งัดข้อมูลเทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่นๆเจ๋งๆมาโชว์ความแรงของการ์ดจอ GIGABYTE GI Gaming ซีรี่ย์มาให้ชมกัน ส่วนบริษัท STERK ก็โชว์กลเม็ดเด็ดที่มัดใจลูกค้า ในด้านคุณภาพของสินค้าราคามีมิตรและบริการหลังการขายแบบจัดเต็ม Ultimate Warranty ภาพรวมบรรยากาศภายในงานก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน ครึกครื้น เป็นกันเองฝุดๆ

NVIDIA จัดเต็มอีกเช่นเคย ปิดผับจัดเลี้ยง ถือเป็นโอกาสอันดีในการร่วมส่งท้ายปีใหม่ต้อนรับปีใหม่และขอบคุณชาวเกมเมอร์เชียงใหม่ที่ให้การตอบรับในแบรนด์ NVIDIA GIGABYTE STREK เป็นอย่างดีเสมอมา โดยได้ร่วมงานร่วมรับประทานอาหารค่ำกันและมีกิจกรรมสนุกๆมากมายให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วม โดยไฮไลท์ของงาน ก็คงหนีไม่พ้นช่วงท้ายของงาน นั่นก็คือ ช่วงจัดหนัก แจกแหลก ลุ้นของรางวัลใหญ่และอื่นๆที่ขนไปแจกกันเยอะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น การ์ดจอ GIGABYTE GeForce GTX 970 , GTX 750TI , GTX750 และ Gift voucher ส่วนลดราคาพิเศษ เมื่อซื้อการ์ดจอ GIGABYTE GTX Series ที่ร้านคอมฯชื่อดังขวัญใจชาวเชียงใหม่ Good Speed Computer เรียกได้ว่ามีของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปแทบจะทุกคน

กิจกรรมสนุกๆ ฟินกันทั่วหน้าแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ? โปรดติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ NVIDIA อย่างใกล้ชิด แล้วคุณจะไม่พลาดตกข่าว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสาวกค่ายเขียวเมืองไทยได้ที่แฟนเพจ NVIDIA ไทยแลนด์

« Older Entries