LINE TV Presents Slot Machine Spin

เทรนด์ตลาดมิวสิคสตรีมมิ่งไทยโตกระฉุด รับพฤติกรรมคอเพลงรุ่นใหม่นิยมฟังเพลงออนไลน์มากขึ้น “บีอีซี-เทโร มิวสิค” โดดลุยตลาดครึ่งปีหลังเต็มกำลัง หวังปักธงยึดตลาดเต็มสูบ ล่าสุดประกาศจับมือ LINE TV จัด “LINE TV Presents Slot Machine Spin The World Live In Bangkok” ครั้งแรกของการแสดงสดรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ก่อนทัวร์ทั่วเอเชียของวง Slot Machine ที่จะยกบทเพลงสากลทั้งอัลบั้ม “Spin The World” พร้อมเพลงฮิตจากอัลบั้มไทยแบบจัดเต็มครบสูตรด้วยเซ็ตโชว์เดียวกับที่จะเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศ เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน ให้แฟนเพลงชาวไทยได้สนุกกันเป็นที่แรก พร้อมการถ่ายทอดสดผ่านทาง LINE TV ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งแรกให้บรรดาแฟนเพลงที่ไม่ได้มาชมคอนเสิร์ตได้ชมบรรยากาศสดๆ ครบทุกอรรถรสผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปพร้อมๆกัน มั่นใจความร่วมมือในครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการคอเพลงได้อย่างแน่นอน พร้อมช่วยกระตุ้นตลาดมิวสิคสตรีมมิ่งให้คึกคักยิ่งขึ้น

LINE TV Presents Slot Machine Spin The World Live In Bangkok

LINE TV Presents Slot Machine Spin

นายพอล มนัสถาวร ผู้จัดการทั่วไป บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนโนยายทางการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ว่า “บีอีซี-เทโร มิวสิค ยังคงเดินหน้ารุกตลาดเพลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดมิวสิค สตรีมมิ่ง (Live Streaming) มากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีสัดส่วนการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นและคาดว่าจะมีแนวโน้มในการเติบโตได้อีกมาก โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมการฟังเพลงของคอเพลงรุ่นใหม่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเริ่มหันมาให้ความสนใจฟังเพลงออนไลน์ในรูปแบบสตรีมมิ่งมากขึ้น ผนวกกับจำนวนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นและราคาเครื่องที่ลดลง รวมถึงการเปิดให้บริการ 4G จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงคอนเทนต์เพลงได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นจากการเข้ามาให้บริการของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวทางการทำตลาดมิวสิค สตรีมมิ่งนับจากนี้ บีอีซี-เทโร มิวสิคจะเน้นนำเสนอประสบการณ์ฟังเพลงที่แตกต่างตอบโจทย์ทุกความต้องการของคอเพลงยุคใหม่ด้วยการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ โดยล่าสุดประกาศจับมือกับ “LINE TV” ในการจัด “LINE TV Presents Slot Machine Spin The World Live In Bangkok” ซึ่งเป็นการแสดงสดรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยของวง Slot Machine ก่อนทัวร์เอเชีย โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะยกบทเพลงสากลมาทั้งอัลบั้ม “Spin The World” พร้อมเพลงฮิตจากอัลบั้มไทยมาโชว์กันแบบเต็มๆ และตื่นตากับโปรดักชั่น เวที แสง สี เสียง แบบจัดเต็มครบสูตรฉบับ Slot Machine ด้วยเซ็ตโชว์เดียวกับที่จะเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศ เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน กับ 3 มิวสิคเฟสยักษ์ใหญ่ มาแสดงพลังร็อคมันส์ๆ เสิร์ฟแฟนเพลงชาวไทยได้สนุกกันเป็นที่แรก และยังมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง LINE TV ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาแฟนเพลงทางที่ไม่ได้มาชมคอนเสิร์ตได้ชมบรรยากาศสดๆ ไปพร้อมๆ กันแบบครบทุกอรรถรสผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ภายใต้แคมเปญ “7 DAYS 7 LIVES” ซึ่งประเดิมกันด้วยมิวสิคแรกกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ที่เมืองไทย GMM Live House ห้างสรรพสินค้า Central World ในวันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2559 ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป

สำหรับแฟนเพลงของ Slot Machine ที่อยากมาร่วมงาน เพียงชม MV เพลง “ยังเหมือนเดิม” สูงสุด ผ่านทางแอพพลิเคชั่น LINE TV หรือนำอัลบั้ม “Spin The World” มาโชว์หน้างานเพื่อแลกบัตรเข้างานได้ หรือหากใครที่ยังไม่มีบัตร สามารถหาซื้อบัตรได้ที่หน้างาน หรือที่ Thaiticketmajor ในราคา 500 บาท ที่สำคัญวง Slot Machine ยังจัดเตรียมเซอร์ไพร้สแบบจัดหนักจัดเต็มมาให้แฟนเพลงได้ฟินกันเต็มที่อีกด้วย

“สำหรับความร่วมมือระหว่าง บีอีซี-เทโร มิวสิค และ LINE TV ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคอเพลงได้เป็นอย่างดีรวมถึงจะช่วยขยายฐานลูกค้าคอเพลงให้เติบโตต่อเนื่อง และที่สำคัญยังเป็นการร่วมลงทุนด้านระบบร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่าง บีอีซี-เทโร มิวสิค และ LINE TV เพื่อให้คนรักเสียงเพลงได้รับชมแสงสีเสียงของคอนเสิร์ตอย่างเต็มอรรถรส ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดมิวสิค สตรีมมิ่งให้คึกคักได้เพิ่มสูงขึ้น โดยในอนาคตเราวางแผนที่จะรุกต่อยอดจับมือพันธมิตรรายใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกมิวสิคสไตล์การฟังเพลงคนรุ่นใหม่” นายพอล กล่าวทิ้งท้าย

ปรับแต่งบริการให้ตรงกับ ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น

แอมดอกซ์ ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้าชั้นนำ เผยผลวิจัยจากทั่วโลก1 เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานระบบดิจิทัล หรือดิจิทัลดีเอ็นเอ หรือ ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังของกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่น (อายุระหว่าง 15 – 18 ปี) ซึ่งการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่บอบบางระหว่างผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (communications service providers หรือ CSP) และเทคโนโลยีด้านดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งมองว่าพวกเขาจะก้าวสู่ยุคดิจิทัลที่แท้จริง

ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

ปรับแต่งบริการให้ตรงกับ ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่มองว่าผู้ให้บริการเข้าใจไลฟ์สไตล์ของพวกเขา และนำเสนอบริการที่พวกเขาต้องการมีจำนวนเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามชี้ว่าพวกเขาได้รับบริการที่แย่จาก CSP ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา และไม่ต้องการใช้บริการของ CSP รายดังกล่าวอีกสูงถึง 46 เปอร์เซ็นต์ โดย 1 ส่วน 3 ของผู้เข้าร่วมการสำรวจเผยว่าพวกเขาแบ่งปันความคิดเห็นดังกล่าวกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

การสำรวจดังกล่าวถูกจัดทำโดย แอมดอกซ์ และดำเนินงานโดย บริษัท แวนสัน บอร์น ผู้ให้บริการด้านการวิจัยตลาดเทคโนโลยี โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาและยุคสมัยอย่าง ดร. พอล เรดมอนด์ เป็รที่ปรึกษา

ประเด็นสำคัญของการวิจัย เกี่ยวกับดิจิทัลดีเอ็นเอที่ไม่เหมือนใครของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และบริการที่พวกเขาต้องการ:

· ดิจิทัลเปรียบเสมือนเลนส์ที่กลุ่มวัยรุ่นสวมใส่เมื่อมองตนเองและผู้อื่น: 43 เปอร์เซ็นต์ของผู้ร่วมการวิจัยเชื่อว่าสมาร์ทโฟนช่วยให่พวกเขาฉลาดและเท่มากขึ้น และ 52 เปอร์เซ็นต์เช็คโซเชี่ยลมีเดียของพวกเขาเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน นอกจากนี้ วัยรุ่นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เผยว่าพวกเขาคงเลิกคบเพื่อนที่ไม่เล่น Facebook หรือ WhatsApp

· อิโมจิหนึ่งภาพมีค่ามากกว่าหนึ่งพันตัวอักษร: กว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่าพวกเขาชอบการใช้อิโมจิ (47 เปอร์เซ็นต์) และโพสรูปภาพ (45 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าการส่งอีเมล์ เนื่องจากอิโมจิสามารถสื่อความรู้สึกของพวกเขาได้มากกว่าตัวอักษร

· การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตถือเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับวัยรุ่น: วัยรุ่นมองหาการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา โดยผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่าตนรู้สึกเหงาและกระวนกระวายเมื่อขาดอินเตอร์เน็ต (56 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าเมื่ออยู่ห่างครอบครัว (52 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งคุณภาพของอินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ร่วมการวิจัยกว่า 55 เปอร์เซ็นต์มองว่าอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน

· การสตรีมมิ่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือวิถีชีวิตของวัยรุ่น: ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับภาพยนต์ผ่านการสตรีมมิ่ง (53 เปอร์เซ็นต์) และการดาวน์โหลด (17 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ยัง รับชมซีรี่ส์ (สตรีมมิ่ง 51 เปอร์เซ็นต์ และ ดาวน์โหลด 11 เปอร์เซ็นต์) และฟังเพลง (สตรีมมิ่ง 47 เปอร์เซ็นต์ และ ดาวน์โหลด 29 เปอร์เซ็นต์) ผ่านช่องทางดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 1 ใน 3 ที่เคยจ่ายเงินเพื่อรับชม/ฟังคอนเทนต์

· วัยรุ่นมองว่าผู้สร้างคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นส์คือ “ผู้ให้บริการ” และชื่นชอบพวกเขามากกว่าผู้ให้บริการตัวจริง: 82 เปอร์เซ็นต์ทราบดีว่าผู้ให้บริการของตนคือใคร และมองว่าผู้เล่นแบบ over-the-top หรือ OTT และบริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ อาทิ Google (51 เปอร์เซ็นต์), Facebook (38 เปอร์เซ็นต์), WhatsApp (42 เปอร์เซ็นต์) และ Apple (38 เปอร์เซ็นต์) ก็คือผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) เช่นเดียวกัน ทั้งที่บริษัทเหล่านั้นไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามเหล่าวัยรุ่นว่าพวกเขาชื่นชอบบริษัทใดมากที่สุด ผลแสดงให้เห็นว่า 60 เปอร์เซ็นต์ชอบ Google มากที่สุด ตามมาด้วย Facebook (48 เปอร์เซ็นต์) และ WhatsApp (42 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 36 เปอร์เซ็นต์ที่ตอบว่าพวกเขาชื่นชอบ CSP ของพวกเขาที่สุด

· วัยรุ่นต้องการเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถออกแบบประสบการณ์การใช้งานได้เอง: วัยรุ่นจำนวน 54 เปอร์เซ็นต์ต้องการบริการที่มีการโต้ตอบ และตัวเลือกที่จะช่วยให้สามารถออกแบบบริการได้เอง; 59 เปอร์เซ็นต์คาดหวังให้มีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3D ในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เสริม และ 55 เปอร์เซ็นต์ต้องการเดินทางไปต่างประเทศด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality วัยรุ่นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเทคโนโลยี มากจน 66 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าเมื่อโตขึ้นพวกเขาต้องการประสบความสำเร็จเท่าบิล เกตส์, ประสบความสำเร็จมากกว่าดารา YouTube (50 เปอร์เซ็นต์) และ มากกว่าดารา-นักร้อง (38 เปอร์เซ็นต์)

· วัยรุ่นคาดหวังให้มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่จะช่วยพวกเขาในการก้าวไปสู่มนุษย์ยุคดิจิทัลที่แท้จริง: 78 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้มีดีไวซ์สำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตฝังอยู่บนแขนของพวกเขา โดย 38 เปอร์เซ็นต์มองว่าดีไวซ์ดังกล่าวจะมาแทนที่สมาร์ทโฟน; 66 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าในอนาคต อาชีพหลายๆอาชีพจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ และ 24 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า พวกเขาจะมีหุ่นยนต์เป็นเพื่อนสนิทในอนาคต

ดร. พอล เรดมอนด์ กล่าวว่า “ผมมองว่าการที่กลุ่มวัยรุ่นใช้ ‘โลกดิจิทัล’ เป็นเครื่องบ่งชี้ตัวตนและผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นตัวกำหนดการแสดงออกและการเรียนรู้ของพวกเขาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก พวกเขามองหาการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา และมีวิธีการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างออกไปจากผู้ใช้งานรุ่นก่อน โดยเราสามารถเรียกผู้ใช้กลุ่มใหม่นี้ว่า ‘ผู้ใช้ยุคฟรีคอนเทนต์’ ที่ชื่นชอบการสตรีมมิ่งและไม่ต้องการเป็นเจ้าของคอนเทนต์ ผมจึงอยากให้ผู้ให้บริการพัฒนาแผนธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะชนะใจผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่น”

คริส วิลเลี่ยมส์, ผู้บริหารฝ่ายการตลาดระดับโลก, แอมดอกซ์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่กว่าครึ่งของวัยรุ่นในปัจจุบันมีความเห็นที่แน่วแน่เกี่ยวกับผู้ให้บริการที่พวกเขาไม่ชอบ และจะไม่ใช้บริการเมื่อพวกเขาเริ่มจ่ายค่าบริการเอง แต่เราก็ไม่สามารถมองข้ามผลกระทบที่ความคิดเห็นของวัยรุ่นมีต่อธุรกิจและแบรนด์ของผู้ให้บริการ เนื่องจากพวกเขามีแรงโน้มน้าวจิตใจของผู้ปกครองและลูกค้าท่านอื่นๆบนโซเชี่ยลมีเดีย ระบบดิจิทัลกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของกลุ่มวัยรุ่น จึงทำให้พวกเขามองหาผู้ให้บริการด้านดิจิทัลมากขึ้น ผู้ให้บริการควรนำเสนอบริการที่โดนใจวัยรุ่นเพื่อสร้างลอยัลตี้ โดยการสำรวจการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ เพื่อรองรับความต้องการด้านฟรีคอนเทนต์ และสร้างกลยุทธ์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ความสำเร็จในการวางแผนธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ให้บริการจะสามารถอยู่ในสังคมธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคตต่อไปได้หรือไม่”

แอมดอกซ์ ได้ทำการร่วมมือกับผู้ให้บริการหลายรายเพื่อดำเนินการนำเสนอแผนธุรกิจดังกล่าว อาทิ โครงการร่วมกับผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่รายหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะสร้างแพลตฟอร์มการบริการตนเองเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า, จุดบริการด้านดิจิทัล และบริการทั่วไป

สำรวจจากผู้ใช้งานภายในประเทศแคนาดา, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, บราซิล, อินเดีย, เยอรมนี, รัสเซีย, เม็กซิโก, ฟิลลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ที่มีอายุระหว่าง 15 – 18 ปี จำนวน 4,250 ราย

อาชีพที่เป็นที่ต้องการ ของตลาดในปี 2016

แม้ที่ผ่านมาอัตราการว่างงานของประเทศไทยจะยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่าหวั่นกลัวมากนัก มีจำนวนไม่ถึง 300,000 คน และการเลือกอาชีพก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ไม่มีอาชีพไหนที่ดีที่สุดต่อทุกคนแน่นอน หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ แต่การขยายขีดความสามารถรวมถึงทักษะต่าง ๆ ให้ตัวเอง และรู้เท่าทันเทรนด์การจ้างงาน อาชีพที่เป็นที่ต้องการ และตลาดแรงงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราหยุดครุ่นคิด และดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท และมีแบบแผน มีอาชีพการงานที่สามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ โดยในวันนี้แอดมินมีสติถิที่น่าสนใจมานำเสนอกับสายงานที่เป็นที่ต้องการในทุกระดับตำแหน่งงาน

อาชีพที่เป็นที่ต้องการ ของตลาดในปี 2016

อาชีพที่เป็นที่ต้องการ ของตลาดในปี 2016

จากสถิติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า “งานขาย” นั้นก็ยังคงครองสายงานยอดนิยมตลอดกาล นั่นก็เป็นเพราะเป็นสายงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจโดยตรง รวมถึงการมี turn over ที่สูงกว่าสายงานอื่น ๆ สายงานวิศวกรรม เป็นสายงานหนึ่งที่แสดงถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ขยายในแนวกว้าง ทั้ง AEC และอีกนานาอารยะประเทศ งานธุรการ และทรัพยากรบุคคล เป็นสายงานที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องมี เพื่อสรรหาบุคลากรที่ตอบโจทย์ขององค์กร งานบัญชี และงานไอทีนั้นเป็นแผนกที่มีความจำเป็นอย่างมากกับเกือบทุกองค์กรในปัจจุบัน ต้องอาศัยบุคคลากรที่มีทักษะเฉพาะ และความสามารถเฉพาะสายงาน ส่วนสายอาชีพที่เงินเดือนสูง 10 อันดับนั้นสามารถแบ่งออกได้ตามตำแหน่ง 4 ระดับ ดังนี้

  • ระดับเจ้าหน้าที่ งานโทรคมนาคม เป็นสายงานที่มีอัตราเงินเดือนที่สูงที่สุด อยู่ในช่วง ตั้งแต่ 28,467 – 39,666 บาท โดยมีตำแหน่งงานคือ เจ้าหน้าที่ออกแบบระบบเครือข่าย, เจ้าหน้าที่ดูแลระบบเครือข่าย ซึ่งเป็นสายอาชีพที่อาศัยความรู้และทักษะ มีความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมระหว่างประเทศ จัดการกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของ network เช่น firewall, anti-virus และระบบตรวจจับการบุกรุก รวมไปถึงการตรวจสอบ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย และประสิทธิภาพการทำงานให้พร้อมใช้งาน
  • ระดับเจ้าหน้าที่ระดับกลาง งานโทรคมนาคม ยังคงเป็นสายงานที่มีอัตราเงินเดือนที่สูงที่สุดเหมือนระดับเจ้าหน้าที่ โดยมีอัตราเงินเดือนอยู่ในช่วง 38,125 – 57,812 บาท โดยมีตำแหน่งงานคือ พนักงานจัดการเครือข่ายอาวุโส, หัวหน้าทีมออกแบบเครือข่าย ซึ่งเป็นสายอาชีพที่อาศัยความรู้และทักษะเช่นเดีนวกับระดับเจ้าหน้าที่ เช่น มีความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมระหว่างประเทศ จัดการกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของ network เช่น firewall, anti-virus เป็นต้น รวมถึงทักษะความเป็นผู้นำ และการบริหารบุคคล
  • ระดับหัวหน้างาน งานบริการเฉพาะทาง เป็นสายงานที่มีอัตราเงินเดือนที่สูงสุดในระดับหัวหน้างาน มีอัตราเงินเดือนอยู่ในช่วง 51,208 – 83,924 บาท โดยมีตำแหน่งงานคือ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศ และหัวหน้าฝ่ายนิติการ ซึ่งเป็นสายอาชีพที่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทนายความ, มีทักษะการจัดทำร่างสัญญาและการเจรจาต่อรองที่ดี รวมถึงมีความรู้เรื่องสัญญากฎหมาย กฎหมายเชิงพาณิชย์ และกฎหมายบริษัท ร่วมกับความรอบคอบที่สูงมาก และประสบการณ์
  • ระดับผู้จัดการขึ้นไป งานอสังหาริมทรัพย์ เป็นสายงานที่มีอัตราเงินเดือนที่สูงสุดในระดับผู่้จัดการขึ้นไป มีอัตราเงินเดือนอยู่ในช่วง 87,500 – 132,142 บาท โดยมีตำแหน่งงานคือ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด และผู้จัดการฝ่ายจัดหาที่ดิน ซึ่งเป็นสายอาชีพที่จำเป็นต้องมีความรู้ในการตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ขั้นพื้นฐาน รวมถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการคำนวณการลงทุน และมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน

โดยจากตารางแสดงให้เห็นว่าสายงานที่มีเงินเดือนสูงบางสายงานอาจมีอัตราเงินเดือนสูงเมื่ออยู่ในระดับผู้จัดการขึ้นไป แต่ปรากฎอัตราเงินเดือนที่อยู่ในระดับที่น้อยกว่าในระดับเจ้าหน้า – เจ้าหน้าที่ระดับกลาง เช่น งานอสังหาริมทรัพย์ ที่มีอัตตราเงินเดือนอยู่อันดับ 9 และอับดับ 10 ในระดับเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ระดับกลางตามลำดับ ไม่ติด1 ใน 10 อันดับในระดับหัวหน้างาน แต่กลับขึ้นเป็นอันดับ 1 ของสายงานที่มีอัตตราเงินเดือนสูงสุดในระดับผู้จัดการขึ้นไป และเหตุที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกลไกทางการตลาด ความเฟื่องฟูของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ และอาจเป็นเหตุผลของเกือบทุกสายงานก็คือ ในระดับผู้จัดการทั่วไป นั้นต้องการมากกว่าทักษะเฉพาะ หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะอาชีพ แต่ที่ต้องมีมากกว่านั้นคือทักษะการบริหารงาน และบริหารบุคคล ซึ่งเป็นเหมือนฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ควบคุมให้เฟืองชิ้นเล็ก ๆ มากมาย ได้พากันเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ส่อง 10 กิจกรรมไฮไลท์สุดปัง มหกรรมไอที Beartai Best Buy

กระแสความแรงของงานมหกรรมไอทีและเทคโนโลยีสุดล้ำที่ต้องบอกต่อ! กับงาน “Beartai Best Buy” ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ โดยงานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางกรุง ด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัท โชว์ โนลิมิต นำโดย หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เจ้าพ่อไอทีตัวจริงเสียงจริง ร่วมกับ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และพันธมิตรผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้านวัตกรรมและไอทีชั้นนำระดับชาติกันเลยทีเดียว แต่ขอบอกว่างานนี้ไม่ได้เน้นที่โปรโมชันลดแลกแจกแถมเหมือนงานอื่นๆ ที่เคยจัดกันมา เพราะคัดสรรมาเฉพาะสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ และจะจัดเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น พลาดแล้วคงต้องรอไปถึงปีหน้า เรามาดูกันว่า 10 กิจกรรมไฮไลท์สุดปังที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงมีอะไรบ้าง

ส่อง 10 กิจกรรมไฮไลท์สุดปัง มหกรรมไอที Beartai Best Buy

ส่อง 10 กิจกรรมไฮไลท์สุดปัง มหกรรมไอที Beartai Best Buy

  1. AIS ท้าพิสูจน์การใช้งานคลื่นความถี่ของระบบ 4.5G รายแรกของโลก ร่วมพิสูจน์ระบบการใช้งาน 4.5G ด้วยการท้าพิสูจน์ผ่าเสาสัญญาณจาก AIS
  2. PTT present Samsung Gear VR theater เปิดสัมผัสใหม่ในโลกแห่งจินตนาการด้วยแว่นตา Virtual Reality ระบบ 3D รองรับการมองเห็นรอบทิศ 360 องศา เชื่อมต่อการมองเห็นที่เสมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงอย่าง Oculus Rift, HTC Vive และสัมผัสประสบการ 4D แบบ 360 องศากับ Samsung Gear VR 4D Theatre
  3. Cisco Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ นำเสนอการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะกับสังคมเมืองในอนาคต ผ่านระบบ Smart City ที่สามารถจับภาพและประมวลผลเหตุการณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติพร้อมการพัฒนาวิถีชีวิตทางสังคม เช่น การขับรถฝ่าฝืนไฟจราจร ระบบ Smart City จะมีการจับภาพและออกใบสั่งโดยอัตโนมัติ
  4. LG G5 se สมาร์ทโฟนล่าสุดของแอลจี ดีไซน์บางเบาทำงานบนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ที่สุดแห่งเทคโนโลยีการถ่ายภาพคมชัดมีมิติ ด้วยกล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ละเอียดกว่า 16 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชันที่ตอกย้ำการเป็นผู้นำแห่งความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง และอุปกรณ์เสริมสุดล้ำพร้อมให้สัมผัสและมีจำหน่ายในงานนี้แล้ว
  5. Hi End Mouse Mission แหล่งรวมเม้าส์สุดเทพทุกแบรนด์พร้อมโชว์ความอัจฉริยะกับการใช้งานได้มากกว่าเม้าส์ที่เคยได้พบทั้งด้านของรูปทรงที่แปลกตาน่าดึงดูด และการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้มาให้เลือกซื้อ พร้อมกูรูผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ
  6. Facebook’s Fact ล่าเฟซบุ๊ก 1 ล้านไลค์ ใช้เงินเท่าไหร่? ร่วมฟังการเผยกลยุทธ์โฆษณาการตลาดโดยกูรูการตลาดออนไลน์ชื่อดัง โค้ชตูน สุธีรพันธ์ สักรวัตร ที่ปรึกษาการทำการตลาดดิจิทัลและสื่อสารแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ
  7. Google Rich เผยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ด้วย Google Rich สร้างธุรกิจเพิ่มรายได้ผ่านจอคอมพิวเตอร์ให้ประสบความสำเร็จกับกูรูชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญการตลาดโลกออนไลน์ ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง TARAD.COM
  8. Money for Startup Company เปิดเส้นทางการสร้างธุรกิจกลุ่ม Startup กับนักธุรกิจต้นแบบ วิชัย ทองแตง นักลงทุนหุ้นตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย วิชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจ และผู้บริหารบริษัทหลายแห่งในประเทศไทย ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธาน KASIKORN Business-Technology Group และณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้บริหารด้านการพัฒนาธุรกิจบรอดแบนด์ และอินเทอร์เน็ตด้วยประสบการณ์เกือบ 10 ปี ที่จะมาร่วมเสวนาและตอบคำถามทุกข้อสงสัย
  9. The Future of PC เปิดโลกคอมพิวเตอร์พีซีในอนาคต กับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ล้ำจากรุ่นใหม่
    แบรนด์ดังหลากหลาย พร้อมให้เลือกเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
  10. The New RevieWER ร่วมสนุกกับโชว์สด รีวิวสินค้านวัตกรรม ด้วยกลยุทธ์การขายที่ไร้ขีดจำกัด ขอให้โดนใจและชวนให้อยากซื้อ พร้อมกรรมการตัดสินด้วยป้าย “น่าซื้อ” หรือ “น่าเมิน” โดยผู้รีวิวที่ถูกใจกรรมการพร้อมรับของรางวัล และมีโอกาสร่วมงานกับทาง BeartaiBest Buy สนใจสมัครร่วมสนุกได้ที่ http://bit.ly/THE_NEW_RevieWER

มหกรรมสินค้านวัตกรรมและไอทีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี Beartai Best Buy ภายใต้คอนเซปต์ “ช็อปมันส์…เดินสบาย…งานไลฟ์สไตล์คนไอที” จะจัดขึ้นวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2229 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น ณ ควอเทียร์ ฮอลล์ ชั้น 4 อาคาร เดอะ กลาส ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.beartai.com

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

มีไม่น้อยเลยที่เราอยากได้เพลงที่ชอบมาใส่ไว้ในมือถือ ผ่านโปรแกรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแต่งเพลง แปลงไฟล์ โปรแกรมบีบอัดเสียงเพลง และอีกมากมาย วันนี้แอดมินมาแนะนำ โปรแกรม Audiodope โปรแกรมตกแต่ง แก้ไข แปลงไฟล์เสียงได้ครบครันในตัวเดียว ยิ่งใครที่ชอบการทำริงโทน (Ringtone) ด้วยโปรแกรมแล้วตัวนี้สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งยังตัดท่อนที่ชื่นชอบและบันทึก (Save) เป็นไฟล์ต่างๆ ได้ตมต้องการ อาทิเช่น .MP3, .MP4, .M4r เป็นต้น ซึ่งไฟล์เพลงสามารถนำไปใช้กับมือถือตามรุ่นที่ใช้งานได้ทันทีเลย

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

เกริ่นกันคร่าวๆ ก่อนว่าโปรแกรมแต่งเพลงตัวนี้ ถูกพัฒนามาจากประเทศกรีซ (Greece) ซึ่งโปรแกรมที่มาจากประเทศนี้ก็มีเยอะอยู่พอสมควรเลยและแต่ละโปรแกรมก็ดีไม่แพ้กับทางอเมริกาเลย อะกลับมาที่ตัวโปรแกรมกันต่อ มันสามารถรับไฟล์เสียงและแปลงเข้ามาขึ้นหน้าจอในรูปแบบคลื่นเสียง (Wave) เพื่อให้เราสามารถตัดต่อเสียงที่ต้องการได้ละเอียด แค่นั้นยังไม่พอหรอก เพราะมันยังซูม (Zoom) ขยายเข้าไปหรือซูมออกมา ทำให้การตัดต่อ แก้ไขทำได้สะดวกมากขึ้น ส่วนสนับสนุนการเล่นไฟล์หลากหลายประเภท เช่น ไฟล์ WAV ไฟล์ FLAC ไฟล์ MP3 และไฟล์ OGG Vorbis ที่สามารถเปิดผ่านโปรแกรมนี้ได้แบบไร้กังวลเลยทีเดียว เพราะไฟล์สากลทั่วไปที่มีตามท้องตลาดและอินเทอร์เน็ต ความเจ๋งของโปรแกรมมันยังไม่หมดแค่นี้

ตัวมันเองสามารถปรับเสียงโทนต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นเสียง สูง กลาง ต่ำ เบส เป็นต้น ซึ่งมีความละเอียดอย่างมาก ยิ่งคนที่ทำงานด้านเพลงหรือ ชื่นชอบในการตัดต่อเพลงอยู่แล้วด้วยละก็ต้องลองหาดาวน์โหลดมาใช้งานกันดู คิดว่าคงดีไม่แพ้โปรแกรมตัวอื่นๆ อย่าง Nero Wave Editor ที่เป็นที่นิยมมากในรุ่นก่อนปัจจุบันผ่านมาหลายเวอร์ชั่นบางคนยังใช้งานกันอยู่เลย และโปรแกรมนี้มีที่เจ๋งไปกว่าเดิมคือการมิกซ์เพลง (Mix Music) ที่จะตัดต่อเติมแต่ง เสียงหลายเพลงเข้าด้วยกัน ใส่เอฟเฟค เพิ่ม-ลดสปีดของเพลงให้มันส์ดังใจหรือจะทำริงโทนตามสไตล์ที่ชอบก็ดีงามไม่แพ้กัน ตั้งแต่ดีเจ (DJ) มือสมัครเล่นไปจนถึงระดับสูงอาจจะหันมามองโปรแกรมนี้บ้างก็ได้นะเออ

โปรแกรมตัวนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยละสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงระดับกลาง ที่ใช้งานง่ายและหน้าตาโปรแกรม (Interface) เข้าถึงได้ไม่ยากนัก ในเรื่องการติดตั้ง (Install) ก็ง่ายและไม่เปลืองทรัพยากรเครื่อง ยิ่งตอนแปลงไฟล์หรือบันทึกไฟล์เสียงก็ไม่กินทรัพยากรเกินจำเป็นนะ ในเรื่องของการอัดเสียงโดยตรงผ่านไมโครโฟนแล้วเข้าเครื่องเพื่อนำไฟล์เหล่านั้นมาตัดต่อ ผ่านโปรแกรมนี้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมตัวอื่นช่วยเลย ข้อเสียอย่างนึงของโปรแกรมตัวนี้คือการทำงานแบบทีละขั้นตอนทำให้เวลาที่เราต้องการแปลงไฟล์ที่ละเยอะๆ (Batch Process) เป็นไปได้ช้ากว่าเดิมนั่นเอง แต่ก็ยังทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง แล้วก็ใครที่ชื่นชอบลองโปรแกรมใหม่และฟรี สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และโฆษณาที่แอบแฝงมาแน่นอน

ชอบคิด วิเคราะห์ วางแผน กับงานการตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง

งาน Marketing หรืองานการตลาด เป็นงานที่รวมศาสตร์ และศิลป์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักอยู่ที่การทำให้สินค้า หรือบริการติดตลาด เป็นที่จดจำของกลุ่มลูกค้า คนที่ทำงานการตลาดต้องเป็นคนที่มีทักษะในการ ชอบคิด วิเคราะห์ วางแผน ด้วย จึงจะทำให้งานการตลาดประสบผลสำเร็จ งานการตลาดเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแคมเปญ เพื่อโปรโมทสินค้า และบริการให้เป็นที่รู้จัก เป็นที่ทราบกันดีว่า งานการตลาดนั้น มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานด้านนี้ ต้องมีไหวพริบ และติดตามสถานการณ์อยู่เสมอ จึงจะสามารถก้าวนำคู่แข่งไปได้ งานด้านการตลาดแบ่งออกเป็นหลายบทบาท และหน้าที่ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ วางแผนการตลาด การโฆษณา การโปรโมท การวางแผนจัดแสดงงาน การพัฒนาสินค้า ไปจนถึงการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แผนกการตลาด ของแต่ละบริษัท จะมีขนาดเล็ก หรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับความต้องการพัฒนาตัวสินค้าของแต่ละบริษัทว่ามีมากน้อยเพียงใด

 ชอบคิด วิเคราะห์ วางแผน กับงานการตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง

ชอบคิด วิเคราะห์ วางแผน กับงานการตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง

คนหางานที่สนใจงานการตลาด หากจะให้ตรงกับสายงาน และความต้องการของนายจ้าง ควรเป็นผู้ที่เรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจ (สาขาการตลาด) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการตลาด) คณะการจัดการธุรกิจ (สาขาการตลาด) แม้ว่าสาขาวิชาเหล่านี้จะได้เปรียบในตลาดแรงงาน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ผู้หางานที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสม และมีความรับผิดชอบ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนจบสายตรงมา ก็อาจจะได้รับการพิจารณาจากนายจ้างเช่นกัน คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานการตลาด งานการตลาดส่วนใหญ่ มักจะอยู่ในรูปแบบของการส่งเสริมการขาย นักการตลาด ต้องรู้ว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ เพื่อช่วยประกอบการวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้ดี และรัดกุมยิ่งขึ้น การที่จะเป็นนักการตลาดมืออาชีพได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นคนกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะนักการตลาดต้องเป็นผู้ที่นำเสนองานให้กับผู้บริหาร หรือลูกค้าให้รับทราบ
  • ผู้ทำงานด้านการตลาด ต้องรู้จักตัวสินค้า และลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้น ผู้ทำงานด้านนี้ ต้องเรียนรู้และศึกษาหาข้อมูล เพื่อเรียนรู้ความได้เปรียบเสียเปรียบ
  • วางแผนการตลาดอย่างรอบคอบ รัดกุม โดยคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจนำสินค้าออกสู่ตลาด
  • ติดตามข่าวสารทางด้านการตลาดอยู่เสมอ
  • เป็นนักคิดวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แผนการตลาดของตนเองประสบผลสำเร็จ เราอาจจะต้องลองวิเคราะห์แผนการตลาดของสินค้าอื่นดูบ้าง

งานการตลาด มีลักษณะอย่างไร

งานการตลาดเป็นการเรียนรู้ เพื่อศึกษาสภาพการตลาดโดยรวม อาจจะเริ่มจากการวางแผน ประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จัดนิทรรศการส่งเสริมการแสดงสินค้า วางแผนส่งเสริมสินค้าร่วมกับ ผู้ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนจัดเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า และประสานงานกับฝ่ายวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ก่อนทำรายงานสรุปให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ งานด้านการตลาดอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง แล้วแต่หน่วยงานหรือองค์กร หรืออาจจะแตกต่างกันตามตัวสินค้า แต่งานด้านการตลาดมีลักษณะร่วมกัน ดังนี้

  • ผู้ทำงานด้านการตลาด ต้องรู้จักเรียนรู้และศึกษาหาข้อมูลของสินค้า หรือคู่แข่ง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ
  • วางแผน และเขียนแผนการตลาด เพื่อโปรโมทสินค้า และบริการอย่างรอบคอบ
  • วิเคราะห์ วิจัยกลุ่มเป้าหมาย เพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับการผลิตสินค้า งบประมาณ และผลกำไรที่จะได้รับ
  • ปรับแผนการตลาด และเสนอขออนุมัติจากผู้บริหาร
  • วางแผนกิจกรรมการส่งเสริมการขาย และการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อโปรโมทสินค้า
  • ติดตาม และประเมินผลของแผนการตลาด ก่อนส่งรายงานสรุปให้ผู้บริหารทราบ ถึงผลการวางแผนการตลาดที่นำเสนอมา

นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จ บางครั้งต้องมีจินตนาการอยู่บ้าง หรืออาจต้องคิดให้ลึก และรอบด้านมากขึ้น มองข้ามความเป็นไปไม่ได้ดูบ้าง เพราะบางครั้ง การลองคิดนอกกรอบของการตลาดเดิม ๆ ก็อาจจะทำให้เราสามารถชักชวนคู่แข่งขัน ให้มาเป็นลูกค้าของเราได้อย่างไม่รู้ตัว

ลาซาด้าตั้ง ศูนย์เทคโนโลยี Tech Hub ในประเทศไทย ดันพัฒนาโมบายล์คอมเมิร์ซ

จากแหล่งข้อมูลจากทางลาซาด้าแววมาว่าจะตั้ง ศูนย์เทคโนโลยี Tech Hub ในประเทศไทย เน้นการดันพัฒนาโมบายล์คอมเมิร์ซ ในกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมพร้อมผลักดันการพัฒนาโมบายล์คอมเมิร์ซอย่างมียุทธศาสตร์ พร้อมมุ่งยกระดับประสบการณ์ของกลุ่มผู้ซื้อ – ผู้ค้าของลาซาด้าในภูมิภาคนี้ให้ดียิ่งขึ้น ศูนย์เทคโนโลยีลาซาด้าประจำประเทศไทย จะมุ่งเน้นการดีไซน์ที่ล้ำสมัย พร้อมปรับปรุงเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของลาซาด้าบนแพลตฟอร์มมือถือ (Mobile Plateform) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเนื่องด้วยจำนวนแอปพลิเคชั่น (Application) ที่ถูกดาวน์โหลดกว่า 30 ล้านครั้ง รวมถึงข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2558 ที่ผ่านมา ระบุว่า มูลค่าการขายสินค้า (Gross Merchandize Value) กว่า 60% ของลาซาด้ามาจากการซื้อขายผ่านมือถือทั้งสิ้น ลาซาด้าจึงได้ตัดสินใจลงทุนด้านโมบายล์คอมเมิร์ซ ผ่านการริเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ และปรับปรุงเว็บไซต์ให้ง่ายต่อการใช้งานบนมือถือมากยิ่งขึ้น

ลาซาด้าตั้ง ศูนย์เทคโนโลยี Tech Hub ในประเทศไทย ดันพัฒนาโมบายล์คอมเมิร์ซ

ลาซาด้าตั้ง ศูนย์เทคโนโลยี Tech Hub

นายไอฟอ อีวานส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยี ลาซาด้ากรุ๊ป กล่าวว่า “นวัตกรรมบนมือถือเป็นสิ่งที่ผู้นำในตลาดออนไลน์จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างจริงจัง รวมถึงการมีบุคลากรที่ดี และมีความสามารถก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบผลิตภัณฑ์และแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเอื้อต่อการใช้งานที่ง่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ของผู้ค้าและผู้บริโภคของเราอีกด้วย เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดบุคลากรที่มีพรสวรรค์และทักษะในด้านนี้ และในฐานะที่ลาซาด้าเป็นผู้นำด้านการช้อปปิ้งและแพลตฟอร์มพื้นที่ขายของออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับการพัฒนาด้านโมบายล์และเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้ต่อไป” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ศูนย์เทคโนโลยีแห่งใหม่ของลาซาด้าตั้งเป้าที่จะเสริมทัพบุคลากรที่มีความสามารถอีกกว่า 50 คน ประกอบด้วย นักพัฒนาระบบปฏิบัติการ iOS และแอนดรอยด์ นักเขียนโปรแกรมพัฒนาภาษา Go รวมถึงวิศวกรประกันคุณภาพ (QA engineer) โดยทีมงานใหม่นี้ จะปฏิบัติงานที่ศูนย์เทคโนโลยีใหม่ของลาซาด้า ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ใจกลางกรุงเทพฯ

ลาซาด้ากรุ๊ป (Lazada Group) ได้ริเริ่มเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการเปิดตัวศูนย์เทคโนโลยีแห่งแรกของลาซาด้าที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ลาซาด้านำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับสูงมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากนั้นเพื่อตอบสนองต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของลาซาด้า ศูนย์เทคโนโลยีแห่งที่สองก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ถือเป็นผู้บุกเบิกอี-คอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมอบความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งให้กับผู้บริโภคผ่านวิธีการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ อาทิ การเก็บเงินปลายทาง (Cash-on-Delivery) ศูนย์บริการลูกค้าแบบครบวงจร หรือบริการส่งคืนสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลาซาด้านำเสนอสินค้าที่หลากหลายในแต่ละหมวดหมู่ ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เครื่องใช้ภายในบ้าน ของเล่น (Toys) สินค้าแฟชั่น (Fashion) และอุปกรณ์การกีฬา (Sport) มีแพลตฟอร์มพื้นที่การขายหรือมาร์เก็ตเพลสสำหรับแบรนด์สินค้า และผู้ค้า ด้วยระบบการจัดการที่เป็นมิตร และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 560 ล้านคนในหกประเทศผ่านช่องทางการขายปลีกของลาซาด้าเพียงที่เดียว

เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

“ไป่ตู้ (Baidu) ประเทศไทย” เผยความร่วมมือระหว่างเว็บไซต์ Hao123 จับมือ Lazada บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นตลาดช็อปปิ้งออนไลน์าสำหรับนักช็อปที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น หาสินค้าเจอง่ายไม่ต้องหาหลายที่ให้เสียเวลา

เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

Hao123 หนึ่งในเว็บไซต์ของ Baidu เป็นบริการเว็บลิงค์เจ้าแรกในประเทศจีน ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2542 และเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายปี 2555 ถึงปัจจุบัน ก้าวขึ้นสู่เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด อันดับ 1 ของไทย (PC+Laptop) ซึ่งจัดอันดับโดย บริษัท ศูนย์วิจัยนวัฒกรรมอินเทอร์เนทไทย จำกัด (Truehits) ข้อมูลเดือน มีนาคม 2559
นอกจากนั้น Hao123 ได้รับการไว้วางใจจากผู้นำด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่าง “Lazada” ร่วมเป็นพันธมิตรตั้งแต่ปี 2556 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี2559 มีจำนวนผู้เข้าชมสินค้าของ “Lazada” ผ่านเว็บไซต์ “Hao123” นับเป็นตัวแทนธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่สร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้าได้สูงที่สุด
นายอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทาง Lazada และ Baidu เองได้ทำธุรกิจร่วมกันมานาน ทั้งบนเดสก์ท็อปเช่นเว็บ Hao123 ที่มีฐานจำนวนผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงผ่านทางธุรกิจโฆษณาออนไลน์ สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้ทาง Lazada และ Baidu เอง ยังคงจะจับมือร่วมกัน ในธุรกิจออนไลน์อื่นๆ บนแพลตฟอร์มมือถืออีกด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้าในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น”
“Lazada” เป็นเว็บช็อปปิ้งออนไลน์อันดับหนึ่งของประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2555 ซึ่งเริ่มแรกมีพนักงานเพียง 20 คน และในปัจจุบันมีพนักงานกว่า 800 คน บนเว็บไซต์ของ Lazada มีสินค้าให้เลือกกว่า 3 ล้านชิ้น จากร้านค้าขนาดย่อม รวมถึงแบรนด์สินค้าชั้นนำ นอกจากนี้ Lazada ยังมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ และมีศูนย์สินค้ามากกว่า 16 แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบัน Hao123 มีพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตในยอดการใช้จ่ายของลูกค้า สามารถเข้าไปชมเว็บ Hao123 ได้ที่ http://th.hao123.com/ นอกจากนี้ Baidu ยังได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม

Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

เรื่องฮอตฮิตในหมู่ออฟฟิสมีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นดารา เครื่องแต่งกายประจำซีซั่น การเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ เกมส์ หนัง ละคร รวมไปถึงเรื่องดราม่า มาทำความเข้าใจกับคำว่า ดราม่า คือ เรื่องอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้รับสาร เป็นที่น่าสังเกตุด้วยว่า เรื่องราวดราม่ามักเกี่ยวข้องกับเรื่องในทางลบด้วย รวมถึงอาชีพ ฟรีแลนซ์ ก็ตามเถอะ ถ้าเรื่อง Drama ในที่ทำงาน ก็แบบประมาณว่า โดนเพื่อนร่วมงานนินทา หรือ โดนหัวหน้างานหมั่นไส้ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต เช่น การโดนประกาศเลิกจ้าง เป็นต้น สิ่งที่แปลกแต่จริงยิ่งกว่านั้นคือ เรื่องดราม่านั้นไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง วันนี้เกิดเรื่องพรุ่งนี้รู้กันทั้งออฟฟิศ เอาล่ะ ตั้งสติไว้ แล้วมาดูกันว่าจะรับมือเรื่องดราม่ากันได้ด้วยวิธีใดบ้าง

Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

วิธีการรับมือกับเรื่อง Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

  • เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ – ไม่ว่าเราจะไปรู้เรื่องอะไรของใครมา เราควรวางตัวโดยยึดหลักธรรม “อุเบกขา” (การวางเฉย) เป็นสรณะ อย่าไปแสดงอารมณร์ความรู้สึกอะไรให้มันใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าสิ่งที่เราได้รู้มา เป็นแค่ข่าวเม้าท์มอยซึ่งเราเองก็ไม่ชัวร์ว่ามันจริงหรือเปล่า เราจึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ต่อความยาว สาวความยืดไปไกล ขอบอกว่ายิ่งเม้าท์ยิ่งดราม่านะคะคุณ
  • ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า – สมมติว่าเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงานเรา ก็อย่าไปเที่ยวโพนทะนาให้คนในทีมรู้ หรือถ้าเป็นเรื่องภายในของทีมก็ไม่ต้องไปบอกต่อให้คนนอกทีมรู้ ข่าวลือย่อมระงับได้ด้วยการไม่พูดต่อ และเรื่องอะไรก็ตามที่เราได้ยินมาจากคนนอก แล้วเราสามารถคิดล่วงหน้าได้ว่า อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความเข้าใจผิดภายในกันเพิ่มขึ้น ก็ขอจงอย่านำมาเล่าจะดีที่สุด
  • ช่วยเหลือ แสดงความมีน้ำใจ – การแนะนำว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าให้เป็นคนแล้งน้ำใจ แต่หมายถึงว่าอย่าไปกระพือเรื่องต่อความยาว สาวความยืดออกไป หากว่ามีอะไรที่เราสามารถช่วยเหลือเหยื่อของความดราม่าได้ เราก็ควรยื่นมือเข้าช่วยตามกำลัง และน้ำใจของความเป็นเพื่อนร่วมงาน
  • สร้างบรรยากาศในที่ทำงานที่ดี – การให้กำลังใจคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าใครจะเจอเรื่องดราม่ามาแค่ไหน หากได้รู้ว่ามีคนให้กำลังใจ ช่วยสนับสนุนอยู่ ก็ย่อมรู้สึกดี ช่วงที่มีดราม่า ต้องพยายามสร้างบรรยากาศดี ๆ ในการทำงาน เช่น เลี้ยงสังสรรค์ทีม พยายามจัดให้มีกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน เป็นต้น

มีคนเคยกล่าวว่าคนไทยชอบเสพดราม่า แต่นั่นก็เพื่อความบันเทิงเท่านั้น เพราะเชื่อว่าชีวิตจริง หรือชีวิตการทำงานคงไม่มีใครอยากจะเสพติดดราม่าไปตลอดแน่ ขอเพียงเรามีสติ ทำจิตใจให้เข้มแข็ง และเชื่อมั่นในความดี เท่านี้อาความดราม่าก็จะไม่สามารถมารบกวนจิตใจเราได้ เสพแต่พอดีอย่านำมารวมกับชีวิตจริงจนดึงให้เราเข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นๆ มากเกินไป แล้วจะพบว่าดัชนีความสุขในการทำงานก็จะเป็นบวก ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน แอดมินมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีเอง

 

Cr. Jobdb

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

ยกขบวนผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงาน CES 2016 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บุกตลาด ส่ง กล้องมิเรอร์เลส α6300  ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D Focus สามารถโฟกัสภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวไลน์อัพกล้องวิดีโอคุณภาพระดับ 4K อีกหลากหลายรุ่น ทั้ง Action Cam รุ่น HDR-AS50R, กล้อง Handy Cam รุ่น FDR-AXP55 และ รุ่น HDR-PJ675 ซึ่งมาพร้อมคุณภาพที่เหนือกว่า และลูกเล่นล้ำสมัย ตอบรับเทรนด์การใช้งานคุณภาพสูง รวมถึงเลนส์กล้อง G Master ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดระดับพรีเมี่ยม ที่โดดเด่นด้วยความละเอียดสูงสำหรับกล้อง มิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมโดยเฉพาะ ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวทัพผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลออกสู่ตลาด ในครั้งนี้ นอกจากจะเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้แก่กลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

มร.ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ”โซนี่มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิตอล อิมเมจจิ้ง เพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่รักการถ่ายภาพทุกคน เราจึงเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมกล้องดิจิตอล รวมทั้งเลนส์ ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยออกสู่ตลาดที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างตรงความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งตอบรับการเติบโตของตลาดกล้องมิเรอร์เลสที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ โซนี่พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของกล้อง และเลนส์ ครอบคลุมการใช้งานของช่างภาพมืออาชีพ และผู้รักการถ่ายภาพในทุกระดับ วันนี้ โซนี่พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้งรุ่นใหม่ล่าสุดหลากหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มกล้องมิเรอร์เลส รุ่น α6300 (อัลฟ่า6300) พร้อมกับเลนส์ระดับมืออาชีพซีรืส์ใหม่ล่าสุด G Master Lens จำนวน 2 รุ่น ที่ให้ทั้งรายละเอียดสุง และโบเก้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกล้องแอ็คชั่นแคม และกล้องแฮนดีแคมรุ่นใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพ และมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น วันนี้ โซนี่จึงพร้อมเดินหน้านำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการถ่ายภาพอีกด้วย”

สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้งที่โซนี่เปิดตัวในครั้งนี้มีจำนวน 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ กล้องอัลฟ่า มิเรอร์เลส รุ่น α6300, เลนส์ G Master, กล้อง Action Cam รุ่น HDR-AS50R, กล้อง Handy Cam รุ่น FDR-AXP55 และ รุ่น HDR-PJ675 ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกเพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายภาพคุณภาพสูงสุดคมชัดและประทับใจให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น

« Older Entries