Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า

ล่าสุดเผยผลจากรายงาน Smartphone User Persona Report (SUPR) 2015 หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 สำหรับประเทศไทย ที่จัดทำโดย Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และดำเนินงานโดย Nielsen Informate Mobile Insights รายงาน SUPR ในครั้งนี้แบ่งส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย โดยแยกประเภทการใช้งานและลักษณะส่วนตัวของผู้ใช้

รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการใช้งานแอพพลิเคชั่น, การใช้ดาต้า และรายละเอียดส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยรายงานเผยว่าฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือ CAGR เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 จนถึงปี 2560 การเติบโตในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็น 58% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า:

  • รายงาน SUPR เผยว่า คนไทยใช้เวลาประมาณ 160 นาที/ต่อวัน บนสมาร์ทโฟนของพวกเขา
  • ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ขวัญใจวัยแชท, ผู้ใช้มือใหม่, ผู้ใช้ชั้นสูง, นักสนทนาเน้นการโทร, นักดาวน์โหลด และนักสำรวจค้นข้อมูล
  • 20% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 71 นาทีต่อวัน โดยส่วนมากจะใช้สำหรับการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, แชท, การโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) โดยผู้ใช้กลุ่มนี้ถูกขนานนามว่า “ขวัญใจวัยแชท” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย
  • 17% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 208 นาทีต่อวัน ได้รับฉายาว่า”ผู้ใช้ชั้นสูง” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายเช่นเดียวกัน
  • 13% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนเพียง 20 นาทีต่อวัน เพื่อการค้นหาข้อมูลบนเว็บเบราเซอร์และ App Store ได้รับชื่อกลุ่มว่า “นักสำรวจค้นข้อมูล” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง

ซาการ์ ฟาดเค, กรรมการบริหาร ฝ่ายข้อมูลผู้บริโภคในเชิงลึก, Nielsen กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Vserv ในการจัดทำรายงาน Smartphone User Persona Report หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้นักการตลาดสามารถศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน โดยรายงานครั้งนี้ จะเป็นตัวช่วยให้นักการตลาดรับรู้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือในประเทศไทยนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงมองว่ารายงานในครั้งนี้ จะช่วยให้เหล่านักการตลาดได้เปรียบทางด้านการวางกลยุทธ์”

พรานาบ พันจ์, รองประธานฝ่ายการตลาด, Vserv กล่าวว่า “ทุกวันนี้ แนวคิดของบริษัทและการเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักการตลาด พวกเขาจะต้องคิดกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า Vserv ได้เปิดโอกาสให้นักการตลาดใช้ข้อมูลสมาร์ทดาต้าในการสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ เรามีความยินดีที่จะเผยแพร่รายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 ที่เราได้ร่วมมือกับ Nielsen Informate Mobile Insights รายงานที่สั้นกระชับของเราจะช่วยให้นักการตลาดรับรู้และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และนำไปสู้การสร้างกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

รายงาน SUPR เป็นการรวบรวมการใช้งานดาต้าอัตโนมัติจากผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนในประเทศไทยกว่า 565 ราย ภายในระยะเวลา 3 เดือน การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยการใช้เทคโนโลยีวัดค่าการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งบนมือถือของผู้ร่วมการสำรวจ วิเคราะห์โดยการวัดการใช้งานจากพารามิเตอร์ 27 รูปแบบ กลายเป็นกลุ่มผู้ใช้งาน 6 รูปแบบที่กล่าวข้างต้น

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีฐานข้อมูลผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยข้อมูลเชิงลึกและแตกต่างของกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ แพลตฟอร์มที่ปฏิวัติวงการของ Vserv ได้เปลี่ยนบิ๊กดาต้าให้กลายเป็นสมาร์ทดาต้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้บริษัทต่างๆบรรลุผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ Vserv ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 และมีข้อมูลผู้ใช้กว่า 500 ล้านรายทั่วโลก บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก Maverick Capital, IDG Ventures India และEpiphany Ventures

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

การมีลูกน้องไม่ยอมทำงานย่อมเป็นปัญหาน่าปวดหัวอันดับต้นๆ ของเจ้านายหลายๆ คน ยิ่งถ้าต้องมาเจอกับลูกน้องที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่มีผลงานออกมาตามที่ตกลงไว้ด้วยแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็ด้วย ยิ่งเป็นปัญหาหนักที่ต้องทำให้หัวหน้างานทั้งเครียดและต้องมารับผิดชอบกับความเสียหายไปด้วย วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม ให้คุณหัวหน้าทั้งหลายเมื่อต้องเจอกับลูกน้องแบบนี้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ดูเถอะ

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

  • ค้นหาสาเหตุ – การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด คุณต้องรู้ถึงสาเหตุของปัญหาให้ได้ก่อน การที่คน ๆ หนึ่งรับปากแล้วไม่ทำตามอาจเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณงานที่มากเกินไป งานที่ยากเกินความสามารถ ไม่รู้ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรืออาจจะแค่เป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งด่วนสรุปแต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกน้องของคุณได้อธิบายตัวเองก่อน โดยเรียกลูกน้องคนนั้นเข้ามาพูดคุยกันตรง ๆ ถึงสาเหตุที่ทำงานไม่เสร็จ ในขณะเดียวกันก็ลองสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่ห่าง ๆ ว่าเป็นไปอย่างที่พูดหรือไม่ ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย อาจจะต้องหาข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมอีกด้วย เมื่อมั่นใจว่าสาเหตุที่คุณรู้น่าจะเป็นต้นตอที่แท้จริงของปัญหา คุณจึงสามารถดำเนินการแก้ไขต่อไปได้
  • ลงมือแก้ไข – แก้ปัญหาไปตามเหตุที่เจอ เช่น ถ้างานที่ลูกน้องคนนั้นรับผิดชอบอยู่มีมากจนล้นมือจริง ๆ อาจจะต้องแบ่งเบาภาระของเขาไปให้คนอื่นช่วย หรือเอางานใหม่ไปให้คนอื่นรับผิดชอบเสีย หากงานที่มอบหมายยากเกินความสามารถของเขา จะหาใครที่มีความพร้อมมากกว่ามารับงานไป อาจจะฝึกฝนสอนงานให้เขามีความรู้เพิ่มเติมก่อนก็ได้ หรือถ้าลูกน้องมีพื้นฐานเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ คุณอาจจะต้องคิดถึงบทลงโทษอันเหมาะสมที่ทำให้เขาเห็นว่าทางบริษัทไม่สนับสนุนพฤติกรรมนี้ อย่างไรก็ตามก็ควรคุยกับลูกน้องด้วยเหตุผล ชี้ให้เขาเห็นถึงผลจากการทำงานชิ้นนี้ไม่สำเร็จและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งกับบริษัทและตัวเขาเอง อย่าใช้อารมณ์ชี้นำการสนทนา นอกจากนี้คุณจะต้องคอยติดตามผลเป็นระยะ อย่าปล่อยให้เขาทำงานโดยไม่มีหัวหน้าควบคุมเลย
  • สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน – มีหลายคนทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเพราะพวกเขาขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่เห็นคุณค่าในงานที่ตัวเองทำ ดังนั้นพวกเขาก็จะรับปากไปตามหน้าที่แต่ไม่สนใจที่จะทำผลงานให้ดีอย่างที่หัวหน้าต้องการ ดังนั้นบางครั้งสิ่งที่คุณต้องทำนอกเหนือไปจากการพยายามแก้ไขปัญหาตามสาเหตุอื่น ๆ แล้ว ยังควรพยายามสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ลูกน้อง แสดงให้พวกเขาเห็นว่างานที่พวกเขาทำนั้นมีคุณค่ากับทีมและกับบริษัทอย่างไร และเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการทุ่มเทให้กับงานนี้ สิ่งเหล่านี้ทำได้ทั้งทางตรงคือการพูดคุยเรื่องความก้าวหน้าในสายงานหรือผลตอบแทนในอนาคต หรือทางอ้อมด้วยการเชิญวิทยากรมาบรรยาย จัดเป็นกิจกรรมสร้างทีมเวิร์คต่างๆที่สนุกและน่าสนใจก็ได้ แรงบันดาลใจในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญและสามารถสร้างความแตกต่างในผลงานได้เป็นอย่างมากค่ะ
  • ให้โอกาส – เมื่อได้ลองแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและคอยเฝ้าดูพัฒนาการที่ดีขึ้นของเขามาระยะหนึ่งแล้ว อย่าลืมให้โอกาสลูกน้องของคุณได้แสดงศักยภาพอีกครั้ง หากคราวนี้เขาสามารถทำได้ดีก็ควรมีการชื่นชมหรือให้รางวัลพนักงานตามความเหมาะสมเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นต่อไป คนเราเมื่อทำอะไรได้ดีและมีคนเห็นความสำคัญ เขาก็จะยิ่งอยากทำให้ดีขึ้นและเกิดเป็นความสนุกหรือความสุขที่จะได้ทำสิ่งนั้นๆ โดยเฉพาะกับคนที่เคยทำผิดพลาดมาก่อน พวกเขาต้องการกำลังใจเป็นอย่างสูงในการลุกขึ้นมาทำดีอีกครั้ง ดังนั้นหัวหน้าเองจึงมีบทบาทเป็นอย่างมากในการจะพลิกสถานการณ์ตรงนี้ให้เกิดเป็นโอกาสขึ้นมา ซึ่งถ้าหากทำได้สำเร็จก็ย่อมเป็นผลดีทั้งกับตัวลูกน้องคนนั้นเองและกับบริษัทด้วย
  • สร้างบรรยากาศในการทำงานที่เป็นกันเอง – อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากคือความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกน้อง คุณเข้าถึงง่ายแค่ไหน หากคุณเป็นเจ้านายประเภทที่ชอบสั่งอย่างเดียว ไม่เคยฟังใครเลย ลูกน้องก็มีแนวโน้มที่จะกลัวจนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา ย้อนกลับไปถึงข้อการค้นหาสาเหตุ จริงอยู่อาจจะมีบ้างที่ลูกน้องประเมินความสามารถของตัวเองผิดไปในตอนที่รับงานชิ้นนั้น ๆ มาจนทำให้งานไม่สำเร็จตามที่รับปาก แต่หลาย ๆ ครั้งการที่ลูกน้องรับปากแล้วทำไม่ได้อาจจะเกิดจากการที่ไม่กล้าบอกเจ้านายตรง ๆ ว่าตัวเองงานมากล้นมือจนทำไม่ทันแล้ว หรือตัวเองยังขาดความเข้าใจที่จะทำเรื่องนี้ภายในเวลาจำกัด ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้านายที่ใจกว้าง รับฟังลูกน้อง ทำให้เขากล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา คุณจะได้รับข้อมูลตามความเป็นจริงและสามารถมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรก

หากลองครบทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่แล้วยังพบว่าลูกน้องคนเดิมก็ยังมีพฤติกรรมเดิม กล่าวคือยังชอบรับปากแต่ไม่ทำงานตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ คุณอาจจะต้องพิจารณาถึงทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกคุยตักเตือนหรือการออกจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการ หรือการโยกย้ายให้เขาได้ไปทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถและตามความทุ่มเทที่เขามี อาจจะลองปรึกษากับผู้บริหารระดับสูงเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดอีกครั้งก็ได้นะครับ

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

บริษัทอินแกรม ไมโคร บริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายรายใหญ่สุดของโลก ในด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของระบบเครือข่ายไร้สายของรัคคัส (Ruckus Wireless) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ลูกค้า และกลุ่มผู้สนใจในผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงสินค้า และบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยบริษัทตัวแทนจำหน่ายรายใหม่นี้ จะให้บริการในกลุ่มลูกค้าต่างๆ ตั้งแต่กลุ่มสถานประกอบการทั่วๆ ไป จนถึงกลุ่มผู้ให้บริการ (service provider) รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและรายย่อย เพื่อให้กลุ่มธุรกิจต่างมีระบบเครือข่ายไร้สายที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

ความร่วมมือกันระหว่างรัคคัสและอินแกรม ไมโคร ไม่ได้มีเพียงแค่ดูแลด้านการจัดการช่องทางการจำหน่ายสินค้าเท่านั้น ทั้งสองบริษัทยังเน้นในเรื่องของการให้คำปรึกษาในด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของระบบเครือข่ายไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Access Point , ระบบควบคุม-การบริหารจัดการระบบเครือข่ายไร้สาย , การใช้ระบบ Visualization ร่วมกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย , และ โซลูชั่นการบอกตำแหน่งพิกัดของผู้ใช้งานระบบเครือข่ายไร้สาย นอกจากนี้รัคคัส และอินแกรม ไมโครยังสามารถร่วมช่วยกันผนึกการพัฒนากำลังพันธมิตรให้แก่รัคคัสได้อีกด้วย

 
อินแกรม ไมโครเคยร่วมงานกับผู้ประกอบการ, ตัวแทนจำหน่าย, และผู้ค้าปลีกด้าน IT ที่หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถให้คำปรึกษาในการติดตั้ง และดูแลระบบเครือข่าย IT ให้แก่กลุ่มลูกค้ามากมายทั่วภูมิภาค ทั้งใน Asia , Europe , America และภูมิภาคอืนๆ ทางบริษัทเองมีโซลูชั่นที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มของ Cloud , Datacenter , Storage , ระบบรักษาความปลอดภัยด้าน IT ,ระบบเครือข่าย , Software และระบบปฏิบัติการ ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่กล่าวมาจะทำให้ อินแกรม ไมโคร สามารถผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาด IT

 
นอกจากนี้ การร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในทวีปเอเชียตะวันออกฉียงใต้ได้สัมผัสกับเทคโนโลยี Smart Wi-Fi จากรัคคัส ซึ่งประกอบด้วย BeamFlex™+ ที่มีเทคโนโลยีที่สามารถปรับเสาอากาศได้เพื่อสามารถปรับให้สอดคล้องของความต้องการแก่ลูกค้าแต่ละท่านได้ เพื่อรับประกันสัญญาณไร้สายที่ต่อเนื่องไร้ความติดขัด และ ChannelFlyTM การจัดการช่องทางเทคโนโลยีที่หลากหลายที่สามารถประมวลผลช่องทางที่มีอยู่แล้วก่อนติดตั้งกระบวนการการเลือก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจุในสภาพแวดล้อมที่แออัดได้อย่างเห็นได้ชัด

 
การร่วมมือในครั้งนี้ จะนำเสนอทางเลือกโซลูชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจให้กับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประกอบไปด้วยรัคคัส ZoneFlexTM R710 ซึ่งเป็น Access Point (AP) หรืออุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการกระจายสัญญาณไวร์เลสรูปแบบ 802.11ac Wave 2 รุ่นแรก โดยอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ให้บริการตอบสนองความต้องการทางด้านไวร์เลสความเร็วสูงของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี SmartZoneTM ซอฟต์แวร์สำหรับการบูรณาการ wireless LAN (WLAN) controller ของอุปกรณ์, ระบบ virtualized และคลาวด์ ให้ทำงานภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน และท้ายที่สุด Ruckus UnleashedTM ซึ่งเป็น AP ที่ไม่ต้องใช้คอนโทรลเลอร์ ทำให้การติดตั้งระบบไวร์เลสง่ายและรวดเร็วขึ้น จึงเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับธุรกิจเอสเอ็มบี

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2558 ที่เติบโตขึ้นถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ คาดมีมูลค่ามากถึง 2.11 ล้านล้านบาท พร้อมตบท้ายงานด้วยเสวนาเรื่อง “ร่วมกันตีโจทย์เพื่อสร้างความพร้อมประเทศไทยให้เป็นผู้นำตลาด E-Commerce ใน AEC” ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แถลงผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

พบว่า ในปี 2557 มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ไทย มีมูลค่ากว่า 2.03 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับธุรกิจ (B2B) 1.23 ล้านล้านบาท, มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับผู้บริโภค (B2C) 0.41 ล้านล้านบาท และมูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับภาครัฐ (B2G) 0.39 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2558 เติบโตต่อเนื่อง 3.65% มูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านบาท

ETDA ดำเนินการสำรวจครั้งนี้ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติมูลค่าอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยให้มีความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจสามารถนำผลการสำรวจไปใช้ประกอบการวางนโยบายและแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ Digital Economy ของรัฐบาล

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า “การสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซมีความสำคัญ เพราะองค์กรภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนธุรกิจและแผนการตลาด เพื่อที่จะปรับตัวได้ทันในการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ภาครัฐก็สามารถที่จะกำหนดนโยบายส่งเสริมได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่ผู้นำธุรกิจต่อการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทาง ETDA ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้มาตลอด จึงทำการสำรวจข้อมูลดังกล่าวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าข้อมูลสนับสนุนที่ดีจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้อีคอมเมิร์ซของประเทศเติบโตขึ้นทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ได้”

ETDA ดำเนินการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนรวมทั้งสิ้น 502,676 ราย โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคม 2558 เพื่อสำรวจมูลค่า อีคอมเมิร์ซในปี 2557 พร้อมทั้งศึกษาและคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 ผลที่ได้พบว่า ปี 2557 ประเทศไทยมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้น 2,033,493.4 ล้านบาท เป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,234,226.18 ล้านบาท (60.69 %) ผู้ประกอบการ B2C จำนวน 411,715.41 ล้านบาท (20.25 %) และผู้ประกอบการ B2G จำนวน 387,551.76 ล้านบาท (19.06 %) โดยในส่วนของมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จะมาจากมูลค่าที่ได้จากการสำรวจซึ่งเกิดจากผู้ประกอบการขายออนไลน์กับภาครัฐโดยตรง ไม่ผ่านวิธีการประมูลงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของภาครัฐ (e-Auction) จำนวน 7,496.30 ล้านบาท (0.37 %) อีกส่วนหนึ่งจะมาจากมูลค่าที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้างโดย e-Auction ที่ได้ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง จำนวน 380,055.46 ล้านบาท (18.69 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า E-Commerce ในปี 2557 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก 630,159.13 ล้านบาท (38.1%)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 440,614.78 ล้านบาท (26.6%)
  • หมวดอุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 264,863.87 ล้านบาท (16.02%)

ส่วนแนวโน้มมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2558 พบว่า เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่ามีมูลค่าทั้งสิ้น 2,107,692.88 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,230,160.23 ล้านบาท (58.32 %) มูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C จำนวน 474,648.91 ล้านบาท (22.57 %) และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จำนวน 402,883.74 ล้านบาท (19.11 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พักและอาหาร 658,909.76 ล้านบาท (38.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 350,286.83 ล้านบาท (20.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง 325,077.48 ล้านบาท (19.0 %)

ทั้งนี้ จากการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น พบว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย (รวมมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ) มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในปี 2558 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 คิดเป็น 3.65 % โดยมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 15.29 % และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 3.96% แต่มีเพียงมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B ในปี 2558 ที่หดตัวลงจาก ปี2557 เพียงเล็กน้อย คิดเป็น 0.34 % ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง โดยมีผู้สนใจลงทุน ค้าขาย รวมถึงใช้บริการในปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในส่วนของการศึกษาเพื่อวิเคราะห์มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยครั้งนี้ มีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1) การสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) จากกลุ่มผู้ประกอบการที่มีมูลค่าการขายออนไลน์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ล้านบาทต่อปี และ 2) การสัมภาษณ์เชิงลึก (Face to Face Interview) กับกลุ่มผู้ประกอบการมีมูลค่าการขายออนไลน์มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี โดยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน จัดแบ่งหรือแสดงผลออกมาเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. การผลิต 2. การค้าปลีกและการค้าส่ง 3. การขนส่ง 4. การให้บริการที่พัก 5. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 6. การประกันภัย 7.ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ 8. กิจการบริการด้านอื่น ๆ

ทั้งนี้ การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นในด้านการลงทุน ด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ จะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงมีแนวโน้มเติบโตไปได้อย่างมากขึ้นและยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในประเทศที่จะขยายช่องทางการค้าไปสู่รูปแบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มีช่องทางเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ไม่ซบเซาอีกต่อไป

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

Razer ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและซอฟต์แวร์สำหรับเกมเมอร์ที่โด่งดังที่สุดในขณะนี้ เตรียมเปิด RAZAER STORE สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์เกมสุดพิเศษพร้อมสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนนักเล่นเกมในเมืองไทย เพื่อเป็นการฉลองความยิ่งใหญ่ของการเปิด RAZAER STORE BANGKOK แห่งนี้ RazerStore เตรียมมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ชาว Razer ที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดร้านในครั้งนี้

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

ได้แก่ พบปะผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan พร้อมปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆ กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล การแข่งขันประกวดคอสเพลย์ การเซ็นสัญญาทีมเกมเมอร์ชาวไทย Estrell ทีมกีฬา e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย เข้าสู่ทีม Team Razer ! ทีมนักกีฬา e-sport ที่โด่งดังที่สุดในโลกทีมหนึ่ง นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้ปะลองฝีมือแข่งขันเกมกับทีม Estrell พร้อมรับของรางวัลมากมาย

รายละเอียดกิจกรรม

  • กิจกรรมแจกรางวัล – Razer บูธแจกของรางวัล ทุกๆชั้นในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ให้บรรดาแฟนๆ ได้ร่วมทำภารกิจตั้งแต่ชั้นที่ 1 จนถึงชั้นที่ 4 โดยผู้ที่สามารถบรรลุภารกิจทั้ง 4 ด่าน จะได้รับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดจาก Razer ไปครอง!
  • ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ – แฟน Razer ที่นำอุปกรณ์ Razer คู่ใจมาโชว์เพื่อแสดงว่าคุณคือสาวกตัวจริงอาจมีสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วย
  • สัมผัสตัวจริงของผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan ซึ่งจะมาเป็นประธานเปิดร้าน ทักทายและแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ Razer แบบใกล้ชิด และพบกับ ปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆครั้งนี้ด้วย
  • ประกวดคอสเพลย์ – ประกวดคอสเพลย์ชุดที่มั่นใจที่สุด เพื่อลุ้นรับสุดยอดเกมมิ่งเกียร์และของรางวัลรวมทั้งหมด 20 ชิ้น
  • พิธีเซ็นต์สัญญา – ร่วมเป็นสักขีพยานครั้งสำคัญของทีมเกมเมอร์ปั้นดินเป็นดาวมา ระหว่าง Estrell ทีม e-sport ชั้นนำของไทย กับ Min-Liang Tan, CEO ของ Razer เพื่อเข้าร่วม Team Razer !

ปะลองฝีมือเกม – กิจกรรม Mini Tournament แข่งขันกับทีม Estrell ทีม e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย ให้เลือกแข่งได้หลายเกม อาทิเช่น Point Blank , FIFA Online 3 ใครเอาชนะได้ เรามีของรางวัลมอบให้แน่นอน และกิจกรรมมอบ Item Code ปืน DTA-SRS Razer Edition ของเกม Infestation Thailand กับผู้ที่ได้คูปองจากงาน TGS Big Festival 2015 ที่ผ่านมา

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

ไป่ตู้ บริษัทไอทีชั้นนำและเสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของประเทศจีน เปิดเผยว่า ได้ทำการอัพเกรดแอพพลิเคชั่นเว็บเบราว์เซอร์ท่องโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบปฎิบัติการแอนดรอย์ ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ (Baidu Browser) คลิกที่นี่ ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้คนไทยให้สามารถติดตามข่าวสาร เทรนด์ที่น่าสนใจได้อย่างสะดวกง่ายดายครอบคลุมทุกสถานการณ์

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ (Baidu Browser) ได้ปรับ User Interface (UI) แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ให้มีความสวยงามดูทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงการใช้งานที่สะดวกง่ายดายไว้เช่นเดิม โดยหน้าโฮมเพจมีการรวบรวมเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าเป็นประจำ เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าใช้งาน สามารถปรับ หรือเพิ่มเติมเว็บได้ตามความต้องการ อีกทั้งคัดสรรรวบรวมข่าวสาร วีดีโอ ที่น่าสนใจ รวมถึงเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่มาให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญเอาใจผู้ใช้งานคนไทยด้วยบริการตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ใช้งานได้อย่างง่ายสุดๆ เพียงกรอกหมายเลขสลากกินแบ่งแล้วกดปุ่มตรวจสอบเพียงเท่านี้ก็จะทราบผลได้อย่างทันที

แอพพลิเคชั่น ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้จากหน้าโฮมเพจ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมในการทดสอบการรองรับ HTML5, SunSpider และ V8 ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้การท่องเว็บไซต์บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ผ่านโทรศัพท์มือถือของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น และทางโมโบมาร์เก็ต (MoboMarket) หนึ่งในตลาดแอปพลิเคชั่นระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คลิกที่นี่ มาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาแอปพลิเคชั่นที่ถูกใจในวิธีที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น ด้วยการคัดสรรและนำเสนอ เกม แอปฟรี! ที่มีคุณภาพสูงมากกว่า 500,000 รายการ ในครั้งนี้ได้ทำการอัพเกรดเวอร์ชั่นครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเพิ่มฟั่งก์ชั่นการทำงานและคอนเทนท์ยอดเยี่ยมใหม่ๆ มากมาย เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกสนานไปกับการค้นหาแอปที่ชื่นชอบ
ทางทีมงานและนักวิจัยพยายามพัฒนาที่จะทำให้ โมโบมาร์เก็ต (MoboMarket) ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งๆ ขึ้น ซึ่งในตลอดระยะเวลาได้มีการวิจัยและพิจารณาเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของตลาดแอปพลิเคชั่น ทำให้ค้นพบความต้องการ และได้เพิ่มเติมคุณสมบัติให้ โมโบมาร์เก็ต โดดเด่นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ดังนี้

  • User Interface (UI) รูปแบบใหม่ การปรับโฉมรูปแบบ UI ใหม่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งแต่ละส่วนของ MoboMarket จะมีความทันสมัย และสวยงามมากขึ้น
  • ระบบบัญชีและการสะสมแต้ม ด้วยระบบบัญชีและการสะสมแต้มทำให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของบัญชีส่วนตัว การลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และการสะสมแต้มเพื่อไว้แลกของรางวัลสุดพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้รู้สึกเพลิดเพลินสนุกสนานไปกับ MoboMarket ได้มากยิ่งขึ้น
  • ฟอรั่มสำหรับกลุ่มผู้ใช้ เพิ่มฟอรั่มหรือบอร์ดสำหรับชุมชนผู้ใช้งาน เพื่อให้เป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมในการค้นหาแอปสนุกๆ ใหม่ๆ และยังเป็นช่องทางสำหรับคอเกมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเกมที่ชื่นชอบ
  • เพิ่มเนื้อหาที่ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้มากขึ้น โดยการอัพเกรดครั้งนี้จะมีเนื้อหาสำหรับผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจาก เกม แอป และวอลเปเปอร์คุณภาพสูงแล้ว ยังมีความน่าตื่นเต้นอีกมากมายที่รอให้คุณได้เข้าไปค้นหาอีกด้วย

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

เลอโนโวเปิดตัว Lenovo PHAB Plus แฟบเล็ตดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมที่สามารถใช้งานง่ายแค่เพียงมือเดียว จึงหมดความจำเป็นในการเลือกระหว่างสมาร์ทโฟน หน้าจอใหญ่ราคาแพงหรือแท็บเล็ตขนาดจิ๋ว ด้วยหน้าจอขนาดเหมาะมือที่ 6.8 นิ้ว และยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่สุดอึดและฟีเจอร์สำหรับความบันเทิงอีกด้วย

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

เลอโนโวตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งนิยมดีไวซ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็พบปัญหาในการพกพาแท็บเล็ตที่ทำให้การคล่องตัวลดลง ในฐานะที่ เลอโนโว เป็นผู้นำด้านตลาดพีซี และตลาดแท็บเล็ต เราจึงได้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้น ด้วยการผสมผสานความสามารถของแท็บเล็ตในขนาดของสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ซึ่งตัวเครื่องที่โฉบเฉี่ยวในสไตล์ เมทัลลิค ยูนิ บอดี้ นั้นมาพร้อมหน้าจอแบบ Full HD ที่สามารถใช้งานง่ายแค่เพียงมือเดียว และนำเสนอประสบการณ์การชมภาพและเสียงที่ยอดเยี่ยม ภายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

คุณใช้สมาร์ทโฟนโทรออกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ทุกวันนี้การใช้อินเตอร์เน็ต, เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, ฟังเพลง และเล่นเกม เป็นสิ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทำมากกว่าการโทร จึงทำให้เส้นแบ่งคุณลักษณะของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตบางลง เป็นการตอบสนองความต้องการในตลาดแฟบเล็ต ด้วยการสร้างดีไวซ์สุดเจ๋งจากการผสมผสานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ลงตัว

ตอบสนองการใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรองรับระบบสองซิมและ 4G LTE จึงทำให้ผู้ใช้งานไว้วางใจในการเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือต่างประเทศ โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android™OS v5.0 (Lollipop) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับการเชื่อมต่อที่ราบรื่น ทางด้านการถ่ายภาพและวิดีโอก็ทรงพลังไม่แพ้กัน มาพร้อมกับกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลที่จะทำให้ได้ภาพถ่ายออกมาคมชัดโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ พาโนเซลฟีและแฟลชแบบ dual-LED ที่จะทำให้ภาพถ่ายนั้นมีสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติและมีชีวิตชีวาเหมือนกับโทนสีผิว นอกจากนี้ การตั้งค่า Low Light จะทำให้ภาพมีความสว่างสดใสขึ้นแม้จะมีแสงน้อยก็ตาม

การออกแบบของ PHAB Plus ก็น่าสนใจเหมือนกับคุณสมบัติ ด้วยตัวเครื่องแบบ ยูนิ บอดี้ ขอบมนและปุ่มกดที่เงางาม โดยทั้งหมดผลิตมาจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและคงทน มีวางจำหน่ายทั้งหมดสามสีคือ Gunmetal Grey, Titanium Silver และ Honey Gold เอาใจสาวกความบันเทิง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แสดงผลแบบ Full HD ด้วยความละเอียด 326ppi การรองรับเนื้อหาแบบ HD รวมถึงรูปภาพ, ภาพยนตร์ และเกม ด้วยหน่วยความจำ 32 GB ผู้ใช้สามารถรับประสบการณ์มัลติมีเดียที่มีประสิทธิภาพในมือของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี In-Plane Switching (IPS) ที่การันตีมุมมองภาพที่กว้างเป็นพิเศษ ซึ่งเพิ่มความชัดเจนและสีสันที่มีชีวิตชีวาสำหรับการรับชมวิดีโอและการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค
ประสบการณ์การรับชมคงไม่สมบรูณ์แบบหากไม่มีระบบเสียงที่ดีพอ Lenovo PHAB Plus นำเสนอระบบเสียงเสมือนโรงหนังด้วยระบบเสียง Dolby Atmos® Sound ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้สามารถรับฟังเสียงได้รอบทิศทางและความสามารถในการอัดเสียงระดับ 5.1 สำหรับการถ่ายวิดีโอ ยังมาพร้อม Smart Amplifier ซึ่งเสียงดังกว่าในสมาร์ทโฟนทั่วไปถึงสองเท่า ยังเอาใจเหล่าเกมเมอร์ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 615 octa-core ที่มีหน่วยความจำ 32 GB เพื่อประการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะพบกับการใช้งานที่ราบรื่นและเสมือนจริงอย่างแน่นอน ฉีกตัวออกมาจากการเป็นแฟบเล็ตแบบดั้งเดิม ด้วยฟีเจอร์สำหรับการใช้งานมือเดียวและระยะการใช้งานของแบตเตอรี่
โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถรองรับการใช้งานจากผู้ใช้ที่ถนัดทั้งมือซ้ายและมือขวาได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในมือเดียว ทำให้การใช้แฟบเล็ตสะดวกไปอีกขั้น ผู้ใช้สามารถกดย้ำสองครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ, กดค้างบนหน้าจอส่วนใดก็ได้เพื่อถ่ายภาพ, เขย่าเพื่อล็อค, สร้างแป้นพิมพ์สำหรับการพิมพ์มือเดียว และยังสามารถรับสายผ่านการสั่งด้วยเสียงอีกด้วย เมื่อมาถึงการใช้งานแบตเตอรี่มีแบตเตอรี่ความจุถึง 3,500 mAh และแพลตฟอร์มที่ควบคุมอุณหภูมิภายในเครื่อง ทำให้สามารถใช้โทรได้นานถึง 24 ชั่วโมง และแสตนบายเครื่องยาวนานถึง 20 วัน วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2558 ที่ตัวแทนจำหน่ายเลอโนโว และตัวแทนจำหน่ายมือถือชั้นนำ ทั่วประเทศ ในราคา 11900 บาท

Whoscall แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะ ช่วยกรองเบอร์โทรแปลกหน้า

ทุกวันนี้การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประวันไปแล้ว ตั้งแต่การเรียนยาวไปจนถึงการทำงาน บางครั้งการให้เบอร์โทรเพื่อติดต่องานมากจนไม่สามารถจำได้ว่าเราให้ใครไปบ้าง เราอาจโดนก่อกวนจากพวกโรคจิตหรือบริษัทประกัน ฯลฯ ที่จะกวนใจทำให้คุณไม่อยากจะรับสายเวลาเห็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา วันนี้เรามีแอพพลิเคชั่นมาแนะนำในการตรวจสอบเบอร์โทรเหล่านั้นกันนั่นคือ Whoscall แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะ ช่วยกรองและจัดการสายเรียกเข้านั่นเอง ซึ่งทางผู้พัฒนาแอพฯ ตัวนี้ได้เปิดเผยว่า 53% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนชาวไทยนั้น ในแต่ละวันจะได้รับสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จักอย่างน้อยวันละ 1 สาย

Whoscall แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะช่วยกรองเบอร์โทรแปลกหน้า

Whoscall แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะ ช่วยกรองเบอร์โทรแปลกหน้า

แอพพลิเคชั่น Whoscall ได้รวบรวมข้อมูลมาจากกลุ่มผู้ใช้งาน สมุดหน้าเหลือง รวมทั้งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เพื่อนำมาระบุหมายเลขที่โทรเข้าและช่วยกรองสายเรียกเข้าที่ไม่ต้องการรับได้ในทันที ยูทิง ลิว ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Whoscall กล่าวว่า “ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานต้องการที่จะคุยกับทุกสายเรียกเข้าที่โทรเข้ามา การที่ผู้ใช้นั้นสามารถกรองสายเรียกเข้าโดยเฉพาะการโทรก่อกวนและการโทรขายสินค้า เป็นวิธีที่จำเป็นที่จะช่วยจัดการการทำงานและช่วยให้มีสมาธิกับสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อน หรือการประชุมโดยไม่ถูกรบกวน”

Whoscall มีฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ทั่วโลกมากกว่า 700 ล้านหมายเลข ซึ่งทำให้ Whoscall สามารถระบุหมายเลขบริษัทและหมายเลขต่างๆ ได้จากการช่วยเหลือกันของกลุ่มผู้ใช้ โดยระบุและแชร์ที่มาของสายเรียกเข้า ทำให้ผู้ใช้สามารถกรองหมายเลขเรียกเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนการรับสายในทุกๆครั้ง แอพพลิเคชั่นนี้ยังมีฟีเจอร์การจัดการสายเรียกเข้าอื่นๆ อาทิเช่น การบล็อคสายเรียกเข้า และยังสามารถปรับและจัดการข้อมูลของสายเรียกเข้า เพื่อเลือกแสดงข้อมูลที่ต้องการแสดงบนหน้าจอได้ จากความสามารถที่หลากหลาย ทำให้แอพพลิเคชั่นนี้ได้รับรางวัลการันตีความยอดเยี่ยมอีกด้วย

นอกจากนี้ Whoscall ยังสามารถให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือ ฟีดแบ็ค ของหมายเลขแต่ละหมายเลข ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้รายอื่นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้มีสายเรียกเข้าจากเบอร์ขายสินค้าทางโทรศัพท์ ผู้ใช้สามารถรายงานข้อมูลและข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้บนฐานข้อมูล เมื่อ Whoscall ได้รับการแท็กหมายเลขนี้หลายๆครั้ง ระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้คนอื่นๆเมื่อมีหมายเลขนี้โทรเข้า และ นำข้อมูลมาแยกเก็บไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รายอื่นต่อไป

ยูทิง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ เราได้ทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่เพื่อทำให้แอพพลิเคชั่นนี้ง่ายต่อการใช้งาน และปรับฟีเจอร์ต่างๆให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถทราบถึงสายเรียกเข้าที่ไม่รู้จัก อีกทั้งมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน” โดยความสามารถคร่าวๆ ของมัน คือการแสดงรายชื่อและเบอร์โทรว่ามาจากที่ไหน ประเทศอะไร ได้จดทะเบียนเบอร์นี้ในนามใคร และบริษัทเครือข่ายไหนอีกด้วย (ในประเทศไทยได้แก่ True, Dtac, AIS) และความสามารถอีกอย่างของมัน คือ การบล็อค (Block Number) เบอร์โทรที่คุณไม่ต้องการให้โทรหาคุณได้ด้วย มั่นใจได้เลยว่าเบอร์เหล่านั้นจะไม่มากวนใจคุณอีกยกเว้นว่าเค้าจะเปลี่ยนเบอร์ใหม่โทรมาหาคุณอะนะ ทั้งยังรองรับกับสมาร์ทโฟน (Smartphone) ทุกรุ่น หากใครสนใจแอพพลิเคชั่นดีๆ ตัวนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาบนสมาร์ทโฟนทั้งแอนดรอยด์ (Android), ไอโอเอส (iOS), วินโดว์โฟน (WindowsPhone)

ZenPower แบตเตอรี่สำรองขนาดเท่าบัตรเครติด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาแบตเตอรี่มือถือไม่เพียงพอ ต้องคอยหาที่ชาร์จอยู่เสมอ และกำลังมองหาแบตเตอรี่สำรองที่น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เอซุสมีข่าวดี คือคุณสามารถเป็นเจ้าของพาวเวอร์แบงค์ ASUS ZenPower ความจุ 10,050 mAh ได้แล้ว โดยสามารถสั่งจากเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยอย่าง Lazada ซึ่งจะเริ่มการแฟลชเซลส์แบบเอ็กคลูซีฟเป็นครั้งแรกในวันที่ 21 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ในราคาเพียง 849 บาท จัดจำหน่ายผ่านทาง www.lazada.co.th ระหว่างเวลา 10.00 – 12.00 น. เท่านั้น โดยจะมีสีให้เลือกก่อน 2 สี คือ สีเงินและสีทอง ส่วนสำหรับสีฟ้า ชมพู และดำ จะตามมาในภายหลัง ซึ่งสีดำจะมีราคา 899 บาท

ZenPower แบตเตอรี่สำรองขนาดเท่าบัตรเครติด

ZenPower แบตเตอรี่สำรองขนาดเท่าบัตรเครติดขนาดกะทัดรัดรุ่นแรกของโลก

ความโดดเด่นของแบตเตอรี่สำรองนี้ก็คือดีไซน์ที่บางเบา กะทัดรัด โดยมีขนาดแค่บัตรเครดิตเท่านั้น จึงสามารถจับได้ถนัดมือ นับเป็นแบตเตอรี่สำรองเครื่องแรกของโลกก็ว่าได้ที่มีความจุสูง ในขนาดที่พกพาสะดวกมาก” มร. เจฟฟ์ โล ยังกล่าวต่อว่า “ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด แต่เรายังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ โดยมีเทคโนโลยี ASUS PowerSafe ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและกระแสไฟให้ได้มาตรฐาน

ทาง Asus ได้มีความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก สำหรับการแฟลชเซลส์สุดเอ็กคลูซีฟในครั้งนี้ ซึ่ง ASUS ZenPower เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ลาซาด้าภูมิใจนำเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรามีความตั้งใจที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ให้แก่ลูกค้าของเรา นอกจากนี้แล้ว ลาซาด้ายังมาพร้อมผลิตภัณฑ์สินค้าหลายประเภทครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า รูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการชำระเงินออนไลน์ หรือการเก็บเงินปลายทาง และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งการันตีว่า ลาซาด้าเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์อันดับหนึ่งในใจของนักช้อป ที่มองหาความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งทุกที่ ทุกเวลา

ASUS ZenPower มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 10,050 mAh ด้วยความจุนี้ จึงสามารถชาร์จอุปกรณ์เคลื่อนที่ สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ได้มากกว่า 1 รอบ ทั้งยังสามารถจ่ายกระแสไฟเพื่อชาร์จอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 2.4A ช่วยให้การชาร์จเป็นไปได้อย่างรวดเร็วทันใจ เพื่อให้รองรับต่อรูปแบบการใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ของผู้ใช้งานในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องหาปลั๊กไฟเพื่อชาร์จระหว่างวันอีกต่อไป

นอกจากด้านพลังงานแล้ว จุดเด่นอีกข้อก็คือรูปลักษณ์ที่สวยงาม และแข็งแรง ด้วยการเลือกใช้วัสดุภายนอกเป็นอลูมิเนียมอะโนไดซ์น้ำหนักเบา น้ำหนักโดยรวมเพียง 215 กรัม ขนาดกะทัดรัด ทำให้คล่องตัวทั้งขณะพกพา หรือระหว่างการใช้งานก็เข้ากับรูปมือ จึงจับได้กระชับและสะดวกเวลาใช้งาน อีกทั้งยังได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่หรูหราในแบบของ Zen ให้ความรู้สึกพรีเมียมทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้งาน สามารถถือคู่กับอุปกรณ์ที่ชาร์จอยู่ได้ในทุกสถานการณ์

ที่สำคัญ แบตเตอรี่สำรองของเอซุสมาพร้อมกับเทคโนโลยี ASUS PowerSafe ที่เป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของเรา ช่วยควบคุมทั้งอุณหภูมิขณะใช้งาน ควบคุมการจ่ายและรับกระแสไฟขณะชาร์จ รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย อีกทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลจาก Japan Electronic Information Technology Association (JEITA) เพื่อให้คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่นไร้กังวล

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช เผยยอดการผลิตการ์ดความจำ microSD™ ออกสู่ตลาดกว่า 2 พันล้านชิ้น นับตั้งแต่เริ่มเพื่อการผลิตและจัดจำหน่าย microSD ครบ 10 ปี ที่ผ่านมา พร้อมเฉลิมฉลองก้าวสำคัญนี้ภายในงาน Mobile World Congress Shanghai แซนดิสก์ได้ริเริ่มสร้างสรรค์การ์ดความจำ microSD™ ในปี 2004 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ TransFlash™ ต่อจากนั้นในปี 2005 ได้สนับสนุนให้เกิดสมาคมเกี่ยวกับการ์ดความจำแบบ SD Card พร้อมเปลี่ยนชื่อและกระจายสินค้าที่มีคุณสมบัติล่าสุดในรูปแบบการ์ดความจำแบบ microSD ในวันที่ 13 กรกฏาคม 2005 สำหรับรูปแบบดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถือได้ว่ามากที่สุดในประวัติของแซนดิสก์ โดยปัจจุบันสามารถรวบรวมจำนวนการ์ดความจำ microSD™ ที่แซนดิสก์ได้ผลิตออกสู่ท้องตลาดจำนวนสูงถึง 2 พันล้านชิ้น คิดเป็นหน่วยความจำได้มากถึง 11,103 พันล้าน เมกะไบท์ (MB)* หรือโดยเฉลี่ยมากกว่า 100 MB ต่อคน สำหรับประชากรทั้งหมดบนโลกใบนี้

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

แซนดิสก์ฉลองครบรอบวางตลาด microSD ครบ 10 ปี

การ์ดความจำ microSD ช่วยลดขนาดของการ์ดความจำแบบที่ถอดออกได้ คิดเป็นประมาณ 75 % ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อความหลากหลายของตลาดผู้บริโภคสินค้า ตัวอย่างเช่น มุมมองของภาพส่วนใหญ่ที่เป็นในรูปแบบ “point of view” หรือ กล้องจับภาพเคลื่อนไหว กลุ่มภาพดิจิตอลที่ใช้ความเร็วในการจับภาพสูง ทั้งหมดนี้ต่างจำเป็นต้องใช้การ์ดความจำแบบ microSD

นอกจากนี้การ์ดความจำ microSD ยังช่วยขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มผู้บริโภค ให้สามารถมีความยืดหยุ่นและมีอิสระเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันจำนวนมากกว่า 75 % จะมีช่องสำหรับใส่การ์ดความจำ microSD โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Strategy Analytics1 ทั้งนี้เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีช่อง microSD ออกสู่ 2 ตลาดใหญ่ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สูง ได้แก่ Android One ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนามาเพื่อโทรศัทพ์มือถือสำหรับกลุ่มตลาดสมาร์ทโฟนในราคาต่ำกว่า 6,800 บาท สำหรับตอบสนองในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และ Android M ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดที่อนุญาติให้ระบบปฎิบัติการสามารถเข้าถึงข้อมูลในการ์ดความจำ microSD ได้โดยตรง และยังสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานให้แก่อุปกรณ์นั้นๆ มากขึ้น

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เคยหยุดเพิ่มขึ้น ในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเลนส์ที่หลายหลาย โทรศัพท์ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอแบบ UltraHD และอาจได้เห็นแอพพลิเคชั่นเพื่อการถ่ายภาพและชมภาพเสมือนจริง ทั้งนี้การ์ดความจำ microSD ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้แก่ระบบ Internet of Thing ด้วยการลดข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บข้อมูล เรายังมองว่าการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรูปแบบของการ์ดความจำ microSD นั้นจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นสำหรับโลกของเทคโนโลยีในอนาคต

การ์ดความจำ microSD รุ่นแรก ของ แซนดิสก์ มาพร้อมความจุเริ่มต้นที่ 32 MB โดยการ์ดความจำ microSD รุ่นล่าสุดของแซนดิสก์ คือ การ์ดความจำ microSDXC™ ที่มาพร้อมความจุสูงสุดกว่า 200 GB ซึ่งเพิ่มกว่า 6,250 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี
แซนดิสก์ ได้ใช้เวลา 3 ปี ในการวางจำหน่ายสินค้า CompactFlash® ครบ 1 ล้านชิ้น ในขณะที่การ์ดความจำ microSD จำนวน 1 ล้านชิ้น ได้ถูกวางจำหน่ายออกไป ภายใน 1 ไตรมาสเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วแซนดิสก์ได้ส่งการ์ดความจำ microSD ออกจากโรงงาน จำนวน 6.34 ชิ้น ใน ทุกๆ วินาที นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หากนำการ์ดความจำ microSD จำนวน 2 พันล้านชิ้นมาต่อกัน จะได้ระยะทางทั้งหมด 18,451 ไมล์ หรือ คิดเป็นสามในสี่ของเส้นทางรอบโลก

ในปี 2014 แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I ความจุขนาด 128GB** ด้วยการวางซ้อน เมมโมรี่ ทั้งหมด 16 ชั้น ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่เพิ่มความจุอย่างมากในขณะที่ไม่ได้การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของสินค้า เทคโนโลนีที่นำมาใช้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง โดยในแต่ละชั้นของเมมโมรี่นั้น จะมีความบางมาก ในขนาดที่เล็กกว่าเส้นผม

ในปี 2015 แซนดิสก์ เปิดตัวการ์ดความจำ SanDisk Ultra® microSDXC ™ UHS-I รุ่น Premium Edition ที่ ความจุขนาด 200 GB ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุมากขึ้นกว่า 56% ภายใน 1 ปีเท่านั้น
การ์ดความจำแบบแฟลชของแซนดิสก์ ได้ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งในท้องตลาดทั่วโลกมาเป็น ระยะเวลา 13 ปี2

จากการจดสิทธิบัตรจำนวนมากกว่า 5,000 สิทธิบัตร แสดงให้เห็นว่าแซนดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันวัตกรรมด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชให้ก้าวไปข้างหน้า โดยผลจากความมุ่งมั่นนี้ได้ทำให้แซนดิสก์ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Thompson Reuters 2014 Top 100 Global Innovator ซึ่งเป็นรางวัลอันมีเกียรติติดต่อกันมาแล้วถึง 4 ปี

« Older Entries