ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดซื้ อขายบนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ประกาศผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2559  โดยบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงในทุกตลาดทั่ วภูมิภาคซึ่งมีมูลค่าการซื้ อขายสินค้า (Gross Merchandise Value หรือ GMV) ต่อปีสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมการเติบโตแบบเดือนต่อเดื อนที่อัตราร้อยละ 43 นอกจากนี้ แอพลิเคชั่นช้อปปี้ยังมียอดการด าวน์โหลดสูงถึง 25 ล้านครั้งและมีผลิตภัณฑ์จำหน่ ายรวมกันมากถึง 65 ล้านรายการ สำหรับตลาดประเทศไทยในปัจจุบัน

ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

มร. เทเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ กล่าวว่า  “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่ งในตลาดสำคัญของเราเมื่อพิ จารณาจากอัตราการเข้าถึงอุปกรณ์ มือถือที่สูงและยังมี โอกาสในการเติบโตมากมาย ในปี 2559 ถือว่าเป็นปีที่     ดีมากของเรา นับถึง เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรามียอดการสั่งซื้อสินค้าแล้ วกว่า 1 ล้านรายการต่อเดือน ในขณะที่เราก้าวสู่ปี 2560 นั้น เราคาดหวังว่าจะรักษาการเติ บโตของช้อปปี้ให้อยู่ในอัตราตั วเลขสองหลักเหมือนปีที่ผ่านมา      โดยเราจะมุ่งพัฒนาทั้งแอพพลิ เคชั่นและประสบการณ์ของผู้ใช้ งาน เพื่อช่วยเป็นอีกแรงในการผลักดั นผู้ประกอบการรายย่อยให้เติ บโตในการทำธุรกิจออนไลน์ รวมไปถึงการเป็นพันธมิตรกั บแบรนด์หรือผู้ขายรายใหญ่ที่ จะนำเสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้ ได้มากขึ้น”

“ผู้ขายทุกคนเป็นเสมือนพันธมิ ตรที่สำคัญของเราและเรามีความตั้ งใจช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติ บโตยิ่งขึ้น โดยเราพร้อมส่งเสริมความเชี่ ยวชาญให้ผู้ขายด้วยกิจกรรม Shopee University ซึ่งเป็นเวิร์คช็อปที่จะช่วยให้ ความรู้ผู้ขาย และผู้ที่สนใจการขายสินค้าผ่ านช่องทางออนไลน์ รวมถึงเรามีกิจกรรมในด้ านการตลาดและการบริการความสัมพั นธ์กับลูกค้า ณ ปัจจุบัน เราจัดกิจกรรมดังกล่าวไปแล้วกว่ า 10 จังหวัดทั่วประเทศ และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ งที่กิจกรรมของเราเป็นประโยชน์ ต่อผู้ใช้ของเรา นอกจากนี้ เรายังมีการพัฒนาและเลือกสรรกิ จกรรมอื่นๆ สำหรับผู้ขายเพื่อให้ผู้ขายมี ความเข้าใจในการขายสินค้ าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น” มร.เทเรนซ์ กล่าว

นอกจากนี้ ช้อปปี้ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกั บการขยายการบริการให้กับกลุ่ มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้ นรวมถึงประเภทของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเปิดช่องทางให้กับผู้ขายสิ นค้ารายใหญ่ที่เป็นแบรนด์ที่มี ชื่อเสียง (Official Shops) เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลื อกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ มากขึ้น

มร.เทเรนซ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ช้อปปี้มุ่งมั่นที่จะเพิ่ มจำนวนผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยการที่เราได้ร่วมเป็นพันธมิ ตรกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจะเป็ นการเพิ่มทางเลือกในการซื้อผลิ ตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง     ยังเอื้อให้ผู้บริโภคมีความมั่ นใจในคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์อี กด้วย ผู้ขายรายใหญ่จำนวนมากชื่นชอบช้ อปปี้เพราะเราเป็นช่องทางที่ช่ วยให้พวกเขาเข้าถึงกลุ่มผู้บริ โภครุ่นใหม่ในยุคที่การใช้สื่ อสังคมออนไลน์เป็นที่นิยม เราเชื่อมั่น      ในการยกระดับประสบการณ์การจับจ่ ายพร้อมๆ กับการช่วยให้สมาชิกผู้ขายสินค้ ากับเราเติบโตยิ่งขึ้นด้วยเช่ นกัน”

เนื่องในโอกาสที่ช้อปปี้กำลั งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในแอพลิเคชั่ น เดือนนี้ช้อปปี้จึงได้จั ดแคมเปญใหม่ในชื่อ “Mobile & Electronics Madness” ที่ประกอบไปด้วยโปรโมชั่นและส่ วนลดมากมาย ทั้งส่วนลดสูงสุดถึงร้อยละ 90 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถื อและอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริม รวมถึงอุปกรณ์ถ่ายภาพ โดยมีแบรนด์ชั้นนำ อย่าง สกูลแคนดี้ ดับเบิ้ลยูดี จาบร้า เบลคิน และแพลนโทรนิคส์ เข้าร่วมแคมเปญเพื่อนำเสนอสุ ดยอดผลิตภัณฑ์ในราคาพิเศษ

“เราเล็งเห็นความต้องการในสินค้ ากลุ่มโทรศัพท์มือถือและสินค้ าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตขึ้นอย่ างมากตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ ผ่านมา เราจึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเติ บโตของเราในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดั งกล่าว ช้อปปี้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ ขายเพื่อให้มั่นใจว่ าเราจะมอบราคาที่ดีและคุ้มค่าที่ สุดให้กับผู้บริโภคได้ พร้อมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายเพื่อให้ตรงกับความต้ องการของผู้ซื้ออีกด้วย” มร.เทเรนซ์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชั่นอันหลากหลายซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ โดยที่คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold ของคนรุ่นใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้ นกว่าเดิม ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ ทโฟนไม่ได้อยู่ที่ความเคยชินอี กต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอั นหลากหลายอีกด้วย

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

โมโต ประเทศไทย ขอแนะนำ 5 เหตุผลที่จะทำให้คุณต้องหลงรัก Moto Z สุดยอดสมาร์ทโฟนที่จะเปลี่ ยนไลฟ์สไตล์ของคุณให้แตกต่างด้ วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองการใช้ งานที่เหนือชั้นไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องเบาบางที่สุดในโลก และดีไซน์หรูระดับพรีเมี่ยม หมดปัญหากวนใจ ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ ไปไหนต่อไหนให้หนักกระเป๋าอีกต่ อไปหากคุณเลือกใช้งาน Moto Z สมาร์ทโฟนที่เบาบางที่สุดในโลก เพียง 5.19 มม.  พร้อมดีไซน์หรูระดับพรี่เมี่ ยมที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลู มิเนียมมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ ในการผลิตเครื่องบิน พิเศษสุดเอาใจสาวกแฟชั่นนิสต้ าด้วย  Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) เสริมลุคเรียบหรูดูแพงสะกดทุกสายตา

เจ้าแรกแห่งนวัตกรรมล้ำสมัยด้วย One Snap เปลี่ยนโลกสร้างความตื่นเต้นในวงการสมาร์ ทโฟนอีกครั้งกับ Moto Mods เทคโนโลยีอุปกรณ์เสริมเจ้าแรกที่ สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในตระกูล Z ของคุณให้ทำได้มากกว่า แค่ Snap เดียวเข้ากับหลังตัวเครื่อง Moto Mods มาพร้อมหลากหลายความสามารถที่ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Snap เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็ นจอโปรเจคเตอร์เพื่อดูหนังเรื่ องโปรด หรือเนรมิตเป็นกล้องระดับมือโปร ซูมแบบ optical zoom ได้ถึง 10 ระดับ รับประกัน คุณภาพจากแบรนด์ Hasselblad ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องถ่ ายภาพในตำนานระดับโลกขุมพลังสเปคจัดเต็ม และระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-Tasking ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือแม้แต่ออนไลน์ช้อปปิ้ง

ดังนั้นผู้ใช้งานต้องมั่นใจว่ าระบบการทำงานต้องรื่ นไหลตอบสนองการใช้งานของเราได้ อย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งเจ้า Moto Z มาพร้อม ระบบประมวลผล Qualcomm® Snapdragon 820 RAM ความจุ 4 GB แบบ LPDDR4 และหน่วยความจำขนาด 64 GB มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่ นล่าสุด Android 7.0 Nougat แบตเตอรี่ยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมระบบชาร์ต TurboPower™ ขุมพลังการทำงานที่อัดแน่นต้ องมาคู่กับแบตเตอรี่ที่ทนทาน Moto Z ตอบโจทย์คุณด้วยแบตเตอรี่ความจุ  2600 mAh ที่รองรับการใช้งานแบบเต็มสตรี มได้ตลอดทั้งวันเอาใจคอสมาร์ ทโฟนตัวยง และยังช่วยเสริมความอึดด้วยระบบ ชาร์ตแบต TurboPower™  เพิ่มพลังให้แบตเตอรี่ใช้ งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในการชาร์ตเพียง 15 นาทีเท่านั้น! นับเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาในชั่ วโมงเร่งรีบได้เป็นอย่างดี

 

คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง!! โมโตขอเสนอโอกาสสุดพิเศษให้คุ ณเป็นเจ้าของ Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง! คุ้มค่า คุ้มราคา เมื่อซื้อ Moto Z  รับฟรีทันที! Moto Mods Incipio offGRID Power Pack รุ่นอัพเกรดล่าสุดรองรับระบบ Wireless Charger มูลค่า 3,990 เพียงแค่ One Snap กับ Moto Z ก็ช่วยยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ ให้นานขึ้นถึง 2 วัน รู้แบบนี้แล้ว!! อย่าพลาดเป็นเจ้าของ Moto Z ได้แล้ววันนี้ โดยวางจำหน่าย 3 สี ให้เลือกได้แก่ สีขาว สีดำ และ สีโรสโกลด์ ที่ True Shop ราคา 23,900 บาท โอกาสทองแบบนี้ต้องรีบคว้าสินค้ าทุกชิ้นมีจำนวนจำกัด

สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

Razer BlackWidow ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 คือคีย์บอร์ด mechanical เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกในหมู่เกมเมอร์มืออาชีพ Razer เริ่มผลิตระบบกลไกปุ่มคีย์บอร์ดด้วยตนเองในปี 2014 ในชื่อ Razer Green และ Razer Orange สวิตช์ การผลิตครั้งนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการใช้งาน พร้อมความทนทานระดับสูง Razer BlackWidow V2 ยังคงประสิทธิภาพเหนือระดับด้วยสวิตช์สัมผัสที่ดีที่สุด Green และ Orange โดยเพิ่มสวิตช์ Yellow เข้ามาอีกด้วย งานดีไซน์ที่เป็นลักษณะเส้นตรง ไร้เสียง โดยลดช่องว่างในระบบ ช่วยให้สามารถกดปุ่มคีย์บอร์ดได้รวดเร็วขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คุณสมบัติปุ่มกดแบบใหม่ ได้รับการออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ FPS และ MOBA ที่ต้องกดปุ่มมากกว่าพันครั้งระหว่างการเล่นเกม

สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

สุดยอดคีย์บอร์ด เกมมิ่ง THE RAZER BLACKWIDOW

สวิตช์ Razer Yellow คล้ายกับสวิตช์ Green และ Orange ที่รองรับการกดแป้นคีย์บอร์ดถึง 80 ล้านครั้ง โดยนับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดและยังมีอายุการใช้งานนานกว่าหลายปีเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปุ่มกด mechanical

ความทนทานของ Razer BlackWidow V2 มาพร้อมกับความสบายในการใช้งาน คีย์บอร์ดนี้มาพร้อมแผ่นรองข้อมือแบบแม่เหล้กที่สามารถถอดออกได้ โดยยึดติดบริเวณด้านล่างของคีย์บอร์ดรุ่น BlackWidow V2 ที่จะช่วยเพิ่มความสบายให้กับเหล่าเกมเมอร์ระหว่างการเล่นเกมที่ยาวนาน

คุณ Min-Liang Tan ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งของ Razer กล่าวว่า “เราได้ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยังคงเป็นบริษัทเดียวที่ออกแบบสวิตช์คีย์บอร์ดมาเพื่อเกมมิ่งโดยเฉพาะ คีย์บอร์ด Razer BlackWidow Chroma V2 สร้างและพัฒนามาจากคีย์บอร์ด BlackWidow รุ่นแรก ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2010 ที่จะมอบทั้งความทนทานและความสบาย นี่คือคีย์บอร์ด mechanical ที่ดีที่สุดที่เราเคยผลิตมา”

คีย์บอร์ด Razer BlackWidow Chroma V2 มาพร้อมฟีเจอร์ backlit keys ที่ได้ไฟมาจากเทคโนโลยี Razer Chroma™ ซึ่งช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการปรับแสงซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ เกมเมอร์สามารถเลือกสีได้ถึง 16.8 ล้านสีและเอฟเฟคต่างๆ ที่เปิดใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ Razer Synapse และผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Razer อีกกว่าล้านคนผ่าน Razer Chroma Workshop รูปแบบแสงไฟของ Razer Chroma ยังเชื่อมต่อกับเกมชื่อดังต่างๆ อาทิ Overwatch Call of Duty®: Black Ops III Blade and Soul และอื่นๆ โดยแสงไฟจะแสดงในช่วง tutorial ระหว่างเล่นเกมและช่วงอื่นๆ ด้วยราคา 6,890 บาท

OSVR สนับสนุนระบบฮาร์ดแวร์ และรองรับการเล่นเกม บน Stream แล้ว

ผู้ร่วมก่อตั้งโอเพนซอร์สเวอชวล เรียลลิตี้ (OSVR) ซึ่งเป็นกิจการค้าร่วมสำหรับเทคโนโลยีเสมือนจริงแบบโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก OSVR สนับสนุนระบบฮาร์ดแวร์ และรองรับการเล่นเกม ให้การสนับสนุนสำหรับคอนเทนต์ของ OSVR บน Steam ซึ่งหมายความว่าคอนเทนต์ VR ทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านแหล่งข้อมูลเดียวกันได้ตั้งแต่วันนี้

OSVR สนับสนุนระบบฮาร์ดแวร์ และรองรับการเล่นเกม บน Stream แล้ว

OSVR สนับสนุนระบบฮาร์ดแวร์ และการเล่นเกมบน Stream

คุณ Christopher Mitchell หัวหน้าฝ่าย OSVR บริษัท Razer กล่าวว่า “นี่ถือเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเสมือนจริง ที่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์และคอนเทนต์ได้มากกว่าที่เคย และยังช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันของ Valve และ OSVR ที่จะเปิดคอนเทนต์ VR ทั้งหมดแก่ผู้พัฒนาเกมและเกมเมอร์ทุกคน” คุณ Yuval Boger ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Sensics กล่าวว่า “OSVR ทำให้การเข้าถึงเป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้พัฒนาเกมในการสนับสนุนอุปกรณ์ที่มีอยู่มากมาย และสำหรับผู้ขายระบบฮาร์ดแวร์ในการเข้าถึงคอนเทนต์ชั้นหนึ่ง โดยคอนเทนต์ของ OSVR บน Steam จะช่วยให้การแจกจ่ายและจัดหาคอนเทนต์ที่เข้ากันได้กับ OSVR เป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น” คุณ Augusta Butlin จาก Valve กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศการสนับสนุนเกมสำหรับ OSVR บนSteam ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับนักออกแบบเกมทุกคน และการเพิ่มการรองรับ OSVR ยังเป็นการขยายคอนเทนต์ขนาดมหาศาลสำหรับเกมเมอร์กว่าล้านคนบน Steam”

Accessing OSVR content on Steam: การเข้าถึงคอนเทนต์ OSVR บน Steam สัญลักษณ์ OSVRบน Steam สัญลักษณ์ของ OSVR ซึ่งวางข้างคอนเทนต์ที่สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นและฟังก์ชั่นฟิลเตอร์จะช่วยให้ผู้ใช้ระบบฮาร์ดแวร์ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตัวอื่น รวมทั้ง อุปกรณ์หูฟังรุ่น HDK สามารถย่นระยะเวลาการค้นหาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ OSVR รายชื่อผู้สนับสนุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ OSVR กองทุนผู้พัฒนา OSVR เป็นโครงการมูลค่า 5 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งจูงใจให้ผู้พัฒนาเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีเวอร์ชวล เรียลลิตี้ผ่านการสร้างสรรค์ของแฟลตฟอร์มแบบเปิด โดยกองทุนนี้มีผู้สนใจสมัครเข้ามานับร้อยรายตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 32 เรื่อง (รายชื่อทั้งหมดอยู่ในภาคผนวก)

OSVR™ คือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับเวอร์ชวล เรียลลิตี้แบบโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับอุปกรณ์อ่านข้อมูลเวอร์ชวล เรียลลิตี้ เกม และอุปกรณ์แสดงผล ช่วยพัฒนาระบบความสัมพันธ์ของเวอร์ชวล เรียลลิตี้ ระบบนี้จะช่วยมอบความสามารถในการทำงานของอุปกรณ์เทียบแทนกันได้และตัวเลือกของฮาร์ดแวร์สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์เวอร์ชวล เรียลลิตี้ โครงสร้างของ OSVR ได้รวบรวมนักพัฒนาและคอเกมไว้บนแฟลตฟอร์มเดียวกัน เพียงต่ออุปกรณ์ก็สามารถสนุกได้ในทุกๆเกม

Grab ทอบความสุขให้เยาวชนด้อยโอกาสผ่าน โครงการ Delivering Happyness

ประกาศเปิดตัวโครงการเพื่อสังคมระดับภูมิภาค Delivering Happyness เพื่อส่งมอบความสุขแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของเดือนธันวาคม โดยรณรงค์ให้ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมของ โครงการ Delivering Happyness สามารถบริจาคสิ่งของและสื่อเพื่อการศึกษาที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดี (หรือจะเป็นของที่ยังไม่ผ่านการใช้งานเลยก็ได้) อาทิ หนังสือ เครื่องเขียน เสื้อผ้า ของเล่น ฯลฯ ให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนผ่านการเลือกใช้บริการบนไอคอนพิเศษ Delivering Happyness ในแอพพลิเคชั่นแกร็บ ทั้งนี้ ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ง่ายๆ เพียงรวบรวมสิ่งของบริจาคที่สามารถบรรจุใส่กล่องขนาดความกว้าง ยาว สูง ไม่เกิน 16 นิ้ว และเรียกใช้บริการของแกร็บที่เข้าร่วมโครงการในประเทศนั้นๆ ให้นำกล่องมารับของบริจาคจากท่านตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. ในระหว่างวันที่ 12 – 24 ธันวาคม 2559 โดยภายใต้โครงการนี้ แกร็บ คาดว่าจะสามารถรวบรวมของบริจาคกว่า 20,000 รายการจากผู้บริจาคทั้ง 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แกร็บดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่ง แกร็บ จะรวบรวมและนำสิ่งของทั้งหมดไปบริจาคให้แก่เยาวชนด้อยโอกาสกว่า 7,000 คนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

 

Grab ทอบความสุขให้เยาวชนด้อยโอกาส ผ่านโครงการ Delivering Happyness

Grab ทอบความสุขให้เยาวชนด้อยโอกาสผ่าน โครงการ Delivering Happyness

ในโอกาสนี้ คุณเชอร์ริล โกห์ รองประธานฝ่ายการตลาดของ แกร็บ กล่าวว่า “มีคนจำนวนมากที่อยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยคนเหล่านี้ด้วยวิธีใด เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของแกร็บในการช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แกร็บ จึงมอบความสะดวกสบายให้ทุกคนร่วมทำความดี โดยการส่งมอบความสุขแก่เด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนของพวกเขาผ่านแอพพลิเคชั่นของเรา”
“ตอนเป็นเด็ก ดิฉันชอบอ่านนิยายการผจญภัยของแนนซี่ ดรูว์ และคิดว่าเธอเป็นนักแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสิ่งนี้ช่วยกระตุ้นให้ดิฉันพยายามค้นหาวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ และยังช่วยสร้างทัศนคติให้ดิฉันเป็นคนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ในชีวิต เช่นเดียวกัน ดิฉันเชื่อว่าเด็กๆ จำนวนมากในปัจจุบันก็คงจะได้เรียนรู้เรื่องความยุติธรรมและหลักจริยธรรมจากการอ่านนิยายที่พูดถึงพ่อมดหนุ่มที่ต่อสู้กับจ้าวแห่งความมืดเช่นกัน ในโอกาสนี้ แกร็บ จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นของเราร่วมบริจาคสิ่งของและสื่อเพื่อการศึกษา อาทิ หนังสือ เครื่องเขียน เสื้อผ้า และของเล่นต่างๆ เพื่อส่งผ่านทั้งความสุขและความรู้อันเกิดจากการอ่านไปสู่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ภายใต้โครงการนี้ แกร็บ ได้ร่วมมือกับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่ให้การช่วยเหลือเยาวชนด้อยโอกาสในแต่ละประเทศที่ แกร็บดำเนินธุรกิจอยู่ อันได้แก่ประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม โดยแต่ละประเทศจะมีเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือเยาวชนด้อยโอกาสที่แตกต่างกัน อาทิ การให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่ถูกทำลายโดยพายุในประเทศฟิลิปปินส์ หรือการบริจาคหนังสือ เครื่องเขียน และของเล่นให้กับเยาวชนที่อาศัยอยู่ในท้องที่ห่างไกลของประเทศเวียดนาม เป็นต้น

ในส่วนของประเทศไทยนั้น บริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จับมือกับมูลนิธิกระจกเงา ร่วมรับบริจาคสิ่งของและสื่อเพื่อการศึกษา อาทิ หนังสือเรียน หนังสือนิทาน หนังสือนอกเวลา เครื่องเขียน เสื้อผ้า และของเล่นที่ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดี ซึ่ง แกร็บ จะรวบรวมและจัดส่งให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้เครือข่ายของมูลนิธิกระจกเงาต่อไป

ร่วมส่งมอบความสุขในโครงการ ‘ดิลิเวอริ่ง แฮปปี้เนส’ (Delivering Happyness) ได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 24 ธ.ค. 2559
ท่านสามารถร่วมบริจาคสิ่งของและสื่อเพื่อการศึกษาเพื่อร่วมกิจกรรมในโครงการของแกร็บได้ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
1. เตรียมเสื้อผ้า หนังสือเพื่อการศึกษา เครื่องเขียน หรือของเล่นที่ผ่านการใช้งานแล้วแต่ยังอยู่ในสภาพดีที่ต้องการบริจาค ซึ่งสามารถบรรจุลงกล่องขนาดขนาดกว้าง ยาว สูง 16 นิ้ว และมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อหนึ่งรอบการขนส่ง (ทางแกร็บจะนำกล่องไปรับของบริจาคที่จุดนัดรับ)
2. กดเลือกไอคอนพิเศษ ‘Delivering Happyness’ ในแอพพลิเคชั่น แกร็บ ระบุสถานที่ที่ต้องการให้ไปรับ พร้อมใส่ปลายทางรวมถึงรหัสโปรโมชั่นว่า “DONATE” โดยท่านสามารถเรียกให้แกร็บมารับของบริจาคได้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 – 24 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00 – 16.00 น. ทั้งนี้ แกร็บจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการรับส่งของบริจาคทั้งหมด
3. ส่งมอบของบริจาคที่ท่านบรรจุลงกล่องเรียบร้อยแล้วให้กับผู้ขับขี่ ณ สถานที่ หลังจากทำการจองรถ

โครงการ ‘ดิลิเวอริ่ง แฮปปี้เนส’ (Delivering Happyness) ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของแกร็บในการมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นการสานต่อโครงการเพื่อสังคมของแกร็บในประเทศมาเลเซียเมื่อปี 2013 ซึ่งได้ส่งมอบของเล่นและหนังสือบริจาคกว่าสองพันเล่มสู่ห้องสมุดในท้องที่ห่างไกล โดยมีแกร็บช่วยเป็นสื่อกลางให้ผู้ร่วมบริจาคและสมาชิกผู้ขับขี่ของแกร็บร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

ถึงจะมองว่าอินเทอร์เน็ตมีไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้ามีอินเทอร์เน็ตแล้วไม่มีคุณภาพก็ไม่ดีเหมือนกัน การเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องยากช่วงก่อนหน้านี้หลายปี ในปัจจุบันสามารถ Speedtest เช็คความเร็ว ในยุคปัจจุบันการใช้อินเทอร์เน็ตถือเป็นวงกว้างมากนอกจาก 3G, 4G และ Wi-Fi ที่มีอยู่ทุกที่แถมติดตั้งง่ายด้วย และการใช้งานไม่ได้เสถียรในทุกวันแน่นอน ทำให้การเช็คและตรวจสอบอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องทำเมื่อเกิดความผิดปกติหรือจะให้ดีเช็คทุกวันๆ ละ 1 ครั้งก็ยังได้ และไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมากเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและมือถือ คอมพิวเตอร์สักเครื่องก็พอแล้วส่วนจะมีเว็บไหนให้บริการบ้างมาดูกัน

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

การเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) ทำได้ไม่ยากเพียงเข้าเว็บไซต์ที่ให้บริการไม่ว่าจะเป็น thaiware, speedtest, adslthailand, 3Broadband, TOT, Cat Telecom, CS Loxinfo เป็นต้น แต่ละเว็บไซต์มีหน้าตาแตกต่างกันไปแต่ใช้งานง่ายและมีจุดประสงค์เดียวกันคือการเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต ทั้งยังแจกแจง IP Address มาให้ด้วย ซึ่งไอพีที่ว่านี้เป็นไอพีแท้จริงจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) นั่นเอง หน้าตาของเว็บไซต์เช็คสปีดจะมีแถบ Download, Upload, Ping มีหน่วยความเร็วเป็น Mbps และค่าความหน่วงเวลาอยู่ที่ ms จะเหมือนกันเป๊ะๆ ทุกเว็บ สิ่งที่แตกต่างคือ Server ที่เชื่อมต่อบนเว็บไซต์นั้นๆ บางที่อยู่ที่สิงค์โปร์ ฮ่องกง อเมริกา ไทย ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ใช้งาน

ทีนี้มาดูค่าต่างๆ กันว่ามีอะไรบ้างที่ควรรู้ Latency คือ ค่าความเร็วในการตอบสนองที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งแพ็คเกจข้อมูลระหว่างตัว Client กับ Server ยิ่งค่าตัวเลขนี้ยิ่งต่ำยิ่งดีทำให้การตอบสนองเป้นได้ไปอย่างรวดเร็ว ลดอาการหน่วงขณะใช้งาน ทั้งการรับ-ส่งข้อมูลรวมไปถึงการเล่นเกมส์ตระกูล Moba ที่จำเป็นต้องเล่นอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในจังหวะสำคัญ ค่าต่อมาคือ Transfer Rate คือ ขนาดแพ็คเกจข้อมูลที่สามารถเดินทางได้ จะบอกว่าเป็นความเร็วในการรับส่งก็ได้เช่นกันยิ่งเน็ตเวิร์คมีแบนด์วิดสูงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ค่า Transfer Rate สูงมากขึ้น ตรงนี้คล้ายๆ ค่าความเร็วอินเทอร์เน็ตยิ่งมีความเร็วสูง brandwith ก็จะสูงตามขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่ติดตั้งและความเร็วในการใช้งาน ค่าสุดท้ายคือ Jitter คือ ค่าความล่าช้า ในการรับแพ็คเกจข้อมูล ที่ทำได้ช้ากว่าข้อมูลที่ถูกส่งมา ยิ่งค่าตัวเลขนี้ยิ่งต่ำยิ่งดี คล้ายๆ ค่าความหน่วงแต่ก็ยังไม่ใช่ซะทีเดียวค่านี้แนะนำให้ต่ำไว้ดีที่สุด

เอาละทีนี้ก็รู้แล้วว่าต้องเข้าเว็บไซต์ไหนและดูค่าในการเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตยังไงให้อยู่รอด และพร้อมใช้งานอยู่ตลอดที่สำคัญการเช็คอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นด้วยตัวเองก็สามารถแก้อาการอินเทอร์เน็ตช้าได้เองโดยไม่ต้องรอช่างเข้ามาให้บริการได้ด้วย หรือให้สะดวกขึ้นโทรหา Call Center ที่ให้บริการก็ได้เหมือนกันนะ

Dyson V8 Fluffy มิติใหม่แห่งการทำความสะอาด

มีเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องสำหรับ ไดสัน (Dyson) ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลกจากประเทศอังกฤษ หลังจากแนะนำเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ไดสัน ฟลัฟฟี่ (Dyson Fluffy)ไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ไดสันได้อัพเกรดเทคโนโลยีที่เหนือระดับกว่าเดิม กับเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดนั่นคือ ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ (Dyson V8 Fluffy) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไป ซึ่งในงานเปิดตัวครั้งนี้วิศวกรออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีของไดสัน อย่าง มร. อเล็กซ์ คูร์ ให้เกียรติมาสาธิตและนำเสนอข้อมูลของ ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ ด้วยตัวเอง

Dyson V8  Fluffy มิติใหม่แห่งการทำความสะอาด

Dyson V8  Fluffy มิติใหม่แห่งการทำความสะอาด

ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่สร้างสรรค์มาเพื่อให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ครอบคลุมทุกจุดและรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ใช่เพียงแค่ดูดฝุ่นที่พื้น ทว่าสามารถทำความสะอาดได้ทุกจุดภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นซอกหลืบที่ยากต่อการเข้าถึง หรือบางจุดที่อยู่สูงกว่าปกติ ประสิทธิภาพทั้งหมดนี้เกิดจากการไม่หยุดยั้งในพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่นไร้สายและมอเตอร์มากว่า 10 ปีของไดสัน

โดยไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ นับเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเครื่องดูดฝุ่นรุ่นก่อนๆของไดสัน จุดเด่นของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิมมีดังนี้

  • แบตเตอรี่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นถึง 40 นาที โดยแบตเตอรี่ของ ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ ผลิตจากวัสดุ Fade-free nickel-cobalt-aluminium ทำให้เครื่องมีพลังในการดูดที่ต่อเนื่องยาวนานตลอดระยะเวลาการใช้งาน
  • ถังเก็บฝุ่นที่กำจัดสิ่งสกปรกได้ง่ายดายขึ้นและปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าเดิม เพราะถูกออกแบบมาทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับฝุ่นและสิ่งสกปรกเลย รวมถึงถังเก็บฝุ่นรุ่นนี้ยังมีขนาดใหญ่ขึ้น 30% ด้วย
  • พลังการดูดที่มากขึ้น จากการอัพเกรดไดสันดิจิตอลมอเตอร์ มอเตอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะของไดสัน โดยไดสันดิจิตอลมอเตอร์ V8 มีพลัง 425W เมื่อเทียบกับไดสันดิจิตอลมอเตอร์ V6 ที่มีพลัง 350W โดยตัวดิจิตอลมอเตอร์สามารถหมุนได้เร็วถึง 110,000 รอบต่อนาที ไดสันดิจิตอลมอเตอร์ V8 นี้ ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนากว่า 18 เดือน โดยทีมวิศวกร 10 – 15 คน และใช้เวลาในการทดสอบอีกกว่า 500,000 ชั่วโมง ซึ่งความสำเร็จของไดสันดิจิตอลมอเตอร์ V8 นี้ ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของไดสันในการพัฒนามอเตอร์ที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี และใช้งบมากกว่า 250 ล้านปอนด์
  • เสียงขณะเปิดใช้งานเบาลงกว่ารุ่นก่อนๆถึง 50%
  • หากต้องการเพิ่มพลังในการดูด สำหรับงานที่ยากขึ้น สามารถปรับการใช้งานไปที่โหมดเร่งพลัง (Max mode) ได้ โดยจะเพิ่มพลังในการดูดถึง 115AW เมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นรุ่นก่อนๆ ที่มีโหมดเร่งพลัง (Max mode) อยู่ที่ 100AW
  • มีระบบการกรองอากาศในตัว นอกจากจะทำหน้าที่ทำความสะอาดบ้านแล้ว อากาศที่ถูกดูดเข้าไปใน ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ ยังจะผ่านกระบวนการกรองไปด้วยในตัว อากาศที่ถูกปล่อยออกมาจะเป็นอากาศที่สะอาดขึ้น ทำให้ลดโอกาสการเกิดอาการภูมิแพ้ได้

อีกทั้งไดสัน V8 ฟลัฟฟี่ มีหัวแปรงทำความสะอาดแบบฟลัฟฟี่ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดพื้นแบบแข็ง เช่น พื้นไม้ (ซึ่งเป็นพื้นบ้านส่วนใหญ่ของคนไทย) โดยหัวแปรงเป็นลูกกลิ้งขนาดใหญ่ ห่อหุ้มด้วยแถบไนลอนสลับกับเส้นใยไฟเบอร์ มีประสิทธิภาพในการดักจับและดูดสิ่งสกปรกขนาดใหญ่และเล็กได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ทำให้พื้นบ้านเป็นรอยหรือเสียหาย
นี่จึงเป็นมิติใหม่แห่งการทำความสะอาด ที่ทำให้งานบ้านเป็นเรื่องสนุกด้วยเทคโนโลยีจากเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดของไดสัน ไดสัน V8 ฟลัฟฟี่

วางจำหน่ายที่ ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ อาทิเช่น เซ็นทรัล ชิดลม/ เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิล์ด / เซ็นทรัล ลาดพร้าว / สยามพารากอน / เอ็มโพเรียม / เดอะมอลล์ บางกะปิ / เดอะมอลล์ บางแค ฯลฯ รับประกันคุณภาพ 2 ปี (ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่ ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน) ราคา: 32,900 บาท

Razer เปิดตัวชุดหูฟังใหม่ล่าสุด Razer Kraken V2 ที่มาพร้อมกับไดรเวอร์ปรับเสียงได้

Razer ผู้นำด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและซอฟต์แวร์สำหรับเกมเมอร์ เปิดตัวชุดหูฟังใหม่ล่าสุด Razer Kraken Pro V2 และ Razer Kraken 7.1 V2 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ยังคงการออกแบบเดิมจากรุ่นแรก โดยเพิ่มคุณสมบัติที่ได้รับการอัพเดทใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของนักกีฬา esport และเหล่าเกมเมอร์

Razer เปิดตัวชุดหูฟังใหม่ล่าสุด Razer Kraken V2 ที่มาพร้อมกับไดรเวอร์ปรับเสียงได้

ชุดหูฟังใหม่ล่าสุด Razer Kraken V2

ชุดหูฟัง Razer Kraken Pro V2 ไดรเวอร์เสียงขนาด 50 มม. เพื่อความบาลานซ์ของเสียงภายในเกมให้เร้าใจยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบเสียงในชุดหูฟัง Razer Kraken V2 ได้รับการพัฒนาไดรเวอร์ขนาด 50 มิลลิเมตรจำนวน 2 ยูนิต ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าชุดหูฟัง Kraken รุ่นเดิม ทำให้รับคลื่นความถี่ของสัญญาณกว้างขึ้น ซึ่งช่วยให้เกมเมอร์สามารถปรับบาลานซ์ของเสียงภายในเกมรวมไปถึงเสียงการสื่อสารภายในทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Razer Kraken 7.1 V2 มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 ช่วยให้เกมเมอร์สามารถปรับเสียงได้อย่างที่ต้องการและระบุตำแหน่งของเสียงได้อย่างแม่นยำ ชุดหูฟัง Razer Kraken 7.1 V2
โครงสร้างทำจากวัสดุอลูมิเนียมชิ้นเดียว เพื่อความแข็งแรง ทนทาน ชุดหูฟัง Razer Kraken V2 ทำมาจากโครงสร้างอลูมิเนียมชิ้นเดียว เพื่อความแข็งแรงทนทานและยืดหยุ่นมากกว่าวัสดุทั่วไป ชุดหูฟังใหม่นี้ได้รับการทดสอบให้ทนทานต่อการตกกระแทก การดัด งอจนผิดรูป แรงกด การถือที่ไม่ระวังและอื่นๆ ผลทดสอบการันตีว่าชุดหูฟังนี้มีคุณสมบัติพร้อมสำหรับเหล่าเกมเมอร์มือโปร

การออกแบบใหม่เพื่อความสบายสูงสุด โดยไม่ทำให้เกมเมอร์รู้สึกเหนื่อยล้า ชุดหูฟังนี้ได้รับการออกแบบมาให้มีน้ำหนักสองข้างที่เท่ากัน และช่วยลดแรงหนีบที่ศีรษะ เพื่อความสบายตลอดการเล่นเกมที่ยาวนาน ส่วนฟองน้ำหูฟังถูกปรับมีขนาดใหญ่และนุ่มขึ้น สามารถแยกเสียงได้ดีกว่าเดิม และสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบทรงกลมและทรงรีเพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของแต่ละคน นอกจากนี้ฟองน้ำหูฟังยังมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษเพิ่มเนื้อที่บริเวณหูฟัง ช่วยให้เกมเมอร์ที่สวมแว่นตาสามารถสวมหูฟังได้โดยที่ไม่รู้สึกปวดหัวจากแรงกด

  • Oval shaped ear cushions sold separately.
  • ฟองน้ำหูฟังทรงรีจัดจำหน่ายแยก

เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยระบบเสียงไร้ที่ติ
ไมโครโฟนของ Razer Kraken Pro V2 และ Kraken 7.1 V2 มอบระบบการบันทึกเสียงแบบทิศทางเดียวและการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เอกลักษณ์ของ Razer Kraken 7.1 V2 คือประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอกของไมโครโฟนระบบดิจิทัล ซึ่งทำงานผ่าน Razer Synapse ช่วยให้เกมเมอร์ตัดเสียงรบกวนภายนอก และมอบการสื่อสารที่คมชัด

เปลี่ยนจากการทำงานหนักมาเป็น Work Smart กันเถอะ

ทำงานในบริษัทอันยากลำบากเจอทั้งงานหนักหน่วง เหนื่อยล้าสมอง ทั้งที่ไม่ได้ลุกเดินมากก็จริง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์หลายรูปแบบ ทั้งพนักงานออฟฟิสหรือจะทำ ฟรีแลนซ์ ก็ตามถ้าคุณเป็นคนทำงานแทบตายสุดท้ายก็ว่างเปล่า ทั้งเงินในกระเป๋า และ เรี่ยวแรงกำลัง ใช่ไหม? ถ้าใช่ละก็ ลองเปลี่ยนจาก Work hard มาเป็น Work smart กันดีกว่า อย่าให้งานเป็นเจ้าชีวิตของคุณอีกต่อไปเลย แล้วจะทำอย่างไรละ?

เปลี่ยนจากการทำงานหนักมาเป็น Work Smart กันเถอะ

เปลี่ยนจากการทำงานหนักมาเป็น Work Smart กันเถอะ

1. คุณต้องเป็นคน บงการงาน ไม่ใช่งานบงการคุณ ลองจัดอันดับดูสิว่าอะไรควรทำก่อนหรือหลัง โดยหลักการง่าย ๆ เข้าออฟฟิศไปตอนเช้า คุณลิสต์ออกมาให้หมดเลยว่าวันนี้คุณต้องทำงานอะไรบ้าง แล้วก็ใส่ลำดับความสำคัญ 4 ลำดับให้แต่ละลิสงานของคุณซะ ลิสต์อะไรบ้างนะเหรอ ลองทำตามเทคนิคของดูสิ

  • งานสำคัญ และ เร่งด่วน อันนี้ใส่ดาวไว้สามดาวเลยนะ ว่าต้องเคลียให้เสร็จเป็นอันดับแรก ก็แหม ทั้งสำคัญทั้งเร่งด่วน หากปล่อยหรือลืมไป บอกเลยว่าเจ๊งแน่
  • งานสำคัญที่ไม่เร่งด่วน อันนี้สำคัญนะ แต่ว่าเก็บไว้ทำทีหลังได้ แต่บอกก่อนว่า ห้ามลืมเด็ดขาด
  • งานไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน อันนี้คืองานที่เราสามารถไหว้วานคนที่เราไว้ใจ จ่ายงานให้เขาจัดการแทนเราได้ แต่จะไหว้วานใคร คนนั้นต้องเป็นคนที่คุณไว้ใจได้จริง ๆ นะ ว่าจะไม่ทำงานคุณหลุด เพราะต่อให้จะเป็นงานไม่สำคัญ แต่ถ้าขึ้นชื่อว่างานแล้วละก็ หลุดมาก็เสียชื่อเราได้เหมือนกัน
  • ไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน ลิสต์นี้ จดไว้ และคุณสามารถทิ้งไว้ทำท้าย ๆ ได้ แต่ก็อย่าให้มันกระชั้นชิดนักละ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเด้งกลังมาเป็นงานเร่งด่วนทำลิสต์คุณรวนได้ในสักวันนะคะ
    2. จะทำงานให้เก่งต้องฉลาดสร้างมิตร มิตรภาพในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะถ้าคุณสามารถทำให้เพื่อนร่วมงานกลายเป็นเพื่อนที่ดีได้ คุณก็จะทำงานได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่ต้องคอยขุ่นข้องหมองใจกับใคร การสร้างมิตรก็ไม่ยาก เพียงคุณรู้จักเป็นผู้ให้อย่างจริงใจ รู้จักยิ้มอย่างอ่อนโยน รู้จักชื่นชมผู้อื่นด้วยความยินดี คุณคิดดูสิว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าบรรยากาศในที่ทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่จริงใจขนาดนี้

3. การนับถือตัวเอง หลายคนมีคำถามว่า แล้วเราจะสร้างได้อย่างไร ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องยาก คุณลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการมองโลกในแง่ดีสิ ลองมองวิกฤตให้เป็นโอกาส และลองสร้างคุณค่าให้ตัวเราเองด้วยการเชื่อมั่นในความสามารถของเราและลุยงานที่เราไม่เคยทำ หรือ ไม่คิดว่าจะทำได้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะได้เห็นว่า ยังมีพลังอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา

4. จงเป็นคนที่มีความสุขที่สุด คุณรู้ไหมว่า การที่เราเอาความสุขนำหน้าการทำงาน หรือทำงานเสมือนว่าคุณไม่ได้ทำงาน แต่คุณทำสิ่งที่คุณรัก คุณชอบ มันแจ๋วแค่ไหน เพราะความสุขนี่แหละ จำทำให้คุณมีพลังสร้างสรรค์งานที่ดี ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นนักครีเอทเท่านั้นหรอกนะ ต่อให้คุณจะเป็นพนักงานบัญชี อยู่กับตัวเลขทั้งวัน หรือทำงานจัดการบริหารคน หรือนักการตลาดที่ต้องทำงานคร่ำเครียด แต่ถ้าคุณมีความสุขกับสิ่งที่คุณทำละก็ ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไร คุณก็จะกลายเป็นคน Work smart ได้ทั้งนั้น

5. ไม่เอางานกลับบ้าน อันนี้บอกเลยนะว่าถ้าคุณทำได้ มันจะเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเลยล่ะ อาจจะฟังดูทำยากนะคะ เพราะที่ผ่านมา หลายคนที่ Work ไม่ Smart สักที ก็เป็นเพราะพวกเขาหอบงานกองโตกลับบ้าน หอบเอาความเครียดจากที่ทำงานกลับไปคิดต่อ งานก็เลยวนอยู่ในหัวเราไม่ว่าจะตอนตื่น หรือตอนหลับ ตามหลอกตามหลอนเรา 24 ชั่วโมง ทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่เครียดเรื่อง งานตลอดเวลา

งั้นมาลองเปลี่ยนกัน แนะนำให้คุณทำงานอย่างเต็มที่ในเวลาทำงาน บอกเลยนะว่า ทุ่มสุดตัวตั้งใจสุดขีด ระดมสมองอย่างเต็มที่ในเวลาทำงาน และลองปฏิญาณกับตัวเองว่า ทันทีที่ฉันเลิกงานและทันทีที่ฉันก้าวออกจากออฟฟิศฉันจะมีชีวิตส่วนตัวทันที เราใช้คำว่า ปฏิญาณ เพราะเราอยากให้คุณทำมันได้จริง ๆ ไม่เก็บเรื่องงานมาคิด มาเครียด และถ้ามีคนโทรมาคุยเรื่องงานในตอนที่คุณก้าวออกจากออฟฟิศไปแล้ว คุณลองหัดปฏิเสธดูบ้าง ยืนยันชัดเจนว่า ถ้ามันไม่คอขาดบาดตายจริง ๆ คุณจะกลับไปจัดการให้ในวันพรุ่งนี้ เราเชื่อนะว่าทุกคนก็พร้อมจะให้เกียรติเวลาส่วนตัวของคุณเสมอ ถ้าคุณชัดเจน

Lenovo ขนกองทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวใน งาน IFA 2016

เลอโนโวยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์มัลติโหมดตระกูล Yoga พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน IFA Consumer Electronics Show ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งครั้งนี้เลอโนโวมาพร้อมกับการเปิดตัวรูปแบบใหม่ จัดโซนสำหรับทดลองผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้ร่วมงานมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การทำงานของผลิตภัณฑ์เลอโนโวอย่างใกล้ชิด สาวกเลอโนโว สื่อมวลชน และบุคคลที่มีชื่อเสียง กว่า 700 คน เข้าร่วมงาน IFA 2016 ซึ่งจัดขึ้น ณ เดอะ สเตชั่นเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีระหว่างวันที่ 2-7 กันยายน 2559 โดยเลอโนโวได้เปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ต่างๆ อาทิ Yoga Book, Yoga 910, MiiX 510 และ Moto Z Play ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วๆนี้

Lenovo ขนกองทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวใน งาน IFA 2016

Lenovo ขนกองทัพผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวใน งาน IFA 2016

Lenovo YOGA Book คือแท็บเล็ต 2 in 1 ที่บางที่สุดในโลก (เพียง 9.6 มิลลิเมตร และ น้ำหนักเพียง 690 กรัม) ที่ครบครันด้วยคุณสมบัติที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคีย์บอร์ดสัมผัสแบบ Halo และฟังก์ชั่น Blacklit ช่วยในการใช้งานในที่แสงน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดทั่วไปแล้ว คีย์บอร์ดแบบ Halo สามารถเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยการเชื่อมต่อระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไว้ในอินเตอร์เฟสเดียวกัน ซึ่งสามารถปรับตามการใช้งานของผู้ใช้ รวมถึงการติดตั้งระบบคาดการณ์คำศัพท์และการเรียนรู้รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ (Artificial Learning) นอกจากนี้ Lenovo Yoga Book ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ Dual-Use Stylus ให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนข้อมูลลงบนกระดาษจริงโดยเมื่อวางกระดาษบนแท็บเล็ต ข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมดจะถูกแสดงขึ้นบนจอแสดงผลอีกด้านทันที เทคโนโลยีดังกล่าวได้แรงบันดาลใจจากการทำงานของโน๊ตบุ๊คที่ผู้ใช้งานสามารถเขียนข้อมูลผ่านปากกาโดยการใช้เทคโนโลยี Wacom feel IT ซึ่งทำงานร่วมกับการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก

ความบางของเครื่องเพียง 14.3 มิลลิเมตร Yoga 910 จึงไม่ได้เป็นเพียงโน๊ตบุ๊คที่ใช้ระบบ Intel Core i แบบพับที่บางที่สุดในโลก แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพจากขุมพลังล่าสุดจาก Intel Core i7 7th Generation ที่สามารถเพิ่มพลังให้แบตเตอร์รี่อยู่ได้นานคงทนถึง 15.5 ชั่วโมง Yoga 910 ได้รับการเสริมพลังความคมชัด ด้วยหน้าจอความละเอียดแบบ 4K หรือ FHD ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบไร้ขอบ โดยขอบจอบางเพียง 5 มิลลิเมตร และยังมีระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ในการฟังเพลงได้ดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวในกลุ่ม Yoga ได้มีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามามากมาย เช่นเดียวกับ Yoga 910 แล็บท็อปที่สามารถพับหน้าจอได้ อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย ในการใช้งานบน PC อีกด้วย นอกจากนี้ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Windows Hello™ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องใส่รหัสผ่านอีกต่อไป

ภายในงาน IFA 2016 ยังมีการเปิดตัว Lenovo Miix 510 วินโดว์แท็บเล็ตรุ่นล่าสุด ที่สามารถถอดแยกคีย์บอร์ดและนำมาใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับนำเสนองาน e-reader หรือจะใช้ทำงานแบบแล็บท็อป Lenovo Miix 510 มาพร้อมรูปแบบและฟังก์ชั่นการทำงานแบบแท็บแล็ต รวมถึงแป้นพิมพ์ที่สามารถถอดแยกคีย์บอร์ดได้ นอกจากนี้ยังได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้ไวต่อการตอบสนอง และประสาทสัมผัส เสริมประสบการณ์การพิมพ์ที่เป็นธรรมชาติ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่เรียบหรูจากวัสดุเมทาลิก ที่สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสและความใส่ใจรายละเอียดในด้านการออกแบบ โดยจุดเด่นของ Lenovo Miix 510 อยู่ที่ข้อต่อลักษณะพิเศษสไตล์สายนาฬิกาที่รังสรรค์ขึ้นอย่างปราณีตจากสแตนเลสกว่า 280 ชิ้น ทำให้สามารถปรับเอนได้ถึง 150 องศา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะ หรือบนตัก

« Older Entries