เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

“ไป่ตู้ (Baidu) ประเทศไทย” เผยความร่วมมือระหว่างเว็บไซต์ Hao123 จับมือ Lazada บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นตลาดช็อปปิ้งออนไลน์าสำหรับนักช็อปที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น หาสินค้าเจอง่ายไม่ต้องหาหลายที่ให้เสียเวลา

เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

เว็บ Hao123 จับมือ Lazada กระตุ้นการใช้จ่ายบนออนไลน์

Hao123 หนึ่งในเว็บไซต์ของ Baidu เป็นบริการเว็บลิงค์เจ้าแรกในประเทศจีน ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2542 และเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายปี 2555 ถึงปัจจุบัน ก้าวขึ้นสู่เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด อันดับ 1 ของไทย (PC+Laptop) ซึ่งจัดอันดับโดย บริษัท ศูนย์วิจัยนวัฒกรรมอินเทอร์เนทไทย จำกัด (Truehits) ข้อมูลเดือน มีนาคม 2559
นอกจากนั้น Hao123 ได้รับการไว้วางใจจากผู้นำด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่าง “Lazada” ร่วมเป็นพันธมิตรตั้งแต่ปี 2556 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี2559 มีจำนวนผู้เข้าชมสินค้าของ “Lazada” ผ่านเว็บไซต์ “Hao123” นับเป็นตัวแทนธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่สร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้าได้สูงที่สุด
นายอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทาง Lazada และ Baidu เองได้ทำธุรกิจร่วมกันมานาน ทั้งบนเดสก์ท็อปเช่นเว็บ Hao123 ที่มีฐานจำนวนผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงผ่านทางธุรกิจโฆษณาออนไลน์ สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้ทาง Lazada และ Baidu เอง ยังคงจะจับมือร่วมกัน ในธุรกิจออนไลน์อื่นๆ บนแพลตฟอร์มมือถืออีกด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้าในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น”
“Lazada” เป็นเว็บช็อปปิ้งออนไลน์อันดับหนึ่งของประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2555 ซึ่งเริ่มแรกมีพนักงานเพียง 20 คน และในปัจจุบันมีพนักงานกว่า 800 คน บนเว็บไซต์ของ Lazada มีสินค้าให้เลือกกว่า 3 ล้านชิ้น จากร้านค้าขนาดย่อม รวมถึงแบรนด์สินค้าชั้นนำ นอกจากนี้ Lazada ยังมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ และมีศูนย์สินค้ามากกว่า 16 แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบัน Hao123 มีพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตในยอดการใช้จ่ายของลูกค้า สามารถเข้าไปชมเว็บ Hao123 ได้ที่ http://th.hao123.com/ นอกจากนี้ Baidu ยังได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม

Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

เรื่องฮอตฮิตในหมู่ออฟฟิสมีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นดารา เครื่องแต่งกายประจำซีซั่น การเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ เกมส์ หนัง ละคร รวมไปถึงเรื่องดราม่า มาทำความเข้าใจกับคำว่า ดราม่า คือ เรื่องอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้รับสาร เป็นที่น่าสังเกตุด้วยว่า เรื่องราวดราม่ามักเกี่ยวข้องกับเรื่องในทางลบด้วย รวมถึงอาชีพ ฟรีแลนซ์ ก็ตามเถอะ ถ้าเรื่อง Drama ในที่ทำงาน ก็แบบประมาณว่า โดนเพื่อนร่วมงานนินทา หรือ โดนหัวหน้างานหมั่นไส้ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต เช่น การโดนประกาศเลิกจ้าง เป็นต้น สิ่งที่แปลกแต่จริงยิ่งกว่านั้นคือ เรื่องดราม่านั้นไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง วันนี้เกิดเรื่องพรุ่งนี้รู้กันทั้งออฟฟิศ เอาล่ะ ตั้งสติไว้ แล้วมาดูกันว่าจะรับมือเรื่องดราม่ากันได้ด้วยวิธีใดบ้าง

Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

วิธีการรับมือกับเรื่อง Drama ในที่ทำงาน สิ่งที่ควรเลี่ยงมากถึงมากที่สุด

  • เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ – ไม่ว่าเราจะไปรู้เรื่องอะไรของใครมา เราควรวางตัวโดยยึดหลักธรรม “อุเบกขา” (การวางเฉย) เป็นสรณะ อย่าไปแสดงอารมณร์ความรู้สึกอะไรให้มันใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าสิ่งที่เราได้รู้มา เป็นแค่ข่าวเม้าท์มอยซึ่งเราเองก็ไม่ชัวร์ว่ามันจริงหรือเปล่า เราจึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ต่อความยาว สาวความยืดไปไกล ขอบอกว่ายิ่งเม้าท์ยิ่งดราม่านะคะคุณ
  • ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า – สมมติว่าเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงานเรา ก็อย่าไปเที่ยวโพนทะนาให้คนในทีมรู้ หรือถ้าเป็นเรื่องภายในของทีมก็ไม่ต้องไปบอกต่อให้คนนอกทีมรู้ ข่าวลือย่อมระงับได้ด้วยการไม่พูดต่อ และเรื่องอะไรก็ตามที่เราได้ยินมาจากคนนอก แล้วเราสามารถคิดล่วงหน้าได้ว่า อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความเข้าใจผิดภายในกันเพิ่มขึ้น ก็ขอจงอย่านำมาเล่าจะดีที่สุด
  • ช่วยเหลือ แสดงความมีน้ำใจ – การแนะนำว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าให้เป็นคนแล้งน้ำใจ แต่หมายถึงว่าอย่าไปกระพือเรื่องต่อความยาว สาวความยืดออกไป หากว่ามีอะไรที่เราสามารถช่วยเหลือเหยื่อของความดราม่าได้ เราก็ควรยื่นมือเข้าช่วยตามกำลัง และน้ำใจของความเป็นเพื่อนร่วมงาน
  • สร้างบรรยากาศในที่ทำงานที่ดี – การให้กำลังใจคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าใครจะเจอเรื่องดราม่ามาแค่ไหน หากได้รู้ว่ามีคนให้กำลังใจ ช่วยสนับสนุนอยู่ ก็ย่อมรู้สึกดี ช่วงที่มีดราม่า ต้องพยายามสร้างบรรยากาศดี ๆ ในการทำงาน เช่น เลี้ยงสังสรรค์ทีม พยายามจัดให้มีกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน เป็นต้น

มีคนเคยกล่าวว่าคนไทยชอบเสพดราม่า แต่นั่นก็เพื่อความบันเทิงเท่านั้น เพราะเชื่อว่าชีวิตจริง หรือชีวิตการทำงานคงไม่มีใครอยากจะเสพติดดราม่าไปตลอดแน่ ขอเพียงเรามีสติ ทำจิตใจให้เข้มแข็ง และเชื่อมั่นในความดี เท่านี้อาความดราม่าก็จะไม่สามารถมารบกวนจิตใจเราได้ เสพแต่พอดีอย่านำมารวมกับชีวิตจริงจนดึงให้เราเข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นๆ มากเกินไป แล้วจะพบว่าดัชนีความสุขในการทำงานก็จะเป็นบวก ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน แอดมินมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีเอง

 

Cr. Jobdb

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

ยกขบวนผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงาน CES 2016 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บุกตลาด ส่ง กล้องมิเรอร์เลส α6300  ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D Focus สามารถโฟกัสภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวไลน์อัพกล้องวิดีโอคุณภาพระดับ 4K อีกหลากหลายรุ่น ทั้ง Action Cam รุ่น HDR-AS50R, กล้อง Handy Cam รุ่น FDR-AXP55 และ รุ่น HDR-PJ675 ซึ่งมาพร้อมคุณภาพที่เหนือกว่า และลูกเล่นล้ำสมัย ตอบรับเทรนด์การใช้งานคุณภาพสูง รวมถึงเลนส์กล้อง G Master ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดระดับพรีเมี่ยม ที่โดดเด่นด้วยความละเอียดสูงสำหรับกล้อง มิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมโดยเฉพาะ ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวทัพผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลออกสู่ตลาด ในครั้งนี้ นอกจากจะเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้แก่กลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

เปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α6300 พร้อมเลนส์ G Master รับเทรนด์ตลาดโต

มร.ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ”โซนี่มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิตอล อิมเมจจิ้ง เพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่รักการถ่ายภาพทุกคน เราจึงเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรมกล้องดิจิตอล รวมทั้งเลนส์ ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยออกสู่ตลาดที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างตรงความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งตอบรับการเติบโตของตลาดกล้องมิเรอร์เลสที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ โซนี่พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของกล้อง และเลนส์ ครอบคลุมการใช้งานของช่างภาพมืออาชีพ และผู้รักการถ่ายภาพในทุกระดับ วันนี้ โซนี่พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้งรุ่นใหม่ล่าสุดหลากหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มกล้องมิเรอร์เลส รุ่น α6300 (อัลฟ่า6300) พร้อมกับเลนส์ระดับมืออาชีพซีรืส์ใหม่ล่าสุด G Master Lens จำนวน 2 รุ่น ที่ให้ทั้งรายละเอียดสุง และโบเก้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกล้องแอ็คชั่นแคม และกล้องแฮนดีแคมรุ่นใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพ และมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น วันนี้ โซนี่จึงพร้อมเดินหน้านำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการถ่ายภาพอีกด้วย”

สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้งที่โซนี่เปิดตัวในครั้งนี้มีจำนวน 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ กล้องอัลฟ่า มิเรอร์เลส รุ่น α6300, เลนส์ G Master, กล้อง Action Cam รุ่น HDR-AS50R, กล้อง Handy Cam รุ่น FDR-AXP55 และ รุ่น HDR-PJ675 ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกเพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายภาพคุณภาพสูงสุดคมชัดและประทับใจให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น

ปัญหาสายหลุดใน การโทรผ่านระบบ LTE มากกว่าระบบ 2G และ 3G สูงถึง 4 – 5 เท่า

แอมดอกซ์ ผู้ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้าชั้นนำ เผยผลวิจัยล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการสื่อสารแบบไร้สาย (Radio Access Network หรือ RAN) เพื่อรองรับความต้องการทางด้านดาต้าของทั่วโลกที่สูงขึ้นกว่าสองเท่า และความต้องการทางด้านเครือข่ายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น รวมไปถึงอุปสงค์สำหรับการรับชมวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต และบริการใหม่อย่าง Voice over LTE (VoLTE) หรือการโทรศัพท์ผ่านระบบ LTE บนมือถือ ซึ่งยังต้องการความเสถียรอีกมาก ทั้งในด้านของการทำงาน ฟรีแลนซ์ หรือการทำธุรกิจด้านต่างๆ การวิจัยในครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการเชื่อมต่อโทรศัพท์และดาต้ากว่า 25 ล้านการเชื่อมต่อ จากผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมกว่า 80 เครือข่ายทั่วโลกในรอบ 12 เดือน

ปัญหาสายหลุดใน การโทรผ่านระบบ LTE มากกว่าระบบ 2G และ 3G สูงถึง 4 - 5 เท่า

ปัญหาสายหลุดใน การโทรผ่านระบบ LTE ประเด็นสำคัญของรายงาน :

  • พบปัญหาสายหลุดในการโทรศัพท์ผ่านระบบ LTE (VoLTE) มากกว่าระบบ 2G และ 3G สูงถึง 4 – 5 เท่า: VoLTE เป็นกลยุทธ์หลักสำหรับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม เนื่องจากเป็นตัวช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายทุน (CAPEX) โดยจุดประสงค์คือการมาแทนที่บริการ 2G และ 3G อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยเผยว่า VoLTE นั้นมีแนวโน้มว่าจะมีความเสถียรน้อยกว่าระบบก่อนหน้า ทำให้ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมต้องแก้ไขพัฒนาเครือข่ายอย่างหนักหน่วง
  • ความต้องการทางด้านดาต้าเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี: ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าปริมาณการใช้ดาต้าจากทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 60 เปอร์เซนต์ต่อปี[1] โดยเฉพาะปริมาณการรับชมวิดีโอเพื่อความบันเทิงผ่านดีไวซ์ต่างๆ ในปัจจุบัน มีผู้ใช้งานเพียง 5 – 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่แบ่งการใช้งานดาต้าจากอินเตอร์เน็ตมือถือไปยัง Wi-Fi รายงานล่าสุดจากแอมดอกซ์ยังเผยอีกว่า ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรแบ่งการใช้งานจากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังระบบ Wi-Fi เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
  • 75 เปอร์เซ็นต์ของการใช้งานเครือข่ายในเมืองใหญ่ มาจากการใช้งานภายในตึก: ในช่วงเวลาแออัดของเครือข่าย ผู้ใช้งานภายในตึกมักเผชิญหน้ากับปัญหาทางด้านเน็ตเวิร์กมากกว่าผู้ใช้งานกลางแจ้งถึง 25 เปอร์เช็นต์ หากผู้ให้บริการทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ อาทิ ระยะครอบคลุมของเครือข่าย และควบคุมการใช้งานที่เกินขีดจำกัด พวกเขาจะสามารถกำหนดเป้าหมายสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายในพื้นที่ที่มีปัญหาเหล่านี้ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่มีคุณภาพได้
  • งานแสดงคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา มีระบบนิเวศทางด้านดาต้าเป็นของตัวเอง: เหล่าแอพพลิเคชั่นแชทต่างๆยังได้รับความนิยมสูงมากอย่างต่อเนื่อง โดย 70 เปอร์เช็นต์ของผู้เข้าร่วมงานแสดงคอนเสิร์ตหรือการแข่งขันกีฬาที่สนามนั้น ส่งข้อความอย่างน้อยหนึ่งครั้งระหว่างรับชม ทำให้การใช้งานเน็ตเวิร์กในบริเวณนั้นสูงขึ้นมากภายในเวลาสั้นๆ ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงต้องจัดการเครือข่ายในบริเวณนั้นระหว่างการแสดงและการแข่งขัน เนื่องจากการใช้งานเน็ตเวิร์กอาจจะเพิ่มมากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์เป็นต้น นี่ทำให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมงานสื่อสารกันผ่านอีเมล์, แชท และโซเชียลมีเดีย ในขณะเดียวกัน รายงานก็บ่งชี้ว่า ผู้ใช้ดาต้าโรมมิ่งระหว่างประเทศอัพโหลดดาต้ามากกว่าผู้ที่ไม่ใช้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์
  • ผู้ใช้ดาต้าโรมมิ่งระหว่างประเทศต้องเผชิญกับเครือข่ายที่ไม่เสถียร: ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ดาต้าโรมมิ่งระหว่างประเทศจะสร้างรายได้ให้กับผู้ให้บริการมากกว่าลูกค้าในประเทศ แต่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาเครือข่ายมากกว่าลูกค้าในประเทศถึง 25 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่จะตระหนักถึงการสร้างรายได้ที่มากขึ้น โดยการแยกผู้ใช้ดาต้าโรมมิ่งระหว่างประเทศแบบรายบุคคล และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันของพวกเขา รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายที่ดีขึ้นในการดึงดูดผู้ใช้บริการ

แอน แฮทเชล, หัวหน้าฝ่ายการตลาดสำหรับเน็ตเวิร์ก, แอมดอกซ์ กล่าวว่า “การวิจัย State of the RAN ประจำปีของแอมดอกซ์ชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายโทรคมนาคมกำลังถูกใช้งานอย่างหนัก ในโลกใหม่ของประสบการณ์ลูกค้าหรือ The New World of Customer ExperienceTM ผู้ให้บริการจะต้องส่งมอบประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่เหนือระดับ และทราบว่าการใช้งานบริเวณไหนสำคัญสำหรับช่วงเวลาใด โดยใช้ประโยชน์จากซอฟแวร์ RAN เพื่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวทางด้านการบริการ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้พวกเขาเพิ่มคุณภาพของประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในช่วงเวลาที่เครือข่ายถูกใช้งานเกินขีดจำกัด และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า”

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า

ล่าสุดเผยผลจากรายงาน Smartphone User Persona Report (SUPR) 2015 หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 สำหรับประเทศไทย ที่จัดทำโดย Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และดำเนินงานโดย Nielsen Informate Mobile Insights รายงาน SUPR ในครั้งนี้แบ่งส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย โดยแยกประเภทการใช้งานและลักษณะส่วนตัวของผู้ใช้

รายงานดังกล่าวนำเสนอข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการใช้งานแอพพลิเคชั่น, การใช้ดาต้า และรายละเอียดส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยรายงานเผยว่าฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือ CAGR เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 จนถึงปี 2560 การเติบโตในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็น 58% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์ม สมาร์ทดาต้า:

  • รายงาน SUPR เผยว่า คนไทยใช้เวลาประมาณ 160 นาที/ต่อวัน บนสมาร์ทโฟนของพวกเขา
  • ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ขวัญใจวัยแชท, ผู้ใช้มือใหม่, ผู้ใช้ชั้นสูง, นักสนทนาเน้นการโทร, นักดาวน์โหลด และนักสำรวจค้นข้อมูล
  • 20% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 71 นาทีต่อวัน โดยส่วนมากจะใช้สำหรับการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, แชท, การโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (VoIP) โดยผู้ใช้กลุ่มนี้ถูกขนานนามว่า “ขวัญใจวัยแชท” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย
  • 17% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนกว่า 208 นาทีต่อวัน ได้รับฉายาว่า”ผู้ใช้ชั้นสูง” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายเช่นเดียวกัน
  • 13% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาบนสมาร์ทโฟนเพียง 20 นาทีต่อวัน เพื่อการค้นหาข้อมูลบนเว็บเบราเซอร์และ App Store ได้รับชื่อกลุ่มว่า “นักสำรวจค้นข้อมูล” โดยผู้ใช้ในกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง

ซาการ์ ฟาดเค, กรรมการบริหาร ฝ่ายข้อมูลผู้บริโภคในเชิงลึก, Nielsen กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Vserv ในการจัดทำรายงาน Smartphone User Persona Report หรือรายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้นักการตลาดสามารถศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน โดยรายงานครั้งนี้ จะเป็นตัวช่วยให้นักการตลาดรับรู้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือในประเทศไทยนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงมองว่ารายงานในครั้งนี้ จะช่วยให้เหล่านักการตลาดได้เปรียบทางด้านการวางกลยุทธ์”

พรานาบ พันจ์, รองประธานฝ่ายการตลาด, Vserv กล่าวว่า “ทุกวันนี้ แนวคิดของบริษัทและการเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักการตลาด พวกเขาจะต้องคิดกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้า Vserv ได้เปิดโอกาสให้นักการตลาดใช้ข้อมูลสมาร์ทดาต้าในการสร้างกลยุทธ์เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ เรามีความยินดีที่จะเผยแพร่รายงานการแบ่งลักษณะบุคลิกของผู้ใช้สมาร์ทโฟนประจำปี 2558 ที่เราได้ร่วมมือกับ Nielsen Informate Mobile Insights รายงานที่สั้นกระชับของเราจะช่วยให้นักการตลาดรับรู้และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และนำไปสู้การสร้างกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

รายงาน SUPR เป็นการรวบรวมการใช้งานดาต้าอัตโนมัติจากผู้ใช้บริการสมาร์ทโฟนในประเทศไทยกว่า 565 ราย ภายในระยะเวลา 3 เดือน การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยการใช้เทคโนโลยีวัดค่าการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งบนมือถือของผู้ร่วมการสำรวจ วิเคราะห์โดยการวัดการใช้งานจากพารามิเตอร์ 27 รูปแบบ กลายเป็นกลุ่มผู้ใช้งาน 6 รูปแบบที่กล่าวข้างต้น

Vserv ผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มสมาร์ทดาต้าสำหรับการตลาดและการค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีฐานข้อมูลผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยข้อมูลเชิงลึกและแตกต่างของกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ แพลตฟอร์มที่ปฏิวัติวงการของ Vserv ได้เปลี่ยนบิ๊กดาต้าให้กลายเป็นสมาร์ทดาต้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้บริษัทต่างๆบรรลุผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ Vserv ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 และมีข้อมูลผู้ใช้กว่า 500 ล้านรายทั่วโลก บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก Maverick Capital, IDG Ventures India และEpiphany Ventures

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

การมีลูกน้องไม่ยอมทำงานย่อมเป็นปัญหาน่าปวดหัวอันดับต้นๆ ของเจ้านายหลายๆ คน ยิ่งถ้าต้องมาเจอกับลูกน้องที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่มีผลงานออกมาตามที่ตกลงไว้ด้วยแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็ด้วย ยิ่งเป็นปัญหาหนักที่ต้องทำให้หัวหน้างานทั้งเครียดและต้องมารับผิดชอบกับความเสียหายไปด้วย วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม ให้คุณหัวหน้าทั้งหลายเมื่อต้องเจอกับลูกน้องแบบนี้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ดูเถอะ

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

แก้ปัญหาง่ายๆ กับลูกน้องที่ รับปากแต่ไม่ทำตาม

  • ค้นหาสาเหตุ – การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด คุณต้องรู้ถึงสาเหตุของปัญหาให้ได้ก่อน การที่คน ๆ หนึ่งรับปากแล้วไม่ทำตามอาจเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณงานที่มากเกินไป งานที่ยากเกินความสามารถ ไม่รู้ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรืออาจจะแค่เป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งด่วนสรุปแต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกน้องของคุณได้อธิบายตัวเองก่อน โดยเรียกลูกน้องคนนั้นเข้ามาพูดคุยกันตรง ๆ ถึงสาเหตุที่ทำงานไม่เสร็จ ในขณะเดียวกันก็ลองสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่ห่าง ๆ ว่าเป็นไปอย่างที่พูดหรือไม่ ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย อาจจะต้องหาข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมอีกด้วย เมื่อมั่นใจว่าสาเหตุที่คุณรู้น่าจะเป็นต้นตอที่แท้จริงของปัญหา คุณจึงสามารถดำเนินการแก้ไขต่อไปได้
  • ลงมือแก้ไข – แก้ปัญหาไปตามเหตุที่เจอ เช่น ถ้างานที่ลูกน้องคนนั้นรับผิดชอบอยู่มีมากจนล้นมือจริง ๆ อาจจะต้องแบ่งเบาภาระของเขาไปให้คนอื่นช่วย หรือเอางานใหม่ไปให้คนอื่นรับผิดชอบเสีย หากงานที่มอบหมายยากเกินความสามารถของเขา จะหาใครที่มีความพร้อมมากกว่ามารับงานไป อาจจะฝึกฝนสอนงานให้เขามีความรู้เพิ่มเติมก่อนก็ได้ หรือถ้าลูกน้องมีพื้นฐานเป็นคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ คุณอาจจะต้องคิดถึงบทลงโทษอันเหมาะสมที่ทำให้เขาเห็นว่าทางบริษัทไม่สนับสนุนพฤติกรรมนี้ อย่างไรก็ตามก็ควรคุยกับลูกน้องด้วยเหตุผล ชี้ให้เขาเห็นถึงผลจากการทำงานชิ้นนี้ไม่สำเร็จและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งกับบริษัทและตัวเขาเอง อย่าใช้อารมณ์ชี้นำการสนทนา นอกจากนี้คุณจะต้องคอยติดตามผลเป็นระยะ อย่าปล่อยให้เขาทำงานโดยไม่มีหัวหน้าควบคุมเลย
  • สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน – มีหลายคนทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเพราะพวกเขาขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่เห็นคุณค่าในงานที่ตัวเองทำ ดังนั้นพวกเขาก็จะรับปากไปตามหน้าที่แต่ไม่สนใจที่จะทำผลงานให้ดีอย่างที่หัวหน้าต้องการ ดังนั้นบางครั้งสิ่งที่คุณต้องทำนอกเหนือไปจากการพยายามแก้ไขปัญหาตามสาเหตุอื่น ๆ แล้ว ยังควรพยายามสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ลูกน้อง แสดงให้พวกเขาเห็นว่างานที่พวกเขาทำนั้นมีคุณค่ากับทีมและกับบริษัทอย่างไร และเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการทุ่มเทให้กับงานนี้ สิ่งเหล่านี้ทำได้ทั้งทางตรงคือการพูดคุยเรื่องความก้าวหน้าในสายงานหรือผลตอบแทนในอนาคต หรือทางอ้อมด้วยการเชิญวิทยากรมาบรรยาย จัดเป็นกิจกรรมสร้างทีมเวิร์คต่างๆที่สนุกและน่าสนใจก็ได้ แรงบันดาลใจในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญและสามารถสร้างความแตกต่างในผลงานได้เป็นอย่างมากค่ะ
  • ให้โอกาส – เมื่อได้ลองแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและคอยเฝ้าดูพัฒนาการที่ดีขึ้นของเขามาระยะหนึ่งแล้ว อย่าลืมให้โอกาสลูกน้องของคุณได้แสดงศักยภาพอีกครั้ง หากคราวนี้เขาสามารถทำได้ดีก็ควรมีการชื่นชมหรือให้รางวัลพนักงานตามความเหมาะสมเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นต่อไป คนเราเมื่อทำอะไรได้ดีและมีคนเห็นความสำคัญ เขาก็จะยิ่งอยากทำให้ดีขึ้นและเกิดเป็นความสนุกหรือความสุขที่จะได้ทำสิ่งนั้นๆ โดยเฉพาะกับคนที่เคยทำผิดพลาดมาก่อน พวกเขาต้องการกำลังใจเป็นอย่างสูงในการลุกขึ้นมาทำดีอีกครั้ง ดังนั้นหัวหน้าเองจึงมีบทบาทเป็นอย่างมากในการจะพลิกสถานการณ์ตรงนี้ให้เกิดเป็นโอกาสขึ้นมา ซึ่งถ้าหากทำได้สำเร็จก็ย่อมเป็นผลดีทั้งกับตัวลูกน้องคนนั้นเองและกับบริษัทด้วย
  • สร้างบรรยากาศในการทำงานที่เป็นกันเอง – อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากคือความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกน้อง คุณเข้าถึงง่ายแค่ไหน หากคุณเป็นเจ้านายประเภทที่ชอบสั่งอย่างเดียว ไม่เคยฟังใครเลย ลูกน้องก็มีแนวโน้มที่จะกลัวจนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา ย้อนกลับไปถึงข้อการค้นหาสาเหตุ จริงอยู่อาจจะมีบ้างที่ลูกน้องประเมินความสามารถของตัวเองผิดไปในตอนที่รับงานชิ้นนั้น ๆ มาจนทำให้งานไม่สำเร็จตามที่รับปาก แต่หลาย ๆ ครั้งการที่ลูกน้องรับปากแล้วทำไม่ได้อาจจะเกิดจากการที่ไม่กล้าบอกเจ้านายตรง ๆ ว่าตัวเองงานมากล้นมือจนทำไม่ทันแล้ว หรือตัวเองยังขาดความเข้าใจที่จะทำเรื่องนี้ภายในเวลาจำกัด ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้านายที่ใจกว้าง รับฟังลูกน้อง ทำให้เขากล้าแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา คุณจะได้รับข้อมูลตามความเป็นจริงและสามารถมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรก

หากลองครบทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่แล้วยังพบว่าลูกน้องคนเดิมก็ยังมีพฤติกรรมเดิม กล่าวคือยังชอบรับปากแต่ไม่ทำงานตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ คุณอาจจะต้องพิจารณาถึงทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกคุยตักเตือนหรือการออกจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการ หรือการโยกย้ายให้เขาได้ไปทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถและตามความทุ่มเทที่เขามี อาจจะลองปรึกษากับผู้บริหารระดับสูงเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดอีกครั้งก็ได้นะครับ

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

บริษัทอินแกรม ไมโคร บริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายรายใหญ่สุดของโลก ในด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของระบบเครือข่ายไร้สายของรัคคัส (Ruckus Wireless) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ลูกค้า และกลุ่มผู้สนใจในผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงสินค้า และบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยบริษัทตัวแทนจำหน่ายรายใหม่นี้ จะให้บริการในกลุ่มลูกค้าต่างๆ ตั้งแต่กลุ่มสถานประกอบการทั่วๆ ไป จนถึงกลุ่มผู้ให้บริการ (service provider) รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและรายย่อย เพื่อให้กลุ่มธุรกิจต่างมีระบบเครือข่ายไร้สายที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

Ruckus Wireless เปิดตัวบริษัท อินแกรม ไมโคร

ความร่วมมือกันระหว่างรัคคัสและอินแกรม ไมโคร ไม่ได้มีเพียงแค่ดูแลด้านการจัดการช่องทางการจำหน่ายสินค้าเท่านั้น ทั้งสองบริษัทยังเน้นในเรื่องของการให้คำปรึกษาในด้านเทคโนโลยีต่างๆ ของระบบเครือข่ายไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Access Point , ระบบควบคุม-การบริหารจัดการระบบเครือข่ายไร้สาย , การใช้ระบบ Visualization ร่วมกับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย , และ โซลูชั่นการบอกตำแหน่งพิกัดของผู้ใช้งานระบบเครือข่ายไร้สาย นอกจากนี้รัคคัส และอินแกรม ไมโครยังสามารถร่วมช่วยกันผนึกการพัฒนากำลังพันธมิตรให้แก่รัคคัสได้อีกด้วย

 
อินแกรม ไมโครเคยร่วมงานกับผู้ประกอบการ, ตัวแทนจำหน่าย, และผู้ค้าปลีกด้าน IT ที่หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถให้คำปรึกษาในการติดตั้ง และดูแลระบบเครือข่าย IT ให้แก่กลุ่มลูกค้ามากมายทั่วภูมิภาค ทั้งใน Asia , Europe , America และภูมิภาคอืนๆ ทางบริษัทเองมีโซลูชั่นที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มของ Cloud , Datacenter , Storage , ระบบรักษาความปลอดภัยด้าน IT ,ระบบเครือข่าย , Software และระบบปฏิบัติการ ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่กล่าวมาจะทำให้ อินแกรม ไมโคร สามารถผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาด IT

 
นอกจากนี้ การร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในทวีปเอเชียตะวันออกฉียงใต้ได้สัมผัสกับเทคโนโลยี Smart Wi-Fi จากรัคคัส ซึ่งประกอบด้วย BeamFlex™+ ที่มีเทคโนโลยีที่สามารถปรับเสาอากาศได้เพื่อสามารถปรับให้สอดคล้องของความต้องการแก่ลูกค้าแต่ละท่านได้ เพื่อรับประกันสัญญาณไร้สายที่ต่อเนื่องไร้ความติดขัด และ ChannelFlyTM การจัดการช่องทางเทคโนโลยีที่หลากหลายที่สามารถประมวลผลช่องทางที่มีอยู่แล้วก่อนติดตั้งกระบวนการการเลือก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจุในสภาพแวดล้อมที่แออัดได้อย่างเห็นได้ชัด

 
การร่วมมือในครั้งนี้ จะนำเสนอทางเลือกโซลูชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจให้กับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประกอบไปด้วยรัคคัส ZoneFlexTM R710 ซึ่งเป็น Access Point (AP) หรืออุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการกระจายสัญญาณไวร์เลสรูปแบบ 802.11ac Wave 2 รุ่นแรก โดยอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ให้บริการตอบสนองความต้องการทางด้านไวร์เลสความเร็วสูงของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี SmartZoneTM ซอฟต์แวร์สำหรับการบูรณาการ wireless LAN (WLAN) controller ของอุปกรณ์, ระบบ virtualized และคลาวด์ ให้ทำงานภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน และท้ายที่สุด Ruckus UnleashedTM ซึ่งเป็น AP ที่ไม่ต้องใช้คอนโทรลเลอร์ ทำให้การติดตั้งระบบไวร์เลสง่ายและรวดเร็วขึ้น จึงเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับธุรกิจเอสเอ็มบี

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2558 ที่เติบโตขึ้นถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ คาดมีมูลค่ามากถึง 2.11 ล้านล้านบาท พร้อมตบท้ายงานด้วยเสวนาเรื่อง “ร่วมกันตีโจทย์เพื่อสร้างความพร้อมประเทศไทยให้เป็นผู้นำตลาด E-Commerce ใน AEC” ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แถลงผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

ETDA เผยผลสำรวจ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 58

พบว่า ในปี 2557 มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ไทย มีมูลค่ากว่า 2.03 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับธุรกิจ (B2B) 1.23 ล้านล้านบาท, มูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับผู้บริโภค (B2C) 0.41 ล้านล้านบาท และมูลค่าขายที่ธุรกิจขายให้กับภาครัฐ (B2G) 0.39 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2558 เติบโตต่อเนื่อง 3.65% มูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านบาท

ETDA ดำเนินการสำรวจครั้งนี้ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติมูลค่าอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยให้มีความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจสามารถนำผลการสำรวจไปใช้ประกอบการวางนโยบายและแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถปรับตัวสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ Digital Economy ของรัฐบาล

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า “การสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซมีความสำคัญ เพราะองค์กรภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนธุรกิจและแผนการตลาด เพื่อที่จะปรับตัวได้ทันในการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ภาครัฐก็สามารถที่จะกำหนดนโยบายส่งเสริมได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่ผู้นำธุรกิจต่อการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทาง ETDA ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้มาตลอด จึงทำการสำรวจข้อมูลดังกล่าวอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าข้อมูลสนับสนุนที่ดีจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้อีคอมเมิร์ซของประเทศเติบโตขึ้นทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ได้”

ETDA ดำเนินการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนรวมทั้งสิ้น 502,676 ราย โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคม 2558 เพื่อสำรวจมูลค่า อีคอมเมิร์ซในปี 2557 พร้อมทั้งศึกษาและคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 ผลที่ได้พบว่า ปี 2557 ประเทศไทยมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้น 2,033,493.4 ล้านบาท เป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,234,226.18 ล้านบาท (60.69 %) ผู้ประกอบการ B2C จำนวน 411,715.41 ล้านบาท (20.25 %) และผู้ประกอบการ B2G จำนวน 387,551.76 ล้านบาท (19.06 %) โดยในส่วนของมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จะมาจากมูลค่าที่ได้จากการสำรวจซึ่งเกิดจากผู้ประกอบการขายออนไลน์กับภาครัฐโดยตรง ไม่ผ่านวิธีการประมูลงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของภาครัฐ (e-Auction) จำนวน 7,496.30 ล้านบาท (0.37 %) อีกส่วนหนึ่งจะมาจากมูลค่าที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้างโดย e-Auction ที่ได้ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง จำนวน 380,055.46 ล้านบาท (18.69 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า E-Commerce ในปี 2557 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก 630,159.13 ล้านบาท (38.1%)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 440,614.78 ล้านบาท (26.6%)
  • หมวดอุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 264,863.87 ล้านบาท (16.02%)

ส่วนแนวโน้มมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2558 พบว่า เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่ามีมูลค่าทั้งสิ้น 2,107,692.88 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B จำนวน 1,230,160.23 ล้านบาท (58.32 %) มูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C จำนวน 474,648.91 ล้านบาท (22.57 %) และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G จำนวน 402,883.74 ล้านบาท (19.11 %)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการคาดการณ์มูลค่าในปี 2558 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • หมวดอุตสาหกรรมการให้บริการที่พักและอาหาร 658,909.76 ล้านบาท (38.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการผลิต 350,286.83 ล้านบาท (20.4 %)
  • หมวดอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง 325,077.48 ล้านบาท (19.0 %)

ทั้งนี้ จากการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น พบว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย (รวมมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ) มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในปี 2558 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 คิดเป็น 3.65 % โดยมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2C ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 15.29 % และมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2G ในปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้นจาก ปี2557 คิดเป็น 3.96% แต่มีเพียงมูลค่าขายจากผู้ประกอบการ B2B ในปี 2558 ที่หดตัวลงจาก ปี2557 เพียงเล็กน้อย คิดเป็น 0.34 % ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง โดยมีผู้สนใจลงทุน ค้าขาย รวมถึงใช้บริการในปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในส่วนของการศึกษาเพื่อวิเคราะห์มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยครั้งนี้ มีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1) การสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) จากกลุ่มผู้ประกอบการที่มีมูลค่าการขายออนไลน์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ล้านบาทต่อปี และ 2) การสัมภาษณ์เชิงลึก (Face to Face Interview) กับกลุ่มผู้ประกอบการมีมูลค่าการขายออนไลน์มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี โดยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน จัดแบ่งหรือแสดงผลออกมาเป็น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. การผลิต 2. การค้าปลีกและการค้าส่ง 3. การขนส่ง 4. การให้บริการที่พัก 5. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 6. การประกันภัย 7.ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ 8. กิจการบริการด้านอื่น ๆ

ทั้งนี้ การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นในด้านการลงทุน ด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ จะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงมีแนวโน้มเติบโตไปได้อย่างมากขึ้นและยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในประเทศที่จะขยายช่องทางการค้าไปสู่รูปแบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มีช่องทางเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ไม่ซบเซาอีกต่อไป

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

Razer ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อและซอฟต์แวร์สำหรับเกมเมอร์ที่โด่งดังที่สุดในขณะนี้ เตรียมเปิด RAZAER STORE สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์เกมสุดพิเศษพร้อมสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนนักเล่นเกมในเมืองไทย เพื่อเป็นการฉลองความยิ่งใหญ่ของการเปิด RAZAER STORE BANGKOK แห่งนี้ RazerStore เตรียมมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่ชาว Razer ที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดร้านในครั้งนี้

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

RazerStore สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเปิดตัวที่ประเทศไทย

ได้แก่ พบปะผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan พร้อมปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆ กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล การแข่งขันประกวดคอสเพลย์ การเซ็นสัญญาทีมเกมเมอร์ชาวไทย Estrell ทีมกีฬา e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย เข้าสู่ทีม Team Razer ! ทีมนักกีฬา e-sport ที่โด่งดังที่สุดในโลกทีมหนึ่ง นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้ปะลองฝีมือแข่งขันเกมกับทีม Estrell พร้อมรับของรางวัลมากมาย

รายละเอียดกิจกรรม

  • กิจกรรมแจกรางวัล – Razer บูธแจกของรางวัล ทุกๆชั้นในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ให้บรรดาแฟนๆ ได้ร่วมทำภารกิจตั้งแต่ชั้นที่ 1 จนถึงชั้นที่ 4 โดยผู้ที่สามารถบรรลุภารกิจทั้ง 4 ด่าน จะได้รับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดจาก Razer ไปครอง!
  • ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ – แฟน Razer ที่นำอุปกรณ์ Razer คู่ใจมาโชว์เพื่อแสดงว่าคุณคือสาวกตัวจริงอาจมีสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วย
  • สัมผัสตัวจริงของผู้นำเกมเมอร์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Min-Liang Tan ซึ่งจะมาเป็นประธานเปิดร้าน ทักทายและแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ Razer แบบใกล้ชิด และพบกับ ปลื้ม & ทับทิม แห่ง VRZO ที่จะมาร่วมการเปิดงานและร่วมเล่นเกม Dota 2 กับแฟนๆครั้งนี้ด้วย
  • ประกวดคอสเพลย์ – ประกวดคอสเพลย์ชุดที่มั่นใจที่สุด เพื่อลุ้นรับสุดยอดเกมมิ่งเกียร์และของรางวัลรวมทั้งหมด 20 ชิ้น
  • พิธีเซ็นต์สัญญา – ร่วมเป็นสักขีพยานครั้งสำคัญของทีมเกมเมอร์ปั้นดินเป็นดาวมา ระหว่าง Estrell ทีม e-sport ชั้นนำของไทย กับ Min-Liang Tan, CEO ของ Razer เพื่อเข้าร่วม Team Razer !

ปะลองฝีมือเกม – กิจกรรม Mini Tournament แข่งขันกับทีม Estrell ทีม e-Sport ชั้นนำของประเทศไทย ให้เลือกแข่งได้หลายเกม อาทิเช่น Point Blank , FIFA Online 3 ใครเอาชนะได้ เรามีของรางวัลมอบให้แน่นอน และกิจกรรมมอบ Item Code ปืน DTA-SRS Razer Edition ของเกม Infestation Thailand กับผู้ที่ได้คูปองจากงาน TGS Big Festival 2015 ที่ผ่านมา

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

ไป่ตู้ บริษัทไอทีชั้นนำและเสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของประเทศจีน เปิดเผยว่า ได้ทำการอัพเกรดแอพพลิเคชั่นเว็บเบราว์เซอร์ท่องโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบปฎิบัติการแอนดรอย์ ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ (Baidu Browser) คลิกที่นี่ ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้คนไทยให้สามารถติดตามข่าวสาร เทรนด์ที่น่าสนใจได้อย่างสะดวกง่ายดายครอบคลุมทุกสถานการณ์

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

Baidu Browser โฉมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์เอาใจคนไทย

ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ (Baidu Browser) ได้ปรับ User Interface (UI) แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ให้มีความสวยงามดูทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงการใช้งานที่สะดวกง่ายดายไว้เช่นเดิม โดยหน้าโฮมเพจมีการรวบรวมเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าเป็นประจำ เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าใช้งาน สามารถปรับ หรือเพิ่มเติมเว็บได้ตามความต้องการ อีกทั้งคัดสรรรวบรวมข่าวสาร วีดีโอ ที่น่าสนใจ รวมถึงเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่มาให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญเอาใจผู้ใช้งานคนไทยด้วยบริการตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ใช้งานได้อย่างง่ายสุดๆ เพียงกรอกหมายเลขสลากกินแบ่งแล้วกดปุ่มตรวจสอบเพียงเท่านี้ก็จะทราบผลได้อย่างทันที

แอพพลิเคชั่น ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้จากหน้าโฮมเพจ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมในการทดสอบการรองรับ HTML5, SunSpider และ V8 ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้การท่องเว็บไซต์บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ผ่านโทรศัพท์มือถือของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น และทางโมโบมาร์เก็ต (MoboMarket) หนึ่งในตลาดแอปพลิเคชั่นระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คลิกที่นี่ มาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาแอปพลิเคชั่นที่ถูกใจในวิธีที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น ด้วยการคัดสรรและนำเสนอ เกม แอปฟรี! ที่มีคุณภาพสูงมากกว่า 500,000 รายการ ในครั้งนี้ได้ทำการอัพเกรดเวอร์ชั่นครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเพิ่มฟั่งก์ชั่นการทำงานและคอนเทนท์ยอดเยี่ยมใหม่ๆ มากมาย เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกสนานไปกับการค้นหาแอปที่ชื่นชอบ
ทางทีมงานและนักวิจัยพยายามพัฒนาที่จะทำให้ โมโบมาร์เก็ต (MoboMarket) ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งๆ ขึ้น ซึ่งในตลอดระยะเวลาได้มีการวิจัยและพิจารณาเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของตลาดแอปพลิเคชั่น ทำให้ค้นพบความต้องการ และได้เพิ่มเติมคุณสมบัติให้ โมโบมาร์เก็ต โดดเด่นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ดังนี้

  • User Interface (UI) รูปแบบใหม่ การปรับโฉมรูปแบบ UI ใหม่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งแต่ละส่วนของ MoboMarket จะมีความทันสมัย และสวยงามมากขึ้น
  • ระบบบัญชีและการสะสมแต้ม ด้วยระบบบัญชีและการสะสมแต้มทำให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของบัญชีส่วนตัว การลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และการสะสมแต้มเพื่อไว้แลกของรางวัลสุดพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้รู้สึกเพลิดเพลินสนุกสนานไปกับ MoboMarket ได้มากยิ่งขึ้น
  • ฟอรั่มสำหรับกลุ่มผู้ใช้ เพิ่มฟอรั่มหรือบอร์ดสำหรับชุมชนผู้ใช้งาน เพื่อให้เป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมในการค้นหาแอปสนุกๆ ใหม่ๆ และยังเป็นช่องทางสำหรับคอเกมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเกมที่ชื่นชอบ
  • เพิ่มเนื้อหาที่ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้มากขึ้น โดยการอัพเกรดครั้งนี้จะมีเนื้อหาสำหรับผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจาก เกม แอป และวอลเปเปอร์คุณภาพสูงแล้ว ยังมีความน่าตื่นเต้นอีกมากมายที่รอให้คุณได้เข้าไปค้นหาอีกด้วย
« Older Entries