ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย มั่นใจภาพรวมตลาดหูฟังปีนี้เติบโตสดใสด้วยเทคโนลียี True Wireless พร้อมเดินเครื่องเขย่าตลาดต่อ ด้วยการส่งสุดยอดหูฟังไร้สายแบบ ลุยตลาด True Wireless ครั้งแรกของแบรนด์ระดับตำนานจากออดิโอ-เทคนิก้า (Audio- Technica) เป็นหัวหอกในการรุกตลาดพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่คือ ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคุณภาพเสียงอันทรงพลังและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย และการออกแบบอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบโจทย์นักฟังเพลงมืออาชีพที่ต้องการเสียงดนตรีคุณภาพ รวมถึงนักฟังเพลงที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟหรือชื่นชอบการออกกำลังกายได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดโปรดขณะออกกำลังกายยิ่งกว่าเดิม

 

ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

สำหรับ ATH-CKR7TW นับเป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบ True Wireless ระดับเรือธงของออดิโอ- เทคนิก้า ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเสียงสูงสุด มาพร้อมการออกแบบอย่างมีสไตล์ และคุณภาพเสียงโดดเด่นด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงพิเศษขนาด 11 มิลลิเมตร และไดอะแฟรมเคลือบคาร์บอน เพื่อให้คอเพลงมืออาชีพได้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีอย่างทรงพลังและแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในหูฟัง True Wireless รวมถึงมีตัวต้านทานซึ่งทำจากตาข่ายสแตนเลส และ Amplifier ที่จะช่วยให้ตอบสนองความถี่ได้สูงขึ้นและรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดเพื่อให้คุณรู้สึกเสมือนกับได้ฟังการบันทึกเสียงสดจริงทีเดียว ผนวกรวมกับการออกแบบตัวหูฟังที่มาพร้อมไมโครโฟน และแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect สำหรับควบคุมสั่งงานและปรับแต่งเสียงด้วยตนเองบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยกล่องสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว โดยหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อีก 9 ชั่วโมง แถมยังรองรับ Aptx, ACC และ SBC อีกทั้งยัง Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 อีกด้วย โดยมาพร้อมจุกหูฟังให้เลือก 4 ขนาด ส่วนหูฟังมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 9,900 บาท

ขณะที่ ATH-SPORT7TW เป็นหูฟัง True Wireless แบบสปอร์ตระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้คอเพลงที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้านหรือออกกำลังกายให้สวมใส่ได้อย่างกระชับรับกับสรีระของร่องใบหูยิ่งขึ้นด้วย ergonomic Freebit® ear fins โดยไม่ต้องกังวลใจว่าหูฟังจะหลุดออกจากใบหูแต่อย่างใด แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพเสียงอันทรงพลังด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบไดนามิกขนาด 5.8 มิลลิเมตร ผสานกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในการออกแบบตามมาตรฐาน IPX5 ทำให้สามารถป้องกันน้ำและเหงื่อได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมการควบคุมด้วยระบบสัมผัส ทำให้สามารถควบคุมการทำงานหรือตั้งค่าต่างๆ ของหูฟังได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะรับสาย วางสาย เพิ่ม/ลดเสียง เล่น/หยุดเพลง รวมถึงมีฟังก์ชั่น Hear-Through เพื่อช่วยให้รับฟังเสียงรอบข้างภายนอกเพื่อความปลอดภัยในการออกกำลังกายกลางแจ้ง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับการสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมผ่านแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect ขณะที่ตัวหูฟังมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยเคสสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว เมื่อตัวหูฟังถูกเสียบกลับลงในกล่องเคส ตัวหูฟังจะถูกปิดการทำงานทั่วไปและระบบชาร์จจะทำงานอัตโนมัติ และเมื่อหยิบออกมาจากเคสระบบจะหยุดชาร์จและพร้อมทำงานอีกครั้ง โดยหูฟังสามารถใช้งานได้นาน 3.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้เพิ่มอีก 14 ชั่วโมง รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 17.5 ชั่วโมง และ Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 มีสีสันให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 7,690 บาท

“ในปี 2018 ที่ผ่านมา อาร์ ที บี ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับการขายหูฟัง True Wireless เพราะเรามีสินค้าที่่เจาะกลุ่มลูกค้าคลอบคลุมแทบทุกเซ็กเม้นท์ ทั้งจาก Jabra, B&O และ Master & Dynamic ดังนั้นเราเชื่อว่า ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตสินค้าในหมวดนี้ของอาร์ ที บี ตอกย้ำความเป็นผู้นำยิ่งขึ้น” ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์ ที บี เทคโนโลยี จำกัด กล่าว

สำหรับคนรักเสียงเพลงคุณภาพสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท, โปรปลั๊กอิน, ซาวน์พรู๊ฟ, อินดี้แก็ดเจ็ท, ซาวน์อะโฮลิค, เอวี แวลู, เพาเวอร์มอลล์ หรือร้านค้าออนไลน์ ได้ที่ ลาซาด้า, เมอร์คูล่าร์, ทูโฮม และช้อปปี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 รับเทรนด์วีดีโอคอนเทนต์โต

สร้างปรากฎการณ์ถ่ายภาพครั้งใหม่ ตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นแท่นผู้นำตลาดกล้องในทุกเซ็กเมนท์ ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรม กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 (อัลฟ่า 6400) รุ่น ILCE-6400 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดจากตระกูลอัลฟ่า ที่นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพสุดล้ำจากกล้องฟูลเฟรมมาบรรจุในกล้องรุ่นนี้เป็นครั้งแรก เป็นหัวหอกบุกตลาดเมืองไทยรับศักราชใหม่ ซึ่งมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัยกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D Focus ที่สามารถจับภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก พร้อมเทคโนโลยีติดตามวัตถุ Real-time Eye AF และ Real-Time Track ซึ่งทำงานด้วยระบบ AI ทำให้สามารถวิเคราะห์และจับภาพได้อย่างแม่นยำเพื่อตอบโจทย์นักถ่ายภาพทั้งระดับมืออาชีพ บล็อกเกอร์ และยูทูปเบอร์ที่ต้องการเก็บภาพความประทับอย่างรวดเร็วแม่นยำมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ใหม่ ให้แก่ช่างภาพ ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ให้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างตรงใจทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น

 

กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6400 รับเทรนด์วีดีโอคอนเทนต์โต

นางสาวลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “โซนี่ได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาช่วยจัดการเรื่องการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่างภาพทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดี และสร้างสรรค์ผลงานภาพได้มากกว่าจินตนาการ จากสุดยอดเทคโนโลยีที่อันเป็นเลิศได้รับการยอมรับอย่างสูงในกล้อง Full Frame Mirrorless ทั้งในรุ่น α9, α7R III และ α7 III ในวันนี้ โซนี่ได้ถ่ายทอดคุณสมบัติชั้นเลิศที่อยู่ในรุ่นเรือธงเหล่านั้นมาสู่กล้องมิเรอร์เลส APS-C รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในวันนี้ คือรุ่น α6400 (อัลฟ่า 6400) ซึ่งมาขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำหน้ามากมาย อาทิ ระบบออโต้โฟกัสที่จับภาพได้รวดเร็วที่สุดในโลก เพียง 0.02 วินาที[i] ซึ่งประสานการทำงานควบคู่กับระบบ AI ทำให้สามารถวิเคราะห์และโฟกัสดวงตาและวัตถุต่าง ๆ ตามต้องการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับนักถ่ายภาพทั้งระดับมืออาชีพ รวมทั้งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่ม Blogger, Vlogger และ YouTuber ให้ใช้งานอย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ ด้วยการบันทึกภาพที่มีความฉับไว แม่นยำ และคมชัดในทุกสถานการณ์ โซนี่มั่นใจว่ากล้อง α6400 จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ของโซนี่ให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ รวมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมกล้องด้วยการยกระดับประสบการณ์ของการถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น”

จากความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลส โซนี่ยังได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อผลักดันให้กล้อง α6400 ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนธุรกิจดิจิตอลอิมเมจจิ้งให้เติบโตขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ “โซนี่มีจุดแข็งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นในอตสาหกรรม เนื่องเพราะโซนี่ได้พัฒนาเทคโนโลยี และอุปกรณ์หลักของตัวเอง เพื่อใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเลนส์, อิมเมจเซ็นเซอร์, โปรเซสเซอร์, ช่องมองภาพ รวมถึงซอฟท์แวร์ต่าง ๆ กล่าวได้ว่าโซนี่เป็นผู้ผลิตอิมเมจเซ็นเซอร์ และช่องมองภาพอิเลครอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนั่นคือข้อได้เปรียบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยจุดแข็งที่เรามี และในวันนี้เราได้นำ 5 องค์ประกอบหลักที่เราได้ใช้ในการพัฒนากล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสจนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย เลนส์ คุณภาพของภาพ ความเร็ว แบตเตอรี่ทนทาน และขนาดที่กะทัดรัดน้ำหนักเบา ขยายมาสู่กล้อง APS-C ในรุ่น α6400 โดยพ่วงในเรื่องเทคโนโลยีความรวดเร็ว และ AI เสริมเข้าไป จึงทำให้กล้อง α6400 เป็นกล้อง APS-C ที่เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในการใช้งาน ขณะเดียวกันโซนี่ยังได้คำนึงถึงความหลากหลายของเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานซึ่งเรามากถึง 48 ตัว ประกอบด้วย APS-C native lenses 18 ตัว และ E-mount full-frame lenses ที่สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง α6400 โดยไม่ต้องใช้อแดปเตอร์อีกถึง 30 ตัว แน่นอนว่าโซนี่จะให้ความสำคัญควบคู่กันทั้งกล้องฟูลเฟรม และ APS-C ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่สำหรับกล้อง และเลนส์ โดยให้ความสำคัญกับระบบ “One Mount” ซึ่งจะทำให้กล้องทั้ง 2 ระบบใช้งานร่วมกันได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ และด้วยสมรรถนะอันเพียบพร้อมของกล้อง α6400 ยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายตั้งแต่ช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกลุ่ม Vlogger และ VDO Content Creator ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอีกด้วย โซนี่จึงพร้อมทำการกิจกรรมสื่อสารการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้นในปีนี้อีกด้วย” น.ส. ลีลนา ได้กล่าวเสริม

งานธนาคารเป็นมากกว่าที่คิด นอกจากการฝาก ถอน และชำระเงินทั่วไป

เมื่อเอ่ยถึงงานธนาคาร หลายคนจะเข้าใจไปว่า เป็นงานของพนักงานธนาคารที่ให้บริการ รับฝาก-ถอน หรือเปิดปัญชีเพียงอย่างเดียว แต่งานธนาคารยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ให้บริการ แต่เนื้องานแบบนี้ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้กับ ฟรีแลนซ์ เท่าไร อีกทั้งยังมีตำแหน่งงานอีกหลายตำแหน่งที่เปิดรับบุคลากรเข้าไปร่วมงานในองค์กร เพียงแต่เราต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงาน โดยดูว่าเรามีงานที่ตรงกับความต้องการในตำแหน่งงานเหล่านั้นหรือไม่

 

งานธนาคารเป็นมากกว่าที่คิด นอกจากการฝาก ถอน และชำระเงินทั่วไป

ธนาคารแต่ละแห่งจะมีธุรกิจหลัก ๆ ที่ให้บริการอยู่หลายด้าน ตำแหน่งงานธนาคาร จึงแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการให้บริการของธนาคาร อาทิ งานบริการด้านการเงิน งานบริการลูกค้า งานบริการด้านบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการรับฝากเงิน งานบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ งานสินเชื่อพาณิชย์ งานบริการบริหารเงินสด งานการบริการเงินทุน งานบริการด้านหลักทรัพย์ และงานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ

ตำแหน่งงานธนาคารเปิดรับสมัครผู้เรียนจบมาจากหลากหลายสาขา เพราะโอกาสที่จะได้งานธนาคารนั้นค่อนข้างกว้าง หากทำงานด้านการเงิน ผู้ที่เรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) ก็มีโอกาสที่จะได้งานนี้ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการธนาคาร เช่น คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการเงิน และการธนาคาร)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสมัครงานธนาคารตำแหน่งอะไร เพราะคนหางานที่เรียนจบมาต่างสาขา แต่คิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับที่นายจ้างต้องการ ก็สามารถสมัครงานธนาคารได้ เพราะอาจจะมีงานบางตำแหน่งที่เปิดกว้าง และพร้อมที่จะรับคนหางานที่ไม่ได้เรียนจบมาโดยตรง ดังนั้นเวลาหางานจึงต้องดูให้รอบคอบว่าเรามีคุณสมบัติตรงกับงานตำแหน่งนั้นจริง ๆ

คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานธนาคาร

เพราะงานธนาคารไม่ได้มีเพียงแค่งานให้บริการรับฝาก ถอนเงิน เพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ที่กำลังหางานด้านนี้จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม และมั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติ เหล่านี้

  • มีความรู้ความสามารถตรงกับตำแหน่งงานที่ทำ
  • บุคลิกภาพดีน่าเชื่อถือ
  • มีใจรักในงานบริการ
  • มีความขยัน และอดทน
  • มีความสามารถด้านการสื่อสาร
  • สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
  • มีความละเอียดรอบคอบในการจัดการข้อมูล
  • ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานธนาคาร
  • ให้บริการทางด้านการบัญชี เปิดปิด บัญชี
  • หาลูกค้าสำหรับลงทุน ทั้งการทำประกันภัย ประกันชีวิต
  • ให้บริการทางการเงิน ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน
  • รับผิดชอบจัดทำรายการประจำวันของธุรกรรมทางการเงิน
  • ติดต่อประสานงานทางด้านข้อมูลการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้า
  • วางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินการบริหารเงินทุน
  • ควบคุมและติดตามบัญชีลูกหนี้

งานธนาคาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเงิน งานด้านนี้ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องอาศัยความสามารถของพนักงานในการดึงดูดลูกค้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และเกิดความสนใจลงทุนกับธนาคาร ทั้งการฝากเงิน การกู้เงิน และการลงทุนต่าง ๆ ที่ธนาคารให้บริการ

หัวเว่ยเผยยุคของเทคโนโลยี Punch Display ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หลังจากที่ ‘หัวเว่ย’ ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมของสมาร์ทโฟนได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ HUAWEI Nova 4 ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่ถูกเปิดตัว คือ การพัฒนาสมาร์ทโฟน Punch Display (หรือเทคโนโลยีหน้าจอที่มีการเจาะรู) ในเทคนิคแบบ Blind-hole ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบหน้าจออย่างแท้จริง

 

หัวเว่ยเผยยุคของเทคโนโลยี Punch Display ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หลายคนอาจสงสัยทำไมหน้าจอแบบ “Punch Display” ในสมาร์ทโฟน HUAWEI Nova 4 จึงเป็นที่ฮือฮาในแวดวงสมาร์ทโฟน คำตอบก็คือเบื้องหลังการพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟนในเทคนิคนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนกว่าที่คิด!

กล้องเซลฟี่ขนาดเล็กที่สุดในโลก เพียง 3.05 มิลลิเมตร

การพัฒนาหน้าจอแบบ Punch Display ได้นั้น ส่งผลให้หัวเว่ยต้องใช้กล้องหน้าที่มีขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรม โดยมีขนาดเพียง 3.05 มม. ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางสั้นกว่ากล้องหน้าของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ ถึง 20% ทำให้ขนาดของเลนส์กล้องหน้าที่จะปรากฎอยู่บนหน้าจอมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย ขนาดที่เล็กลงของเลนส์กล้องหน้าจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นต่อการก้าวต่อไปของการพัฒนาเทคนิคการ “ซ่อน” กล้องหน้าบนหน้าจอในอนาคต

อ่านมาถึงตรงนี้ เราต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการพัฒนาหน้าจอแบบ Blind-hole ที่หัวเว่ยเลือกใช้ กับการพัฒนาหน้าจอแบบ Through-hole ที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายเลือกใช้ วิธีการแบบ Through-hole จะเจาะรูให้ทะลุจอ LCD และฝังกล้องหน้าลงไป ในขณะที่หัวเว่ยใช้เวลากว่า 20 เดือนในการพัฒนาวิธีที่จะทำให้ช่องสำหรับใส่กล้องหน้าบนหน้าจอมีขนาดเล็กที่สุดและพอดีกับขนาดของกล้องหน้าที่หัวเว่ยเลือก ดังนั้นวิธีการ Blind-hole ซึ่งเป็นการผสานกล้องหน้าเข้ากับหน้าจอเป็นหนึ่งเดียวกันที่หัวเว่ยค้นพบนี้ ส่งผลให้ช่องสำหรับเลนส์กล้องหน้ามีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 1 มม. แม้ส่วนต่างนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนมองเห็น แต่กระบวนการนี้นั้นถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ยกระดับอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนไปอีกขั้นเลยทีเดียว

ที่สุดของแนวคิดใหม่เพื่อค้นพบที่สุดของผลลัพธ์

การพัฒนานวัตกรรมใหม่มักต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง และการออกแบบให้รูบนหน้าจอมีขนาดเล็กเท่ากับขนาดของกล้องหน้าก็เช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้แสงสามารถส่งผ่านเข้าไปยังเลนส์กล้องได้น้อยลงเนื่องจากกล้องหน้าถูกฝังอยู่ในชั้นหน้าจอด้านล่างลึกลงไป เพื่อแก้ไขปัญหานี้ หัวเว่ยจึงต้องค้นหาวิธีที่จะทำให้เลนส์กล้องหน้าและชั้นแบล็กไลท์ของจอ LCD มีระยะห่างกันที่ 0.2 มิลลิเมตร และยังต้องปรับปรุงโครงสร้างที่รองรับโมดูลกล้องหน้าเป็นเสมือนจุกที่

ป้องกันฝุ่นหรืออากาศภายนอกรั่วไหลเข้าไปภายในหน้าจออีกด้วย

แล้วส่วนประกอบอื่นๆ ที่อยู่ด้านหน้าของสมาร์ทโฟนไปไว้ที่ไหน?

หากลองหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู จะเห็นได้ทันทีว่าด้านหน้าของสมาร์ทโฟนนั้นมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกมากมาย นอกเหนือไปจากเลนส์กล้องหน้า นั้นก็คือเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุ ตัวรับสัญญาณ เซนเซอร์วัดแสง ไฟ LED สำหรับแสดงสถานะ และลำโพงสนทนา ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้มักจะรวมอยู่ในติ่งหน้าจอ (Notch) ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ แต่หัวเว่ยได้ซ่อนเซนเซอร์และลำโพงสนทนาของสมาร์ทโฟน HUAWEI Nova 4 ไว้อย่างแนบเนียน เพื่อให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ที่สุด ผลลัพธ์จากการพัฒนาของหัวเว่ยคือสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแบบไร้ขอบอย่างสมบูรณ์แบบ ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 1080×2310 พิกเซล มีอัตราส่วนหน้าจอ Screen-to-body ถึง 86.3% อีกทั้งยังมีกล้องหน้าฝังลงไปเป็นส่วนหนึ่งของหน้าจออีกด้วย

เตรียมความพร้อมจัดการ แข่งขัน Legion of Champions III จัดขึ้นในต้นปี 2019

เลอโนโว บริษัทผู้นำด้านคอมพิวเตอร์และสมาร์ท ดีไวซ์ระดับโลก ประกาศความพร้อมในการจัดงาน แข่งขัน Legion of Champions III (LoC III) ซึ่งจะจัดขึ้นร่วมกับ อินเทล โดยงานดังกล่าวจะมีนักกีฬาอีสปอร์ตเข้าร่วมกว่า 60 รายจาก 11 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก เพื่อชิงแชมป์เจ้าแห่งเกมใน LoC III

 

เตรียมความพร้อมจัดการ แข่งขัน Legion of Champions III จัดขึ้นในต้นปี 2019

การแข่งขันจะถูกจัดขี้น วันที่ 25 – 27 มกราคม พ.ศ. 2562 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งจะเป็นการแข่งขัน LoC ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นมาก่อน โดยจะมีทีมจากประเทศที่เคยครองแชมป์อย่าง อินเดียญี่ปุ่น และเกาหลี เข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับทีมจากประเทศ ฮ่องกง/มาเก๊า อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และ เวียดนาม

นายเคน หว่อง ประธาน บริษัท เลอโนโว เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การจัดการแข่งขัน LoC เป็นการยืนยันในความมุ่งมั่นของเลอโนโวที่จะสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต ซึ่งได้ถูกระบุให้เป็นกีฬาประเภทหนึ่งและได้รับความนิยมจากคนทั่วภูมิภาคเอเชีย เลอโนโวต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและเข้าถึงเกมเมอร์เหล่านั้น ซึ่งเห็นได้จากคอมพิวเตอร์เลอโนโวในตระกูล Legion ที่ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของเกมเมอร์เป็นหลักและเราจะสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ตอบโจทย์แก่เหล่าเกมเมอร์”

นาย จอร์จ แช็คโก้ ผู้อำนวยการกลุ่มลูกค้า Global บริษัท เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า“เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกีฬาอีสปอร์ตในเอเชีย อินเทลได้มีการร่วมมือกับบริษัทพาร์ทเนอร์ต่างๆ ทั้งในระดับโลกและภูมิภาค จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต การร่วมมือกันกับเลอโนโวในการจัดการแข่งขัน Legion of Champions เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของอินเทลในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดผ่านเทคโนโลยีของอินเทล”

การแข่นขัน LoC เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีเกมเมอร์เข้าร่วมราว 7,000 คนและมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 20,000 คน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับเลอโนโวในการสร้างสรรค์ผลงานและกิจกรรมเพื่อเข้าถึงความต้องการและแรงผลักดันในการเล่นเกมของเหล่าเกมเมอร์ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงที่เลอโนโวได้รับจากเกมเมอร์คือข้อมูลหลักที่เรานำมาใช้ในการพัฒนาจนเกิดเป็น Lenovo Legion ในรุ่นปัจจุบันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมของผู้เล่นสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ เครื่องภายนอกเรียบเท่ห์ ดูทันสมัย ภายในเครื่องอัดแน่นด้วยขุมพลังช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเล่นเกม Lenovo Legion คือคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเวลางานและเวลาเล่นในเครื่องเดียว

นายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน LoC เป็นการแข่งขันอีสปอร์ตแห่งปีของภูมิภาคเอเชียที่ทุกคนรอคอย เรามีความยินดีและภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เลอโนโวได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพาร์ทเนอร์ และเราภูมิใจที่ได้สนับสนุนนักกีฬา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันและไปสร้างชื่อเสียงในเวทีชิงชนะเลิศ อีกทั้งยังได้ช่วยพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของผู้เล่นชาวไทยในเวทีระดับโลก”

ทีมผู้ชนะจากแต่ละประเทศรวมถึงประเทศไทยจะแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 35,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินรางวัลที่มีมูลค่าสูงสุด ตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันที่ผ่านมา โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 7,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโน๊ตบุ๊ค Lenovo Legion มูลค่ากว่า 5,000 เหรียญสหรัฐ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 3 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 เหรียญสหรัฐ และ 2,000 เหรียญสหรัฐตามลำดับ

สำหรับแฟนเกมทุกท่าน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมกับการแข่งขันอันดุเดือดของแต่ละทีม เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ โดยผู้สนใจเข้าร่วมงาน ทั้งเพื่อชมการแข่งขันหรือร่วมแข่งขันในประเภท walk in กับ Rise of Legion หรือเข้าร่วมประกวด cosplay สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.legionloc.com/

โซนี่ไทยเปิด Sony Store Icon Siam โชว์รูมแห่งแรกในเอเซียแปซิฟิก

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ตอกย้ำภาพผู้นำเทคโนโลยีคุณภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าปักหมุดย่านฝั่งธนโซนี่ไทยเปิด Sony Store Icon Siam โซนี่สโตร์สาขาที่ 6 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมี มร. นาโอกิ เซกิกูชิ กรรมการผู้จัดการ โซนี่ อิเลคทรอนิคส์ เอเซีย แปซิฟิก พร้อมด้วย มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ร่วมให้เกียรติเป็นประธานเปิด โซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม ในครั้งนี้

 

โซนี่ไทยเปิด Sony Store Icon Siam โชว์รูมแห่งแรกในเอเซียแปซิฟิก

โซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม ชูจุดเด่นโดยเป็นโชว์รูมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งบนพื้นที่รวมกว่า 350 ตารางเมตรบนสุดยอดทำเลทองของฝั่งธน บนห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม แลนด์มาร์คแห่งการช็อปปิ้ง และท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ภายในร้านพรั่งพร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ภาพและเสียงของโซนี่รุ่นล่าสุด ที่นำเสนอผ่านบรรยากาศจำลองภายในบ้าน มุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และมอบสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิงในบ้านอย่างไร้ขีดจำกัดในมุมมองใหม่ที่แตกต่าง ภายใต้แนวคิด “Ultimate Home Entertainment Experience” และ “Gadget Iconic Store” ที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ่านโซลูชั่นส์ความบันเทิงที่หลากหลาย ให้ลูกค้าได้ทดลองประสิทธิภาพอย่างใกล้ชิด และได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับการงาน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าครอบครัว ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนเมืองไทยได้สัมผัสประสบการณ์บันเทิงในบ้านอย่างเต็มอิ่ม

ในโอกาสนี้ มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. ได้เปิดเผยว่า “โซนี่ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ให้กว้างขึ้นไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อเสริมทัพจากฐานลูกค้าในปัจจุบัน ด้วยการเดินหน้าพัฒนาคุณภาพนวัตกรรมใหม่ให้เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ที่หลากหลายของผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และทุกจุดการบริการให้เกินความคาดหมายของผู้บริโภค เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ดังนั้น ในปีนี้ โซนี่จึงได้เปิดตัวโซนี่สโตร์สาขาใหม่ที่ไอคอนสยาม ซึ่งตั้งอยู่ในย่านฝั่งธน ซึ่งเป็นโซนี่สโตร์สาขาที่ 6 ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์บันเทิงภายในบ้าน รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัวทั้งเล็ก และใหญ่ในย่านฝั่งธนบุรี และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ และแก็ดเจ็ทล่าสุดที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยไอคอนสยามตั้งอยู่บนพื้นที่ทางการค้าฝั่งธนที่มีศักยภาพสูง เป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม อีกทั้งยังเป็นห้างสรรพสินค้าระดับเวิลด์คลาสติดริมแม่น้ำ นับเป็นจุดหมายแห่งใหม่ของการช็อปปิ้งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โซนี่จึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง และเชื่อมั่นว่าโซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราได้เป็นอย่างดี”

 

บนพื้นที่รวมกว่า 350 ตารางเมตรของโซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม นี้ ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนด้วยกัน โดยเน้นการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ ดังนี้

1) Sony Ultimate Home Entertainment Experience Store โซนที่จะให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงอรรถรสอันสุนทรีย์ และประสบการณ์สุดตื่นตาตื่นใจไปกับความบันเทิงจากสุดยอดผลิตภัณฑ์โซนี่ทั้งภาพและเสียง ในบรรยากาศสบาย ๆ คล้ายกับนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน ลูกค้าจะได้สัมผัสกับสุดยอดทีวี BRAVIA OLED TV – Master Series ที่สุดของเทคโนโลยีให้คุณภาพทีวีสุดคมชัดทุกมุมอง ทั้งยังสามารถปรับภาพตามภาพที่เล่นบนทีวี นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงไฮเรสออดิโอระดับไฮเอนด์ Signature Series ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ให้คุณภาพเสียงราวกับได้ฟังจากต้นฉบับจากห้องบันทึกเสียง โดยแบ่งเป็น 7 โซนให้ลูกค้าได้สัมผัส ดังนี้

Ø Android TV Voice Search สะดวกสบายกับการใช้งานทีวีบราเวียด้วยการใช้คำสั่งเสียง

Ø Redefine Gaming Experience เพลิดเพลินกับการเล่นเกมพร้อมเสียงแบบ Surround รอบทิศทาง

Ø Dolby ATMOS เพลิดเพลินกับระบบเสียงล่าสุด Dolby Atmos พร้อมทีวีระดับ Top

Ø Ultimate Cinematic Atmosphere ทดลองฟังเสียงระบบ Dolby Atmos เสียงสมจริงรอบทิศทางครบทุกมิติด้วยลำโพง 2.1 Channel

Ø Perfect Harmony for Pictures and Sounds เพลิดเพลินไปกับการชมภาพยนตร์ภาพแบบ 4K HDR จากตัวเครื่องเล่นบลูเรย์ 4K รุ่นล่าสุด กับ ทีวี Bravia OLED A8F ที่มีระบบเสียง Acoustic surface ที่ดังกระหึ่มออกมาจากหน้าจอให้อรรถรสในการชมดีขึนโดยปราศจากลำโพง

Ø Bluetooth Smart Steaming ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับเสียงจากทีวีแบบส่วนตัวและได้อรรถรสมากขึ้นผ่านหูฟังบลูทูธไร้สาย

Ø Master Series Powered By X1 Ultimate ชมภาพและเสียงระดับสุดยอดกับ Bravia Master Series OLED รุ่น A9F

 

2) Sony Gadget Iconic Store ลูกค้าจะได้เข้ามาสัมผัสและทดลองใช้เครื่องเสียงแบบพกพารุ่นใหม่ได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งการใช้งานระหว่างเดินทาง เล่นกีฬา และกล้องถ่ายรูปดิจิตอลพร้อมเลนส์ทุกชนิด ให้ลูกค้าได้ลองถ่ายภาพวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ พร้อมการให้คำแนะนำในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์จากพนักงานมากประสบการณ์อย่างเป็นมิตร

นอกจากนี้ โซนี่ ยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงเปิดตัวและสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ โดยในช่วงฉลองเปิดสาขาใหม่นี้ มอบสิทธิพิเศษมากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เพิ่มประกันเป็น 2 ปี รวมถึงได้รับ Welcome Pack Voucher สิทธิพิเศษในการรับบริการ และคูปองส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าที่ร้านโซนี่ สโตร์ เท่านั้น

ออเนอร์ฉลองความสำเร็จ เพิ่มยอดขายจากแคมเปญ 11.11 ในประเทศไทย

แคมเปญ 11.11 ที่วางจำหน่ายผ่านช่องทาง LAZMALL HONOR Flagship Store สร้างผลลัพธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมร้านค้า ยอดการสั่งซื้อ และรายได้ มากถึง 351%, 782% และ 659% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับแคมเปญ 9.9 ที่ผ่านมา ออเนอร์คือบริษัทคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย ซึ่งสมาร์ทโฟนของเราออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละเจเนอเรชั่นได้เป็นอย่างดี ความสำเร็จของแคมเปญในครั้งนี้ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนออเนอร์เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งในนามตัวแทนของออเนอร์ผมขอขอบคุณทุกการสนับสนุนมา ณ ที่นี้

 

ออเนอร์ฉลองความสำเร็จ เพิ่มยอดขายจากแคมเปญ 11.11 ในประเทศไทย

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว
หน้าจอถือเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่คุณควรซื้อ HONOR 8X เพราะไม่เพียงแต่ขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว แต่ยังมาพร้อมสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องมากถึง 91% อีกทั้ง Honor 8X ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมโหมดถนอมสายตา (Eye comfort) ที่ได้รับการรับรองจาก TüV Rheinland บริษัททดสอบด้านความปลอดภัยและการควบคุมคุณภาพจากเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคิดค้นการลดแสงสีฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ หลังจากการเล่นสมาร์ทโฟนในเวลากลางคืน

ดีไซน์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย
นอกจากหน้าจอที่ใหญ่แล้ว HONOR 8X ยังมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย ฝาหลังเคลือบด้วยวัสดุกระจกไล่ระดับแบบ 2 เลเยอร์ โดยแถบด้านซ้ายซึ่งเป็นส่วนของพื้นที่ติดตั้งกล้องหลังคู่มาพร้อมเฉดสีที่อ่อนกว่าและกระจกเนื้อสัมผัสแบบด้าน ในขณะที่ด้านขวามาพร้อมเฉดสีที่เข้มกว่าและเนื้อสัมผัสที่มันวาวให้ความรู้สึกหรูหราและสะท้อนเฉดสีที่แตกต่างกันในหลากหลายมุมมอง  เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย HONOR 8X มาพร้อมสีให้เลือกมากถึง 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีแดง และสีดำ

แบตเตอรี่รองรับการทำงานได้นานถึง 2 วัน
เนื่องจากหน้าจอ HONOR 8X ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงทุกรูปแบบ ดังนั้นแบตเตอรี่ที่รองรับการทำงานได้ตลอดทั้งวันในการชาร์จเพียงครั้งเดียวจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง HONOR 8X มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ  3,750mAh ที่รองรับการใช้งานโดยทั่วไปได้ยาวนานถึง 2 วัน

เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิกGPU
HONOR 8X มาพร้อมฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์สำหรับเหล่าคอเกมอย่างเทคโนโลยี GPU Turbo ที่ถูกติดตั้งใน HONOR Play สมาร์ทโฟนออเนอร์รุ่นแรก ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเร่งประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างเหนือชั้น อีกทั้งเพิ่มอัตราการแสดงผลภาพต่อวินาทีให้สูงขึ้นและลดการใช้พลังงานโดยรวม ทำให้ผู้ใช้งานสามาถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

กล้องมาพร้อมฟีเจอร์AI
HONOR 8X มาพร้อมกล้องหลังแบบเลนส์คู่ โดยกล้องหลักมาพร้อมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8 ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และกล้องสำหรับการโฟกัสระยะภาพชัดลึกความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รวมถึงรองรับเทคโนโลยี AI ที่สามารถจำแนกภาพถ่ายได้ถึง 22 ประเภท และสภาพแวดล้อมโดยรอบมากกว่า 500 รูปแบบ ได้อย่างเรียลไทม์ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งค่าการทำงานของกล้องให้มีความเหมาะสมและเพิ่มคุณภาพรูปภาพได้ตามต้องการ สำหรับคนรักการเซลฟีHONOR 8X ยังมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และรูรับแสงขนาด F/2.0 อีกด้วย

กล้องมาพร้อมฟีเจอร์AI
HONOR 8X อัดแน่นด้วยสเปกระดับเรือธงทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว หน่วยประมวลผลกราฟฟิกประสิทธิภาพสูงที่คุณสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาย่อมเยา ซึ่ง HONOR 8X มาพร้อมหน่วยความจำแบบ 64GB + RAM 4GB ในราคาเริ่มต้นที่ 7,990 บาท และหน่วยความจำแบบ 124GB + RAM 4GB ในราคาเริ่มต้นที่ 8,990 บาท HONOR 8X วางจำหน่ายผ่านช่องทางออฟไลน์ที่ HONOR Store ที่ MBK Center ชั้น 5, TG FONE และ CSC หรือทางช่องทางออนไลน์ที่ Lazada, JD Central และ Shopee

สมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก จะทำยังไงถึงจะได้ถูกเลือก

สงสัยกันอยู่ใช่มั้ย ว่าทำไมคุณถึงถูกปฏิเสธไม่ได้รับเข้าทำงาน? คุณอยากให้บริษัทนั้นบอกเหตุผลคุณตามตรง ว่าทำไมถึงตัดสินใจเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่คุณหรือเปล่า? เพราะการสมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก สักทีมันก็จะเฟลค่อนข้างมากอยู่นะ หรือรับงาน ฟรีแลนซ์ เองก็ตามการรับฟังความจริงที่โหดร้ายบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร การสัมภาษณ์งานครั้งต่อไปก็อาจจะเป็นเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้นก็ได้

 

สมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก จะทำยังไงถึงจะได้ถูกเลือก

การที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใครอย่างตรงไปตรงมา มันไม่ใช่งานที่ HR อยากทำเท่าไหร่ และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ HR ส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกข้อบกพร่อง หรือแม้กระทั่งแจ้งข่าวร้ายที่ว่าคุณไม่ได้รับการจ้างงาน ฉะนั้นเพื่อช่วยคุณในการเตรียมความพร้อมและป้องกันความผิดพลาดอันอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์งาน ได้รวบรวมเหตุผลว่า ทำไมคุณไม่เป็นคนที่ถูกเลือกเข้าทำงานซักที

1. คุณยังไม่ใช่คนที่ “ใช่” สำหรับงานนี้

มันอาจเป็นเรื่องง่ายที่จะนำเสนอว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งนี้ผ่านทางตัวหนังสือบนเรซูเม่ (ซึ่งเป็นเหตุผลว่าเรซูเม่ที่ดีจะเป็นใบเบิกทางที่ดีให้กับคุณ) แต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่าการมีเรซูเม่ที่ดีคือการที่คุณนำเสนอตัวตน ไอเดีย และมุมมองของคุณผ่านการสัมภาษณ์งานว่ามันเข้ากันได้กับสิ่งที่องค์กรต้องการหรือไม่

เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าคุณไม่เหมาะกับงานนี้ คุณควรเริ่มจากการหางานที่เหมาะกับคุณมากที่สุด เลือกบริษัทที่คุณคิดว่าใช่ นั่นคือ คุณควรทำความเข้าใจกับประกาศงานก่อนที่คุณจะสมัคร เพื่อให้คุณได้งานที่ต้องการมากที่สุด

2. คุณกับผู้สัมภาษณ์งานมีเคมีไม่ตรงกัน

ธรรมชาติของคนเรา คือมักชอบคนที่มีเคมีตรงกัน และอยากสนับสนุนคนนั้นมากกว่าคนที่รู้สึกไม่ถูกชะตา คนส่วนใหญ่มักจะชอบคนที่เข้ากับเราได้ การสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน ทำอย่างไรคุณถึงจะมีโอกาสทำคะแนนเพื่อสร้างมิตรภาพกับผู้สัมภาษณ์งาน? แน่นอนว่าคุณต้องทำการบ้านเพิ่มเติมค่ะ

ในการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน การทำการบ้าน หรือหาข้อมูลไม่ควรหยุดอยู่แค่หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ คุณควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนที่จะสัมภาษณ์งานคุณด้วย พยายามสืบให้ได้ว่าใครจะเป็นผู้สัมภาษณ์งาน คุณอาจหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาคนนั้นจากทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือสอบถามจากเพื่อนหรือคนรู้จักในแวดวงของคุณเกี่ยวกับเขาคนนั้น หากคุณเตรียมตัวมาดี โอกาสในการผ่านรอบสัมภาษณ์งานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

3. คุณไม่ได้รับเลือกเพราะแพ้ให้กับเส้นสาย

องค์กรโดยมากมีกระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานโดยใช้วิธีการบอกต่อหรือแนะนำกันมาผ่านทางพนักงานปัจจุบันที่ทำงานอยู่ เพราะ “เพื่อนของเพื่อน” มักจะเป็นที่น่าไว้ใจและให้ความรู้สึกวางใจที่จะรับเข้าทำงานมากกว่าคนแปลกหน้าที่ต้องเริ่มทำความรู้จักใหม่ตั้งแต่ต้น คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการหมั่นสร้างไมตรี และสานต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของคุณอย่างสม่ำเสมอ โลกแคบไปทันตาถ้าคุณมีเพื่อนหรือญาติที่ทำงานอยู่ที่องค์กรที่คุณอยากทำงานด้วยและเขาเหล่านั้นสามารถช่วยคุณได้

4. คุณดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ได้นาน

แม้ว่าการเปลี่ยนงานบ่อยจะถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในวัฒนธรรมการทำงานของคนในยุคนี้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ การมีประวัติการทำงานที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบนเรซูเม่อาจทำให้คุณถูกมองว่าเป็นคนเหลาะแหละ จับจด ไม่มั่นคง และอยู่ที่ไหนไม่ได้นาน และอาจทำให้คุณเสียโอกาสในการได้งานที่คุณต้องการก็เป็นได้ ฉะนั้นคุณควรใช้ช่วงเวลาในการสัมภาษณ์งานให้เป็นประโยชน์โดยการอธิบายเหตุผลที่ทำให้คุณมีเรซูเม่เช่นนั้น

5. คุณดูพยายามมากเกินไป

การโปรโมทตนเองในการสัมภาษณ์งานถือเป็นศิลปะอันละเอียดอ่อน คุณต้องแสดงออกอย่างมั่นใจ ใช้กลเม็ดและปฏิภาณไหวพริบต่าง ๆ ในการพรีเซนท์ตัวเองให้ดูพอดี ๆ ไม่มากจนดูเป็นคนขี้อวดขี้โม้ หรือหลงตัวเองจนเกินไป คุณควรสร้างความสมดุลระหว่างการโฆษณาความสำเร็จของคุณกับความอ่อนน้อมถ่อมตนและให้เครดิตกับคนรอบข้างที่มีส่วนช่วยให้คุณประสบความสำเร็จด้วย

6. คุณทำผิดพลาดมากเกินไประหว่างการสัมภาษณ์งาน

ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดพลาดที่เกิดจากความประหม่าในขณะสัมภาษณ์งานนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมรับกันได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าเราเป็นคนอย่างไรแต่การที่เราแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอย่างไรต่างหากที่จะบ่งบอกถึงอุปนิสัยของเรา การแก้ไขข้อผิดพลาดที่ชาญฉลาดจะเป็นตัวบอกว่าคุณมีปฏิภาณไหวพริบและมีคอมมอนเซนส์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการทำงานภายใต้ความกดดันต่าง ๆ เช่น การเผชิญหน้ากับลูกค้าที่กำลังวีนเหวี่ยง เป็นต้น การฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อย ๆ จะช่วยให้คุณผ่านพ้นสถานการณ์อันน่าอึดอัดหากมันเกิดขึ้นกับคุณระหว่างการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป

7. คุณปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ได้

เหตุผลข้อนี้เกี่ยวข้องโดยตรงหากคุณต้องไปเป็น expat หรือต้องไปทำงานต่างประเทศที่คุณไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ ถ้าคุณไม่เคยไปประเทศนั้นเลย คุณควรศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างละเอียดก่อนการเข้าสัมภาษณ์งานเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกัย HUAWEI Mate 20 Series มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

 

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

 

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

อาร์ทีบีฯ สุดปลื้ม ฉลองความสำเร็จ หลังหูฟัง True Wireless ยอดขายทะลุ 10,000 ตัว ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพสุดล้ำ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษคืนกำไรให้กับลูกค้า มอบส่วนลด 10% เป็นเวลา 10 วัน กับหูฟัง True Wireless 3 รุ่นจาก Jabra พร้อมเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดต่อเนื่อง มั่นใจสร้างเพิ่มยอดขายในแคมเปญไม่ต่ำกว่า 20% และดันรายได้ปี 2561 เติบโตต่อเนื่อง

 

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของหูฟัง True Wireless ที่สามารถสร้างยอดขายทะลุกว่า 10,000 ตัวนับตั้งแต่เปิดตัว True Wireless รุ่นแรก “นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอาร์ทีบีฯ ที่สามารถตอกย้ำถึงจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพ ซึ่งมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมหูฟังบลูทูธที่มีเทคโนโลยีที่นำสมัยที่สุดเข้ามาทำตลาดโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายได้อย่างตรงใจอยู่เสมอ จึงทำให้ยอดขายหูฟัง True Wireless ซึ่งอาร์ทีบีฯ รุกทำตลาดเป็นในเมืองไทยเป็นเจ้าแรก ด้วยการประเดิมส่ง Jabra Elite Sport ซึ่งสามารถครองใจผู้บริโภคผู้รักการออกกำลังกาย และสร้างยอดขายได้อย่างงดงาม หลังจากนั้น ตามมาด้วย Jabra Elite Sport 4.5 ที่พัฒนาชั่วโมงการใช้งานให้นานขึ้น, ปัจจุบันจาบร้าได้ผลิตหูฟัง True Wireless เจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีทั้งเทคโนโลยีที่นำสมัยกว่าคู่แข่ง และแน่นอนมีความเสถียรในการใช้งานสูงสุด ประกอบด้วย Jabra Elite 65T สุดยอดหูฟังไร้สายระดับพรี่เมี่ยมสำหรับคนทำงานที่รักเสียงเพลงและความทันสมัย, และ Jabra Elite Active 65T หูฟังสำหรับคนรักเสียงเพลงที่ใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟหรือชื่นชอบออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังมี Jabra Elite Sport หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพที่ต้องการเพิ่มศักยภาพของร่างกายและรักในเสียงดนตรี โดยหูฟังเจเนอเรชั่นใหม่นี้ มาพร้อม Application อัจฉริยะ ที่ทำให้หูฟังแต่ละตัวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนได้อย่างแท้จริง”

ดังนั้น จากความสำเร็จดังกล่าว อาร์ทีบีฯ จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อคืนกำไรและเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลด 10% ให้กับลูกค้าเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2561 เพียงถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์หูฟังแบรนด์จาบร้า จากนั้นโพสต์ขึ้น FB (เปิด Public) แล้วใส่ Hastag #JabraTrueWireless

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 นั้น ดร.บรรพต กล่าวว่า อาร์ทีบีฯ ยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยนำผลิตภัณฑ์เข้ามาขยายตลาดให้ครอบคลุมเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะตลาดหูฟัง True Wireless ซึ่งกำลังเป็นมาแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ 9 เดือนที่ผ่านมา อาร์ทีบีฯ มียอดขาย 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 21% โดยเป็นผลมาจากการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความที่นิยมสู่ตลาด รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดสร้างประสบการณ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์ปัจจุบัน และแบรนด์ที่เปิดตัวใหม่ และมั่นใจว่า แคมเปญพิเศษฉลองความสำเร็จและคืนกำไรลูกค้าในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากคนรักเสียงเพลงเป็นอย่างดี พร้อมผลักดันยอดขายของอาร์ทีบีฯ โดยรวมภายในสิ้นปีนี้ได้ 425 ล้านบาท

« Older Entries