รับมือจัดการงานหนัก เริ่มต้นงานทุกวันด้วยความสนุกและมีความสุข

เริ่มต้นสัปดาห์ของการทำงาน เป็นช่วงเวลาที่ต้องฝ่าฝันกับความขี้เกียจหลังวันหยุดสุดสัปดาห์ และงานจะพีคสุด ๆ อย่าบอกใคร ทั้งงานเก่าที่ค้างมาจากอาทิตย์ที่แล้ว วิธีรับมือจัดการงานหนัก แถมยังมีงานของอาทิตย์นี้จ่อรออยู่อีก เริ่มต้นสัปดาห์การทำงาน ก็ช่าง busy สุด ๆ จนแทบไม่มีเวลาหายใจหายคอ มาปลุกพลังการทำงานกันใหม่ด้วยวิธีต่อไปนี้

รับมือจัดการงานหนัก เริ่มต้นงานทุกวันด้วยความสนุกและมีความสุข

รับมือจัดการงานหนัก เริ่มต้นงานทุกวันด้วยความสนุกและมีความสุข

1. เริ่มต้นวันใหม่ให้สดชื่น

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ปลุกพลังให้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ออกมายืดเส้นยืดสาย สัมผัสธรรมชาติ สายลมแสงแดด สูดอากาศยามเช้าให้เต็มปอด รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ช่วยสร้างความสดชื่น สดใส ทำให้สมองปลอดโปร่ง มีพลังดี ๆ ที่จะเริ่มต้นงานในวันใหม่ได้อย่างกระฉับกระเฉงมากกว่าที่เคย

2. ปลุกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

มาเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ฮึกเหิม เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราจะสามารถผ่านพ้นกองงานเท่าภูเขาเลากาเหล่านี้ไปได้ในที่สุด กำลังใจที่เข้มแข็งจะทำให้รู้สึกฮึดสู้ อย่าลืมมองดูรอบ ๆ ตัวเรา เพื่อนร่วมงานของเราอีกหลายชีวิตก็กำลังฝ่าฟันทำงาน พยายามเอาชนะอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ นานาเหมือนเราอยู่เช่นกัน ตัวเราไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทำงานหนักอย่างแน่นอน

3. วางแผนได้ สำเร็จง่ายขึ้น

ต้องรู้จักวางแผนการทำงาน เริ่มจากจดทุกอย่างที่ต้องทำไว้ โดยเรียงลำดับตามความสำคัญของงาน เมื่อทำเสร็จก็ขีดฆ่าออกไป รู้สึกดีใช่ไหมที่สามารถเคลียร์งานแต่ละตัวออกไปได้อย่างต่อเนื่อง หรือจะลองจัดสรรเวลาทำงานโดยใช้หลักการของ Pareto ยึดหลัก 20/80 แบ่งงานของเราออกเป็น 2 ประเภท คือ งานสำคัญมากที่สุด 20% ที่เหลือ 80% คืองานที่สำคัญรองลงมา แล้ววางแผนต่อว่า 80% ของเวลาทำงานในแต่ละวัน เราได้ทุ่มเทกับงานสำคัญ 20% ที่ว่านี้อย่างเต็มที่หรือไม่ หากรู้จักวางแผน จัดลำดับความสำคัญของทุกสิ่งอย่างแล้ว การงานทุกอย่างก็จะลงตัวมากขึ้น และทำให้สำเร็จได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

4. ใช้เส้นตายและเป้าหมายเป็นแรงกระตุ้น

นอกจากเส้นตายที่เจ้านาย หัวหน้า หรือลูกค้ากำหนดไว้ จะเป็นเชื้อไฟในการทำงาน (วินาทีสุดท้าย) ได้เป็นอย่างดี หรือจะลองใช้วิธีที่ดีต่อใจมากกว่า ด้วยการตั้งเป้าหมายว่าหากทำงานนี้เสร็จ เราอยากทำอะไร หรือจะให้รางวัลอะไรกับตัวเอง มีเป้าหมายมาล่อใจอย่างนี้ มีพลังในการทำงานอย่างแน่นอน

5. หากไม่ไหว … ต้องให้ทีมช่วย

หากปริมาณงานที่ได้รับมอบหมายมากเกินไป ไม่สามารถทำให้เสร็จได้ภายในวันเดียว ต้องรีบแจ้งหัวหน้างานให้ช่วยหาวิธีแก้ปัญหาทันที ดีกว่าให้งานทั้งหมดมากองอยู่ที่เรา จนต้องล่าช้าส่งผลกระทบไปยังส่วนงานอื่น ๆ ทางที่ดีอาจให้ทีมเข้ามามีส่วนร่วม รวมพลังร่วมด้วยช่วยกัน แถมตอนช่วยกันทำงานยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเรื่องงาน สร้างความสัมพันธ์อันดีไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ

6. ต้องสู้จึงจะชนะ

พึงระลึกไว้เสมอว่า งานยากเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ งานหนักสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับตัวเรา เมื่อค่อย ๆ เรียนรู้ปัญหาและหาทางแก้ไขได้ เราจะค้นพบตัวเองว่าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ต่อไปเมื่อต้องเจอกับงานยากเท่าไหร่ก็ไม่หวั่น เพราะที่สุดแล้วเราก็จะผ่านไปได้ เพราะเคยผ่านมันมาแล้ว แทนที่คำว่า “ทำไม่ได้” ด้วยคำว่า “ทำอย่างไร” เอาชนะได้ทุกอุปสรรค พร้อมพัฒนา skill การทำงานไปในตัว

7. พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ เติมไฟในการทำงาน

จงทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วอยู่เสมอ อย่าเพิ่งมั่นใจว่าทำงานมาหลายปีแล้วเราจะเป็นคนทำงานเก่งและมีประสิทธิภาพเสมอไป เพราะเรื่องการทำงานนั้น เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นได้ในทุกวัน เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ให้กลายเป็นคนกระตือรือร้น ตื่นตัวที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และศึกษางานใหม่ ๆ อยู่เสมอ เมื่อมีปัญหาก็ฝึกแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เรียนรู้จากความผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง แล้วหนทางของความสำเร็จในสายอาชีพก็จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

8. ออกจากกรอบ หลีกหนีความจำเจ

การอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ทำอะไรซ้ำ ๆ เดิม อยู่ทุกวัน นำไปสู่การเบื่องานได้ในที่สุด แถมยิ่งหนักเป็นสองเท่า หากเจอสถานการณ์งานรุมเร้า เพราะทั้งเบื่อและทั้งเหนื่อย ทางที่ดี อย่าทำตัวให้คุ้นชินกับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ไปหาบรรยากาศใหม่ ๆ ในการทำงาน ลองเปลี่ยนมุม หรือย้ายที่นั่งทำงานชั่วคราว จะได้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำงาน กระตุ้นให้อยากสร้างสรรค์ผลงานให้ดียิ่งขึ้น และมีประสิทธิผลมากขึ้น

9. สร้างจุดเด่น เพิ่ม Talent ให้ตัวเอง

หาสิ่งที่เป็นจุดแข็ง สิ่งที่เราเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการทำงาน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ คนที่สามารถรับผิดชอบต่อเรื่องคุณภาพ ต้นทุน เวลาส่งมอบงาน และสามารถสร้าง output ได้มากกว่าที่องค์กรคาดหวัง จะเป็นบุคลากรคุณภาพที่มักจะได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญ ๆ อยู่เสมอ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเองในการทำงาน แล้วเราจะรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเกิดความชำนาญแล้ว อะไร ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขในทุกวัน

10. ดูแลตัวเอง รู้จักพัก เพิ่มพลังให้ชีวิต

ทุ่มเททำงานหนักแล้วก็อย่าลืมหาเวลาพักบ้าง ดูแลตัวเองกันด้วย เพราะร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร ยิ่งทำงานหนักก็ยิ่งต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ หาเวลาออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำตลอดอย่าให้ขาด หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หรือจะลองฝึกสมาธิเพื่อ refresh สมองก็ดีไม่น้อย การดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจะทำให้มีสุขภาพกายแข็งแรง เพิ่มพลังกาย พลังใจ และพลังสมองในการทำงานหนักได้ต่อไป

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

สำหรับคนทำงานยุคใหม่ การเปลี่ยนงานบ่อยดูจะเป็นเรื่องที่ปกติไปซะแล้ว แต่คุณต้องคิด ก่อนเปลี่ยนงาน ว่า เมื่อผู้ประกอบการเห็นประวัติการทำงานในโปรไฟล์หรือเรซูเม่ว่า “คุณเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป” จะทำให้มีผลต่อการพิจารณารับเข้าทำงานได้ รวมถึงบรรดาเหล่า ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการอาจคิดว่า คุณไม่มีความมั่นคงและไม่มีแรงจูงใจในการทำงานก็เป็นได้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไม่รับคุณเข้าทำงาน ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานครั้งนี้ น่าจะดี ถ้าคุณได้พิจารณาถึงเหตุผลของการเปลี่ยนงานก่อนว่า “อะไรเป็นแรงจูงใจในการเปลี่ยนงาน” ซึ่งมีอยู่ 6 ปัจจัยด้วยกันที่มีผลต่อความสุขในการทำงาน และความพึงพอใจในงาน แค่คุณตอบคำถามทั้ง 6 ข้อด้านล่างนี้ คุณก็จะทราบว่า ถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว หรือคุณยังมีความสุขดีกับการทำงานที่เดิมที่นี่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

1. คุณได้รับเงินเดือนและสวัสดิการในอัตราที่ใกล้เคียงกับบริษัทอื่นในสายงานเดียวกันหรือไม่?

เงินเดือนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ที่ใช้ในการพิจารณาก่อนเปลี่ยนงานเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น เพื่อนร่วมงานที่ดี, การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เป็นต้น หากคุณพิจารณาจากทั้ง เงินเดือน สวัสดิการ และปัจจัยอื่น ๆ แล้วว่า ตัวคุณเองมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่คุณได้รับอยู่ ลองหาโอกาสพูดคุย ต่อรองกับหัวหน้างานหรือเจ้านายของคุณดูว่าจะได้ผลหรือเปล่า

2. การทำงานของคุณมีความท้าทายมากพอหรือไม่

ถ้าคุณกำลังเบื่องานที่ทำ คุณจะรู้สึกว่าไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำงานอะไร แรงบันดาลใจไม่มี ความคิดสร้างสรรค์ไม่เกิด สาเหตุอาจมาจากงานที่คุณรับผิดชอบเป็นงานเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ จึงทำให้หมดความท้าทายในการทำงานไป ให้คุณลองคิดทำโปรเจคใหม่ ๆ เพื่อแสดงศักยภาพในการทำงาน และสร้างความประทับใจให้หัวหน้าหรือเจ้านายเห็น จากนั้นดูว่าคุณมีได้ขยับขยาย ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่องานที่ท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หรือได้ขึ้นเงินเดือนบ้างหรือเปล่า

3. คุณเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่คุณทำงานอยู่หรือเปล่า?

สไตล์การทำงานและการบริหารงานขององค์กร ในบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” คุณคือหนึ่งในผู้โชคดี เพราะความเข้ากันได้นี้ จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน และสร้างผลงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

4. มีสมดุลกับชีวิตส่วนตัวในงานปัจจุบันหรือไม่?

ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกับคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” ลองสังเกตุดูว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้างานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ทำให้สุขภาพของคุณทรุดโทรม ทั้งเครียด ทั้งป่วย นี่ก็เป็นสาเหตุที่ดี ที่คุณควรเปลี่ยนงาน เพราะเงินก็ไม่สามารถทำให้สุขภาพของคุณกลับมาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ได้หรอก

5. ถ้ายังทำงานอยู่ที่นี่ คุณมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่า?

ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า การเปลี่ยนงาน จะทำให้คุณสามารถเติบโตในสายอาชีพไปได้ไกลกว่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณยังไม่ได้แจ้งให้กับหัวหน้างานหรือเจ้านายทราบ ให้คุณลองดูว่า คุณค่าในตัวคุณ และผลงานคุณภาพต่าง ๆ ที่คุณได้สร้างขึ้น ทำให้พวกเขาพยายามรักษาคนทำงานคุณภาพเช่นคุณไว้หรือเปล่า หรือพวกเขาหาวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพต่อไปหรือไม่

6. คุณชอบสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือไม่?

สภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม อย่างตอนเช้าคุณต้อง ตื่นเช้าแค่ไหน เพื่อออกมาฝ่าปัญหารถติดไปทำงาน บางวันไปถึงที่ทำงานสาย ก็อาจทำให้คุณเสียสิทธิบางอย่างตามกฎระเบียบของออฟฟิศไป จะดีกว่ามั้ย หากคุณจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่ทำงานให้ใกล้บ้านมากขึ้น หรือว่าจะเป็นหัวหน้างาน เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานได้ ลองสำรวจดูว่า คุณทำงานกับพวกเขาด้วยความสบายใจหรือเปล่า เพื่อนร่วมงานของคุณ สามารถเชื่อใจได้ ทำงานได้ดี ทำงานด้วยกัน แล้วสมาชิกในทีมมีความเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลต่อทั้งคนในทีมและบริษัท สภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน

cr.jobsdb

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

หลักพุทธศาสนาสอนให้เรายึดถือทางสายกลางเป็นที่ตั้ง เพราะอะไรที่ตึงเกินไปก็ไม่ดี หย่อนเกินไปก็ไม่ดีอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หรือแม้แต่เรื่องงาน ที่มีการทำงานแบบ ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน โดยเฉพาะการทำฟรีแลนซ์ ถ้าให้น้ำหนักกับเรื่องงานเพียงอย่างเดียว หรือให้ความสำคัญกับเรื่องส่วนตัวมากกว่างาน ก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น คนทำงานอย่างเรา ๆ จึงต้องพยายามสร้างสมดุลให้ชีวิตทั้งสองด้าน มาดูกันว่าคนทำงานแบบให้เงินสร้างงาน กับคนทำงานแบบให้งานสร้างเงินนั้นเป็นเช่นไร เราเข้าข่ายประเภทไหน แล้วทำอย่างไรจึงจะค้นพบคำตอบที่ใช่ให้กับชีวิตและหน้าที่การงาน ให้เจอกันครึ่งทางได้อย่างสมดุลที่สุด

รู้หรือยัง คุณเป็นคนทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

  • คนทำงานแบบเงินสร้างงาน – คนทำงานแบบเงินสร้างงาน มีเงินเป็นแรงบันดาลใจสูงสุดในการทำงาน เงินมา…งานเดิน ทำงานตามจำนวนเงินเดือนที่ได้รับเท่านั้น คนกลุ่มนี้มีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องโหมทำงานมากมาย ไม่ต้องทุ่มสุดตัว ได้เงินเดือนแค่ไหน ก็ทำงานแค่นั้น แล้วทำงานตามเงินค่าจ้างที่ได้รับผิดตรงไหน ในเมื่อเราก็ยังทำงาน ไม่ได้นั่งเฉย ๆ แค่ไม่ทุ่มสุดตัวให้เหนื่อยยากลำบากแสนสาหัส คำตอบก็คือไม่ผิด แต่การทำงานแบบเอาเงินเป็นตัวตั้งก็ไม่ต่างอะไรกับการทำงานเพียงแค่เลี้ยงชีพ ให้มีชีวิตอยู่เพื่อรอดไปวัน ๆ เราอาจเดินทางถึงเป้าหมาย คือ รายได้ หรือตัวเงินในบัญชีธนาคาร แต่ชีวิตขาดความหมายและคุณค่าบางประการไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมัวแต่อยู่ใน Comfort zone จนไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ ปล่อยให้โอกาสและความท้าทาย ในการทำงานผ่านไปวันแล้ววันเล่า โดยไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่า เรามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน เราทำอะไรได้ดี เราทำอะไรได้อีก และเรามีคุณค่าในตัวเองอย่างไร วิถีของคนทำงานแบบเงินสร้างงานช่างดูจำเจและเช้าชามเย็นชามอะไรเช่นนี้ หรือเราจะลองเปลี่ยนเป็นคนทำงานอีกประเภทที่ทำงานแบบงานสร้างเงิน…จะดีกว่ากันหรือไม่…อย่างไร
  • คนทำงานแบบงานสร้างเงิน – คำจำกัดความของคนทำงานแบบงานสร้างเงินก็คือ งานมาก่อน เงินสำคัญรองลงมา เห็นงานสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งใจทำงานเพราะมีใจรักเป็นที่ตั้ง มีความชอบ มีความอยากทำเป็นพื้นฐาน คนทำงานประเภทนี้มักทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ มีจิตใจที่เปิดกว้าง เรียนรู้ได้จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงมือทำและทุกคนที่ได้พบเจอ ไม่ปฏิเสธโอกาสและความท้าทายที่ผ่านเข้ามา เป็นคนทำงานที่ทุกองค์กรต้องการตัวมาร่วมงานด้วยมากที่สุด เพราะมี passion ที่ดี มีความมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความสุขของคนบูชางานเหนือสิ่งอื่นใดคือการทำงาน คนกลุ่มนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินที่หามาได้ซื้อความสุขเพื่อชดเชยจากการทำงานที่ไม่ชอบ หรือหลีกหนีจากวิถีชีวิตอันไม่พึงปรารถนา ทำให้มีเงินเหลือเก็บ สามารถนำมาลงทุนต่อยอดสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับตัวเองต่อไปได้ มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าการทำงานแบบเน้นงานมากกว่าเงินนั้นจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่า สัจธรรมของโลกคืออะไรที่มากเกินไปล้วนมีด้านไม่ดีแฝงอยู่ทั้งนั้น หลาย ๆ ครั้งที่คนทุ่มเทให้งาน ละทิ้งชีวิตด้านอื่น ๆ ของตัวเองไปไม่น้อย อย่างการไม่มีเวลาให้ครอบครัว คนรอบข้าง หรือแม้แต่การดูแลตัวเอง กลายเป็นทำงานหนักหักโหมจนเจ็บป่วยทรุดโทรม หรือพลาดโอกาสที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวและคนรักไปอย่างน่าเสียดาย ชีวิตก็ไม่อาจพบเจอกับความสุขได้อย่างสมบูรณ์พร้อมได้อีกเช่นกัน เข้าข่าย Lucky in game, unlucky in love.
  • จัดสมดุลให้ชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว – เห็นข้อดีข้อเสียของคนทำงานทั้งสองแบบกันแล้ว ก็ให้ลองเลือกข้อดีของแต่ละแบบมาปรับใช้กับชีวิตของเราให้สมดุล เพราะชีวิตของแต่ละคนมีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน จัดสมดุลในชีวิตให้ดี แล้วลงมือทำด้วยตัวเอง จึงจะบอกได้ว่า “สุขสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้นมีวิถีทางเป็นอย่างไร เริ่มต้นจากการวางแผนกำหนดเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน เพื่อเป็นเข็มทิศนำพาเราไปให้ถึงฝัน

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

ในโลกการทำงานจริงนั้น บ่อยครั้งที่เจ้านายหรือหัวหน้าอาจไม่ได้เฉียบแหลมกว่าลูกน้องเสมอไป การ รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ คล้ายคลึงกับเรื่องราวของเล่าปี่กับขงเบ้ง หรือแม้แต่แม่ทัพที่เกรียงไกรย่อมต้องมีทหารเอกเก่ง ๆ คู่ใจ ยามรบกับใครก็มักได้รับชัยชนะอยู่เสมอ เปรียบเหมือนการมีคนเก่ง ๆ หรือลูกน้องฝีมือดีอยู่ในองค์กร พวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญ ช่วยส่งเสริมการทำงานให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ก้าวสู่เส้นชัยได้ตามความมุ่งหวังตั้งใจ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

แทนที่เจ้านายหรือหัวหน้าจะรู้สึกนอยด์หรือกลัวเสียหน้าเมื่อมีลูกน้องที่ทำงานเก่งกว่า ให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ พลิกสถานการณ์ให้เป็นความท้าทาย แม้ความเชื่อเดิม ๆ หรือภาพจำส่วนใหญ่ อาจทำให้เรารู้สึกว่าคนเก่งโดยมากมักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้ควบคุมบริหารจัดการได้ยาก สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลจนเกินไปนัก เพราะบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายล้วนมีกุศโลบายรับมือจัดการกับลูกน้องเก่ง ๆ ได้ พอจะหยิบยกมาเป็นแนวทางให้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสม

  1. ใช้คนเก่งให้เป็นประโยชน์ – เมื่อมีคนเก่งอยู่ในทีม จงใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พยายามดึงความสามารถต่าง ๆ ของพวกเขาออกมาใช้ ค้นหาว่าพวกเขามีจุดเด่นในเรื่องใด อะไรเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แล้วท้าทายพวกเขาด้วยการมอบหมายงานที่จะสามารถนำคนเก่งเหล่านี้ไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตได้
  2. เรียนรู้จากคนเก่ง -เปลี่ยนการแย่งซีน การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน หัวใจสำคัญของการบริหารคือการจัดการคนและกำหนดทิศทางในการทำงานให้ทีม ไม่ใช่การแข่งขันประลองความรู้กับลูกน้อง คนเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ต้องเอาชนะใจไม่ใช่เอาชนะงาน ดังนั้น ถ้าลูกน้องเก่งกว่าก็เรียนรู้จากเขา ถามคำถาม และบางครั้งอาจลงมือทำเองบ้าง เพื่อจะได้มีโอกาสสัมผัสกับหน้างานจริง ๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียฟอร์ม เสียการปกครอง ไม่แน่ว่าการใส่ใจถามไถ่เรื่องงานของหัวหน้า ถ้ามาถูกทาง อาจเกิดผลพลอยได้ในเรื่องการสร้างความยอมรับ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันอีกทางหนึ่งด้วย
  3. ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องถาม – คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่างฉันใด หัวหน้าหรือเจ้านายก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉันนั้น อย่าติดกับดักความคิดที่ว่าหัวหน้าต้องเก่งกว่าลูกน้อง เมื่อหัวหน้าถูกลูกน้องถามในเรื่องที่ไม่รู้ การพูดตรง ๆ ว่าไม่รู้ แม้ฟังดูง่าย แต่ก็ยากมหาศาล สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายเมื่อมีเรื่องที่เราไม่รู้ แต่เป็นทักษะที่ผู้นำทั้งหลายต้องฝึกฝนให้เป็นนิสัย เมื่อไม่รู้ให้ตอบตามตรง และขอความช่วยเหลือจากคนมีความรู้ความสามารถ อย่ามองว่าเป็นพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องของคนอ่อนแอ กลับกันเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งอย่างที่สุด เพราะกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงในเรื่องที่ไม่รู้หรือทำไม่ได้ หัวหน้าที่ทำเช่นนี้ได้ถือว่าน่าชื่นชมสุดๆ
  4. รู้กว้าง สร้างวิสัยทัศน์ – บางครั้งหัวหน้าอาจไม่มีความรู้และความชำนาญในงานระดับปฏิบัติการอย่างลึกซึ้งเท่าลูกน้อง เพราะไม่ได้อยู่หน้างานอย่างใกล้ชิดทุกวัน แต่หัวหน้าก็จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ลูกน้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ยาวไกล การวางกลยุทธ์อย่างแยบคาย การตัดสินใจอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างราบรื่น หรือแม้แต่การแก้ปัญหาอย่างเฉียบคม ความรู้แบบกว้าง ๆ นี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าของหัวหน้า และเรียกความศรัทธาจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี
  5. ให้เครดิต เสริมสร้างกำลังใจ – ให้กำลังใจคนทำงานเก่ง ๆ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จในการทำงานของพวกเขาให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ฟัง ชื่นชมคนเก่งว่าเป็นคนสำคัญของทีมและขององค์กรโดยรวม ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดีทั้งนั้น เมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวเรา
  6. ดัน “ดารา” – เปิดโอกาสให้ลูกน้องเก่ง ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อเห็นโอกาสที่ดีและเหมาะสม ก็ไม่ควรเก็บเขาไว้ที่เดิมจนไม่ได้มีโอกาสเติบโต ส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ ๆ ที่ท้าทาย และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งได้เติบโตในสายงานขึ้นเป็นลำดับ
  7. กำจัดความกลัว สร้างความมั่นใจ – คนทั่ว ๆ ไปย่อมมีความกลัวในเรื่องต่าง ๆ เป็นธรรมดา ทั้งกลัวไม่เป็นที่รัก กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เข้าพวก ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจและไม่เป็นตัวของตัวเอง วิธีการรับมือกับความกลัวไม่ใช่เรื่องยาก เพียงยอมรับความกลัวด้วยความมั่นใจ แล้วเดินหน้าต่อไป ให้เตือนตนเองเสมอว่าการจ้างและพัฒนาคนที่มีความสามารถเป็นสิ่งที่เจ้านายและหัวหน้าที่ดีควรทำ เพื่อผลดีของทีมและเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

หาโปรแกรมสำหรับบันทึกข้อมูลบุคคลต่างๆ ในบริษัทก็ยากเหลือเกิน บางแห่งต้องทำแบบฟอร์มขึ้นมาเองจากโปรแกรม Microsoft Excel เลยก็มี วันนี้ไม่ต้องยุ่งยากแบบนั้นแล้วด้วยโปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี เก็บข้อมูล (Data) และ รูปภาพ (Picture) ของพนักงานในบริษัท อย่างละเอียด มีฟังก์ชั่นสำหรับกำหนดข้อมูลบริษัท แผนก และตำแหน่งพนักงานด้วยโปรแกรมเดียว เห็นแบบนี้เจ๋งไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เอาละมาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง และใช้งานได้ดีขนาดไหนกัน

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

ทีมพัฒนาชื่อ Satoshi Interlogickey ออกแบบโปรแกรมที่ใช้สร้างระบบฐานข้อมูลพนักงาน (Resume) โดยจะเก็บประวัติข้อมูลส่วนตัวของพนักงานแต่ละคนได้อย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไปอย่างเช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เบอร์ติดต่อ ไปจนถึงข้อมูลประวัติการศึกษาที่มี และข้อมูลเงินเดือนที่ได้รับ รวมถึงวันเริ่มงาน แผนกและตำแหน่งงานที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยที่สามารถใส่รูปภาพแนบเข้ากับหน้าข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย

มันมีระบบป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยการเข้ารหัส ที่ยากต่อการเจาะระบบ (Hacker) หรือ ล้วงเอาความลับในข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไปได้ง่ายๆ พร้อมทั้งยังมีระบบในการสำรองไฟล์ข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาดและการสูญหายของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมันได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ไม่มีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อน นอกจากนี้โปรแกรมยังมีระบบ ในการตรวจเช็คได้ว่ามีใครบ้าง ที่เข้าไปดูประวัติและข้อมูลเงินเดือนของพนักงานได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และ ป้องกันความลับรั่วไหล

ข้อมูลทั่วไปที่บันทึกลงในประวัติแบบละเอียดมี ข้อมูลทั่วไป, ข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลเงินเดือน, ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน, ข้อมูลประสบการณ์การทํางาน, ข้อมูลประวัติการศึกษา, ข้อมูลทักษะต่างๆ, ข้อมูลความชำนาญด้านภาษา, ข้อมูลไลเซ่นหรือใบอนุญาตต่างๆ ทั้งยังเพิ่มรูปเข้าไปเพื่อความสะดวกในการตรวจและความเข้ากันของประวัติแต่ละบุคคล ทำให้ฝ่ายบุคคล (Human Resourse) ค้นหาประวัติคนที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น โดยตัวโปรแกรมออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้ทั้งภาษาไทย (Thai Ver.) และภาษาอังกฤษ (English Ver.)

ใครที่คิดว่าใช้งานได้ระบบ Windows อะไรได้บ้าง มาทางนี้เลยมันสามารถใช้ได้กับ Windows 7 (Seven) / 8 / Server 2012 / 8.1 / 10 / Server 2016 ที่บอกเลยว่าสบายหายห่วงและทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี (Freeware) อีกด้วย หากกำลังมองหาโปรแกรมบันทึกประวัติ บันทึกข้อมูลส่วนตัว โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมตัวนี้ไปใช้ได้เลย มันเป็นโปรแกรมสัญชาติไทยซะด้วย แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

ถึงจะมองว่าอินเทอร์เน็ตมีไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้ามีอินเทอร์เน็ตแล้วไม่มีคุณภาพก็ไม่ดีเหมือนกัน การเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องยากช่วงก่อนหน้านี้หลายปี ในปัจจุบันสามารถ Speedtest เช็คความเร็ว ในยุคปัจจุบันการใช้อินเทอร์เน็ตถือเป็นวงกว้างมากนอกจาก 3G, 4G และ Wi-Fi ที่มีอยู่ทุกที่แถมติดตั้งง่ายด้วย และการใช้งานไม่ได้เสถียรในทุกวันแน่นอน ทำให้การเช็คและตรวจสอบอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องทำเมื่อเกิดความผิดปกติหรือจะให้ดีเช็คทุกวันๆ ละ 1 ครั้งก็ยังได้ และไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมากเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและมือถือ คอมพิวเตอร์สักเครื่องก็พอแล้วส่วนจะมีเว็บไหนให้บริการบ้างมาดูกัน

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

Speedtest เช็คความเร็ว อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดทุกการใช้งาน

การเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) ทำได้ไม่ยากเพียงเข้าเว็บไซต์ที่ให้บริการไม่ว่าจะเป็น thaiware, speedtest, adslthailand, 3Broadband, TOT, Cat Telecom, CS Loxinfo เป็นต้น แต่ละเว็บไซต์มีหน้าตาแตกต่างกันไปแต่ใช้งานง่ายและมีจุดประสงค์เดียวกันคือการเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต ทั้งยังแจกแจง IP Address มาให้ด้วย ซึ่งไอพีที่ว่านี้เป็นไอพีแท้จริงจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) นั่นเอง หน้าตาของเว็บไซต์เช็คสปีดจะมีแถบ Download, Upload, Ping มีหน่วยความเร็วเป็น Mbps และค่าความหน่วงเวลาอยู่ที่ ms จะเหมือนกันเป๊ะๆ ทุกเว็บ สิ่งที่แตกต่างคือ Server ที่เชื่อมต่อบนเว็บไซต์นั้นๆ บางที่อยู่ที่สิงค์โปร์ ฮ่องกง อเมริกา ไทย ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ใช้งาน

ทีนี้มาดูค่าต่างๆ กันว่ามีอะไรบ้างที่ควรรู้ Latency คือ ค่าความเร็วในการตอบสนองที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งแพ็คเกจข้อมูลระหว่างตัว Client กับ Server ยิ่งค่าตัวเลขนี้ยิ่งต่ำยิ่งดีทำให้การตอบสนองเป้นได้ไปอย่างรวดเร็ว ลดอาการหน่วงขณะใช้งาน ทั้งการรับ-ส่งข้อมูลรวมไปถึงการเล่นเกมส์ตระกูล Moba ที่จำเป็นต้องเล่นอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในจังหวะสำคัญ ค่าต่อมาคือ Transfer Rate คือ ขนาดแพ็คเกจข้อมูลที่สามารถเดินทางได้ จะบอกว่าเป็นความเร็วในการรับส่งก็ได้เช่นกันยิ่งเน็ตเวิร์คมีแบนด์วิดสูงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ค่า Transfer Rate สูงมากขึ้น ตรงนี้คล้ายๆ ค่าความเร็วอินเทอร์เน็ตยิ่งมีความเร็วสูง brandwith ก็จะสูงตามขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่ติดตั้งและความเร็วในการใช้งาน ค่าสุดท้ายคือ Jitter คือ ค่าความล่าช้า ในการรับแพ็คเกจข้อมูล ที่ทำได้ช้ากว่าข้อมูลที่ถูกส่งมา ยิ่งค่าตัวเลขนี้ยิ่งต่ำยิ่งดี คล้ายๆ ค่าความหน่วงแต่ก็ยังไม่ใช่ซะทีเดียวค่านี้แนะนำให้ต่ำไว้ดีที่สุด

เอาละทีนี้ก็รู้แล้วว่าต้องเข้าเว็บไซต์ไหนและดูค่าในการเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตยังไงให้อยู่รอด และพร้อมใช้งานอยู่ตลอดที่สำคัญการเช็คอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นด้วยตัวเองก็สามารถแก้อาการอินเทอร์เน็ตช้าได้เองโดยไม่ต้องรอช่างเข้ามาให้บริการได้ด้วย หรือให้สะดวกขึ้นโทรหา Call Center ที่ให้บริการก็ได้เหมือนกันนะ

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

มีไม่น้อยเลยที่เราอยากได้เพลงที่ชอบมาใส่ไว้ในมือถือ ผ่านโปรแกรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแต่งเพลง แปลงไฟล์ โปรแกรมบีบอัดเสียงเพลง และอีกมากมาย วันนี้แอดมินมาแนะนำ โปรแกรม Audiodope โปรแกรมตกแต่ง แก้ไข แปลงไฟล์เสียงได้ครบครันในตัวเดียว ยิ่งใครที่ชอบการทำริงโทน (Ringtone) ด้วยโปรแกรมแล้วตัวนี้สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งยังตัดท่อนที่ชื่นชอบและบันทึก (Save) เป็นไฟล์ต่างๆ ได้ตมต้องการ อาทิเช่น .MP3, .MP4, .M4r เป็นต้น ซึ่งไฟล์เพลงสามารถนำไปใช้กับมือถือตามรุ่นที่ใช้งานได้ทันทีเลย

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

โปรแกรม Audiodope แต่งเพลง บันทึกไฟล์เสียง

เกริ่นกันคร่าวๆ ก่อนว่าโปรแกรมแต่งเพลงตัวนี้ ถูกพัฒนามาจากประเทศกรีซ (Greece) ซึ่งโปรแกรมที่มาจากประเทศนี้ก็มีเยอะอยู่พอสมควรเลยและแต่ละโปรแกรมก็ดีไม่แพ้กับทางอเมริกาเลย อะกลับมาที่ตัวโปรแกรมกันต่อ มันสามารถรับไฟล์เสียงและแปลงเข้ามาขึ้นหน้าจอในรูปแบบคลื่นเสียง (Wave) เพื่อให้เราสามารถตัดต่อเสียงที่ต้องการได้ละเอียด แค่นั้นยังไม่พอหรอก เพราะมันยังซูม (Zoom) ขยายเข้าไปหรือซูมออกมา ทำให้การตัดต่อ แก้ไขทำได้สะดวกมากขึ้น ส่วนสนับสนุนการเล่นไฟล์หลากหลายประเภท เช่น ไฟล์ WAV ไฟล์ FLAC ไฟล์ MP3 และไฟล์ OGG Vorbis ที่สามารถเปิดผ่านโปรแกรมนี้ได้แบบไร้กังวลเลยทีเดียว เพราะไฟล์สากลทั่วไปที่มีตามท้องตลาดและอินเทอร์เน็ต ความเจ๋งของโปรแกรมมันยังไม่หมดแค่นี้

ตัวมันเองสามารถปรับเสียงโทนต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นเสียง สูง กลาง ต่ำ เบส เป็นต้น ซึ่งมีความละเอียดอย่างมาก ยิ่งคนที่ทำงานด้านเพลงหรือ ชื่นชอบในการตัดต่อเพลงอยู่แล้วด้วยละก็ต้องลองหาดาวน์โหลดมาใช้งานกันดู คิดว่าคงดีไม่แพ้โปรแกรมตัวอื่นๆ อย่าง Nero Wave Editor ที่เป็นที่นิยมมากในรุ่นก่อนปัจจุบันผ่านมาหลายเวอร์ชั่นบางคนยังใช้งานกันอยู่เลย และโปรแกรมนี้มีที่เจ๋งไปกว่าเดิมคือการมิกซ์เพลง (Mix Music) ที่จะตัดต่อเติมแต่ง เสียงหลายเพลงเข้าด้วยกัน ใส่เอฟเฟค เพิ่ม-ลดสปีดของเพลงให้มันส์ดังใจหรือจะทำริงโทนตามสไตล์ที่ชอบก็ดีงามไม่แพ้กัน ตั้งแต่ดีเจ (DJ) มือสมัครเล่นไปจนถึงระดับสูงอาจจะหันมามองโปรแกรมนี้บ้างก็ได้นะเออ

โปรแกรมตัวนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยละสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงระดับกลาง ที่ใช้งานง่ายและหน้าตาโปรแกรม (Interface) เข้าถึงได้ไม่ยากนัก ในเรื่องการติดตั้ง (Install) ก็ง่ายและไม่เปลืองทรัพยากรเครื่อง ยิ่งตอนแปลงไฟล์หรือบันทึกไฟล์เสียงก็ไม่กินทรัพยากรเกินจำเป็นนะ ในเรื่องของการอัดเสียงโดยตรงผ่านไมโครโฟนแล้วเข้าเครื่องเพื่อนำไฟล์เหล่านั้นมาตัดต่อ ผ่านโปรแกรมนี้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมตัวอื่นช่วยเลย ข้อเสียอย่างนึงของโปรแกรมตัวนี้คือการทำงานแบบทีละขั้นตอนทำให้เวลาที่เราต้องการแปลงไฟล์ที่ละเยอะๆ (Batch Process) เป็นไปได้ช้ากว่าเดิมนั่นเอง แต่ก็ยังทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง แล้วก็ใครที่ชื่นชอบลองโปรแกรมใหม่และฟรี สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาได้ทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และโฆษณาที่แอบแฝงมาแน่นอน

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

มือถือ อุปกรณ์ที่รู้จักกันดีในปัจจุบันมันมีความสามารถเยอะจนเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า สมาร์ทโฟน เนื่องจากมีพัฒนาการหลายอย่างถูกใส่เข้าไปในมือถือเรียกได้ว่ายัดทุกความสามารถลงไปในมือถือเครื่องเดียวเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บไฟล์เอกสารงาน พรีเซ้นเตชั่น ไฟล์เพลง เกมส์ ภาพยนตร์ ตั้งเตือนเวลา ตารางการทำงาน ติดต่อสื่อสาร อินเทอร์เน็ต สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไฟฉาย หรือในปัจจุบันยังสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนด้วยกันได้ด้วย มันจึงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้แล้วในยุคนี้

ถามว่าทำไมถึงต้องมาดู รีวิวมือถือ ด้วยละ ตอบได้ง่ายมาก ถ้าคุณต้องการทราบข้อมูลของมือถือเครื่องนั้น ไม่ว่าจะค่ายไหนก็ตามต้องอ่านรีวิวมือถือตามอินเทอร์เน็ตหรือหาข้อมูลจากร้านค้าต่างๆ และแน่นอนข้อมูลบางแหล่งก็ไม่ครอบคลุมทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ร้านค้าก็คงไม่ทราบทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่อยากได้แน่นอน ทำให้มันสำคัญมากยิ่งจำเป็นต้องซื้อมือถือสักเครื่องที่เป็นของตนเองด้วย ยิ่งต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้นไปอีก แล้วทีนี้และคุณจะเห็นถึงความสำคัญมาก

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

มาดู รีวิวมือถือ จากค่ายต่างๆ กันเถอะ

สมาร์ทโฟนที่มีตามท้องตลาดไม่ได้มีเพียงค่ายเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว อย่าง Apple ที่ออกมือถือและแท็บเล็ตเป็น iPhone iPad หรือจะเป็น iPod Touch ด้วย หรือจะเป็นฝั่ง Android ก็คงไม่พลาดอย่าง Samsung ที่มีออกมาหลายรุ่นมากๆ เช่นกัน ทำให้หลายคนต้องการเลือกซื้อกันไม่ถูกเลย เพราะด้วยความที่สเปคเครื่องที่ต่างกันไม่มากนัก และราคาที่ต่างกันเล็กน้อยในการเลือกซื้อจะดีมากขึ้นหากได้อ่าน รีวิวโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อมือถือสักเครื่องหนึ่ง

ค่ายมือถือที่ผลิตในปัจจุบัน ได้แก่

  1. Apple
  2. Samsung
  3. LG
  4. Oppo
  5. Lenovo
  6. Asus
  7. Sony
  8. HTC
  9. Nokia
  10. BlackBerry
  11. Motorola
  12. Microsoft
  13. i-Mobile
  14. Acer
  15. Acatal
  16. BenQ
  17. True
  18. AIS
  19. Dtac
  20. Wiko
  21. Panasonic
  22. Huawei
  23. Dell
  24. Go-Live
  25. Toshiba
  26. Sharp
  27. และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อพูดถึง การรีวิวโทรศัพท์มือถือ จะเป็นการทดลองใช้งานมือถือแบบทั่วไป เช่น การใช้งานแอพพลิเคชั่น, การดาวน์โหลด, กล้องถ่ายรูปทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง, ระบบ NFC การถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ รวมทั้งความโดดเด่นในด้านทรัพยากรเครื่องแต่ละรุ่น พร้อมยังบอกสเปคเบื้องต้นให้กับผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี และยังมีคลิปวีดีโอสำหรับการใช้งานในส่วนต่างๆ อีกด้วย ถ้าคุณกำลังสนใจมือถือรุ่นไหนอยู่ละก็ลองแวะมาชมรีวิวมือถือ ที่นี่ได้เลย

สามารถติดตามอ่านบทความรีวิวมือถือได้ที่นี่เลย http://review.thaiware.com/mobile/

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ความสบายที่คุณต้องชอบเมื่อไม่อยู่บ้าน

หากคุณเป็นคนที่หลงไหลในของเล่นไอทีที่มีให้เล่นเยอะแยะแล้วละก็ 1 ในนั้นคงต้องเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น แน่นอนและถ้าได้พักอยู่บ้านหรือคอนโดติดริมถนนทั้งหลายก็คงสุดแสนจะชอบกับ ทิวทัศน์หรือความสะดวกสบายเมื่อกลับเข้ามาพักผ่อน แต่ก็คงไม่ดีแน่ถ้ากลับแล้วต้องมาทำงานบ้านทั้งกวาด ถูพื้นบ้าน คงหมดสภาพกัน ไหนจะเหนื่อยงานที่ทำแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับงานบ้าน จึงต้องหาวิธีที่จะลดความเหนื่อยล้าของคุณด้วยเจ้านี่เลย ซึ่งมันช่วยคุณทำความสะอาดบ้านได้อย่างหมดจดแบบครบทุกซอกทุกมุมเลยจริงๆ เซ็นเซอร์การนำทางที่ชาญฉลาด ทั้งยังป้องกันการตกหล่นจากบันไดด้วย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้มีลักษณะเป็นแผ่นทรงกลมเพรียวบาง ล้ำสมัย ที่เคลื่อนตัวไปมาได้เองอย่างเป็นอิสระ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หมุนตัวได้อย่างไม่จำกัด และมีขนแปรง ช่วยเก็บกวาดเศษฝุ่น ขนสัตว์ได้ ที่มากไปกว่านั้นคือ คุณสามารถตั้งค่าให้ทำความสะอาด โดยระบุ วัน เวลาใดก็ได้ เช่น เวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน เป็นต้น เมื่อคุณกลับมาถึงบ้านของคุณก็จะสะอาดไร้ฝุ่น แบบที่คุณไม่ต้องเหนื่อยทำเองเลยสักนิด

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ความสบายที่คุณต้องชอบเมื่อไม่อยู่บ้าน

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ความสบายที่คุณต้องชอบเมื่อไม่อยู่บ้าน

โดยในปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายหลายค่ายที่นำเข้ามาและเริ่มแพร่หลายในกลุ่มผู้รักบ้าน เช่น Samsung, LG, iRobot เป็นต้น ซึ่งแต่ละค่ายจะมีเอกลักษณ์และความสามารถ ทั้งขนาดหุ่น รูปแบบ ฟีเจอร์การทำงาน อุปกรณ์ที่มีติดตัว ความทนทาน วัสดุที่ใช้ผลิต ระบบเซ็นเซอร์ภายใน ฯลฯ รวมไปถึงชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น Samsung จะเรียกว่า NaviBot, ทาง LG มีนามว่า Hom-Bot (ย่อมาจาก Home Robot) และค่ายสุดท้าย iRobot ตามด้วยชื่อรุ่นต่างๆ โดยแต่ละตัวแต่ละค่ายก็จะมีราคาไม่เท่ากันซึ่งการประเมิณราคาในท้องตลาดคร่าวๆ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 20,000 บาทขึ้นไป

หายห่วงได้กับเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่มีมากรอบตัว ให้เคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระโดยไม่ชนสิ่งของแรงเกินไป คุณจึงวางใจได้ว่าหุ่นยนต์ตัวนี้จะไม่ชนเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านให้เกิดความเสียหายแน่นอน ถึงแม้ว่าบ้านของคุณจะมีธรณีประตู สายไฟ หรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ บนพื้น ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับ หุ่นยนต์ทำความสะอาด ตัวนี้ในการทำความสะอาดเลยละ ด้วยระบบการสแกนห้องของคุณว่ามีลักษณะอย่างไร มันจึงสามารถกำหนดเส้นทางการทำความสะอาดได้รอบบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ที่มากไปกว่านั้นคือระบบเซ็นเซอร์ (Sensor) จะตรวจจับปริมาณฝุ่นในแต่ละจุด ถ้าจุดใดที่มีปริมาณฝุ่นเยอะ มันก็จะเข้าไปทำความสะอาดในจุดนั้นซ้ำจนสะอาดหมดจด รวมถึงสามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำความสะอาดตามสภาพพื้นผิวได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ หรือพรม ก็ไม่เป็นปัญหากับเจ้านี่แน่นอน

ทุกครั้งก่อนทำการซื้อสินค้าต้องคอยหมั่นเช็คโปรโมชั่น ส่วนลด หรือของแถมต่างๆ ที่มีมาให้พร้อมกับตัวหุ่นยนต์ รวมไปถึงสถานที่รับเคลม ซ่อม ซื้ออะไหล่และอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น ไม่ว่าจะกรณีฉุกเฉินหรือไม่ก็ตาม หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่รักบ้านได้ทั้งความรู้ความเข้าใจ การตัดสินใจเลือกซื้อ และความสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงและเวลาให้กับงานบ้านที่หนักหน่วงประจำสัปดาห์ เพื่อให้คุณได้มีเวลาไปจัดการอย่างอื่นได้มากยิ่งขึ้น

แบตสำรอง หรือ PowerBank ที่พกพาง่ายและติดตั้งในทุกวัน

หากพูดถึงคำว่า “แบตสำรอง” หรือ ที่ใครคนส่วนใหญ่มักจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษกันว่า “พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank)” นั้น มันเป็น อุปกรณ์เสริม บนโทรศัพท์มือถือ ที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ผู้ผลิตมือถือ หรือแบตเตอรี่หลายๆ ค่ายที่เป็นผู้พัฒนา อุปกรณ์สินค้า IT ส่วนใหญ่ได้หันมาจับตลาดทางด้าน แบตสำรอง นี้ เป็นจำนวนมากขึ้นเพราะในปัจจุบัน มือถือ สมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน ได้กลายมาเป็นอุปกรณ์ที่หลายๆ คนพกติดตัวไปไหน มาไหนด้วยตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน หรือ ออฟฟิส สังเกตุได้จากเวลาที่เราเดินทางไปไหน มาไหน ก็มักจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ ต่างก้มหน้า มองที่หน้าจออุปกรณ์สื่อสาร หรือจนมีชื่อเล่นของสังคมในปัจจุบันนี้กันว่า “สังคมก้มหน้า” ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ แบตเตอรี่ ที่ติดมากับอุปกรณ์สื่อสารเหล่านั้นหมดไปอย่างเร็วมาก

 แบตสำรอง หรือ PowerBank ที่พกพาง่ายและติดตั้งในทุกวัน

แบตสำรอง หรือ PowerBank ที่พกพาง่ายและติดตั้งในทุกวัน

มันเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือ อุปกรณ์ IT ที่คุณพกพาไปใช้นอกสถานที่ โดยที่ยังมีแบตเตอรี่ใช้งานอยู่ตลอดเวลา แบตสำรอง (Power Bank) ปัจจุบันได้มีการดีไซน์ให้ดูหรูหรา น่ารัก มีขนาดเล็กลง แถมยังมีการออกแบบให้เป็นได้มากกว่า แบตสำรองโดยบางรุ่นยังสามารถใช้เป็นไฟฉาย หรือ ใช้ฟังเพลงไปในตัวได้อีกด้วย โดยมีทั้งเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม หรือแม้เป็นรูปการ์ตูนน่ารักๆ รวมถึงความจุก็มีให้เลือกได้หลากหลายมากขึ้น ความจุของแบตสำรองมีตั้งแต่ 2,400 mAh ไปจนถึง 20,000 mAh ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ ราคาของแบตสำรองก็ได้ปรับลงมาถูกมาเป็นอย่างมาก ถ้าหากเทียบกับช่วงที่ออกมาขายใหม่ ๆ เหมาะที่จะเป็นอุปกรณ์พกพาไปในที่ต่างๆ อีกเช่นนึงเลยทีเดียว

ซึ่งแต่ละค่ายที่ผลิตออกมาก็มีขนาดที่แตกต่างกัน สี รูปแบบ จำนวนความจุแอมป์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อของผู้บริโภค เพราะหากมีดีไซน์สวยงาม แต่ความจุน้อยเกินไป ก็เป็นไปได้มากที่ผู้บริโภคจะไม่เลือกซื้อไปใช้งาน แต่ถ้าหากความจุที่สูงเกินไป และมีน้ำหนักมากเกินกว่าจะพกพาได้ ก็แย่อีกเช่นกัน เพราะมันไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ใช้งานได้อย่างคล่องตัว อย่างไรก็ดีในปัจจุบันก็มีหลากหลายค่ายที่ผลิตและออกมาวางขาย หากให้แนะนำถึงยี่ห้ดังๆ แล้ว ก็จะมี Sony, Commy, Eloop, Sanyo และค่ายอื่นๆ มากมาย ก็ขึ้นอยู่กับว่าราต้องการบริโภค แบบไหนอย่างไร ก็อย่างลืมเช็คและตรวจสอบก่อนการซื้อขายและ การใช้งาน

« Older Entries Recent Entries »