นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

อินบอดี้วอทช์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของโปรแกรมเริ่มต้นควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ใหม่ ใน 1 ชุด ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ 5 กล่อง นิวทริไลท์ โปรตีน 3 กระป๋อง นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ 2 กล่อง หรือเลือกเป็นนิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ชนิดเติม 1 กล่อง แก้วเชคบอดี้คีย์ 1 ใบ และนาฬิกา InBody Watch

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ จาก บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ โดยแอมเวย์ ที่มีฟีเจอร์ใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพการควบคุมน้ำหนักจากสายรัดอินบอดี้รุ่นเดิม ด้วยฟีเจอร์วัดองค์ประกอบร่างกาย นับก้าวเดิน วัดคุณภาพการนอน และฟีเจอร์ใหม่ วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยี พีพีจี PPG (photo-plethysmography) ติดตามความเครียดระหว่างวัน ด้วยเซ็นเซอร์ที่จับค่า “ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ” หรือ เอชอาร์วี (HRV) คือช่วงเวลาระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ผู้ช่วยในการออกกำลังกายติดตัว หรืออีซี่เทรนนิ่ง ที่ช่วยจดจำการเคลื่อนไหวของร่างกาย อินบอดี้วอทช์ การันตีด้วยรางวัล CES Innovation Award 2017 มาพร้อมกับดีไซน์หน้าปัดกลมเรียบหรู เข้าได้กับทุกลุค ทันสมัยด้วยหน้าจอสัมผัส กันน้ำได้ลึกถึง 1.5 เมตร นาน 30 นาที (IP68)

อินบอดี้วอทช์ ใช้งานง่ายเพียงกดปุ่มข้างตัวเรือนเพื่อเรียกหน้าจอ เพื่อเข้าสู่การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 3 – 5 วัน รองรับสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ เวอร์ชั่นใหม่ ที่เพิ่มฟังก์ชั่นจัดการแข่งขันลดน้ำหนักด้วยตนเองและสามารถชวนเพื่อนมาร่วมแข่งขันได้หลากหลายรูปแบบ อินบอดี้วอทช์ มีให้เลือก 2 ขนาด S/M และ M/L จำหน่ายในราคาสมาชิกเพียง 7,000 บาท หรือราคาขายปลีก 8,750 บาท รับประกันความพอใจ ยินดีคืนเงิน สนใจสั่งซื้อได้จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amway Call Center 0-2725-8000

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

เชื่อว่าหลายคนต้องใช้งานไฟล์ประเภท PDF กันอยู่ประจำ ยิ่งในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องมีเอกสารสำคัญที่แปลงไฟล์ในรูปของ PDF แน่นอน ยิ่งเป้นความลับการล็อคไฟล์เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องมีโปรแกรมช่วยอย่าง โปรแกรม PDF Password Locker ที่สามารถล็อค ตั้งรหัส และลบรหัสออกจากไฟล์ PDF ต่างๆ ได้ตามการใช้งานเลย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและคล่องตัวมากขึ้น โดยคนที่ไม่เคยใช้งานโปรแกรมประเภทนี้มาก่อน หมดห่วงได้เลย เพราะหน้าตาที่ทันสมัยไม่กี่คลิกก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

ใช้สำหรับ ล็อค หรือ ปลดล็อค ไฟล์ PDF ของเรา ผ่านการเข้ารหัสผ่าน เพื่อป้องกันการแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังสามารถที่จะกําหนดสิทธิ (Permission) ของผู้ที่จะแก้ไขได้อีกด้วย ซึ่งโปรแกรมตัวนี้ มาจากผู้พัฒนา PDFProtectFree ที่เปิดให้เราได้ดาวน์โหลดไปใช้กันได้ฟรีๆ ในส่วนของหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ของโปรแกรมตัวนี้นั้น ได้ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีส่วนแสดงภาพตัวอย่าง (Preview) และส่วนแสดงรายละเอียดภายในตัวไฟล์ PDF ที่มีทั้ง ชื่อ (Name) ตำแหน่งที่ตั้ง (Path) ขนาด (Size) เป็นต้น ให้เราได้ทราบถึงไฟล์ที่กำลังจะล็อคไป โปรแกรมนี้มีขนาดไม่ใหญ่ทั้งยังรองรับการทำงานกับ Windows XP / Vista / 7 / 8 / 8.1 / 10 และ Server 2016 ด้วย ใครที่ใช้ Windows ตัวไหนอยู่ก็สบายเพราะรองรับทุกเวอร์ชั่นจริงๆ

นอกจากนี้แล้ว เราสามารถกำหนดสิทธิ (Permission) การเข้าถึงข้อมูล หรือ การแก้ไข ไฟล์ PDF ได้ และเรียกดูประวัติการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการล็อค การปลดล็อค เปลี่ยนพาสเวิร์ด ผ่านเจ้าตัวนี้ได้สะดวกสบาย สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรม ที่ช่วยตั้งรหัสผ่านให้กับไฟล์ PDF นั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลย นอกจากจะใช้ง่ายแล้ว ยังกำหนดสิทธิการเข้าถึง การแก้ไขข้อมูล และ การก็อปปี้ข้อมูลภายใน ได้อีกด้วย ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้มีมากมายตามคุณสมบัติด้านบนแล้วยังไม่พอ ทางทีมพัฒนาเค้าได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้กันแบบ Freeware ไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมกันซะด้วย ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่งบน้อยและต้องการใช้งานโปรแกรมประเภทนี้เลยละ

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลสำรวจฉบับล่าสุดของวีซ่า เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค[1] แสดงให้เห็นว่า เก้าในสิบ ของคนไทยสนใจที่จะชำระเงินผ่าน โมบายวอลเล็ต หากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่น่าไว้วางใจ รวมถึงข้อเสนอจูงใจและบริการเสริมอื่นๆ เช่น แบรนด์ลอยัลตี้โปรแกรม และการสะสมแต้มต่างๆ เป็นต้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

การทำแบบสำรวจครั้งที่สี่ประจำปี พบว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มที่จะใช้ โมบายวอลเล็ต แทนเงินสดมากขึ้น หากการชำระเงิน[2]ผ่าน โมบายวอลเล็ต มีข้อเสนอและรางวัลต่างๆ รวมถึงฟังก์ชันในตัว เช่น การสะสมแต้ม การแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดการสั่งซื้อ รวมถึงใบเสร็จรับเงินแบบดิจิตอลเพื่อติดตามค่าใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะลองใช้ โมบายวอลเล็ต มากยิ่งขึ้น

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นการยืนยันได้ว่าผู้บริโภคไม่เพียงแค่ต้องการการชำระเงินผ่านมือถือที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องการโปรโมชั่น และฟังก์ชั่นในการสะสมหรือใช้แต้มได้ด้วย ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามผู้คนเริ่มมองว่าการชำระเงินไม่ได้เป็นแค่การใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งวีซ่าในฐานะผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลก ยังคงพัฒนาทั้งระบบการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุดรับบัตรทั่วโลก การสร้างแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมต่างๆ สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นจูงใจ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยให้รัดกุมและทันสมัย”

การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เช่น หน่วยลงทุนและการช้อปปิ้งออนไลน์ สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการทำธุรกรรมบนมือถือ (51 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่การซื้อของออนไลน์คิดเป็นสามในสิบ (31 เปอร์เซ็นต์) ในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินนั้นมีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 14 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าเก้าในสิบผู้ตอบแบบสอบถาม (87 เปอร์เซ็นต์) ชำระเงินผ่านมือถือในปีที่ผ่านมาและ 58 เปอร์เซ็นต์ได้ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือเรื่องความปลอดภัย

อุปสรรคสำคัญในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือความกลัวจากการแฮ็กโทรศัพท์และการขโมยข้อมูล (34 เปอร์เซ็นต์) การทำโทรศัพท์หายหรือถูกขโมย (22 เปอร์เซ็นต์) การเข้าถึงบัญชีส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต (17 เปอร์เซ็นต์) รวมถึงไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ (9 เปอร์เซ็นต์)

“ในขณะที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการชำระเงินผ่านมือถือ แต่ความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับวีซ่าแล้ว ไม่ว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสจะดำเนินการผ่านบัตร โทรศัพท์มือถือ หรือการชำระเงินด้วย QR Code เราจะใช้วิธีรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้นเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและอุ่นใจในขณะที่ชำระเงิน อาทิเช่นบริการ Visa Token Service (VTS) ที่เปลี่ยนหมายเลขบัตรชำระเงินด้วยตัวเลขดิจิตอลที่ไม่ซ้ำกันหรือ ‘โทเค็น’ สำหรับการชำระเงินออนไลน์และผ่านมือถือโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดของบัญชีจริง และรวมถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน สำหรับ โมบายคอมเมิร์ซ” นายสุริพงษ์ กล่าวเสริม

โดยเฉพาะ QR Code จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต วีซ่าและสมาชิกของ EMVCo ได้มีการเปิดตัวมาตรฐาน QR Code แบบใหม่ทั่วโลก และได้มีร้านค้านำมาตรฐานนี้ไปใช้อย่างประสบความสำเร็จในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

QR Code มาตรฐาน EMVco นี้เป็นขั้นตอนทสำคัญที่จะส่งเสริม interoperability หรือการเชื่อมต่อระบบชำระเงินแบบเปิด เพื่อให้ QR Code เติบโตอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐานสากลโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย และความเร็วของธุรกรรม ณ ปัจจุบัน ธนาคารทั้ง 33 แห่งและผู้ค้ากว่า 328,000 รายในประเทศอินเดีย เคนย่า และไนจีเรียได้นำระบบมาตรฐาน QR Code นี้มาใช้งานแล้วและ ทำให้การชำระเงินแบบดิจิตอลโตอย่างรวดเร็ว

EMVCo เป็นหน่วยงานด้านเทคนิคทั่วโลกที่มีภารกิจจัดการ รักษา และพัฒนาข้อกำหนด EMV เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้งานร่วมกันและจุดให้บริการ EMV ทั่วโลก

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

สำหรับคนทำงานยุคใหม่ การเปลี่ยนงานบ่อยดูจะเป็นเรื่องที่ปกติไปซะแล้ว แต่คุณต้องคิด ก่อนเปลี่ยนงาน ว่า เมื่อผู้ประกอบการเห็นประวัติการทำงานในโปรไฟล์หรือเรซูเม่ว่า “คุณเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป” จะทำให้มีผลต่อการพิจารณารับเข้าทำงานได้ รวมถึงบรรดาเหล่า ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการอาจคิดว่า คุณไม่มีความมั่นคงและไม่มีแรงจูงใจในการทำงานก็เป็นได้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไม่รับคุณเข้าทำงาน ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานครั้งนี้ น่าจะดี ถ้าคุณได้พิจารณาถึงเหตุผลของการเปลี่ยนงานก่อนว่า “อะไรเป็นแรงจูงใจในการเปลี่ยนงาน” ซึ่งมีอยู่ 6 ปัจจัยด้วยกันที่มีผลต่อความสุขในการทำงาน และความพึงพอใจในงาน แค่คุณตอบคำถามทั้ง 6 ข้อด้านล่างนี้ คุณก็จะทราบว่า ถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว หรือคุณยังมีความสุขดีกับการทำงานที่เดิมที่นี่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

1. คุณได้รับเงินเดือนและสวัสดิการในอัตราที่ใกล้เคียงกับบริษัทอื่นในสายงานเดียวกันหรือไม่?

เงินเดือนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ที่ใช้ในการพิจารณาก่อนเปลี่ยนงานเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น เพื่อนร่วมงานที่ดี, การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เป็นต้น หากคุณพิจารณาจากทั้ง เงินเดือน สวัสดิการ และปัจจัยอื่น ๆ แล้วว่า ตัวคุณเองมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่คุณได้รับอยู่ ลองหาโอกาสพูดคุย ต่อรองกับหัวหน้างานหรือเจ้านายของคุณดูว่าจะได้ผลหรือเปล่า

2. การทำงานของคุณมีความท้าทายมากพอหรือไม่

ถ้าคุณกำลังเบื่องานที่ทำ คุณจะรู้สึกว่าไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำงานอะไร แรงบันดาลใจไม่มี ความคิดสร้างสรรค์ไม่เกิด สาเหตุอาจมาจากงานที่คุณรับผิดชอบเป็นงานเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ จึงทำให้หมดความท้าทายในการทำงานไป ให้คุณลองคิดทำโปรเจคใหม่ ๆ เพื่อแสดงศักยภาพในการทำงาน และสร้างความประทับใจให้หัวหน้าหรือเจ้านายเห็น จากนั้นดูว่าคุณมีได้ขยับขยาย ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่องานที่ท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หรือได้ขึ้นเงินเดือนบ้างหรือเปล่า

3. คุณเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่คุณทำงานอยู่หรือเปล่า?

สไตล์การทำงานและการบริหารงานขององค์กร ในบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” คุณคือหนึ่งในผู้โชคดี เพราะความเข้ากันได้นี้ จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน และสร้างผลงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

4. มีสมดุลกับชีวิตส่วนตัวในงานปัจจุบันหรือไม่?

ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกับคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” ลองสังเกตุดูว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้างานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ทำให้สุขภาพของคุณทรุดโทรม ทั้งเครียด ทั้งป่วย นี่ก็เป็นสาเหตุที่ดี ที่คุณควรเปลี่ยนงาน เพราะเงินก็ไม่สามารถทำให้สุขภาพของคุณกลับมาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ได้หรอก

5. ถ้ายังทำงานอยู่ที่นี่ คุณมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่า?

ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า การเปลี่ยนงาน จะทำให้คุณสามารถเติบโตในสายอาชีพไปได้ไกลกว่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณยังไม่ได้แจ้งให้กับหัวหน้างานหรือเจ้านายทราบ ให้คุณลองดูว่า คุณค่าในตัวคุณ และผลงานคุณภาพต่าง ๆ ที่คุณได้สร้างขึ้น ทำให้พวกเขาพยายามรักษาคนทำงานคุณภาพเช่นคุณไว้หรือเปล่า หรือพวกเขาหาวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพต่อไปหรือไม่

6. คุณชอบสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือไม่?

สภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม อย่างตอนเช้าคุณต้อง ตื่นเช้าแค่ไหน เพื่อออกมาฝ่าปัญหารถติดไปทำงาน บางวันไปถึงที่ทำงานสาย ก็อาจทำให้คุณเสียสิทธิบางอย่างตามกฎระเบียบของออฟฟิศไป จะดีกว่ามั้ย หากคุณจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่ทำงานให้ใกล้บ้านมากขึ้น หรือว่าจะเป็นหัวหน้างาน เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานได้ ลองสำรวจดูว่า คุณทำงานกับพวกเขาด้วยความสบายใจหรือเปล่า เพื่อนร่วมงานของคุณ สามารถเชื่อใจได้ ทำงานได้ดี ทำงานด้วยกัน แล้วสมาชิกในทีมมีความเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลต่อทั้งคนในทีมและบริษัท สภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน

cr.jobsdb

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ทโฟนพันธุ์อึด Moto e4 และ Moto e4 Plus สมาร์ทโฟนสเปคแรงอัดด้วยขุมพลังแบตเตอรี่อย่างจุใจ Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่โมโตโรล่าออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่า 48 ชม. หมดปัญหากังวลแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานของ ผู้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus เหมาะที่จะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการทำงานอย่างหลากหลาย หน้าจอกะทัดรัดขนาด 5.5 นิ้ว ระดับ HD มาคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาด 5000mAh ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้จุใจ Moto e4 Plus ช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างรื่นไหลด้วยขุมพลังหน่วยหน่วยประมวลผล MediaTek MT6737 CPU Quad-Core 1.3GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat Moto e4 Plus มีพื้นที่หน่วยความจำภายในสูงถึง 32 GB และ RAM ความจุสูงถึง 3 GB กล้องหน้าความละเอียด 5 MP พร้อม LED Flashและกล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 13 MP แฟลช LED เพื่อรองรับการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ

Moto e4 สมาร์ทโฟนดีไซน์กะทัดรัด มาพร้อมหน้าจอขนาด IPS LCD HD 5 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 หน่วยประมวลผล Quad-Core Processor ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างรื่นไหล ไม่สะดุด อีกทั้งรองรับการใช้งานแบบ Dual SIM และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว (Fingerprint Scanner) นอกจากนี้ยังรองรับ ระบบเครือข่าย 4G ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับทุกความบันเทิงทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ Moto e4 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh ช่วยให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน พร้อมหน่วยความจำภายใน 16 GB และ RAM ความจุสูงถึง 2 GB ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไรขีดจำกัด กล้องหน้าของ Moto e4 มีความละเอียด 5 MP ส่วนกล้องหลังความละเอียดถึง 8 MP พร้อม LED Flash สามารถตอบโจทย์ทางการใช้งานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เชื่อว่าหลายคนคงเจอสภาพลงคอมใหม่แล้วข้อมูลหายหมดเลย หรือ เผลอลบไฟล์ไป มีคนไปลบ ทำหายหาไม่เจอ ต้องใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลไฟล์ด้วย โปรแกรม Disk Drill ที่ใช้งานง่ายเหมือนโปรแกรมจัดการของ Windows ยังงั้นเลย ทำให้ไม่ต้องทำความคุ้นเคยกันสักเท่าไรและสามารถใช้งานบน Mac ได้ด้วยนะ เอาละในเมื่อรองรับการทำงานมากขนาดนี้มาดูกันว่ามันมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจและทำงานยังไงกันดีกว่า

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เอาไว้ใช้ในการกู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ที่หายไป หรือถูกลบไป ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะเกิดจากการติดไวรัส ต่างๆ ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถนำไฟล์ที่ถูกลบไปแล้ว กลับมาให้คุณได้อีกครั้ง มันจะมีประโยชน์มากๆ หากไฟล์เอกสารสำคัญทางธุรกิจ รายงานต่าง รูปภาพสำคัญๆ เพลง คลิปวีดีโอ ต่างๆ ที่อาจจะหายไป และคุณเกิดมีความจำเป็นจะต้องใช้มัน โปรแกรม Disk Drill นี้ช่วยได้ มันเป็น โปรแกรมกู้ข้อมูลบน Mac ที่ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ได้จากทั้งฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ทั้งฮาร์ดดิสก์ภายใน (Internal Mac Harddisk) และ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Harddisk) แฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) การ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) โปรแกรมนี้สามารถจัดการกู้ และ นำมันกลับมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่สามารถกู้ไฟล์ที่ถูกลบได้อย่างเดียว แต่ยังช่วยกู้ไฟล์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือ พาร์ติชั่นที่หายไป (Lost Partition) โปรแกรมนี้ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน

หลักการของโปรแกรมนี้มันจะทำการสแกนหาข้อมูล หาไฟล์ ที่หายไปก่อน เพราะปกติไฟล์ที่ถูกลบจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Devices) ต่างๆ อย่าง ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดร์ฟ เมมโมรี่การ์ด นั้นจะยังไม่ถูกลบทิ้งไปเลยทันที มันจะไปซ่อนเอาไว้ในส่วนที่กันเอาไว้ ซึ่งโปรแกรม Disk Drill นี้ก็จะเข้าไปสำรวจ สแกน ในส่วนที่กันไว้ตรงจุดนี้ ด้วยวิธีการ อัลกอริทึม ที่ชาญฉลาด (Powerful Scanning Algorithms) และเมื่อสแกน ได้ข้อมูลและไฟล์ ทั้งหมดที่ถูกลบแล้ว คุณก็สามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการจะกู้ไฟล์ไหน กลับมาบ้าง ซึ่งสามารถทำได้ในคลิกเดียวเช่นกัน

โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Mac OS และ Windows OS ซึ่งใช้งานร่วมกับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FAT exFAT NTFS HFS+ Linux EXT2 EXT3 EXT4 ซึ่งหลากหลายมากๆ เลยทีเดียว ใครที่ไฟล์หาย ข้อมูลสำคัญๆ หาย ลอง ดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวนี้ไปใช้กันดูนะ แม้จะยังไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรหายไป ก็สามารถโหลดติดเครื่องเอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เผื่อสักวันหนึ่งคุณอาจจะต้องใช้มันในกรณีฉุกเฉิน

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

หลักพุทธศาสนาสอนให้เรายึดถือทางสายกลางเป็นที่ตั้ง เพราะอะไรที่ตึงเกินไปก็ไม่ดี หย่อนเกินไปก็ไม่ดีอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หรือแม้แต่เรื่องงาน ที่มีการทำงานแบบ ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน โดยเฉพาะการทำฟรีแลนซ์ ถ้าให้น้ำหนักกับเรื่องงานเพียงอย่างเดียว หรือให้ความสำคัญกับเรื่องส่วนตัวมากกว่างาน ก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น คนทำงานอย่างเรา ๆ จึงต้องพยายามสร้างสมดุลให้ชีวิตทั้งสองด้าน มาดูกันว่าคนทำงานแบบให้เงินสร้างงาน กับคนทำงานแบบให้งานสร้างเงินนั้นเป็นเช่นไร เราเข้าข่ายประเภทไหน แล้วทำอย่างไรจึงจะค้นพบคำตอบที่ใช่ให้กับชีวิตและหน้าที่การงาน ให้เจอกันครึ่งทางได้อย่างสมดุลที่สุด

รู้หรือยัง คุณเป็นคนทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

  • คนทำงานแบบเงินสร้างงาน – คนทำงานแบบเงินสร้างงาน มีเงินเป็นแรงบันดาลใจสูงสุดในการทำงาน เงินมา…งานเดิน ทำงานตามจำนวนเงินเดือนที่ได้รับเท่านั้น คนกลุ่มนี้มีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องโหมทำงานมากมาย ไม่ต้องทุ่มสุดตัว ได้เงินเดือนแค่ไหน ก็ทำงานแค่นั้น แล้วทำงานตามเงินค่าจ้างที่ได้รับผิดตรงไหน ในเมื่อเราก็ยังทำงาน ไม่ได้นั่งเฉย ๆ แค่ไม่ทุ่มสุดตัวให้เหนื่อยยากลำบากแสนสาหัส คำตอบก็คือไม่ผิด แต่การทำงานแบบเอาเงินเป็นตัวตั้งก็ไม่ต่างอะไรกับการทำงานเพียงแค่เลี้ยงชีพ ให้มีชีวิตอยู่เพื่อรอดไปวัน ๆ เราอาจเดินทางถึงเป้าหมาย คือ รายได้ หรือตัวเงินในบัญชีธนาคาร แต่ชีวิตขาดความหมายและคุณค่าบางประการไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมัวแต่อยู่ใน Comfort zone จนไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ ปล่อยให้โอกาสและความท้าทาย ในการทำงานผ่านไปวันแล้ววันเล่า โดยไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่า เรามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน เราทำอะไรได้ดี เราทำอะไรได้อีก และเรามีคุณค่าในตัวเองอย่างไร วิถีของคนทำงานแบบเงินสร้างงานช่างดูจำเจและเช้าชามเย็นชามอะไรเช่นนี้ หรือเราจะลองเปลี่ยนเป็นคนทำงานอีกประเภทที่ทำงานแบบงานสร้างเงิน…จะดีกว่ากันหรือไม่…อย่างไร
  • คนทำงานแบบงานสร้างเงิน – คำจำกัดความของคนทำงานแบบงานสร้างเงินก็คือ งานมาก่อน เงินสำคัญรองลงมา เห็นงานสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งใจทำงานเพราะมีใจรักเป็นที่ตั้ง มีความชอบ มีความอยากทำเป็นพื้นฐาน คนทำงานประเภทนี้มักทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ มีจิตใจที่เปิดกว้าง เรียนรู้ได้จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงมือทำและทุกคนที่ได้พบเจอ ไม่ปฏิเสธโอกาสและความท้าทายที่ผ่านเข้ามา เป็นคนทำงานที่ทุกองค์กรต้องการตัวมาร่วมงานด้วยมากที่สุด เพราะมี passion ที่ดี มีความมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความสุขของคนบูชางานเหนือสิ่งอื่นใดคือการทำงาน คนกลุ่มนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินที่หามาได้ซื้อความสุขเพื่อชดเชยจากการทำงานที่ไม่ชอบ หรือหลีกหนีจากวิถีชีวิตอันไม่พึงปรารถนา ทำให้มีเงินเหลือเก็บ สามารถนำมาลงทุนต่อยอดสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับตัวเองต่อไปได้ มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าการทำงานแบบเน้นงานมากกว่าเงินนั้นจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่า สัจธรรมของโลกคืออะไรที่มากเกินไปล้วนมีด้านไม่ดีแฝงอยู่ทั้งนั้น หลาย ๆ ครั้งที่คนทุ่มเทให้งาน ละทิ้งชีวิตด้านอื่น ๆ ของตัวเองไปไม่น้อย อย่างการไม่มีเวลาให้ครอบครัว คนรอบข้าง หรือแม้แต่การดูแลตัวเอง กลายเป็นทำงานหนักหักโหมจนเจ็บป่วยทรุดโทรม หรือพลาดโอกาสที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวและคนรักไปอย่างน่าเสียดาย ชีวิตก็ไม่อาจพบเจอกับความสุขได้อย่างสมบูรณ์พร้อมได้อีกเช่นกัน เข้าข่าย Lucky in game, unlucky in love.
  • จัดสมดุลให้ชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว – เห็นข้อดีข้อเสียของคนทำงานทั้งสองแบบกันแล้ว ก็ให้ลองเลือกข้อดีของแต่ละแบบมาปรับใช้กับชีวิตของเราให้สมดุล เพราะชีวิตของแต่ละคนมีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน จัดสมดุลในชีวิตให้ดี แล้วลงมือทำด้วยตัวเอง จึงจะบอกได้ว่า “สุขสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้นมีวิถีทางเป็นอย่างไร เริ่มต้นจากการวางแผนกำหนดเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน เพื่อเป็นเข็มทิศนำพาเราไปให้ถึงฝัน

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

ในโลกการทำงานจริงนั้น บ่อยครั้งที่เจ้านายหรือหัวหน้าอาจไม่ได้เฉียบแหลมกว่าลูกน้องเสมอไป การ รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ คล้ายคลึงกับเรื่องราวของเล่าปี่กับขงเบ้ง หรือแม้แต่แม่ทัพที่เกรียงไกรย่อมต้องมีทหารเอกเก่ง ๆ คู่ใจ ยามรบกับใครก็มักได้รับชัยชนะอยู่เสมอ เปรียบเหมือนการมีคนเก่ง ๆ หรือลูกน้องฝีมือดีอยู่ในองค์กร พวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญ ช่วยส่งเสริมการทำงานให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ก้าวสู่เส้นชัยได้ตามความมุ่งหวังตั้งใจ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

แทนที่เจ้านายหรือหัวหน้าจะรู้สึกนอยด์หรือกลัวเสียหน้าเมื่อมีลูกน้องที่ทำงานเก่งกว่า ให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ พลิกสถานการณ์ให้เป็นความท้าทาย แม้ความเชื่อเดิม ๆ หรือภาพจำส่วนใหญ่ อาจทำให้เรารู้สึกว่าคนเก่งโดยมากมักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้ควบคุมบริหารจัดการได้ยาก สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลจนเกินไปนัก เพราะบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายล้วนมีกุศโลบายรับมือจัดการกับลูกน้องเก่ง ๆ ได้ พอจะหยิบยกมาเป็นแนวทางให้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสม

  1. ใช้คนเก่งให้เป็นประโยชน์ – เมื่อมีคนเก่งอยู่ในทีม จงใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พยายามดึงความสามารถต่าง ๆ ของพวกเขาออกมาใช้ ค้นหาว่าพวกเขามีจุดเด่นในเรื่องใด อะไรเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แล้วท้าทายพวกเขาด้วยการมอบหมายงานที่จะสามารถนำคนเก่งเหล่านี้ไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตได้
  2. เรียนรู้จากคนเก่ง -เปลี่ยนการแย่งซีน การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน หัวใจสำคัญของการบริหารคือการจัดการคนและกำหนดทิศทางในการทำงานให้ทีม ไม่ใช่การแข่งขันประลองความรู้กับลูกน้อง คนเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ต้องเอาชนะใจไม่ใช่เอาชนะงาน ดังนั้น ถ้าลูกน้องเก่งกว่าก็เรียนรู้จากเขา ถามคำถาม และบางครั้งอาจลงมือทำเองบ้าง เพื่อจะได้มีโอกาสสัมผัสกับหน้างานจริง ๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียฟอร์ม เสียการปกครอง ไม่แน่ว่าการใส่ใจถามไถ่เรื่องงานของหัวหน้า ถ้ามาถูกทาง อาจเกิดผลพลอยได้ในเรื่องการสร้างความยอมรับ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันอีกทางหนึ่งด้วย
  3. ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องถาม – คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่างฉันใด หัวหน้าหรือเจ้านายก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉันนั้น อย่าติดกับดักความคิดที่ว่าหัวหน้าต้องเก่งกว่าลูกน้อง เมื่อหัวหน้าถูกลูกน้องถามในเรื่องที่ไม่รู้ การพูดตรง ๆ ว่าไม่รู้ แม้ฟังดูง่าย แต่ก็ยากมหาศาล สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายเมื่อมีเรื่องที่เราไม่รู้ แต่เป็นทักษะที่ผู้นำทั้งหลายต้องฝึกฝนให้เป็นนิสัย เมื่อไม่รู้ให้ตอบตามตรง และขอความช่วยเหลือจากคนมีความรู้ความสามารถ อย่ามองว่าเป็นพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องของคนอ่อนแอ กลับกันเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งอย่างที่สุด เพราะกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงในเรื่องที่ไม่รู้หรือทำไม่ได้ หัวหน้าที่ทำเช่นนี้ได้ถือว่าน่าชื่นชมสุดๆ
  4. รู้กว้าง สร้างวิสัยทัศน์ – บางครั้งหัวหน้าอาจไม่มีความรู้และความชำนาญในงานระดับปฏิบัติการอย่างลึกซึ้งเท่าลูกน้อง เพราะไม่ได้อยู่หน้างานอย่างใกล้ชิดทุกวัน แต่หัวหน้าก็จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ลูกน้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ยาวไกล การวางกลยุทธ์อย่างแยบคาย การตัดสินใจอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างราบรื่น หรือแม้แต่การแก้ปัญหาอย่างเฉียบคม ความรู้แบบกว้าง ๆ นี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าของหัวหน้า และเรียกความศรัทธาจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี
  5. ให้เครดิต เสริมสร้างกำลังใจ – ให้กำลังใจคนทำงานเก่ง ๆ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จในการทำงานของพวกเขาให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ฟัง ชื่นชมคนเก่งว่าเป็นคนสำคัญของทีมและขององค์กรโดยรวม ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดีทั้งนั้น เมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวเรา
  6. ดัน “ดารา” – เปิดโอกาสให้ลูกน้องเก่ง ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อเห็นโอกาสที่ดีและเหมาะสม ก็ไม่ควรเก็บเขาไว้ที่เดิมจนไม่ได้มีโอกาสเติบโต ส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ ๆ ที่ท้าทาย และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งได้เติบโตในสายงานขึ้นเป็นลำดับ
  7. กำจัดความกลัว สร้างความมั่นใจ – คนทั่ว ๆ ไปย่อมมีความกลัวในเรื่องต่าง ๆ เป็นธรรมดา ทั้งกลัวไม่เป็นที่รัก กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เข้าพวก ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจและไม่เป็นตัวของตัวเอง วิธีการรับมือกับความกลัวไม่ใช่เรื่องยาก เพียงยอมรับความกลัวด้วยความมั่นใจ แล้วเดินหน้าต่อไป ให้เตือนตนเองเสมอว่าการจ้างและพัฒนาคนที่มีความสามารถเป็นสิ่งที่เจ้านายและหัวหน้าที่ดีควรทำ เพื่อผลดีของทีมและเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

เมื่อพูดถึงช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว หลายๆ คนอาจจะยุ่งกับการวางแผนไปเที่ยวกับครอบครัว ไปฮันนีมูนกับคู่รัก หรือบางคนก็อาจจะสะพายเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวคนเดียว Shopee แนะเทคนิควางแผน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกทริปในช่วงวันหยุด “ช้อปปี้” จึงได้เชิญ “ทราย หมูน้อย” บิวตี้และไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์สาวเจ้าของเพจ “Mhunoiii (หมูน้อย)” ที่หลงใหลเสน่ห์ของการออกไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษตามสถานที่ต่างๆ มาแชร์เคล็ดลับในการเตรียมตัววางแผนท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกการเดินทางในครั้งต่อไปของทุกคนคุ้มค่า ได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับความสนุกและประทับใจอย่างเต็มที่

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

มิสอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน คนไทยหันมาสนใจกิจกรรมการท่ องเที่ยวกันเยอะขึ้น หลายคนรักการออกไปพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ในขณะที่อีกหลายคนใช้การท่องเที่ ยวเป็นกิจกรรมกระชับความสัมพั นธ์และสร้างบรรยากาศความอบอุ่ นให้กับคนในครอบครัว เรามองว่าการเตรียมตั วและการวางแผนที่ดีก่อนการเที่ ยวเป็นสิ่งที่สำคัญ ตั้งแต่วิธีการเลือกจุ ดหมายปลายทาง ไปจนถึงการเตรียมสิ่งของต่างๆ ที่ควรมีติดตัวในการไปเที่ยว และโปรแกรมเที่ยว ในฐานะที่ ‘ช้อปปี้’ เป็นผู้นำแอพพลิเคชั่นซื้ อขายออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือที่ มีสินค้าและอุปกรณ์ หลากหลายหมวดหมู่ ให้ทุกคนได้เลือกช้อปเพื่อเตรี ยมตัวในการไปเที่ยว ครั้งนี้เราจึงได้เชิญ “คุณนันทวรรณ  พรชัยจันทร์เพ็ญ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทราย หมูน้อย” ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์สาวสวยผู้รั กการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิ ตใจมาแนะนำทิปส์ง่ายๆ สำหรับการวางแผนเตรียมความพร้ อมในการไปเที่ยวพร้อมทั้งแชร์ เรื่องราวและประสบการณ์การท่ องเที่ยวของตัวเองที่จะทำให้ หลายคนอยากออกทริปกันเลยทีเดียว ”

“พักสบาย ผจญภัย ถ่ายรูปสวย” คือ คำจำกัดความสไตล์การเที่ ยวของบล็อกเกอร์สาวสวยผู้ที่ท่ องเที่ยวทั้งในประเทศและต่ างประเทศมาแล้วกว่า 20 ประเทศ “คุณทราย” เล่าว่า “จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทรายเริ่ มออกท่องเที่ยว มาจากการที่เราได้เห็นรูปถ่ ายสถานที่สวยๆ ในอินเตอร์เน็ตแล้วอยากที่ จะไปอยู่ตรงนั้น ไปเห็นภาพนั้นด้วยตาของเราเอง ตั้งใจไว้เลยว่าวันหนึ่งเราจะต้ องพาตัวเองไปสถานที่ที่นั้นๆ ให้ได้ สำหรับทรายการได้ออกไปเที่ยวเป็ นสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นและรู้ สึกสนุกตลอดเวลา เพราะทุกที่ที่เราไปเราจะได้เจอ ได้สัมผัสกับอะไรที่แปลกใหม่ เสมอ ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ที่ จะอยู่ในสังคมใหม่ๆและได้แก้ปั ญหาเฉพาะหน้าแบบที่การใช้ชีวิ ตปกติไม่เคยได้เจอ  ประสบการณ์ต่างๆที่ได้จากการท่ องเที่ยวแต่ละครั้งก็เหมือนได้ เติมพลังและแรงบันดาลใจใหม่ๆให้ กับตัวเอง ซึ่งทรายมองว่าเป็นสิ่งที่คุ้ มค่ามากค่ะ ตอนนี้คนไทยชื่นชอบการท่องเที่ ยวเยอะขึ้นมากมีทั้งไปเที่ ยวเองและแบบซื้อแพ็คเกจทัวร์ แต่สำหรับทรายแล้ วทรายชอบวางแผนเที่ยวเอง เพราะความสนุกในการท่องเที่ยวนั้ นเริ่มตั้งแต่การวางแผนเที่ยวนี่ แหละค่ะ ซึ่งการวางแผนที่ดีก็จะช่วยให้ การท่องเที่ ยวของเราสะดวกสบายมากขึ้น”

สำหรับเทคนิคการวางแผนเตรี ยมความพร้อมในการออกทริป คุณทรายได้แนะนำทิปส์ง่ายๆ ให้ #ขาเที่ยว ได้ลองเอาไปปรับใช้ ดังนี้

ทำการบ้านก่อนเที่ยว

ไม่ว่าจะเป็นจะเที่ยวต่างจังหวั ดหรือต่างประเทศ “เงิน” คือ ปัจจัยแรกที่เราต้องไม่ลื มเพราะทุกอย่างต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง ที่พัก อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่ างๆ ฯลฯ ซึ่งงบประมาณที่เราจะต้องเตรี ยมสำหรับสิ่งเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับจุดหมายและแผนการเที่ ยวของแต่ละคน สไตล์การเที่ยวที่ต่างกันการตั้ งงบก็ต่างกัน การที่เราวางแผนการเงินสำหรั บการเที่ยวที่ดีคื อควรแยกการออมสำหรับท่องเที่ ยวออกมาต่างหาก ไม่ควรไปรบกวนเงินเก็บหรือเงิ นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ง่ายๆคือเที่ยวแล้วไม่ควรเดื อดร้อนตัวเองนั่นเอง เทคนิคง่ายๆ ในการบริหารจัดการเงินสำหรับนั กท่องเที่ยวที่คำนึงถึงเรื่องงบ เช่น

§  มองหาตั๋วโปรโมชั่นราคาพิเศษ

ปัจจุบันการแข่งขันของสายการบิ นมีสูงมากซึ่งเป็นข้อดี เพราะจะมีโปรโมชั่นพิเศษทั้งเที่ ยวบินในประเทศและนอกประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประหยั ดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก ซึ่งส่วนตัวทรายจะดูว่าจะไปเที่ ยวช่วงไหนและจะไปนานเท่าไร พอได้ตั๋วมาแล้วก็ค่อยคิดว่ าจะไปทำอะไรไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่สำหรับบางคนอาจจะตั้งเป้ าหมายไว้ก่อนว่าอยากไปไหนแล้วค่ อยมาหาตั๋วอันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ ค่ะ

§  วางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับตลอดทริป

จัดสรรเงินในส่วนนี้ขึ้นอยู่กั บสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนจริงๆ บางคนเน้นกินหรูอยู่สบายสายช้ อปปิ้งก็อาจต้องเตรียมเงิ นมากหน่อย แต่อย่างทรายไม่ใช่สายช้อปก็ จะไม่ได้เตรียมเงินสำหรับค่าใช้ จ่ายระหว่างทริปมากนัก เพราะค่าใช้จ่ายหลักๆอย่างตั๋ วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ และค่าที่พัก เราต้องจ่ายไปล่วงหน้าอยู่แล้ว ที่เหลือก็แค่คำณวนง่ายๆว่าแต่ ละวันจะใช้เงินสำหรับค่ าอาหารและค่าใช้จ่ายจิ ปาถะประมาณวันละเท่าไหร่

เตรียมของให้ครบ จบสวยทุกทริป

อย่าลืมทำเช็คลิสต์ของส่วนตัวที่ จะต้องติดตัวไป เพราะนอกจากเสื้อผ้า กล้องถ่ายรูป หรือของใช้ส่วนตัวอย่าง เครื่องอาบน้ำ เครื่องสำอางรวมไปถึงครีมกันแดด ไอเท็มอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไปนั้นขึ้นอยู่กั บว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนด้วย สำหรับทรายจะมีทราเวลคิท หลักๆ ที่จะเตรียมไว้ตลอด ก็คือ “ชุดปลั๊กพ่วงและหัวปลั๊กยูนิ เวอร์แซล” เพราะเดี๋ยวนี้เรามีอุปกรณ์อิ เล็กทรอนิกส์ติดตัวเยอะมากๆ  ไหนจะมือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป พาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ  พอถึงเวลาที่ต้องจัดกระเป๋าก็ จะหยิบเซ็ตพวกนี้เข้ากระเป๋าเลย แต่ถ้าไปต่างประเทศ ทรายจะเพิ่มพวกอาหารแห้งและเครื่ องครัวเล็กๆ ไปด้วย บอกเลยว่าการได้ทานอาหารที่อร่ อยช่วยให้การเที่ยวสนุกขึ้นอี กมากโดยเฉพาะเวลาไปทริปยาวๆ ซึ่งของทุกอย่างทั้งหมดนี้ ทรายจะใส่เอาไว้ในกระเป๋าจั ดระเบียบใบเล็กๆ ค่ะ แยกเอาไว้เลยว่ากระเป๋าใบนี้ใส่ อะไร การทำแบบนี้จะช่วยให้เราหาของง่ ายขึ้นและประหยัดเนื้อที่ ในกระเป๋าด้วยค่ะ

“การไปเที่ยวไม่ว่าจะในหรือต่ างประเทศ ก็มีความเสี่ยงที่จะมีเหตุการณ์ ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้ องมีสติ คอยติดตามข่าวสาร และระวังตัวเองค่ะ พวกสิ่งของมีค่า เช่น กระเป๋าสตางค์ บัตรสำคัญต่างๆ พาสปอร์ต ฯลฯ ควรเอาติดตัวไว้ตลอดเวลานะคะ แต่สำหรับเงินสดควรแบ่งไว้ หลายที่ไม่เก็บไว้ในที่เดียวทั้ งหมด เผื่อมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้ นจะได้มีเงินสำรองไว้ใช้ค่ะ” คุณทรายกล่าวทิ้งท้าย

ถ้าทริปนั้นสนุกและเต็มไปด้ วยรอยยิ้มก็ถือว่าการท่องเที่ ยวครั้งนั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเท็ มเพื่อเตรียมความพร้ อมในการออกทริปครั้งต่อไป สามารถเข้าไปเลือกช้อปกันเพลินๆ ได้ที่ “Shopee” แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าจัดระเบียบสำหรับเดินทาง กล้องถ่ายรูป ไม้เซลฟี่ ครีมกันแดด หรืออุปกรณ์สุดฮิปสำหรับใช้เป็ นพร็อพถ่ายรูปสวยๆ ตลอดทริปก็มีให้เลือกอีกมายมาย สามารถดาวน์โหลดแอพฯ Shopee ได้ฟรีทาง App Store และ Google Play Store และติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติ มเกี่ยวกับ Shopee ได้ที่ www.shopee.co.th

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

หาโปรแกรมสำหรับบันทึกข้อมูลบุคคลต่างๆ ในบริษัทก็ยากเหลือเกิน บางแห่งต้องทำแบบฟอร์มขึ้นมาเองจากโปรแกรม Microsoft Excel เลยก็มี วันนี้ไม่ต้องยุ่งยากแบบนั้นแล้วด้วยโปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี เก็บข้อมูล (Data) และ รูปภาพ (Picture) ของพนักงานในบริษัท อย่างละเอียด มีฟังก์ชั่นสำหรับกำหนดข้อมูลบริษัท แผนก และตำแหน่งพนักงานด้วยโปรแกรมเดียว เห็นแบบนี้เจ๋งไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เอาละมาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง และใช้งานได้ดีขนาดไหนกัน

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

ทีมพัฒนาชื่อ Satoshi Interlogickey ออกแบบโปรแกรมที่ใช้สร้างระบบฐานข้อมูลพนักงาน (Resume) โดยจะเก็บประวัติข้อมูลส่วนตัวของพนักงานแต่ละคนได้อย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไปอย่างเช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เบอร์ติดต่อ ไปจนถึงข้อมูลประวัติการศึกษาที่มี และข้อมูลเงินเดือนที่ได้รับ รวมถึงวันเริ่มงาน แผนกและตำแหน่งงานที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยที่สามารถใส่รูปภาพแนบเข้ากับหน้าข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย

มันมีระบบป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยการเข้ารหัส ที่ยากต่อการเจาะระบบ (Hacker) หรือ ล้วงเอาความลับในข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไปได้ง่ายๆ พร้อมทั้งยังมีระบบในการสำรองไฟล์ข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาดและการสูญหายของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมันได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ไม่มีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อน นอกจากนี้โปรแกรมยังมีระบบ ในการตรวจเช็คได้ว่ามีใครบ้าง ที่เข้าไปดูประวัติและข้อมูลเงินเดือนของพนักงานได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และ ป้องกันความลับรั่วไหล

ข้อมูลทั่วไปที่บันทึกลงในประวัติแบบละเอียดมี ข้อมูลทั่วไป, ข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลเงินเดือน, ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน, ข้อมูลประสบการณ์การทํางาน, ข้อมูลประวัติการศึกษา, ข้อมูลทักษะต่างๆ, ข้อมูลความชำนาญด้านภาษา, ข้อมูลไลเซ่นหรือใบอนุญาตต่างๆ ทั้งยังเพิ่มรูปเข้าไปเพื่อความสะดวกในการตรวจและความเข้ากันของประวัติแต่ละบุคคล ทำให้ฝ่ายบุคคล (Human Resourse) ค้นหาประวัติคนที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น โดยตัวโปรแกรมออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้ทั้งภาษาไทย (Thai Ver.) และภาษาอังกฤษ (English Ver.)

ใครที่คิดว่าใช้งานได้ระบบ Windows อะไรได้บ้าง มาทางนี้เลยมันสามารถใช้ได้กับ Windows 7 (Seven) / 8 / Server 2012 / 8.1 / 10 / Server 2016 ที่บอกเลยว่าสบายหายห่วงและทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี (Freeware) อีกด้วย หากกำลังมองหาโปรแกรมบันทึกประวัติ บันทึกข้อมูลส่วนตัว โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมตัวนี้ไปใช้ได้เลย มันเป็นโปรแกรมสัญชาติไทยซะด้วย แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ

« Older Entries Recent Entries »