Mi Fan ชาวไทย ยกให้ Mi 9T Pro เป็นสมาร์ทโฟนทรงพลังประสิทธิภาพเยี่ยม

Mi Fan ชาวไทย ยกให้ Mi 9T Pro เป็นสมาร์ทโฟนทรงพลังประสิทธิภาพเยี่ยม

Mi 9T Pro คือสมาร์ทโฟนที่เร็วและแรงที่สุดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน เป็นเสียงตอบรับที่ได้จาก Mi Fan ผู้โชคดีที่ได้รับเชิญจากเสียวหมี่ให้เข้าไปทดสอบประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของ Mi 9T Pro เปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนอีกสองรุ่นในระดับเดียวกันจากสองแบรนด์ Read more

THE FACE พา HUAWEI P30 Series บุกสวนสนุก พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ

เป็นเรื่อง! THE FACE แอบเที่ยวสวนสนุกตอนกลางคืน พบกลุ่มคนที่ไม่คาดคิดแฝงเข้ามา งานนี้ต้องคว้า HUAWEI P30 Series มาสืบจากระยะไกล กลายเป็นเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับโมเมนท์ที่ลืมไม่ลง! The Face Thailand Season 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้พาทุกคนบุกไปยัง Siam Park City สวนสยาม สวนสนุกที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สำหรับแคมเปญที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพิเศษที่ The Face ได้ร่วมมือกับ HUAWEI P30 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากหัวเว่ย โดยมีโจทย์สุดครีเอทีฟของการสร้างสรรค์แคมเปญนี้ ให้ผู้เข้าแข่งขันครีเอทแฟชั่นแคมเปญที่ดึงฟังก์ชั่นเด็ดของสมาร์ทโฟน อย่าง SuperZoom และ Low Light Mode ออกมาเป็นเรื่องราวที่ตื่นเต้น น่าสนใจชวนติดตาม

 

THE FACE พา HUAWEI P30 Series บุกสวนสนุก พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ

แฟชั่นแคมเปญประจำสัปดาห์นี้บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มสาวที่แอบเข้ามาในสวนสนุกยามค่ำคืนในช่วงเทศกาล Halloween แต่ทันทีที่เข้าไปในสวนสนุก พบกลุ่มคนที่ไม่คาดคิดอยู่บนม้าหมุนอยู่ลิบๆ จึงหยิบ HAUWEI P30 Series ขึ้นมาถ่ายใครกันที่อยู่บนม้าหมุน ด้วยโหมด SuperZoom ที่ซูมชัดได้ถึง 50 เท่าของ HUAWEI P30 Series เมื่อซูมเข้าไปสืบดูใกล้ๆ ปรากฎว่ากลายเป็นเซอร์ไพรส์ เมื่อภาพที่เห็นเป็นเพื่อนๆ ที่โบกมือลา The Face ไปก่อนหน้านี้!! จึงได้เข้าไปรวมกลุ่มถ่ายรูปเล่นกันบนม้าหมุนอย่างสนุกสนานซึ่งแทบจะไม่มีแสงเลย แต่ด้วย Night Mode รูปที่ออกมาก็คมชัด สว่าง สวยงาม สมกับที่ถ่ายด้วย HUAWEI P30 Series สมาร์ทโฟนที่ฉีกกฎเกณฑ์การถ่ายภาพ

จากมาสเตอร์คลาสก่อนหน้านี้ หวยออกที่ ดรีม ผู้เข้าแข่งขันจากทีมมารีญาซึ่งเป็นผู้ที่ทำ Masterclass ได้แย่ที่สุด และจะต้องเข้าห้องดำโดยที่ไม่ว่าผลจะออกมาชนะหรือแพ้ จึงสร้างความกดดันให้ทั้งเมนเทอร์ มารีญา มาสเตอร์ซาบีน่าและลูกทีมที่เหลือแค่ 2 คน คือ ดรีมและแคนดี้ ในขณะที่ซอโซ่จากทีมจีน่าแบงค์เป็นผู้ชนะจากมาสเตอร์คลาส จึงได้สิทธิ์เป็นผู้เลือกลำดับในการทำแคมเปญ โดยทีมมารีญา ทีมโทนี่ และทีมจีน่าแบงค์ ทำแคมเปญตามลำดับ สร้างความพอใจให้มาสเตอร์อาร์ตเป็นอย่างมาก

ผู้เข้าแข่งกันทั้งสามทีม ทีมมารีญา ทีมโทนี่ และทีมจีน่า แบงค์ ต่างมุ่งมั่นครีเอทแฟชั่นวีดีโอในสไตล์ของตัวเอง โดยซีนแรก จะต้องทำเป็นเหมือนแอบเข้าไปในสวนสนุกและใช้โหมด SuperZoom ส่วนซีนที่ 2 จะต้องขึ้นไปถ่ายภาพบนม้าหมุนโดยใช้ Night Mode โดยมีแกนหลักคือความสนุก ทีมเมนเทอร์มารีญาและมาสเตอร์ซาบีน่า ดำเนินเรื่องด้วยโมเมนท์เซอร์ไพรส์ดีใจ ที่เจอผู้เข้าร่วมทีมที่ออกไปแล้วก่อนหน้านี้ ความสนุกสนานเป็นธรรมชาติ ทีมเมนเทอร์โทนี่และมาสเตอร์หมู ดำเนินเรื่องด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอผู้ชายหน้าตาดีและจบด้วยการทวิสต์สตอรี่แบบหวานๆ ส่วนผู้ชนะในแคมเปญประจำสัปดาห์นี้ตกเป็นของทีมจีน่าแบงค์และมาสเตอร์อาร์ต ที่ปูเรื่องจากการเซอร์ไพรส์ซีนงานวันเกิดและจบด้วยการถ่ายรูปเล่นสนุกสนานของกลุ่มเพื่อนและเสริมด้วยความตื่นเต้นกับการที่ได้ลองใช้ HUAWEI P30 Series ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพและวิดีโอ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไกลแค่ไหนหรือแสงน้อยเท่าใด HUAWEI P30 Series ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ไม่พลาดทุกโมเมนท์พิเศษของชีวิต ติดตามเซอร์ไพรส์จาก The Face และ HUAWEI P30 Series ได้อีก ผ่านทาง https://www.facebook.com/HuaweimobileTH/

หัวเว่ยเผยยุคของเทคโนโลยี Punch Display ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หลังจากที่ ‘หัวเว่ย’ ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมของสมาร์ทโฟนได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ HUAWEI Nova 4 ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่ถูกเปิดตัว คือ การพัฒนาสมาร์ทโฟน Punch Display (หรือเทคโนโลยีหน้าจอที่มีการเจาะรู) ในเทคนิคแบบ Blind-hole ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบหน้าจออย่างแท้จริง

 

หัวเว่ยเผยยุคของเทคโนโลยี Punch Display ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

หลายคนอาจสงสัยทำไมหน้าจอแบบ “Punch Display” ในสมาร์ทโฟน HUAWEI Nova 4 จึงเป็นที่ฮือฮาในแวดวงสมาร์ทโฟน คำตอบก็คือเบื้องหลังการพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟนในเทคนิคนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนกว่าที่คิด!

กล้องเซลฟี่ขนาดเล็กที่สุดในโลก เพียง 3.05 มิลลิเมตร

การพัฒนาหน้าจอแบบ Punch Display ได้นั้น ส่งผลให้หัวเว่ยต้องใช้กล้องหน้าที่มีขนาดเล็กที่สุดในอุตสาหกรรม โดยมีขนาดเพียง 3.05 มม. ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางสั้นกว่ากล้องหน้าของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ ถึง 20% ทำให้ขนาดของเลนส์กล้องหน้าที่จะปรากฎอยู่บนหน้าจอมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย ขนาดที่เล็กลงของเลนส์กล้องหน้าจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นต่อการก้าวต่อไปของการพัฒนาเทคนิคการ “ซ่อน” กล้องหน้าบนหน้าจอในอนาคต

อ่านมาถึงตรงนี้ เราต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการพัฒนาหน้าจอแบบ Blind-hole ที่หัวเว่ยเลือกใช้ กับการพัฒนาหน้าจอแบบ Through-hole ที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายเลือกใช้ วิธีการแบบ Through-hole จะเจาะรูให้ทะลุจอ LCD และฝังกล้องหน้าลงไป ในขณะที่หัวเว่ยใช้เวลากว่า 20 เดือนในการพัฒนาวิธีที่จะทำให้ช่องสำหรับใส่กล้องหน้าบนหน้าจอมีขนาดเล็กที่สุดและพอดีกับขนาดของกล้องหน้าที่หัวเว่ยเลือก ดังนั้นวิธีการ Blind-hole ซึ่งเป็นการผสานกล้องหน้าเข้ากับหน้าจอเป็นหนึ่งเดียวกันที่หัวเว่ยค้นพบนี้ ส่งผลให้ช่องสำหรับเลนส์กล้องหน้ามีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 1 มม. แม้ส่วนต่างนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนมองเห็น แต่กระบวนการนี้นั้นถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ยกระดับอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนไปอีกขั้นเลยทีเดียว

ที่สุดของแนวคิดใหม่เพื่อค้นพบที่สุดของผลลัพธ์

การพัฒนานวัตกรรมใหม่มักต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง และการออกแบบให้รูบนหน้าจอมีขนาดเล็กเท่ากับขนาดของกล้องหน้าก็เช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้แสงสามารถส่งผ่านเข้าไปยังเลนส์กล้องได้น้อยลงเนื่องจากกล้องหน้าถูกฝังอยู่ในชั้นหน้าจอด้านล่างลึกลงไป เพื่อแก้ไขปัญหานี้ หัวเว่ยจึงต้องค้นหาวิธีที่จะทำให้เลนส์กล้องหน้าและชั้นแบล็กไลท์ของจอ LCD มีระยะห่างกันที่ 0.2 มิลลิเมตร และยังต้องปรับปรุงโครงสร้างที่รองรับโมดูลกล้องหน้าเป็นเสมือนจุกที่

ป้องกันฝุ่นหรืออากาศภายนอกรั่วไหลเข้าไปภายในหน้าจออีกด้วย

แล้วส่วนประกอบอื่นๆ ที่อยู่ด้านหน้าของสมาร์ทโฟนไปไว้ที่ไหน?

หากลองหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู จะเห็นได้ทันทีว่าด้านหน้าของสมาร์ทโฟนนั้นมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกมากมาย นอกเหนือไปจากเลนส์กล้องหน้า นั้นก็คือเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุ ตัวรับสัญญาณ เซนเซอร์วัดแสง ไฟ LED สำหรับแสดงสถานะ และลำโพงสนทนา ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้มักจะรวมอยู่ในติ่งหน้าจอ (Notch) ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ แต่หัวเว่ยได้ซ่อนเซนเซอร์และลำโพงสนทนาของสมาร์ทโฟน HUAWEI Nova 4 ไว้อย่างแนบเนียน เพื่อให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ที่สุด ผลลัพธ์จากการพัฒนาของหัวเว่ยคือสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแบบไร้ขอบอย่างสมบูรณ์แบบ ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 1080×2310 พิกเซล มีอัตราส่วนหน้าจอ Screen-to-body ถึง 86.3% อีกทั้งยังมีกล้องหน้าฝังลงไปเป็นส่วนหนึ่งของหน้าจออีกด้วย

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกัย HUAWEI Mate 20 Series มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

 

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

 

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ “สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีของ EISA ประจำปี 2018-2019” จากสมาคมภาพและเสียงแห่งยุโรป (European Image and Sound Association – EISA) อันป็นสมาคมที่ก่อตั้งจากการรวมตัวกันของนิตยสารด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจำนวน 55 เล่ม โดย HUAWEI P20 Pro ได้แสดงให้คณะกรรมการเห็นทั้งคุณภาพ งานออกแบบที่ดี ประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอด รวมทั้งความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สวยงามมีสไตล์ ทำงานได้ดียิ่งกว่าเดิม และมีคุณสมบัติเหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หัวเว่ยได้รับรางวัลจากสมาคม EISA มาอย่างต่อเนื่อง 6 ปีติดต่อกัน

 

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

ในโอกาสนี้ ลี ชางซู รองประธานธุรกิจอุปกรณ์มือถือของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า“สิ่งที่สำคัญที่สุดของหัวเว่ยคือการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถสนุกสนานกับการถ่ายภาพโดยใช้
สมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่ง HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติพิเศษด้านการถ่ายภาพมากมายเพื่อการบันทึกภาพหรือแบ่งปันเหตุการณ์ที่สำคัญ”

สมาคม EISA เลือก HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีเนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ “เป็นสมาร์ทโฟนที่ก้าวล้ำ เปี่ยมนวัตกรรม และมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยมที่สุด” คำประกาศรางวัลของสมาคม EISA ยังกล่าวว่า HUAWEI P20 Pro “เป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบที่สุดของผู้ใช้สมาร์ทโฟน อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟน”

HUAWEI P20 Pro ใช้เทคโนโลยีกล้องหลัง 3 กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica สามารถให้ภาพถ่ายที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในปัจจุบัน กล้องหลัง 3 กล้องยังสามารถซูมแบบ
ออพติคัล 3 เท่าและซูมแบบไฮบริดถึง 5 เท่า อีกทั้งยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพมากมาย เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วยเทคโนโลยี AI หรือ HUAWEI AI image stabilization

HUAWEI P20 Pro ยังมีดีไซน์ที่เพรียวบาง หน้าจอแบบเกือบไร้ขอบ อีกทั้งยังมีสีสันแบบไล่เฉดสีที่ออกแบบขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีชิปเซ็ตปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปเซ็ตแรกของโลกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและรวดเร็ว นวัตกรรมกล้องถ่ายภาพที่ก้าวล้ำช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในสถานที่ที่มีแสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้ HUAWEI P20 Pro เป็นอุปกรณ์การถ่ายภาพเพียงไม่กี่อย่างในโลกที่ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเปิดความไวชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานานได้อย่างคมชัดและไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นสามาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุดรุ่นหนึ่งด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAH เมื่อผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สมาคม EISA ได้กล่าวสรุปว่า HUAWEI P20 Pro เป็น “สุดยอดสมาร์ทโฟนที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์อันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ และงานฝีมือเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”

สมาชิกของสมาคม EISA ประกอบไปด้วยสื่อมวลชนจาก 27 ประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronics) ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บันทึกภาพ อุปกรณ์มือถือ เครื่องเสียงไฮ-ไฟ เครื่องเสียงโฮมเธียร์เตอร์ หน้าจอและอุปกรณ์วิดีโอสำหรับโฮมเธียร์เตอร์ และนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ โดยทุกๆ ปี สมาชิกของสมาคม EISA จะเสนอรายชื่อของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจากทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจะประกาศในการประชุมประจำปีของสมาคม EISA ซึ่งสมาชิกของสมาคมจะร่วมพิจารณาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดก่อนจะทำการลงคะแนนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์

สมาคม EISA จะมอบรางวัลให้กับหัวเว่ยอย่างเป็นทางการในงาน IFA ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไลฟสไตล์การใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus การเลือกสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการใช้งานนั่นอาจเป็นเรื่องยาก ทั้งสเปค ดีไซน์ หรือแบตเตอรี่ที่ต้องอึดไม่หมดระหว่างวัน วันนี้โมโตโรล่าคัดฟีเจอร์ที่น่าสนใจจาก moto e5 plus ที่จะตอบโจทย์ไลฟสไตล์คุณได้อย่างดีที่สุด

 

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

เริ่มด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ให้การใช้งานอึดตลอดทั้งวัน เพราะในยุคนี้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวสามารถทำงานได้แบบ Multi-tasking ซึ่งสำหรับ moto e5 plus คุณสามารถดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียว บอกลาปัญหาแบตหมดระหว่างวันได้อย่างไร้กังวลตลอดการใช้งาน หน้าจอกว้างแบบไร้ขอบเพิ่มมิติในการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ดีขึ้นกว่าเคย บางครั้งในวันที่เร่งรีบวุ่นวาย คุณอาจไม่มีเวลาพกโน๊ตบุ๊คไปทำงานกับคุณได้ทุกที่ มีเพียง moto e5 plus สมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องนี้เท่านั้นที่ช่วยให้คุณสามารถเช็คอีเมล อัพเดทข้อมูล แก้ไขงาน ได้อย่างเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Max Vision ขนาด 6 นิ้วในอัตราส่วนแสดงผล 18:9 ที่แสดงข้อความในมุมมองที่กว้าง ชัดเจน และครบถ้วนยิ่งขึ้น

อีกทั้งโหมด Split screen  ที่หน้าจอแสดงผลสามารถรองรับการเปิดใช้สองแอพพลิเคชั่นพร้อมกัน เช่น เปิดโปรแกรมนำทางพร้อมแชทกับเพื่อน หรือดูหนังพร้อมเช็คอีเมล โดยคุณไม่ต้องเลื่อนขึ้นลงหรือสลับหน้าจอไปมาให้รำคาญใจ ความสะดวกในการพกพาและความทนทานของสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการใช้งาน ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่อง moto e5 plus มาพร้อมการออกแบบด้านหลังตัวเครื่องที่โค้งมนจากการปรับแต่งแบบพิเศษเพื่อให้จับกระชับมือแม้การใช้งานด้วยมือเดียว เพิ่มสัมผัสของความหรูหราระดับไฮเอนด์ด้วยวัสดุกระจกมันวาว 3D glass และหน้าจอที่ทนต่อรอยขีดข่วนหรือการตกกระแทกด้วยฟิล์มกระจกนิรภัยจาก Gorilla Glass

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมเทคโนโยลี Water-Repellent Nano-Coating ที่สามารถป้องกันฝุ่น ละอองน้ำฝน น้ำสาดกระเซ็นได้อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบอย่างปราณีตที่ผสมผสานดีไซน์สวยทันสมัยและอรรถประโยชน์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับลูกค้าที่สนใจ moto e5 plus มาพร้อมสี Fine Gold สุดหรู และ สี Black สุดคลาสสิก ในสุดคุ้มเพียง 5,990 บาท พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Truemove H แบบรายเดือน! สามารถเป็นเจ้าของ moto e5 plus ได้ในราคาเพียง 2,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ 4G+ Fun Unlimited 599 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

หลายครั้งที่คุณอาจผิดหวังกับรูปที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนนั้นไม่สวยแบบที่คิด ดูมืดไปบ้าง เบลอแทบไม่ชัดเอาซะเลย หรือธรรมดาไม่ถูกใจ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus ซึ่งหากคุณอยากลองเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายรูปให้ออกมาอย่างมือโปร โมโตโรล่ามีเคล็ดลับที่จะทำให้ภาพของคุณสวยคูลมากขึ้นด้วย Moto G6 Plus เพียงเครื่องเดียว

 

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

1. หน้าชัดหลังเบลอ เพิ่มมิติให้ภาพ

การปรับความชัดและความลึกของภาพ ช่วยให้ภาพออกมาดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมการทำงานแบบกล้องหลังคู่จะช่วยจับจุดระยะโฟกัสได้เป็นอย่างดี และแน่นอนเจ้าเครื่อง Moto G6 Plus มาพร้อมกล้องหลังคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์รูปหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างไม่มีที่ติ และสำหรับใครที่ต้องการเพิ่มระดับความเบลอขึ้นไปอีกขั้น ลองฟีเจอร์ Selective Focus ที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกจุดโฟกัสเป็นหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัดได้ตามที่ต้องการอีกด้วย

2. เก็บภาพช็อตสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

รูปภาพสามารถสื่อสารกับคนดูให้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลายครั้งที่คุณเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและอยากถ่ายเก็บไว้เป็นความทรงจำ แต่เจ้าสมาร์ทโฟนกลับไม่สามารถจับภาพได้รวดเร็วดั่งใจคิด ทำให้คุณพลาดช่วงสำคัญนั้นไปอย่างน่าเสียดาย หากคุณใช้ Moto G6 Plus ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้กล้องโฟกัสได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นถึง 40% คุณจะไม่พลาดช็อตสำคัญนั้นอย่างแน่นอน

3. เสน่ห์ของแสงไฟย่ามค่ำคืน

แสงไฟย่ามค่ำคืนช่วยให้รูปภาพของคุณดูน่าค้นหา ชวนหลงใหลมากขึ้น ลองหยิบ Moto G6 Plus ที่กล้องมาพร้อมค่ารูรับแสงกว้างขนาด F/1.7 และขนาดพิกเซลถึง 1.4um ขึ้นมาถ่ายรูปขณะดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับคนพิเศษหรือวิวสวยงามยามค่ำคืน เชื่อว่าคุณจะต้องประทับใจกับภาพที่ออกมาอย่างคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติสมจริง เทียบเท่ากับการถ่ายด้วยกล้องโปรเลยทีเดียว

4. เพิ่มลูกเล่นให้เซลฟี่

นอกจากการปรับมุมองศาที่ใช่เพื่อเซลฟี่ที่ดูดีแล้ว การเพิ่มพร็อบหรือลูกเล่น เช่นฟิลเตอร์ต่างๆสามารถช่วยให้ภาพเซลฟี่ของคุณออกมาน่ารักไม่เหมือนใคร จากการศึกษาโดยโมโตโรล่าพบว่า คนเอเชียชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นอย่างมาก ซึ่ง Moto G6 Plus ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนเอเชียที่รักการเซลฟี่โดยเฉพาะ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล และ Face filter เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสร้างสรรค์

5. เปลี่ยนพื้นหลัง เพิ่มสตอรี่

พื้นหลังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ภาพของคุณดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่ง Moto G6 Plus มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณเปิดจินตนาการไปท่องเที่ยวในสถานสุดฮิตได้โดยที่คุณไม่ต้องจองตั๋วเดินทางให้ยุ่งยาก เพียงใช้ฟีเจอร์ Cutout ที่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง เคล็บลับสำคัญ! พยายามถ่ายภาพต้นฉบับของคุณกับฉากหลังสีพื้นหรือสีที่ตัดวัตถุอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการเลือกจุดตัดต่อ หลังจากนั้นเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลังภาพได้ตามต้องการ ง่ายๆเพียงเท่านี้รูปภาพของคุณจะออกมาเนียนเหมือนกับคุณเดินทางไปยังสถานที่นั้นจริงๆเลยหล่ะ

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ทโฟนพันธุ์อึด Moto e4 และ Moto e4 Plus สมาร์ทโฟนสเปคแรงอัดด้วยขุมพลังแบตเตอรี่อย่างจุใจ Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่โมโตโรล่าออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่า 48 ชม. หมดปัญหากังวลแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานของ ผู้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus เหมาะที่จะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการทำงานอย่างหลากหลาย หน้าจอกะทัดรัดขนาด 5.5 นิ้ว ระดับ HD มาคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาด 5000mAh ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้จุใจ Moto e4 Plus ช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างรื่นไหลด้วยขุมพลังหน่วยหน่วยประมวลผล MediaTek MT6737 CPU Quad-Core 1.3GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat Moto e4 Plus มีพื้นที่หน่วยความจำภายในสูงถึง 32 GB และ RAM ความจุสูงถึง 3 GB กล้องหน้าความละเอียด 5 MP พร้อม LED Flashและกล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 13 MP แฟลช LED เพื่อรองรับการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ

Moto e4 สมาร์ทโฟนดีไซน์กะทัดรัด มาพร้อมหน้าจอขนาด IPS LCD HD 5 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 หน่วยประมวลผล Quad-Core Processor ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างรื่นไหล ไม่สะดุด อีกทั้งรองรับการใช้งานแบบ Dual SIM และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว (Fingerprint Scanner) นอกจากนี้ยังรองรับ ระบบเครือข่าย 4G ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับทุกความบันเทิงทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ Moto e4 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh ช่วยให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน พร้อมหน่วยความจำภายใน 16 GB และ RAM ความจุสูงถึง 2 GB ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไรขีดจำกัด กล้องหน้าของ Moto e4 มีความละเอียด 5 MP ส่วนกล้องหลังความละเอียดถึง 8 MP พร้อม LED Flash สามารถตอบโจทย์ทางการใช้งานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชั่นอันหลากหลายซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ โดยที่คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold ของคนรุ่นใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้ นกว่าเดิม ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ ทโฟนไม่ได้อยู่ที่ความเคยชินอี กต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอั นหลากหลายอีกด้วย

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

โมโต ประเทศไทย ขอแนะนำ 5 เหตุผลที่จะทำให้คุณต้องหลงรัก Moto Z สุดยอดสมาร์ทโฟนที่จะเปลี่ ยนไลฟ์สไตล์ของคุณให้แตกต่างด้ วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองการใช้ งานที่เหนือชั้นไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องเบาบางที่สุดในโลก และดีไซน์หรูระดับพรีเมี่ยม หมดปัญหากวนใจ ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ ไปไหนต่อไหนให้หนักกระเป๋าอีกต่ อไปหากคุณเลือกใช้งาน Moto Z สมาร์ทโฟนที่เบาบางที่สุดในโลก เพียง 5.19 มม.  พร้อมดีไซน์หรูระดับพรี่เมี่ ยมที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลู มิเนียมมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ ในการผลิตเครื่องบิน พิเศษสุดเอาใจสาวกแฟชั่นนิสต้ าด้วย  Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) เสริมลุคเรียบหรูดูแพงสะกดทุกสายตา

เจ้าแรกแห่งนวัตกรรมล้ำสมัยด้วย One Snap เปลี่ยนโลกสร้างความตื่นเต้นในวงการสมาร์ ทโฟนอีกครั้งกับ Moto Mods เทคโนโลยีอุปกรณ์เสริมเจ้าแรกที่ สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในตระกูล Z ของคุณให้ทำได้มากกว่า แค่ Snap เดียวเข้ากับหลังตัวเครื่อง Moto Mods มาพร้อมหลากหลายความสามารถที่ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Snap เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็ นจอโปรเจคเตอร์เพื่อดูหนังเรื่ องโปรด หรือเนรมิตเป็นกล้องระดับมือโปร ซูมแบบ optical zoom ได้ถึง 10 ระดับ รับประกัน คุณภาพจากแบรนด์ Hasselblad ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องถ่ ายภาพในตำนานระดับโลกขุมพลังสเปคจัดเต็ม และระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-Tasking ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือแม้แต่ออนไลน์ช้อปปิ้ง

ดังนั้นผู้ใช้งานต้องมั่นใจว่ าระบบการทำงานต้องรื่ นไหลตอบสนองการใช้งานของเราได้ อย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งเจ้า Moto Z มาพร้อม ระบบประมวลผล Qualcomm® Snapdragon 820 RAM ความจุ 4 GB แบบ LPDDR4 และหน่วยความจำขนาด 64 GB มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่ นล่าสุด Android 7.0 Nougat แบตเตอรี่ยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมระบบชาร์ต TurboPower™ ขุมพลังการทำงานที่อัดแน่นต้ องมาคู่กับแบตเตอรี่ที่ทนทาน Moto Z ตอบโจทย์คุณด้วยแบตเตอรี่ความจุ  2600 mAh ที่รองรับการใช้งานแบบเต็มสตรี มได้ตลอดทั้งวันเอาใจคอสมาร์ ทโฟนตัวยง และยังช่วยเสริมความอึดด้วยระบบ ชาร์ตแบต TurboPower™  เพิ่มพลังให้แบตเตอรี่ใช้ งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในการชาร์ตเพียง 15 นาทีเท่านั้น! นับเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาในชั่ วโมงเร่งรีบได้เป็นอย่างดี

 

คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง!! โมโตขอเสนอโอกาสสุดพิเศษให้คุ ณเป็นเจ้าของ Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง! คุ้มค่า คุ้มราคา เมื่อซื้อ Moto Z  รับฟรีทันที! Moto Mods Incipio offGRID Power Pack รุ่นอัพเกรดล่าสุดรองรับระบบ Wireless Charger มูลค่า 3,990 เพียงแค่ One Snap กับ Moto Z ก็ช่วยยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ ให้นานขึ้นถึง 2 วัน รู้แบบนี้แล้ว!! อย่าพลาดเป็นเจ้าของ Moto Z ได้แล้ววันนี้ โดยวางจำหน่าย 3 สี ให้เลือกได้แก่ สีขาว สีดำ และ สีโรสโกลด์ ที่ True Shop ราคา 23,900 บาท โอกาสทองแบบนี้ต้องรีบคว้าสินค้ าทุกชิ้นมีจำนวนจำกัด

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

เลอโนโวเปิดตัว Lenovo PHAB Plus แฟบเล็ตดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมที่สามารถใช้งานง่ายแค่เพียงมือเดียว จึงหมดความจำเป็นในการเลือกระหว่างสมาร์ทโฟน หน้าจอใหญ่ราคาแพงหรือแท็บเล็ตขนาดจิ๋ว ด้วยหน้าจอขนาดเหมาะมือที่ 6.8 นิ้ว และยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่สุดอึดและฟีเจอร์สำหรับความบันเทิงอีกด้วย

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

Lenovo PHAB Plus นิยามใหม่แห่งการผสมผสานสมาร์ทโฟน

เลอโนโวตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งนิยมดีไวซ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็พบปัญหาในการพกพาแท็บเล็ตที่ทำให้การคล่องตัวลดลง ในฐานะที่ เลอโนโว เป็นผู้นำด้านตลาดพีซี และตลาดแท็บเล็ต เราจึงได้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้น ด้วยการผสมผสานความสามารถของแท็บเล็ตในขนาดของสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ซึ่งตัวเครื่องที่โฉบเฉี่ยวในสไตล์ เมทัลลิค ยูนิ บอดี้ นั้นมาพร้อมหน้าจอแบบ Full HD ที่สามารถใช้งานง่ายแค่เพียงมือเดียว และนำเสนอประสบการณ์การชมภาพและเสียงที่ยอดเยี่ยม ภายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

คุณใช้สมาร์ทโฟนโทรออกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ทุกวันนี้การใช้อินเตอร์เน็ต, เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค, ฟังเพลง และเล่นเกม เป็นสิ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทำมากกว่าการโทร จึงทำให้เส้นแบ่งคุณลักษณะของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตบางลง เป็นการตอบสนองความต้องการในตลาดแฟบเล็ต ด้วยการสร้างดีไวซ์สุดเจ๋งจากการผสมผสานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ลงตัว

ตอบสนองการใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรองรับระบบสองซิมและ 4G LTE จึงทำให้ผู้ใช้งานไว้วางใจในการเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือต่างประเทศ โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android™OS v5.0 (Lollipop) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับการเชื่อมต่อที่ราบรื่น ทางด้านการถ่ายภาพและวิดีโอก็ทรงพลังไม่แพ้กัน มาพร้อมกับกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลที่จะทำให้ได้ภาพถ่ายออกมาคมชัดโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ พาโนเซลฟีและแฟลชแบบ dual-LED ที่จะทำให้ภาพถ่ายนั้นมีสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติและมีชีวิตชีวาเหมือนกับโทนสีผิว นอกจากนี้ การตั้งค่า Low Light จะทำให้ภาพมีความสว่างสดใสขึ้นแม้จะมีแสงน้อยก็ตาม

การออกแบบของ PHAB Plus ก็น่าสนใจเหมือนกับคุณสมบัติ ด้วยตัวเครื่องแบบ ยูนิ บอดี้ ขอบมนและปุ่มกดที่เงางาม โดยทั้งหมดผลิตมาจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและคงทน มีวางจำหน่ายทั้งหมดสามสีคือ Gunmetal Grey, Titanium Silver และ Honey Gold เอาใจสาวกความบันเทิง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แสดงผลแบบ Full HD ด้วยความละเอียด 326ppi การรองรับเนื้อหาแบบ HD รวมถึงรูปภาพ, ภาพยนตร์ และเกม ด้วยหน่วยความจำ 32 GB ผู้ใช้สามารถรับประสบการณ์มัลติมีเดียที่มีประสิทธิภาพในมือของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี In-Plane Switching (IPS) ที่การันตีมุมมองภาพที่กว้างเป็นพิเศษ ซึ่งเพิ่มความชัดเจนและสีสันที่มีชีวิตชีวาสำหรับการรับชมวิดีโอและการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค
ประสบการณ์การรับชมคงไม่สมบรูณ์แบบหากไม่มีระบบเสียงที่ดีพอ Lenovo PHAB Plus นำเสนอระบบเสียงเสมือนโรงหนังด้วยระบบเสียง Dolby Atmos® Sound ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้สามารถรับฟังเสียงได้รอบทิศทางและความสามารถในการอัดเสียงระดับ 5.1 สำหรับการถ่ายวิดีโอ ยังมาพร้อม Smart Amplifier ซึ่งเสียงดังกว่าในสมาร์ทโฟนทั่วไปถึงสองเท่า ยังเอาใจเหล่าเกมเมอร์ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 615 octa-core ที่มีหน่วยความจำ 32 GB เพื่อประการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะพบกับการใช้งานที่ราบรื่นและเสมือนจริงอย่างแน่นอน ฉีกตัวออกมาจากการเป็นแฟบเล็ตแบบดั้งเดิม ด้วยฟีเจอร์สำหรับการใช้งานมือเดียวและระยะการใช้งานของแบตเตอรี่
โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถรองรับการใช้งานจากผู้ใช้ที่ถนัดทั้งมือซ้ายและมือขวาได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในมือเดียว ทำให้การใช้แฟบเล็ตสะดวกไปอีกขั้น ผู้ใช้สามารถกดย้ำสองครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ, กดค้างบนหน้าจอส่วนใดก็ได้เพื่อถ่ายภาพ, เขย่าเพื่อล็อค, สร้างแป้นพิมพ์สำหรับการพิมพ์มือเดียว และยังสามารถรับสายผ่านการสั่งด้วยเสียงอีกด้วย เมื่อมาถึงการใช้งานแบตเตอรี่มีแบตเตอรี่ความจุถึง 3,500 mAh และแพลตฟอร์มที่ควบคุมอุณหภูมิภายในเครื่อง ทำให้สามารถใช้โทรได้นานถึง 24 ชั่วโมง และแสตนบายเครื่องยาวนานถึง 20 วัน วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2558 ที่ตัวแทนจำหน่ายเลอโนโว และตัวแทนจำหน่ายมือถือชั้นนำ ทั่วประเทศ ในราคา 11900 บาท

« Older Entries