สมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก จะทำยังไงถึงจะได้ถูกเลือก

สงสัยกันอยู่ใช่มั้ย ว่าทำไมคุณถึงถูกปฏิเสธไม่ได้รับเข้าทำงาน? คุณอยากให้บริษัทนั้นบอกเหตุผลคุณตามตรง ว่าทำไมถึงตัดสินใจเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่คุณหรือเปล่า? เพราะการสมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก สักทีมันก็จะเฟลค่อนข้างมากอยู่นะ หรือรับงาน ฟรีแลนซ์ เองก็ตามการรับฟังความจริงที่โหดร้ายบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร การสัมภาษณ์งานครั้งต่อไปก็อาจจะเป็นเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้นก็ได้

 

สมัครงานทั้งที ไม่เคยเป็นที่ถูกเลือก จะทำยังไงถึงจะได้ถูกเลือก

การที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใครอย่างตรงไปตรงมา มันไม่ใช่งานที่ HR อยากทำเท่าไหร่ และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ HR ส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกข้อบกพร่อง หรือแม้กระทั่งแจ้งข่าวร้ายที่ว่าคุณไม่ได้รับการจ้างงาน ฉะนั้นเพื่อช่วยคุณในการเตรียมความพร้อมและป้องกันความผิดพลาดอันอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์งาน ได้รวบรวมเหตุผลว่า ทำไมคุณไม่เป็นคนที่ถูกเลือกเข้าทำงานซักที

1. คุณยังไม่ใช่คนที่ “ใช่” สำหรับงานนี้

มันอาจเป็นเรื่องง่ายที่จะนำเสนอว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งนี้ผ่านทางตัวหนังสือบนเรซูเม่ (ซึ่งเป็นเหตุผลว่าเรซูเม่ที่ดีจะเป็นใบเบิกทางที่ดีให้กับคุณ) แต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่าการมีเรซูเม่ที่ดีคือการที่คุณนำเสนอตัวตน ไอเดีย และมุมมองของคุณผ่านการสัมภาษณ์งานว่ามันเข้ากันได้กับสิ่งที่องค์กรต้องการหรือไม่

เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าคุณไม่เหมาะกับงานนี้ คุณควรเริ่มจากการหางานที่เหมาะกับคุณมากที่สุด เลือกบริษัทที่คุณคิดว่าใช่ นั่นคือ คุณควรทำความเข้าใจกับประกาศงานก่อนที่คุณจะสมัคร เพื่อให้คุณได้งานที่ต้องการมากที่สุด

2. คุณกับผู้สัมภาษณ์งานมีเคมีไม่ตรงกัน

ธรรมชาติของคนเรา คือมักชอบคนที่มีเคมีตรงกัน และอยากสนับสนุนคนนั้นมากกว่าคนที่รู้สึกไม่ถูกชะตา คนส่วนใหญ่มักจะชอบคนที่เข้ากับเราได้ การสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน ทำอย่างไรคุณถึงจะมีโอกาสทำคะแนนเพื่อสร้างมิตรภาพกับผู้สัมภาษณ์งาน? แน่นอนว่าคุณต้องทำการบ้านเพิ่มเติมค่ะ

ในการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งาน การทำการบ้าน หรือหาข้อมูลไม่ควรหยุดอยู่แค่หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ คุณควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนที่จะสัมภาษณ์งานคุณด้วย พยายามสืบให้ได้ว่าใครจะเป็นผู้สัมภาษณ์งาน คุณอาจหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาคนนั้นจากทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือสอบถามจากเพื่อนหรือคนรู้จักในแวดวงของคุณเกี่ยวกับเขาคนนั้น หากคุณเตรียมตัวมาดี โอกาสในการผ่านรอบสัมภาษณ์งานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

3. คุณไม่ได้รับเลือกเพราะแพ้ให้กับเส้นสาย

องค์กรโดยมากมีกระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานโดยใช้วิธีการบอกต่อหรือแนะนำกันมาผ่านทางพนักงานปัจจุบันที่ทำงานอยู่ เพราะ “เพื่อนของเพื่อน” มักจะเป็นที่น่าไว้ใจและให้ความรู้สึกวางใจที่จะรับเข้าทำงานมากกว่าคนแปลกหน้าที่ต้องเริ่มทำความรู้จักใหม่ตั้งแต่ต้น คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการหมั่นสร้างไมตรี และสานต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของคุณอย่างสม่ำเสมอ โลกแคบไปทันตาถ้าคุณมีเพื่อนหรือญาติที่ทำงานอยู่ที่องค์กรที่คุณอยากทำงานด้วยและเขาเหล่านั้นสามารถช่วยคุณได้

4. คุณดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ได้นาน

แม้ว่าการเปลี่ยนงานบ่อยจะถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในวัฒนธรรมการทำงานของคนในยุคนี้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ การมีประวัติการทำงานที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบนเรซูเม่อาจทำให้คุณถูกมองว่าเป็นคนเหลาะแหละ จับจด ไม่มั่นคง และอยู่ที่ไหนไม่ได้นาน และอาจทำให้คุณเสียโอกาสในการได้งานที่คุณต้องการก็เป็นได้ ฉะนั้นคุณควรใช้ช่วงเวลาในการสัมภาษณ์งานให้เป็นประโยชน์โดยการอธิบายเหตุผลที่ทำให้คุณมีเรซูเม่เช่นนั้น

5. คุณดูพยายามมากเกินไป

การโปรโมทตนเองในการสัมภาษณ์งานถือเป็นศิลปะอันละเอียดอ่อน คุณต้องแสดงออกอย่างมั่นใจ ใช้กลเม็ดและปฏิภาณไหวพริบต่าง ๆ ในการพรีเซนท์ตัวเองให้ดูพอดี ๆ ไม่มากจนดูเป็นคนขี้อวดขี้โม้ หรือหลงตัวเองจนเกินไป คุณควรสร้างความสมดุลระหว่างการโฆษณาความสำเร็จของคุณกับความอ่อนน้อมถ่อมตนและให้เครดิตกับคนรอบข้างที่มีส่วนช่วยให้คุณประสบความสำเร็จด้วย

6. คุณทำผิดพลาดมากเกินไประหว่างการสัมภาษณ์งาน

ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดพลาดที่เกิดจากความประหม่าในขณะสัมภาษณ์งานนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมรับกันได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าเราเป็นคนอย่างไรแต่การที่เราแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอย่างไรต่างหากที่จะบ่งบอกถึงอุปนิสัยของเรา การแก้ไขข้อผิดพลาดที่ชาญฉลาดจะเป็นตัวบอกว่าคุณมีปฏิภาณไหวพริบและมีคอมมอนเซนส์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการทำงานภายใต้ความกดดันต่าง ๆ เช่น การเผชิญหน้ากับลูกค้าที่กำลังวีนเหวี่ยง เป็นต้น การฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อย ๆ จะช่วยให้คุณผ่านพ้นสถานการณ์อันน่าอึดอัดหากมันเกิดขึ้นกับคุณระหว่างการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป

7. คุณปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ได้

เหตุผลข้อนี้เกี่ยวข้องโดยตรงหากคุณต้องไปเป็น expat หรือต้องไปทำงานต่างประเทศที่คุณไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ ถ้าคุณไม่เคยไปประเทศนั้นเลย คุณควรศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างละเอียดก่อนการเข้าสัมภาษณ์งานเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกัย HUAWEI Mate 20 Series มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

 

HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

 

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

อาร์ทีบีฯ สุดปลื้ม ฉลองความสำเร็จ หลังหูฟัง True Wireless ยอดขายทะลุ 10,000 ตัว ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพสุดล้ำ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษคืนกำไรให้กับลูกค้า มอบส่วนลด 10% เป็นเวลา 10 วัน กับหูฟัง True Wireless 3 รุ่นจาก Jabra พร้อมเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดต่อเนื่อง มั่นใจสร้างเพิ่มยอดขายในแคมเปญไม่ต่ำกว่า 20% และดันรายได้ปี 2561 เติบโตต่อเนื่อง

 

ฉลองยอดขายหูฟัง True Wireless ทะลุ 10,000 ตัว รุกจัดแคมเปญคืนกำไร

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของหูฟัง True Wireless ที่สามารถสร้างยอดขายทะลุกว่า 10,000 ตัวนับตั้งแต่เปิดตัว True Wireless รุ่นแรก “นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอาร์ทีบีฯ ที่สามารถตอกย้ำถึงจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพ ซึ่งมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมหูฟังบลูทูธที่มีเทคโนโลยีที่นำสมัยที่สุดเข้ามาทำตลาดโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายได้อย่างตรงใจอยู่เสมอ จึงทำให้ยอดขายหูฟัง True Wireless ซึ่งอาร์ทีบีฯ รุกทำตลาดเป็นในเมืองไทยเป็นเจ้าแรก ด้วยการประเดิมส่ง Jabra Elite Sport ซึ่งสามารถครองใจผู้บริโภคผู้รักการออกกำลังกาย และสร้างยอดขายได้อย่างงดงาม หลังจากนั้น ตามมาด้วย Jabra Elite Sport 4.5 ที่พัฒนาชั่วโมงการใช้งานให้นานขึ้น, ปัจจุบันจาบร้าได้ผลิตหูฟัง True Wireless เจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีทั้งเทคโนโลยีที่นำสมัยกว่าคู่แข่ง และแน่นอนมีความเสถียรในการใช้งานสูงสุด ประกอบด้วย Jabra Elite 65T สุดยอดหูฟังไร้สายระดับพรี่เมี่ยมสำหรับคนทำงานที่รักเสียงเพลงและความทันสมัย, และ Jabra Elite Active 65T หูฟังสำหรับคนรักเสียงเพลงที่ใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟหรือชื่นชอบออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังมี Jabra Elite Sport หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพที่ต้องการเพิ่มศักยภาพของร่างกายและรักในเสียงดนตรี โดยหูฟังเจเนอเรชั่นใหม่นี้ มาพร้อม Application อัจฉริยะ ที่ทำให้หูฟังแต่ละตัวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนได้อย่างแท้จริง”

ดังนั้น จากความสำเร็จดังกล่าว อาร์ทีบีฯ จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อคืนกำไรและเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลด 10% ให้กับลูกค้าเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2561 เพียงถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์หูฟังแบรนด์จาบร้า จากนั้นโพสต์ขึ้น FB (เปิด Public) แล้วใส่ Hastag #JabraTrueWireless

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 นั้น ดร.บรรพต กล่าวว่า อาร์ทีบีฯ ยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยนำผลิตภัณฑ์เข้ามาขยายตลาดให้ครอบคลุมเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะตลาดหูฟัง True Wireless ซึ่งกำลังเป็นมาแรงเพิ่มขึ้น ขณะที่ 9 เดือนที่ผ่านมา อาร์ทีบีฯ มียอดขาย 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 21% โดยเป็นผลมาจากการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความที่นิยมสู่ตลาด รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดสร้างประสบการณ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์ปัจจุบัน และแบรนด์ที่เปิดตัวใหม่ และมั่นใจว่า แคมเปญพิเศษฉลองความสำเร็จและคืนกำไรลูกค้าในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากคนรักเสียงเพลงเป็นอย่างดี พร้อมผลักดันยอดขายของอาร์ทีบีฯ โดยรวมภายในสิ้นปีนี้ได้ 425 ล้านบาท

โปรแกรม PDF24 Creator โปรแกรมสร้างและจัดการไฟล์ PDF

สำหรับคนที่ต้องการใช้งานโปรแกรมประเภท PDF ค่อนข้างยุ่งยากมาก เพราะไฟล์ประเภท PDF ส่วนมากจะเข้ารหัสไว้บ้าง หรือถูกฟิกซ์ไว้เพื่อไม่ให้แก้ไขได้อีก ไหนจะต้องรวมหน้าหรือแยกหน้าเอกสารออกตามต้องการก็ยากแสนยากเหลือเกิน วันนี้แอดมินมีโปรแกรม PDF24 Creator ที่ช่วยจัดการไฟล์ประเภท PDF ได้อย่างดี ใช้งานง่ายซึ่งอ้างอิงจากผุ้ใช้งานจริงแล้วว่าเยี่ยมเลยทีเดียว นอกจากการจัดการไฟล์ PDF แล้วยังสามารถแปลงไฟล์อื่นๆ เป็นไฟล์ PDF ได้ด้วย ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งโปรแกรมอื่นๆ มากนัก โดยทีมพัฒนาโปรแกรมใช้ชื่อว่า Geek Software GmbH นั่นเอง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตัวโปรแกรมเป็นภาษาอังกฤษจึงสามารถใช้งานได้ตามปกติแน่นอน

โปรแกรม PDF24 Creator โปรแกรมสร้างและจัดการไฟล์ PDF

โปรแกรม PDF24 Creator โปรแกรมสร้างและจัดการไฟล์ PDF

เป็นโปรแกรมในการสร้างและจัดการไฟล์ PDF เข้าด้วยกัน มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนาจากประเทศเยอรมนี (Germany) ด้านการใช้งานนั้น เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อย ตัวโปรแกรมจะทำการสร้างอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ไว้ในระบบของผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้ต้องการสร้างไฟล์ PDF ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเปิดไฟล์เอกสารที่ต้องการ เลือกคำสั่งพิมพ์ (Print) และเลือก PDF24 Printer โปรแกรมก็จะทำการสร้างไฟล์ PDF ให้ทันที

ถ้าผู้ใช้ต้องการใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ ของ โปรแกรม PDF24 Creator นี้เพิ่มเติม ก็สามารถไปที่ส่วนของหน้าตั้งค่าของเครื่องพิมพ์ (Printer Preferences) เพื่อทำการตั้งค่าในส่วนของการบีบอัดภาพและเอกสารให้ไฟล์เล็กลง (PDF Compression) รวมไปถึงการ ฝังฟอนต์ลงไปในเอกสารและฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้ใช้โปรแกรมอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรมอื่นเข้าช่วยอย่างโปรแกรม Microsoft Office ประเภท Word, Excel, Power Point ในบางครั้งจำเป้นต้องใช้โปรแกรมประเภท PDF ช่วยจัดการอีกต่อหนึ่งเหมือนกัน

นอกจากนี้ โปรแกรม PDF24 Creator ยังสามารถจัดการกับไฟล์เอกสาร PDF ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรวมหรือแยกไฟล์ต่างๆ หมุนหน้าเป็นแนวตั้ง-แนวนอน หรือย้ายหน้าจากไฟล์หนึ่งไปอีกไฟล์หนึ่ง ปรับเปลี่ยนคุณภาพไฟล์และทำลายเซ็นต์ส่วนตัวได้เพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น โหลดไปใช้กันได้เลยในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ Windows เวอร์ชั่นตั้งแต่ XP / Vista / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10 ได้อีกด้วยเช่นกัน

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ “สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีของ EISA ประจำปี 2018-2019” จากสมาคมภาพและเสียงแห่งยุโรป (European Image and Sound Association – EISA) อันป็นสมาคมที่ก่อตั้งจากการรวมตัวกันของนิตยสารด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจำนวน 55 เล่ม โดย HUAWEI P20 Pro ได้แสดงให้คณะกรรมการเห็นทั้งคุณภาพ งานออกแบบที่ดี ประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอด รวมทั้งความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สวยงามมีสไตล์ ทำงานได้ดียิ่งกว่าเดิม และมีคุณสมบัติเหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หัวเว่ยได้รับรางวัลจากสมาคม EISA มาอย่างต่อเนื่อง 6 ปีติดต่อกัน

 

HUAWEI P20 Pro คว้ารางวัลใหญ่ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปี 2018-2019

ในโอกาสนี้ ลี ชางซู รองประธานธุรกิจอุปกรณ์มือถือของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า“สิ่งที่สำคัญที่สุดของหัวเว่ยคือการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถสนุกสนานกับการถ่ายภาพโดยใช้
สมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่ง HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติพิเศษด้านการถ่ายภาพมากมายเพื่อการบันทึกภาพหรือแบ่งปันเหตุการณ์ที่สำคัญ”

สมาคม EISA เลือก HUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดแห่งปีเนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ “เป็นสมาร์ทโฟนที่ก้าวล้ำ เปี่ยมนวัตกรรม และมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยมที่สุด” คำประกาศรางวัลของสมาคม EISA ยังกล่าวว่า HUAWEI P20 Pro “เป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบที่สุดของผู้ใช้สมาร์ทโฟน อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟน”

HUAWEI P20 Pro ใช้เทคโนโลยีกล้องหลัง 3 กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica สามารถให้ภาพถ่ายที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในปัจจุบัน กล้องหลัง 3 กล้องยังสามารถซูมแบบ
ออพติคัล 3 เท่าและซูมแบบไฮบริดถึง 5 เท่า อีกทั้งยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพมากมาย เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วยเทคโนโลยี AI หรือ HUAWEI AI image stabilization

HUAWEI P20 Pro ยังมีดีไซน์ที่เพรียวบาง หน้าจอแบบเกือบไร้ขอบ อีกทั้งยังมีสีสันแบบไล่เฉดสีที่ออกแบบขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีชิปเซ็ตปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปเซ็ตแรกของโลกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและรวดเร็ว นวัตกรรมกล้องถ่ายภาพที่ก้าวล้ำช่วยให้ผู้ใช้บันทึกภาพในสถานที่ที่มีแสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้ HUAWEI P20 Pro เป็นอุปกรณ์การถ่ายภาพเพียงไม่กี่อย่างในโลกที่ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเปิดความไวชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานานได้อย่างคมชัดและไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นสามาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุดรุ่นหนึ่งด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAH เมื่อผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สมาคม EISA ได้กล่าวสรุปว่า HUAWEI P20 Pro เป็น “สุดยอดสมาร์ทโฟนที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์อันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ และงานฝีมือเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”

สมาชิกของสมาคม EISA ประกอบไปด้วยสื่อมวลชนจาก 27 ประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Electronics) ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บันทึกภาพ อุปกรณ์มือถือ เครื่องเสียงไฮ-ไฟ เครื่องเสียงโฮมเธียร์เตอร์ หน้าจอและอุปกรณ์วิดีโอสำหรับโฮมเธียร์เตอร์ และนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ โดยทุกๆ ปี สมาชิกของสมาคม EISA จะเสนอรายชื่อของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจากทั้ง 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจะประกาศในการประชุมประจำปีของสมาคม EISA ซึ่งสมาชิกของสมาคมจะร่วมพิจารณาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดก่อนจะทำการลงคะแนนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์

สมาคม EISA จะมอบรางวัลให้กับหัวเว่ยอย่างเป็นทางการในงาน IFA ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไลฟสไตล์การใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus การเลือกสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการใช้งานนั่นอาจเป็นเรื่องยาก ทั้งสเปค ดีไซน์ หรือแบตเตอรี่ที่ต้องอึดไม่หมดระหว่างวัน วันนี้โมโตโรล่าคัดฟีเจอร์ที่น่าสนใจจาก moto e5 plus ที่จะตอบโจทย์ไลฟสไตล์คุณได้อย่างดีที่สุด

 

รวมฟีเจอร์เด็ดสำหรับคนไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงที่ ควรซื้อ moto e5 plus

เริ่มด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ให้การใช้งานอึดตลอดทั้งวัน เพราะในยุคนี้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวสามารถทำงานได้แบบ Multi-tasking ซึ่งสำหรับ moto e5 plus คุณสามารถดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียว บอกลาปัญหาแบตหมดระหว่างวันได้อย่างไร้กังวลตลอดการใช้งาน หน้าจอกว้างแบบไร้ขอบเพิ่มมิติในการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ดีขึ้นกว่าเคย บางครั้งในวันที่เร่งรีบวุ่นวาย คุณอาจไม่มีเวลาพกโน๊ตบุ๊คไปทำงานกับคุณได้ทุกที่ มีเพียง moto e5 plus สมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องนี้เท่านั้นที่ช่วยให้คุณสามารถเช็คอีเมล อัพเดทข้อมูล แก้ไขงาน ได้อย่างเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Max Vision ขนาด 6 นิ้วในอัตราส่วนแสดงผล 18:9 ที่แสดงข้อความในมุมมองที่กว้าง ชัดเจน และครบถ้วนยิ่งขึ้น

อีกทั้งโหมด Split screen  ที่หน้าจอแสดงผลสามารถรองรับการเปิดใช้สองแอพพลิเคชั่นพร้อมกัน เช่น เปิดโปรแกรมนำทางพร้อมแชทกับเพื่อน หรือดูหนังพร้อมเช็คอีเมล โดยคุณไม่ต้องเลื่อนขึ้นลงหรือสลับหน้าจอไปมาให้รำคาญใจ ความสะดวกในการพกพาและความทนทานของสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการใช้งาน ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่อง moto e5 plus มาพร้อมการออกแบบด้านหลังตัวเครื่องที่โค้งมนจากการปรับแต่งแบบพิเศษเพื่อให้จับกระชับมือแม้การใช้งานด้วยมือเดียว เพิ่มสัมผัสของความหรูหราระดับไฮเอนด์ด้วยวัสดุกระจกมันวาว 3D glass และหน้าจอที่ทนต่อรอยขีดข่วนหรือการตกกระแทกด้วยฟิล์มกระจกนิรภัยจาก Gorilla Glass

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมเทคโนโยลี Water-Repellent Nano-Coating ที่สามารถป้องกันฝุ่น ละอองน้ำฝน น้ำสาดกระเซ็นได้อย่างไร้กังวล เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบอย่างปราณีตที่ผสมผสานดีไซน์สวยทันสมัยและอรรถประโยชน์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับลูกค้าที่สนใจ moto e5 plus มาพร้อมสี Fine Gold สุดหรู และ สี Black สุดคลาสสิก ในสุดคุ้มเพียง 5,990 บาท พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Truemove H แบบรายเดือน! สามารถเป็นเจ้าของ moto e5 plus ได้ในราคาเพียง 2,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ 4G+ Fun Unlimited 599 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท

ตำแหน่งกับเงินเดือน อันไหนสำคัญมากกว่ากันที่ต้องคิดให้ดี

หลายคนเมื่อเริ่มมองหางานมักจะหนักใจกับเรื่องสถานที่ทำงาน การเดินทาง สังคมการทำงาน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักเหมือนกัน คือ ตำแหน่งกับเงินเดือน คนที่มองด้านปฏิบัติมากกว่าก็อาจจะพอใจกับการได้รับเงินเดือนที่มั่นคงแน่นอน หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ เอง ที่พอกินพอใช้ในแต่ละเดือน แต่ถ้าถามคนที่มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงานสูงก็อาจได้รับคำตอบว่าตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ มีความสำคัญกว่าเพราะตำแหน่งที่ได้จะสร้างโอกาสให้เขาเติบโตในสายงานได้มากขึ้น

 

ตำแหน่งกับเงินเดือน อันไหนสำคัญมากกว่ากันที่ต้องคิดให้ดี

หากคุณมีคำถามนี้ในใจตอนที่คุณทำงานมาจนถึงระดับที่มีตำแหน่งสูงในระดับหนึ่งแล้ว เช่น เป็นหัวหน้าแผนก ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ตำแหน่งสูง ๆ เหล่านี้มักมาพร้อมกับเงินเดือนที่สูงตามจากความอาวุโสและประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมา คุณอาจลำบากใจไม่ใช่น้อยที่จะตอบว่าระหว่างเงินเดือนกับตำแหน่งอะไรสำคัญกับคุณมากกว่ากัน

นั่นหมายความว่า การพิจารณาขนาดและประวัติความเป็นมาของบริษัทที่คุณทำงานอยู่ด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญในการตอบคำถามนี้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ที่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกชื่อเรียกตำแหน่งสูง ๆ ที่ดูเป็นทางการออกไป เช่น ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายเทคนิค (Chief Technology Officer หรือ CTO) หรือ ตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer หรือ CMO) และใส่ชื่อตำแหน่งที่ฟังดูฮิปและมีสีสันมากขึ้นมาแทน เช่น “ผู้อำนวยการด้านเงินบาทและสตางค์” หรือ “พ่อมดแห่งโลกโซเชียลมีเดีย” เป็นต้น เพื่อความเหมาะสมให้เข้ากับยุคสมัยของพนักงานรุ่นมิลเลนเนียล การเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็นเรื่องที่ทำได้ตราบใดที่กิจการยังคงทำกำไรและดำเนินไปอย่างดี

ถ้าพูดถึงบริษัทอินเทรนด์ตอนนี้อย่างบริษัทสตาร์ทอัพที่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลานั้น แม้ว่าจะมีความน่าตื่นเต้นและท้าทายในการดำเนินงาน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะล้มเหลวภายในเวลาสองสามปีแรกหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีและเหมาะสม ดังนั้นการพิจารณาเรื่องเงินเดือน ตำแหน่งและความมั่นคงในการทำงานกับบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จึงต้องอาศัยข้อมูลวงในจากพนักงานปัจจุบันและพนักงานที่เคยทำงานในบริษัทเหล่านี้มาใช้ประกอบการตัดสินใจของคุณ

นอกเหนือจากกรณีบริษัทสตาร์ทอัพ หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน เป็นพนักงานออฟฟิศที่กำลังมีคำถามนี้อยู่ในใจ เราได้รวบรวม 5 ปัจจัยที่คุณสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจว่า ระหว่างเงินเดือนกับตำแหน่ง คุณควรให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่ากันมาฝากค่ะ

1. การจัดลำดับความสำคัญ

ก่อนที่คุณจะทำสิ่งใด เราอยากให้คุณจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณให้ชัดเจน หากคุณได้รับการเสนองานที่มีชื่อตำแหน่งหรูหรา แต่ให้เงินเดือนน้อยกว่างานอีกงานที่ไม่ได้มาพร้อมตำแหน่ง และคุณกำลังมีสถานภาพทางการเงินที่ไม่สู้จะดีนัก คุณคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ในทางตรงกันข้ามหากคุณมีสถานภาพทางการเงินที่ดีและสามารถรับงานที่เงินเดือนเริ่มต้นน้อยกว่า แต่มีโอกาสเติบโตในสายงาน และได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้มากกว่าอีกงานหนึ่งที่คุณได้รับข้อเสนอมา การเลือกงานที่ให้โอกาสเติบโตมากกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่คุณควรเลือกในกรณีนี้

2. ค้นหาแรงจูงใจ

สมมติว่าคุณไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะคับขันทางการเงินและไม่ต้องการงานที่ได้เงินเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษอย่างมากและรวดเร็ว คำถามต่อไปที่คุณควรถามตัวเองคือ “อะไรที่กระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานของคุณให้มากขึ้น” เราทุกคนต่างขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่ต่างกัน การตระหนักรู้ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่สำคัญของคุณจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

ลองนั่งทบทวนถึงสิ่งที่จูงใจให้คุณทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะการเห็นจำนวนเงินในธนาคารที่มากขึ้น หรือเพราะคุณอยากมีความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นหากได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น อย่าเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามธรรมเนียมหรือตามกรอบที่สังคมกำหนด แต่ควรเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณมากที่สุด

3. มองภาพรวมให้ใหญ่ขึ้น

ถามตัวเองว่าคุณมองตัวเองในอนาคตอย่างไร? ในอีกห้าปีคุณยังเห็นตัวเองทำงานอยู่ที่เดิมหรือเปล่า? หรือเห็นตัวเองเติบโตในตำแหน่งผู้บริหาร? หรือในอนาคตข้างหน้าคุณอาจเห็นตัวเองมีกิจการเป็นของตัวเอง?

ไม่ว่าคุณจะเห็นตัวเองในอนาคตเป็นอย่างไร คุณควรวางเป้าหมายในระยะยาวให้สอดคล้องกับภาพที่คุณจะเห็นตัวเองในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อคุณจะได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำงานและดำรงชีวิตให้ไปถึงยังเป้าหมายที่คุณต้องการจะเป็นนั้น

4. เชื่อในสัญชาตญาณ

ถึงแม้ว่าคุณอาจกำลังลำบากใจที่จะเลือกระหว่างเงินเดือนหรือตำแหน่งงาน แต่หากคุณสำรวจความรู้สึกของตัวเองให้ลึกพอ คุณจะได้ยินเสียงสัญชาตญาณของคุณที่บอกกับคุณว่าคุณควรไปในทิศทางไหน เรามักจะละเลยสัญชาตญาณของเราเพราะความไม่มั่นใจในตัวเอง และความกลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจผิด แต่สุดท้ายเรามักพบว่าการทำตามสัญชาตญาณแรกของเราเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดแล้ว

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสัญชาตญาณของมนุษย์ได้พิสูจน์ว่าการเชื่อในสัญชาตญาณของเรามักนำไปสู่ผลที่ดีกว่าการเชื่อในหลักเหตุผลที่ผ่านการคิดวิเคราะห์ด้วยสมอง ลึก ๆ แล้วคุณรู้อยู่แล้วว่าคุณควรทำอย่างไร คุณเพียงแค่ต้องเชื่อมั่นในสัญชาตญาณและเชื่อใน “หัวใจ” ของคุณเอง

5. ปรึกษาครอบครัวและเพื่อนฝูง

การขอความคิดเห็นและคำปรึกษาจากเพื่อนและครอบครัวที่คุณเชื่อใจ เป็นไอเดียที่ดีเสมอที่จะช่วยคุณในการตัดสินใจ ตั้งคำถามว่าพวกเขาคิดว่าคุณควรเลือกทางไหน คุณอาจไม่จำเป็นต้องทำตามคำพูดของพวกเขาไปเสียทั้งหมด แต่การได้รับฟังมุมมองและทางเลือกที่แตกต่างอาจช่วยให้เกิดความกระจ่างและทำให้คุณรู้ว่าอะไรที่คุณควรโฟกัสมากขึ้น

คุ้มสุด Huawei Mate 10 Pro ราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท

หัวเว่ยให้คุณเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนอัจฉริยะที่ประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นแรกของโลกซึ่งมาพร้อมกล้องคู่เทคโนโลยีจาก Leica คุ้มสุด! Huawei Mate 10 Pro ในราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2561 ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ แถมท้ายสำหรับลูกค้า AIS, DTAC และ TrueMove H รับส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อสมัครแพ็กเกจการใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

คุ้มสุด Huawei Mate 10 Pro ราคาพิเศษเพียง 21,990 บาท

‘HUAWEI Mate 10 Pro’ (หัวเว่ย เมท 10 โปร) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีเทคโนโลยี AI บนชิปเซ็ตสำหรับการประมวลผลเพื่อยกระดับประสบการณ์การสื่อสารและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีฟังก์ชันการใช้งานอย่างมืออาชีพที่หลากหลาย อาทิ เช่น PC Mode ที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ทันทีเพื่อความสะดวกในการพรีเซนท์งาน ฟีเจอร์ Easy Talk ที่สามารถเรียนรู้และจดจำเสียงของเจ้าของได้ซึ่งช่วยทำให้การพูดคุยกับคู่สายสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด และยังมาพร้อมกล้องคู่ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมกับ Leica ซึ่งมีรูรับแสงกว้างถึง f/1.6 ทำให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยเทคโนโลยี AI ที่ช่วยในการวิเคราะห์วัตถุขณะถ่ายภาพเพื่อปรับความสวยงามของภาพได้ถึง 13 Objects และ Scene นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Selfie ยังช่วยให้การถ่าย Selfie สวยงามสมจริงอีกด้วย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่บาลานซ์ชีวิตการทำงานและช่วงเวลาวันหยุดได้เป็นอย่างดี

HUAWEI Mate 10 Pro วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 21,990 บาท จากราคาปกติ 23,990 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Blue, Mocha Brown และ Titanium Grey จับจอง Huawei Mate 10 Pro ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2561

พิเศษสำหรับลูกค้า AIS, DTAC และ TrueMove H ในการเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate 10 Pro ตามรายละเอียดด้านล่าง*

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

หลายครั้งที่คุณอาจผิดหวังกับรูปที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนนั้นไม่สวยแบบที่คิด ดูมืดไปบ้าง เบลอแทบไม่ชัดเอาซะเลย หรือธรรมดาไม่ถูกใจ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus ซึ่งหากคุณอยากลองเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายรูปให้ออกมาอย่างมือโปร โมโตโรล่ามีเคล็ดลับที่จะทำให้ภาพของคุณสวยคูลมากขึ้นด้วย Moto G6 Plus เพียงเครื่องเดียว

 

5 เคล็ดลับ ถ่ายภาพยังไงให้สวยและ สนุกกับ Moto G6 Plus

1. หน้าชัดหลังเบลอ เพิ่มมิติให้ภาพ

การปรับความชัดและความลึกของภาพ ช่วยให้ภาพออกมาดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมการทำงานแบบกล้องหลังคู่จะช่วยจับจุดระยะโฟกัสได้เป็นอย่างดี และแน่นอนเจ้าเครื่อง Moto G6 Plus มาพร้อมกล้องหลังคู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์รูปหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างไม่มีที่ติ และสำหรับใครที่ต้องการเพิ่มระดับความเบลอขึ้นไปอีกขั้น ลองฟีเจอร์ Selective Focus ที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกจุดโฟกัสเป็นหน้าชัดหลังเบลอ หรือ หน้าเบลอหลังชัดได้ตามที่ต้องการอีกด้วย

2. เก็บภาพช็อตสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

รูปภาพสามารถสื่อสารกับคนดูให้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลายครั้งที่คุณเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและอยากถ่ายเก็บไว้เป็นความทรงจำ แต่เจ้าสมาร์ทโฟนกลับไม่สามารถจับภาพได้รวดเร็วดั่งใจคิด ทำให้คุณพลาดช่วงสำคัญนั้นไปอย่างน่าเสียดาย หากคุณใช้ Moto G6 Plus ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้กล้องโฟกัสได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นถึง 40% คุณจะไม่พลาดช็อตสำคัญนั้นอย่างแน่นอน

3. เสน่ห์ของแสงไฟย่ามค่ำคืน

แสงไฟย่ามค่ำคืนช่วยให้รูปภาพของคุณดูน่าค้นหา ชวนหลงใหลมากขึ้น ลองหยิบ Moto G6 Plus ที่กล้องมาพร้อมค่ารูรับแสงกว้างขนาด F/1.7 และขนาดพิกเซลถึง 1.4um ขึ้นมาถ่ายรูปขณะดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับคนพิเศษหรือวิวสวยงามยามค่ำคืน เชื่อว่าคุณจะต้องประทับใจกับภาพที่ออกมาอย่างคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติสมจริง เทียบเท่ากับการถ่ายด้วยกล้องโปรเลยทีเดียว

4. เพิ่มลูกเล่นให้เซลฟี่

นอกจากการปรับมุมองศาที่ใช่เพื่อเซลฟี่ที่ดูดีแล้ว การเพิ่มพร็อบหรือลูกเล่น เช่นฟิลเตอร์ต่างๆสามารถช่วยให้ภาพเซลฟี่ของคุณออกมาน่ารักไม่เหมือนใคร จากการศึกษาโดยโมโตโรล่าพบว่า คนเอเชียชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นอย่างมาก ซึ่ง Moto G6 Plus ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนเอเชียที่รักการเซลฟี่โดยเฉพาะ ด้วยกล้องหน้าความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล และ Face filter เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสร้างสรรค์

5. เปลี่ยนพื้นหลัง เพิ่มสตอรี่

พื้นหลังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ภาพของคุณดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่ง Moto G6 Plus มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณเปิดจินตนาการไปท่องเที่ยวในสถานสุดฮิตได้โดยที่คุณไม่ต้องจองตั๋วเดินทางให้ยุ่งยาก เพียงใช้ฟีเจอร์ Cutout ที่ติดตั้งมาในตัวเครื่อง เคล็บลับสำคัญ! พยายามถ่ายภาพต้นฉบับของคุณกับฉากหลังสีพื้นหรือสีที่ตัดวัตถุอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการเลือกจุดตัดต่อ หลังจากนั้นเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลังภาพได้ตามต้องการ ง่ายๆเพียงเท่านี้รูปภาพของคุณจะออกมาเนียนเหมือนกับคุณเดินทางไปยังสถานที่นั้นจริงๆเลยหล่ะ

ความสำคัญระหว่าง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ แบบไหนดีกว่ากัน

แน่นอนว่าไม่มีองค์กรไหนหรือบริษัทใดที่จะมีแต่พนักงานคนเดิม ชุดเดิมอยู่ทำงานตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน ตามวงจรชีวิตการทำงานก็จะมีทั้งพนักงานคนเก่าและพนักงานคนใหม่หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ขึ้นอยู่ที่ว่าบริษัทนั้น ๆ ตอบโจทย์ของพนักงานได้มากน้อยแค่ไหน เพราะพนักงานแต่ละคนก็มีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าเมื่อมีพนักงานเก่าก็ต้องมีพนักงานใหม่ บางองค์กรอาจจะไม่มีปัญหา แต่ในหลาย ๆ องค์กรกลับเกิดปัญหาระหว่างพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ความสำคัญระหว่าง พนักงานเก่ากับพนักงานใหม่ แบบไหนดีกว่ากัน

ข้อดีของพนักงานใหม่

ช่วยแบ่งเบางาน เพราะเหตุผลหลักที่หลาย ๆ บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่ก็เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานภายในออฟฟิศนั่นเอง
ว่านอนสอนง่าย เพราะเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้จักใคร ย่อมไม่มีปากมีเสียง หรือไม่เป็นตัวตั้งตัวดีในการก่อปัญหากับคนอื่น ๆ แน่นอน
มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ หรือจะเป็นใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่นก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความคิดใหม่ ๆ ติดตัวมาเสมอ ส่วนหนึ่งด้วยความที่มาจากอีกองค์กรหนึ่ง มาจากอีกมุมองหนึ่งเลยเสมือนเป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ให้ทีมได้
กระตือรือร้น ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ ย่อมมีไฟในการทำงานมากเป็นธรรมดา ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากน้องใหม่ในทีมจะสามารถทำงานได้เป็นตั้ง ๆ หรือสั่งอะไรก็สามารถทำให้ได้ทันที
เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เพราะด้วยความสด ความใหม่นั่นเองที่ทำให้พนักงานใหม่เปรียบเสมือนน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ ๆ และที่สำคัญส่วนใหญ่มักจะเรียนรู้ได้เร็วเสียด้วย
ข้อเสียของพนักงานใหม่

ประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์เลย ซึ่งเป็นข้อเสียที่มักจะพบได้บ่อย ๆ
เสียเวลาในการเทรน สำหรับน้อง ๆที่เพิ่งเรียนจบถือว่าต้องสอนกันยาวไหนจะการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับบริษัท ไหนจะต้องเรียนรู้งานอีกกว่าจะสามารถทำงานได้เต็มที่จริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม อย่างไรก็ต้องเสียเวลาในการปรับตัวกับองค์กรใหม่ เรียนรู้งานใหม่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งแม้จะเป็นงานในขอบเขตที่เหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจจะไม่เหมือนกัน
ค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำไว้อยู่แล้ว ไหนจะค่าเทรนกว่าจะทำงานได้ดีอีก บริษัทก็ถือว่ามีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย
ไม่แน่นอน บางครั้งฝ่ายบุคคลต้องประสบปัญหาพนักงานไม่มาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือตอบตกลงมาทำงานแล้วแต่ถึงเวลากลับไม่มาทำงาน หรือแม้แต่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บางคนก็อาจจะอยู่ไม่ทน พอถึงระยะหนึ่งก็ลาออก ทำให้ต้องประกาศรับคนใหม่อีกแล้ว
ข้อดีของพนักงานเก่า

ทำให้งานราบรื่น ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์ ฉะนั้นจึงไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักแน่นอน
รู้งาน เพราะทำงานมานานสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหาได้
รู้จักบริษัท รู้ประวัติความเป็นมาของบริษัท รู้ที่มาที่ไปและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร จึงสามารถปรับตัวให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด
มั่นคง ส่วนใหญ่พนักงานเก่ามักจะมีอายุงานนาน มักจะไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย
ข้อเสียของพนักงานเก่า

เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า ทำให้บางครั้งตัวบริษัทไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกภายนอกได้ทัน ก็กลายเป็นองค์กรล้าสมัยไป
มีความคิดเป็นของตัวเอง ด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่าทำให้พนักงานเก่ายึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก จนปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
ความคิดไม่ค่อยสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งด้วยความที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ งานที่ออกมาจึงเป็นงานเดิม ๆ
หมดไฟ พนักงานเก่าหลาย ๆ คนเริ่มมีครอบครัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีเวลาทุ่มเทให้กับงานน้อยลง บางคนทำงานหนักที่ออฟฟิศ กลับบ้านก็ต้องมาทำงานบ้าน ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว พอหัวตกถึงหมอนก็หลับเป็นตาย เช้าตื่นมาก็ไปทำงาน แล้วก็วนลูปอยู่อย่างนี้ทำให้ค่อย ๆ หมดไฟกับการทำงานไปในที่สุด

« Older Entries