เตรียมตัวทำงานหน้าฝน แบบชิคๆ คูลๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

หน้าฝนแบบนี้บอกเลยว่าเปียกกันตลอดงานนนน เพราะจะทำให้มนุษย์เงินอย่างพวกเราๆนั้นเจอปัญหาในการเดินทางไปทำงาน“ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกตอนไปทำงาน/เลิกงาน” ไม่ว่าจะพนักงานออฟฟิส ฟรีแลนซ์ ก็โดนเสียงเพลงอันคุ้นหู เข้ามาหลอกมาหลอนอีกครั้งในช่วงหน้าฝนนี้ เพราะจะทำให้มนุษย์เงินอย่างพวกเราๆนั้นเจอปัญหาในการเดินทางไปทำงาน หลายคนมักจะประสบปัญหาต่างๆในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางไกลจากบ้านมายังที่ทำงานด้วยระบบคมนาคมสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกวินมอเตอร์ไซค์ รถเมล์ BTS MRT หรือแม้กระทั่งเรือ

 

เตรียมตัวทำงานหน้าฝน แบบชิคๆ คูลๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

ในสภาพอากาศที่ฝนตกกระหน่ำ ก่อให้เกิดปัญหาหลักๆด้านการจราจรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ปัญหาหลักและเป็นปัญหาใหญ่สร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะในกทม.ที่มีปริมาณรถจำนวนมาก ปกติตอนไปทำงานหรือเลิกงานรถก็ติดขัดมากอยู่แล้ว พอฝนตกน้ำท่วม ก็ยิ่งติดกว่าเดิมรถติด ฝนที่เทลงมา ส่งผลให้การขับรถต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ทำให้รถยนต์ประเภทต่างๆ ล้วนชะลอความเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนมอเตอร์ไซค์นี่แทบจะต้องจอดหลบฝนตามใต้สะพานลอยแน่ๆ ด้านคนทำงานก็ได้แต่รอรถในป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟฟ้าต่างๆจนต่อแถวคิวยาวทะลุไปถึงไหนต่อไปรถขาดช่วง ผลจากการที่การจราจรชะลอความเร็วลงทำให้ รถสาธารณะต่างๆได้รับผลกระทบต่อเนืองกัน ทำให้เกิดความล่าช้า บางช่วงอาจขาดตอนไปเป็นชั่วโมงก็ยังมีปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ส่งผลให้เราต้องเตรียมตัวรับการสถานการณ์การจราจรที่ติดขัดยิ่งกว่าเดิมดังนี้ครับ

1. ยืดอกพกร่ม ขอแนะนำอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานสำคัญชิ้นแรกที่จะช่วยชีวิตคุณระหว่างการเดินทางได้ ถ้าคุณไม่สะดวกในการถือร่มขนาดใหญ่ ใช้ร่มพับก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

2. หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากกันฝุ่น คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเราจะไม่สบายจากการโดนฝนตกยังศีรษะ แต่จริงๆแล้วเป็นเชื้อโรคที่อยู่อากาศ คุณควรจะพกหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากกันฝุ่นไว้เพื่อป้องกันเชื้อโรคไว้เช่นเดียวกัน

3. ถุงใส่รองเท้า ในกรณีที่รองเท้าของคุณเป็นผ้าใบหรือเป็นรองเท้าที่ไม่สามารถกันน้ำได้ การลุยน้ำท่วมด้วยรองเท้าคู่โปรดไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ถุงใส่รองเท้าจะช่วยให้คุณสามารถเดินลุยบนท้องถนนที่เจิ่งนองจากฝนได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ทำร้ายรองเท้าคู่โปรดของคุณ แต่ถ้าคุณเจอน้ำท่วมในระดับข้อเข่าขึ้นไป ก็ควรถอดรองเท้าแล้วเดินจะดีกว่านะ

4. เผื่อเวลาการเดินทางในช่วงเช้า เมื่อคุณคาดการณ์ว่าฝนอาจจะตกหนักในช่วงเช้า คุณควรเผื่อเวลาในการเดินทางอย่างต่ำๆ 1-1.30 ชั่วโมง(ขึ้นอยู่กับบริเวณที่คุณอาศัย และเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร) พร้อมทั้งทำใจรถสาธารณะต่างๆที่อาจจะขาดช่วงจากการจราจรที่ติดขัดอีกด้วย

5. น้ำมันควรเตรียมให้พร้อม ข้อนี้ใครที่มีรถยนต์โดยสารส่วนตัวหรือมอเตอร์ไซค์ หากเกจวัดน้ำมันของคุณคาดว่าอาจไม่พอเพียงสำหรับเวลาในการเดินทางที่ติดขัดยิ่งกว่าเดิม บางช่วงเวลาคุณอาจจะติดถึงกับต้องดับเครื่องยนต์เลยก็มีนะ

6. ยาประจำตัว ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การโดยสารรถในช่วงที่ต้องเจอมรสุมการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คุณควรจะพกยาติดตัวไว้เสมอเผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยต่างๆ

7. เช็คเวลาในการเส้นทางเพิ่มเติมผ่าน Navigator Application ต่างๆ หากเส้นทางที่คุณเดินทางมีการติดขัดมาก คุณอาจเปิด Application นำทางต่างๆเพื่อเช็คปริมาณความหนาแน่นของรถในเส้นทางที่กำลังเดินทาง คุณอาจเลือกเปลี่ยนเส้นทางซึ่งอ้อมกว่าแต่โล่งกว่าเพื่อให้ถึงที่หมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทำใจกันเลยเมื่อเจอหน้าฝนกันแบบนี้ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะได้มาทำงานได้ทันและสามารถกลับถึงบ้านได้ปลอดภัยจะดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะยากลำบากแต่ก็บอกเลยว่าถ้าฝนตกหนักลมแรงจนไม่สามารถกลับได้ก็แนะนำให้รอดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคนทำงานในหน้าฝนกันนะครับ ไว้เจอกันบทความหน้ากันนะคร๊าบ

ซีบรา เทคโนโลยีส์ ขยายธุรกิจ เพื่อผลักดันการเติบโตในประเทศไทย

ซีบรา เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: ZBRA) ผู้นำด้านนวัตกรรมผ่านโซลูชั่นที่ทันสมัยและเครือข่ายคู่ค้าที่ครอบคลุมเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้องค์กรยุคใหม่ เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ ณ อาคารสาทรสแควร์ เพื่อขยายธุรกิจและผลักดันการเติบโตในประเทศไทยซีบรา เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: ZBRA) ผู้นำด้านนวัตกรรมผ่านโซลูชั่นที่ทันสมัยและเครือข่ายคู่ค้าที่ครอบคลุมเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้องค์กรยุคใหม่ เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ ณ อาคารสาทรสแควร์ เพื่อขยายธุรกิจและผลักดันการเติบโตในประเทศไทย

 

ซีบรา เทคโนโลยีส์ ขยายธุรกิจ เพื่อผลักดันการเติบโตในประเทศไทย

คุณไรอัน โกห์ รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไป ซีบรา เทคโนโลยีส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ซีบรา เทคโนโลยีส์ ขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ.2554 เราเติบโตอย่างมั่นคงโดยยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อคู่ค้าผ่านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมที่สั่งสมมายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งการเปิดสำนักงานใหม่ของเราในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มพาร์ทเนอร์ ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นทำได้ง่าย มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ส่งผลให้องค์กรต่างๆบรรลุเป้าหมายและข้อได้เปรียบทางธุรกิจผ่านข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อให้องค์กรนำไปวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุนทางธรุกิจได้อย่างแม่นยำ” สำนักงานซีบรา เทคโนโลยีส์ แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่อาคารสาทรสแควร์ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร โดยภายในสำนักงานแห่งใหม่ ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน อาทิ ห้องประชุมและห้องสัมมนาที่ล้ำสมัย ห้องฝึกอบรม และโซนแสดงสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ของซีบรา เทคโนโลยีส์ หลากหลายรุ่นเพื่อให้เหล่าพาร์ทเนอร์และลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นอื่นๆเพิ่มเติมได้อย่างครบวงจร

“ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของซีบรา เทคโนโลยีส์ ซึ่งปัจจุบันเรามีพาร์ทเนอร์ในประเทศมากกว่า 100 ราย การเปิดสำนักงานใหม่จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นรวมทั้งให้การสนับสนุนพาร์ทเนอร์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังตรงกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ส่งเสริมด้านนวัตกรรมและการใช้งานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่งเรามุ่งหวังจะเห็นการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานและการขยายการใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ในสถานที่ทำงานอย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต โดยซีบรา เทคโนโลยีส์ จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่” คุณศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์  ผู้จัดการประจำประเทศไทย ซีบรา เทคโนโลยีส์ กล่าว

ผลิตภัณฑ์ของซีบรา เทคโนโลยีส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้แก่พนักงานที่ลงพื้นที่ปฎิบัติงานไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการผลิตและอื่นๆ และสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่องค์กรผ่านผลิตภัณฑ์, ซอฟต์แวร์, การบริการ, การวิเคราะห์และโซลูชั่นที่ชาญฉลาดเพื่อให้พนักงานผู้ปฎิบัติงานสามารเข้าถึงสินทรัพย์และข้อมูลขององค์กรได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะปฎิบัติงานอยู่ที่ใด

“นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ ซีบรายังนำเสนอโซลูชั่นภายใต้ชื่อ Zebra DNA ซึ่งประกอบไปด้วยซอฟท์แวร์, แอปพลิเคชั่น และฟังก์ชั่นเสริมที่สำคัญเพื่อยกระดับคอมพิวเตอร์แบบพกพา, เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องปรินท์เตอร์ให้เหมาะสมต่อการใช้งานในระดับองค์กร ผลิตภัณฑ์ของซีบราซึ่งมีการติดตั้งโซลูชั่น Zebra DNA ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและการทำงานที่เชื่อมต่อในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานของพนักงานในพื้นที่หน้างานอย่างแท้จริง” คุณศิวัจน์   กล่าวทิ้งท้าย

RenoVision งานครีเอทีฟ สุดยิ่งใหญ่จาก OPPO มาตั้งอยู่ใจกลางสยาม

OPPO เปิดตัว “RenoVision” งานครีเอทีฟสุดยิ่งใหญ่ จากการผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยบนรากฐานแรงบันดาลใจที่มาจากสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมแห่งยุค “OPPO Reno Series” สมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด เปิดโลกจินตนาการแปลกใหม่ พลิกมุมมองที่ “RenoVision” ได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ลานพาร์คพารากอน

 

RenoVision งานครีเอทีฟ สุดยิ่งใหญ่จาก OPPO มาตั้งอยู่ใจกลางสยาม

เช็คอินพร้อมติดแฮชแท็กให้เพื่อนทั้งโซเชียลต้องตามมาด้วย #OPPOReno #60xZoom #FurtherYourVision #RenoVisionOPPO เปิดตัว “RenoVision” งานครีเอทีฟสุดยิ่งใหญ่ จากการผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยบนรากฐานแรงบันดาลใจที่มาจากสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมแห่งยุค “OPPO Reno Series” สมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด เปิดโลกจินตนาการแปลกใหม่ พลิกมุมมองที่ “RenoVision” ได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ลานพาร์คพารากอน เช็คอินพร้อมติดแฮชแท็กให้เพื่อนทั้งโซเชียลต้องตามมาด้วย #OPPOReno #60xZoom #FurtherYourVision #RenoVision

ประตูสู่โลกแห่งนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ใบใหม่ถูกเปิดออก หลังจากที่ “OPPO Reno Series” สมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Further Your Vision” ที่ผสานรวมเอาที่สุดแห่งนวัตกรรมเพื่อเปิดโลกทัศน์ของผู้ใช้ให้กว้างไกลกว่าเดิม แค่พูดอาจจะไม่เห็นภาพ OPPO จึงทุ่มทุนปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสยาม ในชื่อว่า “RenoVision” งาน ครีเอทีฟโชว์เคสที่คนรุ่นใหม่และเหล่า Style Seekers ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะที่นี่คืองานโชว์ไอเดียและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วย OPPO Reno Series เพียงก้าวแรกก่อนจะเข้างาน ก็ต้องเช็คอินทันทีกับ Whale Landmark ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งการคิดค้นนวัตกรรมและดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และเมื่อผ่านเข้าไปในโชว์เคส

โดย RenoVision จะมีนิทรรศการและเวิร์คช็อปใหม่ๆจากศิลปินชื่อดังให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกันในทุกๆ สัปดาห์ คุณสามารถเข้ามาร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน ในเวลา 10.00 – 22.00 น. สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/oppothai/ และถ้าหากคุณสนใจอยากเป็นเจ้าของ OPPO Reno 10x Zoom สามารถจองล่วงหน้าได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

โปรแกรมแต่งรูป PhotoPad Image Editor แต่งรูปหลากหลาย ใส่เอฟเฟค

ตอนนี้เรียกได้ว่าคอนเท้นท์ประเภทรูปภาพและวีดีโอเรียกได้ว่ามาแรงจริง คนส่วนใหญ่เริ่มนิยมทำคอนเท้นท์แบบนี้ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ต้องการทำรูปออกมาให้สวย โปรดัคชั่นดีๆ ก็ต้องพึ่งโปรแกรมที่ดีอีกเช่นกัน วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ โปรแกรมแต่งรูป PhotoPad Image Editor ที่ให้คุณแต่งรูปหลากหลาย ใส่เอฟเฟค แก้ภาพตาแดง ภาพไม่ชัด ย่อ-ขยาย ครอป พลิก รูปได้ ใส่ข้อความ แต่งเติมกรอบรูป ทำภาพพาโนราม่า โมเสค และอีกมากมายแล้วแต่เราจะรังสรรค์ออกมาเลยละ

 

โปรแกรมแต่งรูป PhotoPad Image Editor แต่งรูปหลากหลาย ใส่เอฟเฟค

โปรแกรมตัวนี้ได้ทีมพัฒนาจากประเทศออสเตรเลียมันสามารถใช้งานได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการใช้งานด้านการแต่งรูป แต่งภาพ มาก่อน หากคุณไปเที่ยวต่างประเทศ ไปถ่ายรูปงานแต่งงานเพื่อน งานทำบุญบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ พิธีมงคลต่างๆ แล้วเจ้ากล้องดิจิตอล หรือแม้แต่กล้องมือถือเจ้ากรรมดันถ่ายรูปออกมาไม่ดี เช่นสว่างเกินไป คนถ่ายตาแดงกันหมด เบลอไม่ชัด และยังมีความสามารถที่จะช่วยให้คุณสามารถที่จะ แก้ไขรูป ต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การครอปรูป (Crop) เฉพาะส่วนที่ต้องการ รวมไปถึงการหมุน (Rotate) ย่อขนาด (Resize) พลิกภาพ (Flip) การปรับความมืดความสว่างของภาพ (Hue Adjustment) หรือแม้แต่แก้ภาพตาแดง (Red-eye) ใส่เอฟเฟค ลูกเล่น ต่างๆ ให้กับรูปภาพ ได้อย่างรวดเร็ว ทันใจจริงๆ

นอกจากนี้ยังมีความสามารถอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ครอปตัด (Crop), หมุนภาพ (Rotate), รีทัชลบรอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำ (Re-Touch) เป็นต้น สนับสนุนไฟล์ภาพตระกูลดังอย่าง JPG GIF และ PNG ที่สำคัญสามารถปรับขนาดภาพ (Ratio) ให้สมดุลภาพไม่เสียได้อีกด้วยนะ สำหรับใครที่มองหาโปรแกรมประเภทแต่งรูปละก็แนะนำโปรแกรม PhotoPad Image Editor ดาวน์โหลดฟรี (Freeware) พบกันใหม่ครั้งหน้ากับโปรแกรมดีๆ กันนะครับ

THE FACE พา HUAWEI P30 Series บุกสวนสนุก พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ

เป็นเรื่อง! THE FACE แอบเที่ยวสวนสนุกตอนกลางคืน พบกลุ่มคนที่ไม่คาดคิดแฝงเข้ามา งานนี้ต้องคว้า HUAWEI P30 Series มาสืบจากระยะไกล กลายเป็นเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับโมเมนท์ที่ลืมไม่ลง! The Face Thailand Season 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้พาทุกคนบุกไปยัง Siam Park City สวนสยาม สวนสนุกที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สำหรับแคมเปญที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพิเศษที่ The Face ได้ร่วมมือกับ HUAWEI P30 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากหัวเว่ย โดยมีโจทย์สุดครีเอทีฟของการสร้างสรรค์แคมเปญนี้ ให้ผู้เข้าแข่งขันครีเอทแฟชั่นแคมเปญที่ดึงฟังก์ชั่นเด็ดของสมาร์ทโฟน อย่าง SuperZoom และ Low Light Mode ออกมาเป็นเรื่องราวที่ตื่นเต้น น่าสนใจชวนติดตาม

 

THE FACE พา HUAWEI P30 Series บุกสวนสนุก พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ

แฟชั่นแคมเปญประจำสัปดาห์นี้บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มสาวที่แอบเข้ามาในสวนสนุกยามค่ำคืนในช่วงเทศกาล Halloween แต่ทันทีที่เข้าไปในสวนสนุก พบกลุ่มคนที่ไม่คาดคิดอยู่บนม้าหมุนอยู่ลิบๆ จึงหยิบ HAUWEI P30 Series ขึ้นมาถ่ายใครกันที่อยู่บนม้าหมุน ด้วยโหมด SuperZoom ที่ซูมชัดได้ถึง 50 เท่าของ HUAWEI P30 Series เมื่อซูมเข้าไปสืบดูใกล้ๆ ปรากฎว่ากลายเป็นเซอร์ไพรส์ เมื่อภาพที่เห็นเป็นเพื่อนๆ ที่โบกมือลา The Face ไปก่อนหน้านี้!! จึงได้เข้าไปรวมกลุ่มถ่ายรูปเล่นกันบนม้าหมุนอย่างสนุกสนานซึ่งแทบจะไม่มีแสงเลย แต่ด้วย Night Mode รูปที่ออกมาก็คมชัด สว่าง สวยงาม สมกับที่ถ่ายด้วย HUAWEI P30 Series สมาร์ทโฟนที่ฉีกกฎเกณฑ์การถ่ายภาพ

จากมาสเตอร์คลาสก่อนหน้านี้ หวยออกที่ ดรีม ผู้เข้าแข่งขันจากทีมมารีญาซึ่งเป็นผู้ที่ทำ Masterclass ได้แย่ที่สุด และจะต้องเข้าห้องดำโดยที่ไม่ว่าผลจะออกมาชนะหรือแพ้ จึงสร้างความกดดันให้ทั้งเมนเทอร์ มารีญา มาสเตอร์ซาบีน่าและลูกทีมที่เหลือแค่ 2 คน คือ ดรีมและแคนดี้ ในขณะที่ซอโซ่จากทีมจีน่าแบงค์เป็นผู้ชนะจากมาสเตอร์คลาส จึงได้สิทธิ์เป็นผู้เลือกลำดับในการทำแคมเปญ โดยทีมมารีญา ทีมโทนี่ และทีมจีน่าแบงค์ ทำแคมเปญตามลำดับ สร้างความพอใจให้มาสเตอร์อาร์ตเป็นอย่างมาก

ผู้เข้าแข่งกันทั้งสามทีม ทีมมารีญา ทีมโทนี่ และทีมจีน่า แบงค์ ต่างมุ่งมั่นครีเอทแฟชั่นวีดีโอในสไตล์ของตัวเอง โดยซีนแรก จะต้องทำเป็นเหมือนแอบเข้าไปในสวนสนุกและใช้โหมด SuperZoom ส่วนซีนที่ 2 จะต้องขึ้นไปถ่ายภาพบนม้าหมุนโดยใช้ Night Mode โดยมีแกนหลักคือความสนุก ทีมเมนเทอร์มารีญาและมาสเตอร์ซาบีน่า ดำเนินเรื่องด้วยโมเมนท์เซอร์ไพรส์ดีใจ ที่เจอผู้เข้าร่วมทีมที่ออกไปแล้วก่อนหน้านี้ ความสนุกสนานเป็นธรรมชาติ ทีมเมนเทอร์โทนี่และมาสเตอร์หมู ดำเนินเรื่องด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอผู้ชายหน้าตาดีและจบด้วยการทวิสต์สตอรี่แบบหวานๆ ส่วนผู้ชนะในแคมเปญประจำสัปดาห์นี้ตกเป็นของทีมจีน่าแบงค์และมาสเตอร์อาร์ต ที่ปูเรื่องจากการเซอร์ไพรส์ซีนงานวันเกิดและจบด้วยการถ่ายรูปเล่นสนุกสนานของกลุ่มเพื่อนและเสริมด้วยความตื่นเต้นกับการที่ได้ลองใช้ HUAWEI P30 Series ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพและวิดีโอ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไกลแค่ไหนหรือแสงน้อยเท่าใด HUAWEI P30 Series ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ไม่พลาดทุกโมเมนท์พิเศษของชีวิต ติดตามเซอร์ไพรส์จาก The Face และ HUAWEI P30 Series ได้อีก ผ่านทาง https://www.facebook.com/HuaweimobileTH/

สมาร์ทโฟนออเนอร์เคล็ดไม่ลับที่ สายเที่ยวต้องห้ามพลาด

สมาร์ทโฟน ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สุดฮิตสำหรับสายเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายรูป ที่ช่วยให้ สายเที่ยวต้องห้ามพลาด ในการเก็บภาพโมเมนต์สำคัญเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว และด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดและความฉลาดของ AI สมองกลอัจฉริยะ สมาร์ทโฟนจึงไม่ได้เพียงช่วยให้คุณถ่ายภาพออกมาได้แบบสวย เป๊ะ ปัง แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้คุณในระหว่างการเดินทางท่องโลกกว้าง จนทำให้คุณแทบไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมอื่นๆอีก และหากคุณกำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่สามารถเป็นได้มากกว่ากล้องถ่ายรูป เรามีสมาร์ทโฟนออเนอร์ที่มาพร้อมฟีเจอร์ตัวช่วยสำหรับทุกการเดินทางของคุณมาแนะนำ!

 

สมาร์ทโฟนออเนอร์เคล็ดไม่ลับที่ สายเที่ยวต้องห้ามพลาด

ฟีเจอร์ AI Translator ตัวช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์ เริ่มต้นจากฟีเจอร์แรก ฟีเจอร์ ‘AI Translator’ หรือระบบ ‘AI แปลภาษา’ ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามผ่านกรอบจำกัดทางด้านภาษาเวลาไปเที่ยวต่างแดนได้อย่างดีเยี่ยม โดยฟีเจอร์นี้จะสามารถช่วยให้คุณแปลภาษาจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่งได้ตามที่ต้องการอย่างเรียลไทม์ เพียงแค่เปิดกล้องแล้วกดไปที่ไอคอนมุมซ้ายบนของหน้าจอเพื่อทำการเปิดระบบการใช้งานในโหมด Hi-Vision จากนั้นเลือกโหมด แปลภาษาที่ไอคอนในแถบด้านล่าง และส่องกล้องไปที่ข้อความที่ต้องการจะแปล จากนั้นระบบก็จะแปลภาษาให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาจ้างไกด์ท้องถิ่นให้เปลืองงบเลย! ฟีเจอร์ ‘AI Shopping’ ตัวช่วยใหม่สำหรับขาช้อปต่อมา หากคุณเป็นนักช้อปที่เคยประสบปัญหากับการเดินหาไอเทมที่ถูกใจจนเมื่อยขา หรือวนเข้าห้างนี้ออกห้างโน้นเปรียบเทียบราคาจนแทบหมดวัน ฟีเจอร์ ‘AI Shopping’ ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักช้อปยุคใหม่ได้อย่างสะดวกสุดๆ เพียงคุณเข้าโหมด Hi-Vision และเลื่อนแถบด้านล่างมาที่ไอคอนรูปรถเข็น Shopping และโฟกัสกล้องไปที่สินค้าหรือไอเทมที่ต้องการ ระบบจะค้นหาและแสดงรายละเอียดสิ่งของนั้นๆขึ้นมาพร้อมรวบรวมช่องทางการสั่งซื้อมาทันที ซึ่งคุณสามารถเปรียบเทียบข้อมูล ราคา หรือดูส่วนลดโปรโมชั่นได้ง่ายๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์ ‘Hi-Touch’ เพียงใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างกดค้างไปยังรูปสินค้าที่คุณพบเห็นตามหน้าเว็บไซต์หรือเพจช้อปปิ้งต่างๆ ระบบจะแสดงข้อมูลของสินค้าดังกล่าว พร้อมทั้งนำคุณไปยังช่องทางจำหน่าย สะดวกรวดเร็วแค่ปลายนิ้ว เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถเป็นเจ้าของไอเทมเก๋ๆได้ก่อนใคร!

ฟีเจอร์ AI Identify ตัวช่วยในการระบุวัตถุอันชาญฉลาด ในฟีเจอร์นี้ ‘AI Identify’ จะเป็นตัวช่วยในการระบุวัตถุต่างที่คุณต้องการจะทราบ ตลอดจนยังสามารถระบุสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆได้มากกว่า 400 แห่งในทวีปยุโรป รวมถึงยังสามารถอธิบายรายละเอียดและประวัติความเป็นมาของงานศิลปะชื่อดังภายใน 40 เมืองทั่วโลกได้อีกด้วย ดังนั้นนอกจากคุณจะได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆแล้ว คุณยังสามารถได้รับความรู้ในแบบเจาะลึกกันเป็นของแถมอีกด้วย โดยวิธีการใช้งานง่ายๆในฟีเจอร์นี้ เพียงแค่เลื่อนแถบด้านล่างภายในโหมด Hi-Vision เป็นโหมดระบุวัตถุ (identify) เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรับข้อมูลต่างๆตามที่ต้องการได้ในทันที ความพิเศษในฟีเจอร์นี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สำหรับสายเฮลตี้การนับแคลอรี่ระหว่างการทริปท่องเที่ยววอาจะดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ด้วยโหมดดังกล่าวที่มาพร้อมฟีเจอร์ ‘AI Calories’ เพียงแค่คุณโฟกัสกล้องไปที่อาหารจานโปรด ระบบจะตรวจสอบและปรากฎจำนวนแคลอรี่ของอาหารขึ้นมาบนหน้าจอโดยทันที ทำให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารโดยไม่ต้องห่วงว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นหลังจบทริปแน่นอน ฟีเจอร์ ‘Adaptive Battery’ ตัวช่วยเพิ่มพลังให้แบตอึดทนตลอดทั้งวัน ฟีเจอร์สุดท้าย ได้แก่ ฟีเจอร์ ‘Adaptive Battery’ ตัวช่วยในการยืดอายุแบตเตอร์รี่ หมดปัญหาการพก แบตสำรองให้หนักกระเป๋า โดยฟีเจอร์นี้ออกแบบมาให้คุณสามารถเลือกการตั้งค่าปิดการใช้งานในบาง แอพลิเคชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้อยู่ในโหมดหลับเพื่อไม่กินไฟแบตเตอร์รี่ ทำให้แบตสามารถทำงานได้นานขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันให้หนักใจ !

สำหรับสายเที่ยวที่อยากจับจองเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนออเนอร์ สามารถสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC ร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK และ ร้านค้า AIS Shop รวมถึงช่องทางออนไลน์บน LAZADA (https://www.lazada.co.th/honor_1/) โดยออเนอร์ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ คุณสามารถเป็นเจ้าของ HONOR 10 ในราคาเพียง 11,990 บาท HONOR Play 8,990 บาท และ HONOR 8X (สำหรับหน่อยความจำ 128 GB) เพียง 7,990 บาท เท่านั้น!

สัมภาษณ์งานยังไงให้ได้งาน ด้วยการนำเสนอตัวเองอย่างมือโปร

การสัมภาษณ์งานถือเป็นเวทีสำคัญที่จะตัดสินว่าคุณจะได้ทำงานต่อ หรือลากกระเป๋ากลับบ้านไปหางานใหม่ ดังนั้นหาก HR ติดต่อเรียกคุณเข้ามาสัมภาษณ์งาน นั่นแปลว่าคุณได้ผ่านการคัดเลือกจากข้อมูลที่คุณใส่ลงมาในใบสมัครงาน รวมถึงการเรียก ฟรีแลนซ์ และเรซูเม่ในระดับหนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็อยู่ที่ตัวคุณ ว่าจะสามารถพรีเซนต์ตัวเองได้เตะตา HR และหัวหน้างานในอนาคตของคุณได้มากแค่ไหน ขอแนะนำขั้นตอนการพรีเซนต์ตัวเองแบบมืออาชีพ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการทำงานให้กับคุณ

 

สัมภาษณ์งานยังไงให้ได้งาน ด้วยการนำเสนอตัวเองอย่างมือโปร

1. สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ

คำว่า “Love at first sight” ก็ยังใช้ได้ดีกับทุกโอกาส เมื่อถึงวันเวลาที่นัดสัมภาษณ์งาน สิ่งแรกที่ฝ่าย HR จะได้เห็นจากคุณคือการแต่งตัว รูปร่างหน้าตา ดังนั้นคุณควรแต่งตัวให้สุภาพตามความเหมาะสมกับตำแหน่ง หน้าที่ที่คุณสมัครงานไว้ เมื่อถึงสถานที่นัดสัมภาษณ์งาน ส่งยิ้มทักทายให้กับพนักงานคนอื่น ๆ หากมีความจำเป็นต้องมาถึงบริษัทช้ากว่าเวลาที่กำหนดคุณควรโทรศัพท์แจ้งให้ฝ่าย HR ทราบก่อน เนื่องจากการสัมภาษณ์งานในบางตำแหน่ง คุณจะต้องพบกับผู้บริหารระดับสูงหลายท่านที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบมากมาย หากคุณจำเป็นต้องมาช้าจริง ๆ ผู้บริหารที่จะเข้าร่วมการสัมภาษณ์คุณจะได้มีเวลาทำงานอย่างอื่นก่อน

2. อ่อนน้อมถ่อมตน

การไหว้ ถือเป็นการแสดงความเคารพที่ดีที่สุด อีกทั้งยังทำให้คุณดูเป็นคนอ่อนถ่อมตนด้วย ดังนั้นเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่สัมภาษณ์งาน คุณควรยกมือไหว้คนที่คุณติดต่อนัดสัมภาษณ์งานไว้ แม้บุคคลนั้นอาจเป็นชาวต่างชาติก็ตาม และเมื่อถึงเวลาเข้าห้องสัมภาษณ์คุณควรนั่งให้เรียบร้อยหลังตรง วางกระเป๋าถือไว้ข้างตัวให้เป็นระเบียบ ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง หรือเอนพนักพิง หยุดเล่นโทรศัพท์มือถือขณะอยู่ในช่วงเวลาสัมภาษณ์งานแม้จะเป็นช่วงที่ HR ปล่อยให้คุณทำแบบทดสอบต่าง ๆ ตามลำพังก็ตาม หลังจบการสัมภาษณ์งานควรยกมือไหว้ ทำความเคารพผู้บริหารทุกท่าน รวมถึงกล่าวขอบคุณที่สละเวลามาสัมภาษณ์งานกับคุณ

3. ตัดความกลัว ใส่ความมั่นใจ

ความมั่นใจจะช่วยให้คุณผ่านด่านการสัมภาษณ์งานไปได้ด้วยดี ดังนั้นเมื่อต้องเจอกับคำถามแรกที่ให้แนะนำตัว หรือเล่าประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาให้กับผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ฟัง แม้คุณจะต้องเจอผู้บริหารระดับสูงมากมายแค่ไหน คุณต้องตัดความกลัวนั้นทิ้งไป แล้วเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง พรีเซนต์ตัวเองด้วยเสียงที่ดัง ฟังชัด ไม่กระอึกกระอัก พยายามส่งสายตาและรอยยิ้ม (Eye Contact) ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ทุกท่าน เพื่อแสดงความจริงใจที่คุณอยากเข้ามาร่วมงานในองค์กรของพวกเขา

สำหรับนักศึกษาจบใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำ “อะไรก็ได้ แล้วแต่ หนูไม่รู้” ซึ่งจะแสดงให้ HR เห็นว่าคุณขาดความมั่นใจ และไม่พร้อมที่จะสัมภาษณ์งาน หรือแม้กระทั่งไม่พร้อมที่จะทำงาน

4. สื่อสารด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย

หากมีความจำเป็นต้องใช้คำศัพท์เทคนิค หรือคำทับศัพท์ต่าง ๆ ควรเลือกใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย ไม่เทคนิคเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้ที่สัมภาษณ์คุณเกิดความสับสน และไม่เข้าใจความหมายที่คุณต้องการสื่อสาร

5. หลีกเลี่ยงการพูดโกหก

ผู้ถูกสัมภาษณ์ส่วนใหญ่มักจะเจอคำถามที่ว่า “ทำไมถึงลาออกจากงานที่เก่า” “ข้อเสียในตัวคุณคืออะไร” “คุณเคยทำงานพลาดหรือไม่” แม้จะเป็นคำถามที่ยากจะตอบ แต่เราแนะนำให้คุณพูดความจริงด้วยความมั่นใจ แต่ต้องไม่มีผลกระทบในทางร้ายกับตัวคุณเอง คุณควรเล่าความจริง พร้อมวิธีปรับปรุงแก้ไข ซึ่งนั่นจะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่คุณมี และเทคนิคในการรับมือ-แก้ไขปัญหาของคุณ

6. เอกสารประกอบควรมี

“10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น” แม้ในเรซูเม่ของคุณจะใส่ผลงานและประสบการณ์การทำงานมามากแค่ไหน แต่คุณก็ควรมีเอกสารประกอบ หรือผลงานที่คุณเคยทำมามาแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หากเป็นไปได้อาจเล่าถึงที่มาที่ไป และไอเดียที่ทำให้เกิดผลงานขึ้นนั้นด้วย ซึ่งอาจมาในรูปแบบของพรีเซนเตชั่น หรือชิ้นงานที่จับต้องได้

7. แสดงให้ HR เห็นว่าคุณอยากทำงานจริง

สิ่งหนึ่งที่ HR ให้ความสนใจเมื่อเรียกคุณมาสัมภาษณ์งานคือคุณมีความสนใจตำแหน่งงานที่จะทำงานมากแค่ไหน ดังนั้นคุณควรทำการบ้านให้พร้อม ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลองค์กรที่คุณจะเข้าทำงาน รวมถึงรายละเอียดในตำแหน่งที่คุณจะเข้ามาทำงาน คุณต้องแสดงให้ผูู้เข้าร่วมสัมภาษณ์เห็นว่าเหตุผลที่คุณอยากทำงานในตำแหน่งนี้ องค์กรนี้คืออะไร คุณสมบัติที่คุณมีจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างไร ทั้งหมดนี้จะทำให้ HR เห็นว่าคุณมีความกระตือรือร้นที่อยากจะทำงานมากน้อยเพียงใด

เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นจริง ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ร่วมแสดงเทคโนโลยีสุดล้ำในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ชูคอนเซ็ปต์สมาร์ทกริด สมาร์ทซิตี้ โชว์ความล้ำหน้าด้วย EcoStruxure™ ที่เป็นสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์ม IoT ที่ใช้นวัตกรรมการเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้อุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นล้ำยุค อาทิ โซลูชั่นกริดอัจฉริยะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความต่อเนื่อง, Smart Panel โซลูชั่นที่จะเปลี่ยนตู้ไฟฟ้าธรรมดาให้เชื่อมต่อในรูปแบบ IoT ระบบปฏิบัติการคอมมานด์ คอนโทรล สำหรับเมืองอัจฉริยะ ช่วยในการมอนิเตอร์สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเมือง รวมถึงระดับของมลภาวะได้ และโซลูชั่นอื่นๆ อีกมากมาย

 

เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นจริง ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019

งาน IEEE PES GTD ASIA 2019 เป็นงานระดับโลกที่องค์กรธุรกิจหลายภาคส่วนให้ความสนใจ มีเนื้อหาครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย พลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีบทบาทในเวทีโลกในการคิดค้นและเผยแพร่เทคโนโลยีด้านการจัดการพลังงานและออโตเมชั่น ในความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุม พลังงาน ไอที อาคาร อุตสาหกรรม เครื่องจักร โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจได้ใช้นวัตกรรมต่างๆ ในการ ‘เปลี่ยนแนวทางแบบเดิม ไปสู่ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต ยกระดับการแข่งขันไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมกับการสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายมงคล ตั้งศิริวิช  รองประธานฝ่ายธุรกิจพลังงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เผยว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เลือกโซลูชั่นที่มีความโดดเด่นและเป็นประโยชน์พร้อมช่วยขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัลได้จริง มีทั้งในส่วนของเทคโนโลยีและบริการ เพื่อให้องค์กรภาครัฐและเอกชนที่สนใจที่จะเปลี่ยนไปสู่ยุค 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ ในคอนเซ็ปต์สมาร์ทกริด สมาร์ทซิตี้ ซึ่งมีทั้งโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ

  • สมาร์ทกริด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เตรียมจัดแสดง EcoStruxure™ ADMS (Advanced Distribution Management System) ช่วยให้ระบบ Utility มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทั้งในเรื่องของกริดอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับปัญหาและบริหารจัดการพลังงานมีความต่อเนื่องในทุกพื้นที่อย่างเพียงพอ พร้อมสามารถบริหารจัดการแหล่งพลังงานแบบกระจาย (Distributed Energy Resource: DER) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองเห็นได้ทั้งระบบสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิม หรือแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ในส่วนของสมาร์ทกริดยังมีโซลูชั่นสวิตช์เกียร์อัจฉริยะ MCset สำหรับโครงข่ายไฟฟ้าต้นทาง และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สนามบิน ฯลฯ ช่วยปกป้องระบบจ่ายพลังงานในเครือข่ายให้มีความต่อเนื่อง สามารถมอนิเตอร์สถานะผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่าย พร้อมการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุ และยังมี RM6 ซึ่งเป็นสวิตช์บอร์ดไฟฟ้าแรงดันปานกลาง แบบริงเมนยูนิต (Ring Main Unit) สำหรับเครือข่ายสถานีย่อยทั้งบนดินและใต้ดิน สามารถเพิ่มการรองรับแรงดันสูงได้ถึง 24 kV พร้อมประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระบบ IoT ในการมอนิเตอร์และแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ผ่านสมาร์ทโฟน  โดยทั้ง MCset และ RM6 สามารถทำงานร่วมกับ EcoStruxure™ ADMS ได้เพื่อการวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ ของพลังงานได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยบริหารจัดการกริดได้มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์

o   แพลตฟอร์ม Asset Performance Management หรือ APM พลิกโฉมการบำรุงรักษาสินทรัพย์ในแบบดิจิทัลช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการบำรุงรักษาแบบเชิงรับมาเป็นแบบกลยุทธ์การคาดการณ์ล่วงหน้า (predictive maintenance)หรือ PdM เพื่อป้องกันก่อนเกิดความล้มเหลวในการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ  ที่ส่งผลต่อด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง โดยใช้ประโยชน์จากการเก็บข้อมูลองค์กร คลาวด์ AR และการวิเคราะห์ควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อให้ได้การบำรุงรักษาที่ดีที่สุดและผลกำไรที่ดีขึ้น

o   โซลูชั่น PRiSM Predictive Asset Analytics ช่วยในการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ รายหรือเดือน ก่อนเกิดข้อผิดพลาด ช่วยลดการหยุดทำงานของอุปกรณ์เพิ่มความน่าเชื่อถือและปรับปรุงประสิทธิภาพ ในขณะที่ลดการปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

o   โซลูชั่น Digital Asset Visualisation ช่วยให้เข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายผู้ใช้สามารถจับภาพและทำงานกับข้อมูลทุกประเภทและจากทุกแหล่ง รวมถึงเอกสาร ภาพวาดวิศวกรรม แบบจำลอง 3 มิติ เลเซอร์สแกนและฐานข้อมูลการดำเนินงาน

  • สมาร์ทซิตี้ ช่วยในการควบคุมและมอนิเตอร์เมืองได้ในจุดเดียวด้วย ระบบปฏิบัติการคอมมานด์ คอนโทรล สำหรับเมืองอัจฉริยะ (Operations Command Control for Smart City) พร้อมแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน,สถานะ, ผู้รับผิดชอบ ในจุดที่เกิดปัญหาต่างๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เช่น กล้อง CCTV รถเมล์อัจฉริยะ ถังขยะอัจฉริยะ อาคาร ที่จอดรถ ระบบสาธารณูปโภค อาทิ น้ำปะปา ไฟฟ้า ฯลฯ และที่สำคัญสามารถ มอนิเตอร์มลภาวะทางอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมืองทั้งไลฟ์สไตล์และสุขภาพ
  • Asset Connect โซลูชั่นตรวจจับความร้อนความชื้นของตู้ระบบไฟฟ้าได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งตู้สวิตช์เกียร์ หม้อแปลง ทำให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
  • PowerLogic™ ION9000’ series ที่มีความถูกต้องที่สุดในโลก (Accuracy Class 0.1S) สามารถวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพไฟฟ้า ได้ในตัวเครื่องและสามารถใช่ร่วมกับซอฟต์แวร์Power Monitoring Expert เพื่อดูรูปคลื่น (waveform) ที่มิเตอร์บันทึกไว้ได้ในระดับ millisecond และที่ขาดไม่ได้กับเมืองยุคใหม่ด้วย
  • โซลูชั่น EcoStruxure™ Building Operation โซลูชั่นระบบการจัดการอาคาร เปลี่ยนอาคารธรรมดาให้เป็นอาคารอัจฉริยะ มอบความยืดหยุ่นและความมีเสถียรภาพของระบบ สามารถควบรวมระบบต่างๆ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวได้ ทำให้สามารถมอนิเตอร์พร้อมบริหารจัดการ ควบคุมอาคารได้ในหนึ่งเดียวแบบเรียลไทม์ ทั้งระบบทำความร้อน/ความเย็น (HVAC) ระบบควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร ระบบการจัดการพลังงาน ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบแสงสว่าง ระบบ Smart Meeting อีกทั้งสามารถเลือกดูภาพรวม แดชบอร์ดเปรียบเทียบค่าการปลดปล่อยคาร์บอนและค่าพลังงานอื่นๆได้ พร้อมความสามารถในการวิเคราะห์ แจ้งเตือน คาดการณ์แนวโน้มการใช้งานส่วนต่างๆ ผ่าน Schneider Electric Service Bureau เพื่อให้เกิดความสมดุลและความคุ้มค่าด้านการใช้พลังงาน และประสิทธิภาพของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในอาคาร พร้อมความสามารถเหนือระดับในการมอนิเตอร์อาคารในเครือทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลกได้ในจุดเดียว นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจโรงแรม อาคารพานิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม เฮลธ์แคร์ หรืออาคารต่างๆ
  • เน็ตเชลเตอร์ ซีเอ็กซ์ ( Netshelter CX) เป็นไมโครดาต้าเซ็นเตอร์สุดโมเดิร์นแห่งยุคดิจิทัล สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย และติดตั้ง ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องทำห้องไอทีโดยเฉพาะ ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ภายในได้อย่างลงตัว เช่นเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ ระบบสำรองไฟ อุปกรณ์เครือข่ายและการเชื่อมต่อ โดยสามารถเก็บเสียงรบกวนจากอุปกรณ์ไอทีภายในได้อย่างดี อีกทั้งยังมีระบบ Forced Air Ventilation ช่วยระบายความร้อนเป็นเยี่ยม โดยใช้หลักการหมุนเวียนอากาศ สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม ภายนอกเป็นลายไม้ สามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ภายในห้องได้อย่างมีสไตล์

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ มาร่วมเสริมความเป็น 4.0 อาทิ EVlink Charging Station แท่นชาร์จพลังงานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยปกป้องแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร และยังมี Smart Panel ที่เป็นโซลูชั่นในการเปลี่ยนตู้จ่ายไฟฟ้าให้มีความเป็นอัจฉริยะ

โปรแกรม Webcam Surveyor ควบคุมวีดิโอและจับภาพวีดิโอ

โปรแกรมเว็บแคมปัจจุบันเป็นโปรแกรมที่เริ่มจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุไม่คาดฝัน เหตุร้ายต่างๆ ที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลย การมีกล้องและโปรแกรม Webcam Surveyor คอยควบคุมวีดิโอและจับภาพวีดิโอทุกเวลา ขณะที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านหรือสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องการให้มีความปลอดภัยสูงก็ดีไม่น้อยเลย เพียงลงทุนค่ากล้อง Webcam และโปรแกรมสำหรับ Webcam เท่านั้นเอง เอาละเราไปดูความสามารถของมันกันดีกว่าจะทำอะไรได้บ้างและมีข้อดีอะไรจนทำให้เราน่าเล่นกับมัน

โปรแกรม Webcam Surveyor ควบคุมวีดิโอและจับภาพวีดิโอ

โปรแกรม Webcam Surveyor ควบคุมวีดิโอและจับภาพวีดิโอ

โปรแกรมตัวนี้ถูกพัฒนาโดยทีมที่มีชื่อว่า El Software Solutions ควบคุมวีดิโอและเครื่องมือจับภาพวีดิโอเข้าด้วยกันครับ ด้วยโปรแกรมนี้คุณสามารถที่จะบันทึกกิจกรรมต่างๆของวีดิโอเอาไว้ได้ทั้งหมด, ทำงานเป็นเหมือนเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหว, โปรแกรมสามารถเตือนได้เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ อย่างเช่นการส่ง E-mail หรือทำการอัพโหลด (Upload) รูปภาพขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์ FTP เมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวก็ได้ นั่นทำให้โปรแกรม Webcam Surveyor นี้สามารถช่วยคุณสังเกตจากที่ไกลๆได้ไม่ว่ากิจกรรมอะไรที่กล้องของคุณจับได้ก็ตาม

โปรแกรมนี้เค้ามี File Browser ด้วยนะครับซึ่งมันจะช่วยให้คุณสามารถจัดโครงสร้างภาพที่จับได้และวีดิโอคลิปได้ด้วยครับ โปรแกรมนี้เค้าสามารถรองรับโค้ดวีดิโอและออดิโอได้อย่างเช่น MJpeg, DivX, Mpeg-4 and MPEG Layer 3 (MP3), WMAudio Encoder (WMA) ได้หมดเลยครับ และด้วยโปรแกรมนี้ครับคุณสามารถจับลำดับของภาพได้ภายในเวลาตั้งแต่ 1 วินาทีจนถึง 59 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หน้าตาโปรแกรมออกแบบมาให้ใช้งานง่ายจริงๆ โดยมีปุ่ม Record ที่คอยบันทึกรายละเอียดต่างๆ ที่เราต้องการ ปุ่มแปลงไฟล์สำหรับต้องการนำไฟล์ไปใช้ที่อื่น โดยสกุลไฟล์ก็ตามด้านบนเลย และยังสามารถสลับหน้าจอไปกล้องตัวอื่นได้ด้วย เรียกได้ว่าโปรแกรมเดียวใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชันจำเป็นเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากใช้กับ Mac อาจจะต้องรอกันสักหน่อยเพราะทีมพัฒนาเค้ายังไม่รองรับโปรแกรมตัวนี้เลย สำหรับชาว Windows ก็หายห่วงเลยละครับ

โดยโปรแกรมตัวนี้ทางผู้พัฒนาได้เปิดให้ใช้กันแบบ Shareware ซึ่่งเมื่อถูกใจและต้องการใช้งานโปรแกรมนี้ต่อก็สามารถอุดหนุนทีมงานพัฒนากันได้ในราคา $29.97 นั่นเอง โดยเจ้าตัวโปรแกรมนี้รองรับระบบ Windows (XP / Vista / 7 (Seven) / 8) และ Windows 10 ทั้งแบบ 32-bits และ 64-bits อีด้วย

ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย มั่นใจภาพรวมตลาดหูฟังปีนี้เติบโตสดใสด้วยเทคโนลียี True Wireless พร้อมเดินเครื่องเขย่าตลาดต่อ ด้วยการส่งสุดยอดหูฟังไร้สายแบบ ลุยตลาด True Wireless ครั้งแรกของแบรนด์ระดับตำนานจากออดิโอ-เทคนิก้า (Audio- Technica) เป็นหัวหอกในการรุกตลาดพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่คือ ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคุณภาพเสียงอันทรงพลังและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย และการออกแบบอย่างมีสไตล์ เพื่อตอบโจทย์นักฟังเพลงมืออาชีพที่ต้องการเสียงดนตรีคุณภาพ รวมถึงนักฟังเพลงที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟหรือชื่นชอบการออกกำลังกายได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดโปรดขณะออกกำลังกายยิ่งกว่าเดิม

 

ลุยตลาด True Wireless เพิ่ม ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW

สำหรับ ATH-CKR7TW นับเป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบ True Wireless ระดับเรือธงของออดิโอ- เทคนิก้า ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเสียงสูงสุด มาพร้อมการออกแบบอย่างมีสไตล์ และคุณภาพเสียงโดดเด่นด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงพิเศษขนาด 11 มิลลิเมตร และไดอะแฟรมเคลือบคาร์บอน เพื่อให้คอเพลงมืออาชีพได้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีอย่างทรงพลังและแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในหูฟัง True Wireless รวมถึงมีตัวต้านทานซึ่งทำจากตาข่ายสแตนเลส และ Amplifier ที่จะช่วยให้ตอบสนองความถี่ได้สูงขึ้นและรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดเพื่อให้คุณรู้สึกเสมือนกับได้ฟังการบันทึกเสียงสดจริงทีเดียว ผนวกรวมกับการออกแบบตัวหูฟังที่มาพร้อมไมโครโฟน และแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect สำหรับควบคุมสั่งงานและปรับแต่งเสียงด้วยตนเองบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยกล่องสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว โดยหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อีก 9 ชั่วโมง แถมยังรองรับ Aptx, ACC และ SBC อีกทั้งยัง Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 อีกด้วย โดยมาพร้อมจุกหูฟังให้เลือก 4 ขนาด ส่วนหูฟังมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 9,900 บาท

ขณะที่ ATH-SPORT7TW เป็นหูฟัง True Wireless แบบสปอร์ตระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้คอเพลงที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้านหรือออกกำลังกายให้สวมใส่ได้อย่างกระชับรับกับสรีระของร่องใบหูยิ่งขึ้นด้วย ergonomic Freebit® ear fins โดยไม่ต้องกังวลใจว่าหูฟังจะหลุดออกจากใบหูแต่อย่างใด แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพเสียงอันทรงพลังด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงแบบไดนามิกขนาด 5.8 มิลลิเมตร ผสานกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในการออกแบบตามมาตรฐาน IPX5 ทำให้สามารถป้องกันน้ำและเหงื่อได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมการควบคุมด้วยระบบสัมผัส ทำให้สามารถควบคุมการทำงานหรือตั้งค่าต่างๆ ของหูฟังได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะรับสาย วางสาย เพิ่ม/ลดเสียง เล่น/หยุดเพลง รวมถึงมีฟังก์ชั่น Hear-Through เพื่อช่วยให้รับฟังเสียงรอบข้างภายนอกเพื่อความปลอดภัยในการออกกำลังกายกลางแจ้ง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับการสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมผ่านแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect ขณะที่ตัวหูฟังมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ทั้งยังพกพาสะดวกด้วยเคสสำหรับจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัว เมื่อตัวหูฟังถูกเสียบกลับลงในกล่องเคส ตัวหูฟังจะถูกปิดการทำงานทั่วไปและระบบชาร์จจะทำงานอัตโนมัติ และเมื่อหยิบออกมาจากเคสระบบจะหยุดชาร์จและพร้อมทำงานอีกครั้ง โดยหูฟังสามารถใช้งานได้นาน 3.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้เพิ่มอีก 14 ชั่วโมง รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 17.5 ชั่วโมง และ Support Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 มีสีสันให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเทา พร้อมวางจำหน่ายในเดือน มกราคม 2562 ในราคา 7,690 บาท

“ในปี 2018 ที่ผ่านมา อาร์ ที บี ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับการขายหูฟัง True Wireless เพราะเรามีสินค้าที่่เจาะกลุ่มลูกค้าคลอบคลุมแทบทุกเซ็กเม้นท์ ทั้งจาก Jabra, B&O และ Master & Dynamic ดังนั้นเราเชื่อว่า ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตสินค้าในหมวดนี้ของอาร์ ที บี ตอกย้ำความเป็นผู้นำยิ่งขึ้น” ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์ ที บี เทคโนโลยี จำกัด กล่าว

สำหรับคนรักเสียงเพลงคุณภาพสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-CKR7TW และ ATH-SPORT7TW ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท, โปรปลั๊กอิน, ซาวน์พรู๊ฟ, อินดี้แก็ดเจ็ท, ซาวน์อะโฮลิค, เอวี แวลู, เพาเวอร์มอลล์ หรือร้านค้าออนไลน์ ได้ที่ ลาซาด้า, เมอร์คูล่าร์, ทูโฮม และช้อปปี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

« Older Entries