หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

สำหรับคนทำงานยุคใหม่ การเปลี่ยนงานบ่อยดูจะเป็นเรื่องที่ปกติไปซะแล้ว แต่คุณต้องคิด ก่อนเปลี่ยนงาน ว่า เมื่อผู้ประกอบการเห็นประวัติการทำงานในโปรไฟล์หรือเรซูเม่ว่า “คุณเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป” จะทำให้มีผลต่อการพิจารณารับเข้าทำงานได้ รวมถึงบรรดาเหล่า ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการอาจคิดว่า คุณไม่มีความมั่นคงและไม่มีแรงจูงใจในการทำงานก็เป็นได้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไม่รับคุณเข้าทำงาน ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานครั้งนี้ น่าจะดี ถ้าคุณได้พิจารณาถึงเหตุผลของการเปลี่ยนงานก่อนว่า “อะไรเป็นแรงจูงใจในการเปลี่ยนงาน” ซึ่งมีอยู่ 6 ปัจจัยด้วยกันที่มีผลต่อความสุขในการทำงาน และความพึงพอใจในงาน แค่คุณตอบคำถามทั้ง 6 ข้อด้านล่างนี้ คุณก็จะทราบว่า ถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว หรือคุณยังมีความสุขดีกับการทำงานที่เดิมที่นี่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

1. คุณได้รับเงินเดือนและสวัสดิการในอัตราที่ใกล้เคียงกับบริษัทอื่นในสายงานเดียวกันหรือไม่?

เงินเดือนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ที่ใช้ในการพิจารณาก่อนเปลี่ยนงานเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น เพื่อนร่วมงานที่ดี, การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เป็นต้น หากคุณพิจารณาจากทั้ง เงินเดือน สวัสดิการ และปัจจัยอื่น ๆ แล้วว่า ตัวคุณเองมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่คุณได้รับอยู่ ลองหาโอกาสพูดคุย ต่อรองกับหัวหน้างานหรือเจ้านายของคุณดูว่าจะได้ผลหรือเปล่า

2. การทำงานของคุณมีความท้าทายมากพอหรือไม่

ถ้าคุณกำลังเบื่องานที่ทำ คุณจะรู้สึกว่าไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำงานอะไร แรงบันดาลใจไม่มี ความคิดสร้างสรรค์ไม่เกิด สาเหตุอาจมาจากงานที่คุณรับผิดชอบเป็นงานเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ จึงทำให้หมดความท้าทายในการทำงานไป ให้คุณลองคิดทำโปรเจคใหม่ ๆ เพื่อแสดงศักยภาพในการทำงาน และสร้างความประทับใจให้หัวหน้าหรือเจ้านายเห็น จากนั้นดูว่าคุณมีได้ขยับขยาย ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่องานที่ท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หรือได้ขึ้นเงินเดือนบ้างหรือเปล่า

3. คุณเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่คุณทำงานอยู่หรือเปล่า?

สไตล์การทำงานและการบริหารงานขององค์กร ในบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” คุณคือหนึ่งในผู้โชคดี เพราะความเข้ากันได้นี้ จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน และสร้างผลงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

4. มีสมดุลกับชีวิตส่วนตัวในงานปัจจุบันหรือไม่?

ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกับคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” ลองสังเกตุดูว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้างานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ทำให้สุขภาพของคุณทรุดโทรม ทั้งเครียด ทั้งป่วย นี่ก็เป็นสาเหตุที่ดี ที่คุณควรเปลี่ยนงาน เพราะเงินก็ไม่สามารถทำให้สุขภาพของคุณกลับมาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ได้หรอก

5. ถ้ายังทำงานอยู่ที่นี่ คุณมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่า?

ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า การเปลี่ยนงาน จะทำให้คุณสามารถเติบโตในสายอาชีพไปได้ไกลกว่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณยังไม่ได้แจ้งให้กับหัวหน้างานหรือเจ้านายทราบ ให้คุณลองดูว่า คุณค่าในตัวคุณ และผลงานคุณภาพต่าง ๆ ที่คุณได้สร้างขึ้น ทำให้พวกเขาพยายามรักษาคนทำงานคุณภาพเช่นคุณไว้หรือเปล่า หรือพวกเขาหาวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพต่อไปหรือไม่

6. คุณชอบสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือไม่?

สภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม อย่างตอนเช้าคุณต้อง ตื่นเช้าแค่ไหน เพื่อออกมาฝ่าปัญหารถติดไปทำงาน บางวันไปถึงที่ทำงานสาย ก็อาจทำให้คุณเสียสิทธิบางอย่างตามกฎระเบียบของออฟฟิศไป จะดีกว่ามั้ย หากคุณจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่ทำงานให้ใกล้บ้านมากขึ้น หรือว่าจะเป็นหัวหน้างาน เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานได้ ลองสำรวจดูว่า คุณทำงานกับพวกเขาด้วยความสบายใจหรือเปล่า เพื่อนร่วมงานของคุณ สามารถเชื่อใจได้ ทำงานได้ดี ทำงานด้วยกัน แล้วสมาชิกในทีมมีความเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลต่อทั้งคนในทีมและบริษัท สภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน

cr.jobsdb

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ทโฟนพันธุ์อึด Moto e4 และ Moto e4 Plus สมาร์ทโฟนสเปคแรงอัดด้วยขุมพลังแบตเตอรี่อย่างจุใจ Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่โมโตโรล่าออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่า 48 ชม. หมดปัญหากังวลแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานของ ผู้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus เหมาะที่จะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการทำงานอย่างหลากหลาย หน้าจอกะทัดรัดขนาด 5.5 นิ้ว ระดับ HD มาคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาด 5000mAh ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้จุใจ Moto e4 Plus ช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างรื่นไหลด้วยขุมพลังหน่วยหน่วยประมวลผล MediaTek MT6737 CPU Quad-Core 1.3GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat Moto e4 Plus มีพื้นที่หน่วยความจำภายในสูงถึง 32 GB และ RAM ความจุสูงถึง 3 GB กล้องหน้าความละเอียด 5 MP พร้อม LED Flashและกล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 13 MP แฟลช LED เพื่อรองรับการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ

Moto e4 สมาร์ทโฟนดีไซน์กะทัดรัด มาพร้อมหน้าจอขนาด IPS LCD HD 5 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 หน่วยประมวลผล Quad-Core Processor ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างรื่นไหล ไม่สะดุด อีกทั้งรองรับการใช้งานแบบ Dual SIM และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว (Fingerprint Scanner) นอกจากนี้ยังรองรับ ระบบเครือข่าย 4G ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับทุกความบันเทิงทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ Moto e4 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh ช่วยให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน พร้อมหน่วยความจำภายใน 16 GB และ RAM ความจุสูงถึง 2 GB ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไรขีดจำกัด กล้องหน้าของ Moto e4 มีความละเอียด 5 MP ส่วนกล้องหลังความละเอียดถึง 8 MP พร้อม LED Flash สามารถตอบโจทย์ทางการใช้งานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เชื่อว่าหลายคนคงเจอสภาพลงคอมใหม่แล้วข้อมูลหายหมดเลย หรือ เผลอลบไฟล์ไป มีคนไปลบ ทำหายหาไม่เจอ ต้องใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลไฟล์ด้วย โปรแกรม Disk Drill ที่ใช้งานง่ายเหมือนโปรแกรมจัดการของ Windows ยังงั้นเลย ทำให้ไม่ต้องทำความคุ้นเคยกันสักเท่าไรและสามารถใช้งานบน Mac ได้ด้วยนะ เอาละในเมื่อรองรับการทำงานมากขนาดนี้มาดูกันว่ามันมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจและทำงานยังไงกันดีกว่า

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เอาไว้ใช้ในการกู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ที่หายไป หรือถูกลบไป ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะเกิดจากการติดไวรัส ต่างๆ ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถนำไฟล์ที่ถูกลบไปแล้ว กลับมาให้คุณได้อีกครั้ง มันจะมีประโยชน์มากๆ หากไฟล์เอกสารสำคัญทางธุรกิจ รายงานต่าง รูปภาพสำคัญๆ เพลง คลิปวีดีโอ ต่างๆ ที่อาจจะหายไป และคุณเกิดมีความจำเป็นจะต้องใช้มัน โปรแกรม Disk Drill นี้ช่วยได้ มันเป็น โปรแกรมกู้ข้อมูลบน Mac ที่ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ได้จากทั้งฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ทั้งฮาร์ดดิสก์ภายใน (Internal Mac Harddisk) และ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Harddisk) แฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) การ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) โปรแกรมนี้สามารถจัดการกู้ และ นำมันกลับมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่สามารถกู้ไฟล์ที่ถูกลบได้อย่างเดียว แต่ยังช่วยกู้ไฟล์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือ พาร์ติชั่นที่หายไป (Lost Partition) โปรแกรมนี้ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน

หลักการของโปรแกรมนี้มันจะทำการสแกนหาข้อมูล หาไฟล์ ที่หายไปก่อน เพราะปกติไฟล์ที่ถูกลบจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Devices) ต่างๆ อย่าง ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดร์ฟ เมมโมรี่การ์ด นั้นจะยังไม่ถูกลบทิ้งไปเลยทันที มันจะไปซ่อนเอาไว้ในส่วนที่กันเอาไว้ ซึ่งโปรแกรม Disk Drill นี้ก็จะเข้าไปสำรวจ สแกน ในส่วนที่กันไว้ตรงจุดนี้ ด้วยวิธีการ อัลกอริทึม ที่ชาญฉลาด (Powerful Scanning Algorithms) และเมื่อสแกน ได้ข้อมูลและไฟล์ ทั้งหมดที่ถูกลบแล้ว คุณก็สามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการจะกู้ไฟล์ไหน กลับมาบ้าง ซึ่งสามารถทำได้ในคลิกเดียวเช่นกัน

โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Mac OS และ Windows OS ซึ่งใช้งานร่วมกับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FAT exFAT NTFS HFS+ Linux EXT2 EXT3 EXT4 ซึ่งหลากหลายมากๆ เลยทีเดียว ใครที่ไฟล์หาย ข้อมูลสำคัญๆ หาย ลอง ดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวนี้ไปใช้กันดูนะ แม้จะยังไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรหายไป ก็สามารถโหลดติดเครื่องเอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เผื่อสักวันหนึ่งคุณอาจจะต้องใช้มันในกรณีฉุกเฉิน

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

หลักพุทธศาสนาสอนให้เรายึดถือทางสายกลางเป็นที่ตั้ง เพราะอะไรที่ตึงเกินไปก็ไม่ดี หย่อนเกินไปก็ไม่ดีอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หรือแม้แต่เรื่องงาน ที่มีการทำงานแบบ ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน โดยเฉพาะการทำฟรีแลนซ์ ถ้าให้น้ำหนักกับเรื่องงานเพียงอย่างเดียว หรือให้ความสำคัญกับเรื่องส่วนตัวมากกว่างาน ก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น คนทำงานอย่างเรา ๆ จึงต้องพยายามสร้างสมดุลให้ชีวิตทั้งสองด้าน มาดูกันว่าคนทำงานแบบให้เงินสร้างงาน กับคนทำงานแบบให้งานสร้างเงินนั้นเป็นเช่นไร เราเข้าข่ายประเภทไหน แล้วทำอย่างไรจึงจะค้นพบคำตอบที่ใช่ให้กับชีวิตและหน้าที่การงาน ให้เจอกันครึ่งทางได้อย่างสมดุลที่สุด

รู้หรือยัง คุณเป็นคนทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน

รู้หรือยัง? คุณเป็นคน ทำงานแบบสร้างเงิน หรือสร้างงาน ของคุณ

  • คนทำงานแบบเงินสร้างงาน – คนทำงานแบบเงินสร้างงาน มีเงินเป็นแรงบันดาลใจสูงสุดในการทำงาน เงินมา…งานเดิน ทำงานตามจำนวนเงินเดือนที่ได้รับเท่านั้น คนกลุ่มนี้มีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องโหมทำงานมากมาย ไม่ต้องทุ่มสุดตัว ได้เงินเดือนแค่ไหน ก็ทำงานแค่นั้น แล้วทำงานตามเงินค่าจ้างที่ได้รับผิดตรงไหน ในเมื่อเราก็ยังทำงาน ไม่ได้นั่งเฉย ๆ แค่ไม่ทุ่มสุดตัวให้เหนื่อยยากลำบากแสนสาหัส คำตอบก็คือไม่ผิด แต่การทำงานแบบเอาเงินเป็นตัวตั้งก็ไม่ต่างอะไรกับการทำงานเพียงแค่เลี้ยงชีพ ให้มีชีวิตอยู่เพื่อรอดไปวัน ๆ เราอาจเดินทางถึงเป้าหมาย คือ รายได้ หรือตัวเงินในบัญชีธนาคาร แต่ชีวิตขาดความหมายและคุณค่าบางประการไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมัวแต่อยู่ใน Comfort zone จนไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ ปล่อยให้โอกาสและความท้าทาย ในการทำงานผ่านไปวันแล้ววันเล่า โดยไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่า เรามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน เราทำอะไรได้ดี เราทำอะไรได้อีก และเรามีคุณค่าในตัวเองอย่างไร วิถีของคนทำงานแบบเงินสร้างงานช่างดูจำเจและเช้าชามเย็นชามอะไรเช่นนี้ หรือเราจะลองเปลี่ยนเป็นคนทำงานอีกประเภทที่ทำงานแบบงานสร้างเงิน…จะดีกว่ากันหรือไม่…อย่างไร
  • คนทำงานแบบงานสร้างเงิน – คำจำกัดความของคนทำงานแบบงานสร้างเงินก็คือ งานมาก่อน เงินสำคัญรองลงมา เห็นงานสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ตั้งใจทำงานเพราะมีใจรักเป็นที่ตั้ง มีความชอบ มีความอยากทำเป็นพื้นฐาน คนทำงานประเภทนี้มักทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ มีจิตใจที่เปิดกว้าง เรียนรู้ได้จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงมือทำและทุกคนที่ได้พบเจอ ไม่ปฏิเสธโอกาสและความท้าทายที่ผ่านเข้ามา เป็นคนทำงานที่ทุกองค์กรต้องการตัวมาร่วมงานด้วยมากที่สุด เพราะมี passion ที่ดี มีความมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความสุขของคนบูชางานเหนือสิ่งอื่นใดคือการทำงาน คนกลุ่มนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินที่หามาได้ซื้อความสุขเพื่อชดเชยจากการทำงานที่ไม่ชอบ หรือหลีกหนีจากวิถีชีวิตอันไม่พึงปรารถนา ทำให้มีเงินเหลือเก็บ สามารถนำมาลงทุนต่อยอดสร้างฐานะและความมั่นคงให้กับตัวเองต่อไปได้ มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าการทำงานแบบเน้นงานมากกว่าเงินนั้นจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่า สัจธรรมของโลกคืออะไรที่มากเกินไปล้วนมีด้านไม่ดีแฝงอยู่ทั้งนั้น หลาย ๆ ครั้งที่คนทุ่มเทให้งาน ละทิ้งชีวิตด้านอื่น ๆ ของตัวเองไปไม่น้อย อย่างการไม่มีเวลาให้ครอบครัว คนรอบข้าง หรือแม้แต่การดูแลตัวเอง กลายเป็นทำงานหนักหักโหมจนเจ็บป่วยทรุดโทรม หรือพลาดโอกาสที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวและคนรักไปอย่างน่าเสียดาย ชีวิตก็ไม่อาจพบเจอกับความสุขได้อย่างสมบูรณ์พร้อมได้อีกเช่นกัน เข้าข่าย Lucky in game, unlucky in love.
  • จัดสมดุลให้ชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว – เห็นข้อดีข้อเสียของคนทำงานทั้งสองแบบกันแล้ว ก็ให้ลองเลือกข้อดีของแต่ละแบบมาปรับใช้กับชีวิตของเราให้สมดุล เพราะชีวิตของแต่ละคนมีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน จัดสมดุลในชีวิตให้ดี แล้วลงมือทำด้วยตัวเอง จึงจะบอกได้ว่า “สุขสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้นมีวิถีทางเป็นอย่างไร เริ่มต้นจากการวางแผนกำหนดเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน เพื่อเป็นเข็มทิศนำพาเราไปให้ถึงฝัน

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

ในโลกการทำงานจริงนั้น บ่อยครั้งที่เจ้านายหรือหัวหน้าอาจไม่ได้เฉียบแหลมกว่าลูกน้องเสมอไป การ รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ คล้ายคลึงกับเรื่องราวของเล่าปี่กับขงเบ้ง หรือแม้แต่แม่ทัพที่เกรียงไกรย่อมต้องมีทหารเอกเก่ง ๆ คู่ใจ ยามรบกับใครก็มักได้รับชัยชนะอยู่เสมอ เปรียบเหมือนการมีคนเก่ง ๆ หรือลูกน้องฝีมือดีอยู่ในองค์กร พวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญ ช่วยส่งเสริมการทำงานให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ก้าวสู่เส้นชัยได้ตามความมุ่งหวังตั้งใจ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

รับมือกับลูกน้องเก่งๆ ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำตามเทคนิคที่แนะนำ

แทนที่เจ้านายหรือหัวหน้าจะรู้สึกนอยด์หรือกลัวเสียหน้าเมื่อมีลูกน้องที่ทำงานเก่งกว่า ให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ พลิกสถานการณ์ให้เป็นความท้าทาย แม้ความเชื่อเดิม ๆ หรือภาพจำส่วนใหญ่ อาจทำให้เรารู้สึกว่าคนเก่งโดยมากมักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้ควบคุมบริหารจัดการได้ยาก สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลจนเกินไปนัก เพราะบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายล้วนมีกุศโลบายรับมือจัดการกับลูกน้องเก่ง ๆ ได้ พอจะหยิบยกมาเป็นแนวทางให้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสม

  1. ใช้คนเก่งให้เป็นประโยชน์ – เมื่อมีคนเก่งอยู่ในทีม จงใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พยายามดึงความสามารถต่าง ๆ ของพวกเขาออกมาใช้ ค้นหาว่าพวกเขามีจุดเด่นในเรื่องใด อะไรเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แล้วท้าทายพวกเขาด้วยการมอบหมายงานที่จะสามารถนำคนเก่งเหล่านี้ไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตได้
  2. เรียนรู้จากคนเก่ง -เปลี่ยนการแย่งซีน การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน หัวใจสำคัญของการบริหารคือการจัดการคนและกำหนดทิศทางในการทำงานให้ทีม ไม่ใช่การแข่งขันประลองความรู้กับลูกน้อง คนเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ต้องเอาชนะใจไม่ใช่เอาชนะงาน ดังนั้น ถ้าลูกน้องเก่งกว่าก็เรียนรู้จากเขา ถามคำถาม และบางครั้งอาจลงมือทำเองบ้าง เพื่อจะได้มีโอกาสสัมผัสกับหน้างานจริง ๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียฟอร์ม เสียการปกครอง ไม่แน่ว่าการใส่ใจถามไถ่เรื่องงานของหัวหน้า ถ้ามาถูกทาง อาจเกิดผลพลอยได้ในเรื่องการสร้างความยอมรับ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันอีกทางหนึ่งด้วย
  3. ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องถาม – คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่างฉันใด หัวหน้าหรือเจ้านายก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉันนั้น อย่าติดกับดักความคิดที่ว่าหัวหน้าต้องเก่งกว่าลูกน้อง เมื่อหัวหน้าถูกลูกน้องถามในเรื่องที่ไม่รู้ การพูดตรง ๆ ว่าไม่รู้ แม้ฟังดูง่าย แต่ก็ยากมหาศาล สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายเมื่อมีเรื่องที่เราไม่รู้ แต่เป็นทักษะที่ผู้นำทั้งหลายต้องฝึกฝนให้เป็นนิสัย เมื่อไม่รู้ให้ตอบตามตรง และขอความช่วยเหลือจากคนมีความรู้ความสามารถ อย่ามองว่าเป็นพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องของคนอ่อนแอ กลับกันเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งอย่างที่สุด เพราะกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงในเรื่องที่ไม่รู้หรือทำไม่ได้ หัวหน้าที่ทำเช่นนี้ได้ถือว่าน่าชื่นชมสุดๆ
  4. รู้กว้าง สร้างวิสัยทัศน์ – บางครั้งหัวหน้าอาจไม่มีความรู้และความชำนาญในงานระดับปฏิบัติการอย่างลึกซึ้งเท่าลูกน้อง เพราะไม่ได้อยู่หน้างานอย่างใกล้ชิดทุกวัน แต่หัวหน้าก็จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ลูกน้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ยาวไกล การวางกลยุทธ์อย่างแยบคาย การตัดสินใจอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างราบรื่น หรือแม้แต่การแก้ปัญหาอย่างเฉียบคม ความรู้แบบกว้าง ๆ นี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าของหัวหน้า และเรียกความศรัทธาจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี
  5. ให้เครดิต เสริมสร้างกำลังใจ – ให้กำลังใจคนทำงานเก่ง ๆ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จในการทำงานของพวกเขาให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ฟัง ชื่นชมคนเก่งว่าเป็นคนสำคัญของทีมและขององค์กรโดยรวม ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดีทั้งนั้น เมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวเรา
  6. ดัน “ดารา” – เปิดโอกาสให้ลูกน้องเก่ง ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อเห็นโอกาสที่ดีและเหมาะสม ก็ไม่ควรเก็บเขาไว้ที่เดิมจนไม่ได้มีโอกาสเติบโต ส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ ๆ ที่ท้าทาย และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งได้เติบโตในสายงานขึ้นเป็นลำดับ
  7. กำจัดความกลัว สร้างความมั่นใจ – คนทั่ว ๆ ไปย่อมมีความกลัวในเรื่องต่าง ๆ เป็นธรรมดา ทั้งกลัวไม่เป็นที่รัก กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เข้าพวก ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจและไม่เป็นตัวของตัวเอง วิธีการรับมือกับความกลัวไม่ใช่เรื่องยาก เพียงยอมรับความกลัวด้วยความมั่นใจ แล้วเดินหน้าต่อไป ให้เตือนตนเองเสมอว่าการจ้างและพัฒนาคนที่มีความสามารถเป็นสิ่งที่เจ้านายและหัวหน้าที่ดีควรทำ เพื่อผลดีของทีมและเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

เมื่อพูดถึงช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว หลายๆ คนอาจจะยุ่งกับการวางแผนไปเที่ยวกับครอบครัว ไปฮันนีมูนกับคู่รัก หรือบางคนก็อาจจะสะพายเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวคนเดียว Shopee แนะเทคนิควางแผน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกทริปในช่วงวันหยุด “ช้อปปี้” จึงได้เชิญ “ทราย หมูน้อย” บิวตี้และไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์สาวเจ้าของเพจ “Mhunoiii (หมูน้อย)” ที่หลงใหลเสน่ห์ของการออกไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษตามสถานที่ต่างๆ มาแชร์เคล็ดลับในการเตรียมตัววางแผนท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกการเดินทางในครั้งต่อไปของทุกคนคุ้มค่า ได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับความสนุกและประทับใจอย่างเต็มที่

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

Shopee แนะเทคนิควางแผน ออกทริป ตามหาแรงบันดาลใจแบบไร้กังวล

มิสอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน คนไทยหันมาสนใจกิจกรรมการท่ องเที่ยวกันเยอะขึ้น หลายคนรักการออกไปพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ในขณะที่อีกหลายคนใช้การท่องเที่ ยวเป็นกิจกรรมกระชับความสัมพั นธ์และสร้างบรรยากาศความอบอุ่ นให้กับคนในครอบครัว เรามองว่าการเตรียมตั วและการวางแผนที่ดีก่อนการเที่ ยวเป็นสิ่งที่สำคัญ ตั้งแต่วิธีการเลือกจุ ดหมายปลายทาง ไปจนถึงการเตรียมสิ่งของต่างๆ ที่ควรมีติดตัวในการไปเที่ยว และโปรแกรมเที่ยว ในฐานะที่ ‘ช้อปปี้’ เป็นผู้นำแอพพลิเคชั่นซื้ อขายออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือที่ มีสินค้าและอุปกรณ์ หลากหลายหมวดหมู่ ให้ทุกคนได้เลือกช้อปเพื่อเตรี ยมตัวในการไปเที่ยว ครั้งนี้เราจึงได้เชิญ “คุณนันทวรรณ  พรชัยจันทร์เพ็ญ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทราย หมูน้อย” ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์สาวสวยผู้รั กการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิ ตใจมาแนะนำทิปส์ง่ายๆ สำหรับการวางแผนเตรียมความพร้ อมในการไปเที่ยวพร้อมทั้งแชร์ เรื่องราวและประสบการณ์การท่ องเที่ยวของตัวเองที่จะทำให้ หลายคนอยากออกทริปกันเลยทีเดียว ”

“พักสบาย ผจญภัย ถ่ายรูปสวย” คือ คำจำกัดความสไตล์การเที่ ยวของบล็อกเกอร์สาวสวยผู้ที่ท่ องเที่ยวทั้งในประเทศและต่ างประเทศมาแล้วกว่า 20 ประเทศ “คุณทราย” เล่าว่า “จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทรายเริ่ มออกท่องเที่ยว มาจากการที่เราได้เห็นรูปถ่ ายสถานที่สวยๆ ในอินเตอร์เน็ตแล้วอยากที่ จะไปอยู่ตรงนั้น ไปเห็นภาพนั้นด้วยตาของเราเอง ตั้งใจไว้เลยว่าวันหนึ่งเราจะต้ องพาตัวเองไปสถานที่ที่นั้นๆ ให้ได้ สำหรับทรายการได้ออกไปเที่ยวเป็ นสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นและรู้ สึกสนุกตลอดเวลา เพราะทุกที่ที่เราไปเราจะได้เจอ ได้สัมผัสกับอะไรที่แปลกใหม่ เสมอ ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ที่ จะอยู่ในสังคมใหม่ๆและได้แก้ปั ญหาเฉพาะหน้าแบบที่การใช้ชีวิ ตปกติไม่เคยได้เจอ  ประสบการณ์ต่างๆที่ได้จากการท่ องเที่ยวแต่ละครั้งก็เหมือนได้ เติมพลังและแรงบันดาลใจใหม่ๆให้ กับตัวเอง ซึ่งทรายมองว่าเป็นสิ่งที่คุ้ มค่ามากค่ะ ตอนนี้คนไทยชื่นชอบการท่องเที่ ยวเยอะขึ้นมากมีทั้งไปเที่ ยวเองและแบบซื้อแพ็คเกจทัวร์ แต่สำหรับทรายแล้ วทรายชอบวางแผนเที่ยวเอง เพราะความสนุกในการท่องเที่ยวนั้ นเริ่มตั้งแต่การวางแผนเที่ยวนี่ แหละค่ะ ซึ่งการวางแผนที่ดีก็จะช่วยให้ การท่องเที่ ยวของเราสะดวกสบายมากขึ้น”

สำหรับเทคนิคการวางแผนเตรี ยมความพร้อมในการออกทริป คุณทรายได้แนะนำทิปส์ง่ายๆ ให้ #ขาเที่ยว ได้ลองเอาไปปรับใช้ ดังนี้

ทำการบ้านก่อนเที่ยว

ไม่ว่าจะเป็นจะเที่ยวต่างจังหวั ดหรือต่างประเทศ “เงิน” คือ ปัจจัยแรกที่เราต้องไม่ลื มเพราะทุกอย่างต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง ที่พัก อาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่ างๆ ฯลฯ ซึ่งงบประมาณที่เราจะต้องเตรี ยมสำหรับสิ่งเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับจุดหมายและแผนการเที่ ยวของแต่ละคน สไตล์การเที่ยวที่ต่างกันการตั้ งงบก็ต่างกัน การที่เราวางแผนการเงินสำหรั บการเที่ยวที่ดีคื อควรแยกการออมสำหรับท่องเที่ ยวออกมาต่างหาก ไม่ควรไปรบกวนเงินเก็บหรือเงิ นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ง่ายๆคือเที่ยวแล้วไม่ควรเดื อดร้อนตัวเองนั่นเอง เทคนิคง่ายๆ ในการบริหารจัดการเงินสำหรับนั กท่องเที่ยวที่คำนึงถึงเรื่องงบ เช่น

§  มองหาตั๋วโปรโมชั่นราคาพิเศษ

ปัจจุบันการแข่งขันของสายการบิ นมีสูงมากซึ่งเป็นข้อดี เพราะจะมีโปรโมชั่นพิเศษทั้งเที่ ยวบินในประเทศและนอกประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประหยั ดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก ซึ่งส่วนตัวทรายจะดูว่าจะไปเที่ ยวช่วงไหนและจะไปนานเท่าไร พอได้ตั๋วมาแล้วก็ค่อยคิดว่ าจะไปทำอะไรไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่สำหรับบางคนอาจจะตั้งเป้ าหมายไว้ก่อนว่าอยากไปไหนแล้วค่ อยมาหาตั๋วอันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ ค่ะ

§  วางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับตลอดทริป

จัดสรรเงินในส่วนนี้ขึ้นอยู่กั บสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนจริงๆ บางคนเน้นกินหรูอยู่สบายสายช้ อปปิ้งก็อาจต้องเตรียมเงิ นมากหน่อย แต่อย่างทรายไม่ใช่สายช้อปก็ จะไม่ได้เตรียมเงินสำหรับค่าใช้ จ่ายระหว่างทริปมากนัก เพราะค่าใช้จ่ายหลักๆอย่างตั๋ วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ และค่าที่พัก เราต้องจ่ายไปล่วงหน้าอยู่แล้ว ที่เหลือก็แค่คำณวนง่ายๆว่าแต่ ละวันจะใช้เงินสำหรับค่ าอาหารและค่าใช้จ่ายจิ ปาถะประมาณวันละเท่าไหร่

เตรียมของให้ครบ จบสวยทุกทริป

อย่าลืมทำเช็คลิสต์ของส่วนตัวที่ จะต้องติดตัวไป เพราะนอกจากเสื้อผ้า กล้องถ่ายรูป หรือของใช้ส่วนตัวอย่าง เครื่องอาบน้ำ เครื่องสำอางรวมไปถึงครีมกันแดด ไอเท็มอื่นๆ ที่ต้องเตรียมไปนั้นขึ้นอยู่กั บว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนด้วย สำหรับทรายจะมีทราเวลคิท หลักๆ ที่จะเตรียมไว้ตลอด ก็คือ “ชุดปลั๊กพ่วงและหัวปลั๊กยูนิ เวอร์แซล” เพราะเดี๋ยวนี้เรามีอุปกรณ์อิ เล็กทรอนิกส์ติดตัวเยอะมากๆ  ไหนจะมือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป พาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ  พอถึงเวลาที่ต้องจัดกระเป๋าก็ จะหยิบเซ็ตพวกนี้เข้ากระเป๋าเลย แต่ถ้าไปต่างประเทศ ทรายจะเพิ่มพวกอาหารแห้งและเครื่ องครัวเล็กๆ ไปด้วย บอกเลยว่าการได้ทานอาหารที่อร่ อยช่วยให้การเที่ยวสนุกขึ้นอี กมากโดยเฉพาะเวลาไปทริปยาวๆ ซึ่งของทุกอย่างทั้งหมดนี้ ทรายจะใส่เอาไว้ในกระเป๋าจั ดระเบียบใบเล็กๆ ค่ะ แยกเอาไว้เลยว่ากระเป๋าใบนี้ใส่ อะไร การทำแบบนี้จะช่วยให้เราหาของง่ ายขึ้นและประหยัดเนื้อที่ ในกระเป๋าด้วยค่ะ

“การไปเที่ยวไม่ว่าจะในหรือต่ างประเทศ ก็มีความเสี่ยงที่จะมีเหตุการณ์ ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้ องมีสติ คอยติดตามข่าวสาร และระวังตัวเองค่ะ พวกสิ่งของมีค่า เช่น กระเป๋าสตางค์ บัตรสำคัญต่างๆ พาสปอร์ต ฯลฯ ควรเอาติดตัวไว้ตลอดเวลานะคะ แต่สำหรับเงินสดควรแบ่งไว้ หลายที่ไม่เก็บไว้ในที่เดียวทั้ งหมด เผื่อมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้ นจะได้มีเงินสำรองไว้ใช้ค่ะ” คุณทรายกล่าวทิ้งท้าย

ถ้าทริปนั้นสนุกและเต็มไปด้ วยรอยยิ้มก็ถือว่าการท่องเที่ ยวครั้งนั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเท็ มเพื่อเตรียมความพร้ อมในการออกทริปครั้งต่อไป สามารถเข้าไปเลือกช้อปกันเพลินๆ ได้ที่ “Shopee” แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าจัดระเบียบสำหรับเดินทาง กล้องถ่ายรูป ไม้เซลฟี่ ครีมกันแดด หรืออุปกรณ์สุดฮิปสำหรับใช้เป็ นพร็อพถ่ายรูปสวยๆ ตลอดทริปก็มีให้เลือกอีกมายมาย สามารถดาวน์โหลดแอพฯ Shopee ได้ฟรีทาง App Store และ Google Play Store และติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติ มเกี่ยวกับ Shopee ได้ที่ www.shopee.co.th

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

หาโปรแกรมสำหรับบันทึกข้อมูลบุคคลต่างๆ ในบริษัทก็ยากเหลือเกิน บางแห่งต้องทำแบบฟอร์มขึ้นมาเองจากโปรแกรม Microsoft Excel เลยก็มี วันนี้ไม่ต้องยุ่งยากแบบนั้นแล้วด้วยโปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี เก็บข้อมูล (Data) และ รูปภาพ (Picture) ของพนักงานในบริษัท อย่างละเอียด มีฟังก์ชั่นสำหรับกำหนดข้อมูลบริษัท แผนก และตำแหน่งพนักงานด้วยโปรแกรมเดียว เห็นแบบนี้เจ๋งไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เอาละมาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง และใช้งานได้ดีขนาดไหนกัน

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

โปรแกรม sEmp ระบบบันทึกฐานข้อมูลพนักงาน ฟรี

ทีมพัฒนาชื่อ Satoshi Interlogickey ออกแบบโปรแกรมที่ใช้สร้างระบบฐานข้อมูลพนักงาน (Resume) โดยจะเก็บประวัติข้อมูลส่วนตัวของพนักงานแต่ละคนได้อย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไปอย่างเช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เบอร์ติดต่อ ไปจนถึงข้อมูลประวัติการศึกษาที่มี และข้อมูลเงินเดือนที่ได้รับ รวมถึงวันเริ่มงาน แผนกและตำแหน่งงานที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยที่สามารถใส่รูปภาพแนบเข้ากับหน้าข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย

มันมีระบบป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยการเข้ารหัส ที่ยากต่อการเจาะระบบ (Hacker) หรือ ล้วงเอาความลับในข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไปได้ง่ายๆ พร้อมทั้งยังมีระบบในการสำรองไฟล์ข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาดและการสูญหายของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมันได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ไม่มีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อน นอกจากนี้โปรแกรมยังมีระบบ ในการตรวจเช็คได้ว่ามีใครบ้าง ที่เข้าไปดูประวัติและข้อมูลเงินเดือนของพนักงานได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และ ป้องกันความลับรั่วไหล

ข้อมูลทั่วไปที่บันทึกลงในประวัติแบบละเอียดมี ข้อมูลทั่วไป, ข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลเงินเดือน, ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน, ข้อมูลประสบการณ์การทํางาน, ข้อมูลประวัติการศึกษา, ข้อมูลทักษะต่างๆ, ข้อมูลความชำนาญด้านภาษา, ข้อมูลไลเซ่นหรือใบอนุญาตต่างๆ ทั้งยังเพิ่มรูปเข้าไปเพื่อความสะดวกในการตรวจและความเข้ากันของประวัติแต่ละบุคคล ทำให้ฝ่ายบุคคล (Human Resourse) ค้นหาประวัติคนที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น โดยตัวโปรแกรมออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้ทั้งภาษาไทย (Thai Ver.) และภาษาอังกฤษ (English Ver.)

ใครที่คิดว่าใช้งานได้ระบบ Windows อะไรได้บ้าง มาทางนี้เลยมันสามารถใช้ได้กับ Windows 7 (Seven) / 8 / Server 2012 / 8.1 / 10 / Server 2016 ที่บอกเลยว่าสบายหายห่วงและทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี (Freeware) อีกด้วย หากกำลังมองหาโปรแกรมบันทึกประวัติ บันทึกข้อมูลส่วนตัว โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมตัวนี้ไปใช้ได้เลย มันเป็นโปรแกรมสัญชาติไทยซะด้วย แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ

หยุดยาวทั้งทีต้องมั่นใจ ว่างานที่มีอยู่ไม่หลุดจนพังเละเทะ

การลางานยาวหรือหยุดยาวช่วงเทศกาลเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดของทุกคนเลยก็ว่าได้ แม้จะทำงาน ฟรีแลนซ์ เองก็ต้องหยุดเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเราจะหยุดแต่งานทุกอย่างยังดำเนินต่อไป และเยอะขึ้นทุกวันที่หยุดด้วย ถ้าคิดแล้วว่าต้องหยุดยาวเรามีวิธีจัดการง่ายๆ ที่คุณเองก็จัดการได้ไม่มีงานค้าง ลื่นไหลไม่สะดุด มาให้ทำตามกันที่นี่เลย

หยุดยาวทั้งทีต้องมั่นใจ ว่างานที่มีอยู่ไม่หลุดจนพังเละเทะ

หยุดยาวทั้งทีต้องมั่นใจ ว่างานที่มีอยู่ไม่หลุดจนพังเละเทะ

  1. แจ้งข่าว บอกกล่าวเพื่อนร่วมงาน – เมื่อมีแพลนวันลาที่แน่นอน และเจ้านายเซ็นอนุมัติใบลาพักผ่อนแล้ว อย่ารอช้า รีบอีเมลแจ้งเพื่อนร่วมงานทั้งในแผนกเดียวกัน หรือต่างแผนกที่เราต้องติดต่องานด้วยให้รับทราบทันที เพื่อต่างฝ่ายจะได้เคลียร์งานทั้งส่วนของเขาและของเรา ใครดองงานเราไว้ ใช้โอกาสนี้ทวงงาน สะสางทุกอย่างให้เรียบร้อย พร้อมส่งงานต่อให้เราได้ก่อนที่จะหยุดยาว ที่สำคัญอย่าลืมบอกทุกคนด้วยว่าตอนนี้ขอเคลียร์งานเฉพาะหน้าให้เรียบร้อยก่อน  ถ้ามีงานใหม่เข้ามาในตอนนี้ ก็ขอรับไว้ก่อน แล้วจะกลับมาดำเนินการต่อให้หลังวันหยุดยาว สำหรับใครที่มีหน้าที่ต้องคอยติดต่อประสานงานกับลูกค้า โปรเจคที่รับผิดชอบอยู่ในมือก็ต้องคอยอัปเดตกับลูกค้าอยู่เสมอ โปรเจคไหนที่ปิดได้ก่อนก็ให้เร่งปิดก่อนวันหยุด ส่วนโปรเจคไหนที่ปิดไม่ทันควรแจ้งเดดไลน์กับลูกค้าให้ชัดเจน
  2. Set ตารางเวลา เคาท์ดาวน์สู่วันลา – ได้วันลาพักผ่อนปุ๊บ ก็นับถอยหลังได้เลยว่ายังมีเวลาเหลืออีกเท่าไรในการเคลียร์งานให้เสร็จก่อนหยุดยาว กางปฏิทินขึ้นมา ลงมือ set ตารางเคาท์ดาวน์ เพื่อคำนวณจำนวนวัน  คำนวณปริมาณงานที่ต้องทำ พร้อมลงรายละเอียดตารางการทำงานว่าในจำนวนวันที่เหลืออยู่ ต้องทำงานแต่ละชิ้นเสร็จภายในวันไหน มีเป้าหมายให้นับถอยหลังอย่างชัดเจนแบบนี้แล้ว การเคลียร์งานก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นทันตาเห็น
  3. จัดสรรเวลาจัดลำดับความสำคัญ – ต่อเนื่องจากข้อข้างบน เสริมอีกนิดว่าจะ list รายละเอียดตารางงานอย่างไรให้เวิร์ค ต้องเรียงลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำให้ดี ว่างานไหนด่วน ด่วนมาก ด่วนที่สุด ด่วนพิเศษ หรือเป็นงานที่ยังพอรอได้ ทำเป็นข้อมูลไว้ จะได้มีตัวช่วยไว้ check list  นอกจากงานจะไม่ตกหล่นแล้ว  ยังทำให้เรามีกำลังใจเมื่อได้เห็นงานเคลียร์ออกทีละชิ้นจนเสร็จทันกำหนดวันลา นอกจากนี้ควรเลือกทำงานที่ยากหรืองานสำคัญที่สุดให้เสร็จก่อน ส่วนงานง่ายหรืองานที่ถนัดไว้ค่อยทำท้ายสุด แค่นี้ก็หมดปัญหาหายห่วงได้เลย
  4. จัดระเบียบเอกสาร ต่องานได้ทันที – วางแผนจัดการเอกสารสำคัญ ๆ ไว้ให้เป็นหมวดหมู่ แยกมาเก็บไว้ในแฟ้มต่างหากโดยเฉพาะ วิธีนี้จะทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาค้นหาเอกสารจากหลาย ๆ แฟ้ม อยากได้อะไรก็มาเปิดหาได้สะดวกรวดเร็ว ส่วนเอกสารที่เป็นซอฟต์ไฟล์ ควรรวมใส่โฟลเดอร์เดียวกัน ตั้งชื่อกลาง ๆ แบบที่ทุกคนเข้าใจได้ง่าย และย้ายมาเก็บไว้บนหน้า desktop ชั่วคราว เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อนร่วมงานก็ยังสามารถต่องานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องโทรหาเราระหว่างกำลังพักผ่อนให้ต้องเป็นกังวลกันทั้งสองฝ่าย แล้วอย่าลืมบอกเพื่อนร่วมงานด้วยว่าแฟ้มเอกสารและไฟล์งานเหล่านั้นอยู่ตรงไหน หากคอมพิวเตอร์ของเรามีการตั้งพาสเวิร์ดไว้ ก็อย่าลืมกระซิบบอกพาสเวิร์ดกันไว้ด้วย
  5. ฝากให้เพื่อนช่วยดูแล (ชั่วคราว) – บางครั้งงานที่ได้รับมอบหมาย ยังไม่สามารถทำได้ทันทีในตอนนี้ ก็จำเป็นต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานในระหว่างที่เราไม่อยู่ หรือขอแรงไหว้วานเพื่อนร่วมงาน เพื่อฝากงานที่จำเป็นจริง ๆ งานก็จะได้ไม่สะดุด เราก็หยุดงานได้อย่างสบายใจ ฝากให้เพื่อนช่วยดูแลอย่างนี้ ก็อย่าลืมของฝากติดไม้ติดมือเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบแทนน้ำใจเพื่อนด้วย ก็จะดีไม่น้อย
  6. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ Auto-reply e-mail – ในช่วงวันหยุดยาว อาจมีอีเมลด่วนจากลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเข้ามา อีกทางเลือกที่ดีหากไม่อยากเป็นกังวลเมื่อเห็นเมลด่วนหรือต้องคอยเช็คเมลตลอดเวลาที่พักผ่อน อย่าลืมตั้ง e-mail ของเราให้เป็นโหมดตอบรับแบบอัตโนมัติ หรือ Auto-reply เอาไว้ แจ้งข้อความบอกกล่าวกับผู้ติดต่อว่าเรากำลังลางานอยู่ พร้อมระบุด้วยว่าจะสามารถติดต่อเราได้เมื่อไร หรือเราจะตอบกลับอีเมลได้ในช่วงเวลาใด หรือในกรณีฉุกเฉินก็สามารถติดต่อเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบงานแทนเราได้ แฮปปี้ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
  7. งดเมาท์ชั่วคราว – ช่วงเวลาของการเคลียร์งานที่ยุ่งสุด ๆ อย่างนี้ ก็ต้องเพลา ๆ เรื่องบันเทิงชั่วคราว ลดการเมาท์มอยพูดคุยคลายเครียดกันระหว่างทำงานกันไปก่อน เพื่อให้ช่วงเวลาทำงานได้มีสมาธิในการเคลียร์งานได้อย่างเต็มที่
  8. ลำบากวันนี้ สบายวันหน้า – ในระหว่างเร่งปั่นงานอย่างสุดฤทธิ์  ความเหนื่อยความเครียดที่สะสมอาจทำให้จิตใจเปราะบางได้มากที่สุดเช่นกัน  เกิดอาการท้อแท้กันบ้างเป็นธรรมดา ช่วงเวลาแบบนี้เห็นทีต้องคิดบวกไว้ให้มาก เมื่อไรหัวใจตั้งคำถามว่าที่เราทำอยู่ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร ให้เตรียมคำตอบไว้ได้เลยว่า…ก็เพื่อที่เราจะได้พักอย่างมีความสุข สนุกสนานอย่างเต็มที่ และมีช่วงเวลาดี ๆ โดยไม่มีอะไรต้องกังวลในวันลาพักผ่อนที่กำลังจะมาถึง อาจลองหลับตาพักสักครู่ นึกถึงหาดทรายสวย ๆ น้ำทะเลใส ๆ สายลม แสงแดด รีสอร์ทสุดชิค หรืออะไรก็ตามแต่ที่เรากำลังจะไปพักผ่อนตามแพลนที่วางไว้ รับรองว่ามีกำลังใจให้ฮึดกลับมาลุยงานได้จริง ๆ

ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดซื้ อขายบนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ประกาศผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2559  โดยบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงในทุกตลาดทั่ วภูมิภาคซึ่งมีมูลค่าการซื้ อขายสินค้า (Gross Merchandise Value หรือ GMV) ต่อปีสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมการเติบโตแบบเดือนต่อเดื อนที่อัตราร้อยละ 43 นอกจากนี้ แอพลิเคชั่นช้อปปี้ยังมียอดการด าวน์โหลดสูงถึง 25 ล้านครั้งและมีผลิตภัณฑ์จำหน่ ายรวมกันมากถึง 65 ล้านรายการ สำหรับตลาดประเทศไทยในปัจจุบัน

ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

ช้อปปี้ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง

มร. เทเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ กล่าวว่า  “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่ งในตลาดสำคัญของเราเมื่อพิ จารณาจากอัตราการเข้าถึงอุปกรณ์ มือถือที่สูงและยังมี โอกาสในการเติบโตมากมาย ในปี 2559 ถือว่าเป็นปีที่     ดีมากของเรา นับถึง เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรามียอดการสั่งซื้อสินค้าแล้ วกว่า 1 ล้านรายการต่อเดือน ในขณะที่เราก้าวสู่ปี 2560 นั้น เราคาดหวังว่าจะรักษาการเติ บโตของช้อปปี้ให้อยู่ในอัตราตั วเลขสองหลักเหมือนปีที่ผ่านมา      โดยเราจะมุ่งพัฒนาทั้งแอพพลิ เคชั่นและประสบการณ์ของผู้ใช้ งาน เพื่อช่วยเป็นอีกแรงในการผลักดั นผู้ประกอบการรายย่อยให้เติ บโตในการทำธุรกิจออนไลน์ รวมไปถึงการเป็นพันธมิตรกั บแบรนด์หรือผู้ขายรายใหญ่ที่ จะนำเสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้ ได้มากขึ้น”

“ผู้ขายทุกคนเป็นเสมือนพันธมิ ตรที่สำคัญของเราและเรามีความตั้ งใจช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติ บโตยิ่งขึ้น โดยเราพร้อมส่งเสริมความเชี่ ยวชาญให้ผู้ขายด้วยกิจกรรม Shopee University ซึ่งเป็นเวิร์คช็อปที่จะช่วยให้ ความรู้ผู้ขาย และผู้ที่สนใจการขายสินค้าผ่ านช่องทางออนไลน์ รวมถึงเรามีกิจกรรมในด้ านการตลาดและการบริการความสัมพั นธ์กับลูกค้า ณ ปัจจุบัน เราจัดกิจกรรมดังกล่าวไปแล้วกว่ า 10 จังหวัดทั่วประเทศ และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ งที่กิจกรรมของเราเป็นประโยชน์ ต่อผู้ใช้ของเรา นอกจากนี้ เรายังมีการพัฒนาและเลือกสรรกิ จกรรมอื่นๆ สำหรับผู้ขายเพื่อให้ผู้ขายมี ความเข้าใจในการขายสินค้ าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น” มร.เทเรนซ์ กล่าว

นอกจากนี้ ช้อปปี้ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกั บการขยายการบริการให้กับกลุ่ มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้ นรวมถึงประเภทของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเปิดช่องทางให้กับผู้ขายสิ นค้ารายใหญ่ที่เป็นแบรนด์ที่มี ชื่อเสียง (Official Shops) เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลื อกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ มากขึ้น

มร.เทเรนซ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ช้อปปี้มุ่งมั่นที่จะเพิ่ มจำนวนผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยการที่เราได้ร่วมเป็นพันธมิ ตรกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจะเป็ นการเพิ่มทางเลือกในการซื้อผลิ ตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง     ยังเอื้อให้ผู้บริโภคมีความมั่ นใจในคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์อี กด้วย ผู้ขายรายใหญ่จำนวนมากชื่นชอบช้ อปปี้เพราะเราเป็นช่องทางที่ช่ วยให้พวกเขาเข้าถึงกลุ่มผู้บริ โภครุ่นใหม่ในยุคที่การใช้สื่ อสังคมออนไลน์เป็นที่นิยม เราเชื่อมั่น      ในการยกระดับประสบการณ์การจับจ่ ายพร้อมๆ กับการช่วยให้สมาชิกผู้ขายสินค้ ากับเราเติบโตยิ่งขึ้นด้วยเช่ นกัน”

เนื่องในโอกาสที่ช้อปปี้กำลั งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในแอพลิเคชั่ น เดือนนี้ช้อปปี้จึงได้จั ดแคมเปญใหม่ในชื่อ “Mobile & Electronics Madness” ที่ประกอบไปด้วยโปรโมชั่นและส่ วนลดมากมาย ทั้งส่วนลดสูงสุดถึงร้อยละ 90 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถื อและอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริม รวมถึงอุปกรณ์ถ่ายภาพ โดยมีแบรนด์ชั้นนำ อย่าง สกูลแคนดี้ ดับเบิ้ลยูดี จาบร้า เบลคิน และแพลนโทรนิคส์ เข้าร่วมแคมเปญเพื่อนำเสนอสุ ดยอดผลิตภัณฑ์ในราคาพิเศษ

“เราเล็งเห็นความต้องการในสินค้ ากลุ่มโทรศัพท์มือถือและสินค้ าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตขึ้นอย่ างมากตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ ผ่านมา เราจึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเติ บโตของเราในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดั งกล่าว ช้อปปี้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ ขายเพื่อให้มั่นใจว่ าเราจะมอบราคาที่ดีและคุ้มค่าที่ สุดให้กับผู้บริโภคได้ พร้อมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายเพื่อให้ตรงกับความต้ องการของผู้ซื้ออีกด้วย” มร.เทเรนซ์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชั่นอันหลากหลายซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ โดยที่คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold ของคนรุ่นใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้ นกว่าเดิม ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ ทโฟนไม่ได้อยู่ที่ความเคยชินอี กต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอั นหลากหลายอีกด้วย

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

คุณต้องหลงรัก Moto Z และ สีใหม่ Moto Z Roes Gold

โมโต ประเทศไทย ขอแนะนำ 5 เหตุผลที่จะทำให้คุณต้องหลงรัก Moto Z สุดยอดสมาร์ทโฟนที่จะเปลี่ ยนไลฟ์สไตล์ของคุณให้แตกต่างด้ วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองการใช้ งานที่เหนือชั้นไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องเบาบางที่สุดในโลก และดีไซน์หรูระดับพรีเมี่ยม หมดปัญหากวนใจ ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ ไปไหนต่อไหนให้หนักกระเป๋าอีกต่ อไปหากคุณเลือกใช้งาน Moto Z สมาร์ทโฟนที่เบาบางที่สุดในโลก เพียง 5.19 มม.  พร้อมดีไซน์หรูระดับพรี่เมี่ ยมที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลู มิเนียมมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ ในการผลิตเครื่องบิน พิเศษสุดเอาใจสาวกแฟชั่นนิสต้ าด้วย  Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) เสริมลุคเรียบหรูดูแพงสะกดทุกสายตา

เจ้าแรกแห่งนวัตกรรมล้ำสมัยด้วย One Snap เปลี่ยนโลกสร้างความตื่นเต้นในวงการสมาร์ ทโฟนอีกครั้งกับ Moto Mods เทคโนโลยีอุปกรณ์เสริมเจ้าแรกที่ สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในตระกูล Z ของคุณให้ทำได้มากกว่า แค่ Snap เดียวเข้ากับหลังตัวเครื่อง Moto Mods มาพร้อมหลากหลายความสามารถที่ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Snap เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็ นจอโปรเจคเตอร์เพื่อดูหนังเรื่ องโปรด หรือเนรมิตเป็นกล้องระดับมือโปร ซูมแบบ optical zoom ได้ถึง 10 ระดับ รับประกัน คุณภาพจากแบรนด์ Hasselblad ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องถ่ ายภาพในตำนานระดับโลกขุมพลังสเปคจัดเต็ม และระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-Tasking ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือแม้แต่ออนไลน์ช้อปปิ้ง

ดังนั้นผู้ใช้งานต้องมั่นใจว่ าระบบการทำงานต้องรื่ นไหลตอบสนองการใช้งานของเราได้ อย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งเจ้า Moto Z มาพร้อม ระบบประมวลผล Qualcomm® Snapdragon 820 RAM ความจุ 4 GB แบบ LPDDR4 และหน่วยความจำขนาด 64 GB มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่ นล่าสุด Android 7.0 Nougat แบตเตอรี่ยาวนานตลอดทั้งวัน พร้อมระบบชาร์ต TurboPower™ ขุมพลังการทำงานที่อัดแน่นต้ องมาคู่กับแบตเตอรี่ที่ทนทาน Moto Z ตอบโจทย์คุณด้วยแบตเตอรี่ความจุ  2600 mAh ที่รองรับการใช้งานแบบเต็มสตรี มได้ตลอดทั้งวันเอาใจคอสมาร์ ทโฟนตัวยง และยังช่วยเสริมความอึดด้วยระบบ ชาร์ตแบต TurboPower™  เพิ่มพลังให้แบตเตอรี่ใช้ งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในการชาร์ตเพียง 15 นาทีเท่านั้น! นับเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาในชั่ วโมงเร่งรีบได้เป็นอย่างดี

 

คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง!! โมโตขอเสนอโอกาสสุดพิเศษให้คุ ณเป็นเจ้าของ Moto Z สีใหม่ โรสโกลด์ (Rose Gold) ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง! คุ้มค่า คุ้มราคา เมื่อซื้อ Moto Z  รับฟรีทันที! Moto Mods Incipio offGRID Power Pack รุ่นอัพเกรดล่าสุดรองรับระบบ Wireless Charger มูลค่า 3,990 เพียงแค่ One Snap กับ Moto Z ก็ช่วยยืดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ ให้นานขึ้นถึง 2 วัน รู้แบบนี้แล้ว!! อย่าพลาดเป็นเจ้าของ Moto Z ได้แล้ววันนี้ โดยวางจำหน่าย 3 สี ให้เลือกได้แก่ สีขาว สีดำ และ สีโรสโกลด์ ที่ True Shop ราคา 23,900 บาท โอกาสทองแบบนี้ต้องรีบคว้าสินค้ าทุกชิ้นมีจำนวนจำกัด

« Older Entries