ไอฟลิกซ์ ครองแชมป์ 2 ปี คว้ารางวัลสุดยอดผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์

ไอฟลิกซ์ (IFLIX) ผู้นำบริการสตรีมและดาวน์โหลดซีรีส์และหนังระดับโลก ไอฟลิกซ์ ครองแชมป์ 2 ปี คว้ารางวัลสุดยอดผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2560 (2017 Asia Pacific Video on Demand Company of the Year) ซึ่งจัดโดยบริษัท ฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก

ไอฟลิกซ์ ครองแชมป์ 2 ปี คว้ารางวัลสุดยอดผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์

ไอฟลิกซ์ ครองแชมป์ 2 ปี คว้ารางวัลสุดยอดผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์

โดยรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีเกณฑ์พิจารณาถึง ศักยภาพในการเติบโตและผลการประกอบการโดดเด่นที่สุดในปี 2560 และมาตรฐานตรงตามที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น การขยายธุรกิจในตลาดใหม่, การเติบโตของบริการ, รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน, จำนวนผู้ใช้งาน, ระดับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึง การบริหารจัดการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกด้วย

ไอฟลิกซ์ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 24 ประเทศและยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่องในตลาดเกิดใหม่ ทางบริษัทยังคงยึดมั่นพัฒนาการให้บริการอย่างยอดเยี่ยมในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น มือถือ, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ และทีวี พร้อมด้วยการเปิดใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น วีดีโอภาพคมชัดระดับ HD, ระบบเสียงใหม่ที่คมชัดขึ้น, การสตรีมมิ่งที่ใช้แบนด์วิทน้อยลง, การดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าเพื่อรับชมออฟไลน์, ช่องทางการจ่ายเงินที่สะดวกและหลากหลาย, การจ่ายค่าบริการรวมกับค่าโทรศัพท์, การเลือกและแสดงผลหนังและซีรีส์ให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน, มีเมนูและคำบรรยายเป็นภาษาของแต่ละประเทศ, รายการเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะที่ไอฟลิกซ์ รวมถึง การสตรีมถ่ายทอดสด และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในขณะนี้ สมาชิกรับชมคอนเทนท์ผ่านไอฟลิกซ์ไปแล้วกว่า 10 พันล้านนาที (ซึ่งมีเวลาเท่ากับ 19,025 ปี)และดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมือถือไปแล้วมากกว่า 10 ล้านเครื่อง

ไอฟลิกซ์ นับเป็นคลังความบันเทิงที่ครบครันสำหรับสมาชิก ด้วยซีรีส์และหนังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์เอ็กคลูซีฟที่ได้สิทธิ์ฉายก่อนใคร, รายการคุณภาพที่ได้รับรางวัล, รายการชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยความร่วมมือพันธมิตรสตูดิโอชั้นนำ โปรดักชั่นเฮาส์ และผู้จัดจำหน่ายระดับโลกมากมาย อาทิ ฟอกส์ (Fox) วอร์เนอร์ บรอเธอร์ส (Warner Bros) ดิสนีย์ (Disney) เอมจีเอม (MGM) พาราเมาต์ พิคเจอร์ส (Paramount Pictures) และอื่น ๆ อีกมากมาย

นายแอนดรูว์ มิลรอย รองประธานกรรมการ บริษัท ฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน จำกัด กล่าวว่า “รางวัล The Frost & Sullivan Best Practices Awards ได้มอบรางวัลให้กับบริษัทที่ดีที่สุดตามแต่ละประเภท ซึ่งหลังจากพิจารณามาเป็นอย่างดี ไอฟลิกซ์มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นอย่างมากทั้งความเชื่อมั่นในองค์กรตั้งแต่ทีมพนักงาน ผู้ใช้บริการ และนักลงทุน รวมถึง พร้อมร่วมผลักดันองค์กรให้ประสบความสำเร็จอีกขั้นในอนาคต”

นายมาร์ค บริทท์ ผู้ร่วมก่อตั้งประธานบริหารกลุ่มบริษัท ไอฟลิกซ์ (iflix Group) กล่าวว่า “เรายินดีอย่างมากที่ได้รับรางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ซึ่งรางวัลนี้เป็นเสมือนกำลังใจและเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานและความทุ่มเทของพนักงานของเรากว่า 800 คน ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้าง iflix ให้เป็นแพลตฟอร์มทีวีอินเทอร์เน็ตชั้นนำสำหรับตลาดเกิดใหม่ โดยเราจะมุ่งมั่นพัฒนาและสรรสร้างบริการให้ดียิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก พร้อมส่งต่อความบันเทิงไปสู่ผู้บริโภคกว่าพันล้านในตลาดเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง”

Synology เปิดตัว DiskStation DS218play ตัวช่วยเก็บข้อมูลรุ่นใหม่

ซินโนโลยี (Synology®) เป็นเซิฟเวอร์ NAS เปิดตัว DiskStation รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ DiskStation DS218play, DS218j และ DS118 ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน ตั้งแต่ การสตรีมมิ่งมีเดีย แชร์ไฟล์ข้อมูล และ แบ็คอัพข้อมูลสำรอง ตอบโจทย์โฮมยูสเซอร์และออฟฟิศขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี

Synology เปิดตัว DiskStation DS218play ตัวช่วยเก็บข้อมูลรุ่นใหม่

Synology เปิดตัว DiskStation DS218play ตัวช่วยเก็บข้อมูลรุ่นใหม่

รุ่น DS218play มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 64-bit quad-core 1.4 GHz ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย hardware encryption engine และ RAM ขนาด 1GB ที่เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วการอ่านและไรท์ข้อมูลสูงกว่า 110 MB/s พร้อมระบบการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Hardware transcoding engine) ที่รองรับการแปลงไฟล์ single channel 10-bit H.265 4K Ultra HD หรือ single channel full HD video ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดดูวีดีโอแบบ real-time ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามและไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ

รุ่น DS218j มาพร้อมหน่วยประมวลผล dual-core 1.3 GHz และ มีระบบรักษาความปลอดภัย hardware encryption engine และ RAM ขนาด 1.3 GB ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงถึง 113 MB/s และไรท์ข้อมูลได้เร็วถึง 112 MB/s นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ใช้พลังงานเพียง 17.48 วัตต์ ในช่วงใช้งานหนักที่สุดและเพียง 7.03 วัตต์ ในโหมด HDD Hibernation

รุ่น DS118 เป็น NAS ขนาด 1 bay รุ่นใหม่จาก Synology มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 64-bit quad-core 1.4 GHz RAM และระบบรักษาความปลอดภัย hardware encryption engine ให้ความเร็วในการอ่านและไรท์ข้อมูลสูงถึงกว่า 110 MB/s เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สำหรับการสำรองข้อมูล โดยมีฟีเจอร์ QuickConnect ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ ยังยังรองรับการแปลงไฟล์ 10-bit H.265 4K video ทันที เพื่อให้ใช้งานได้กับทุกมัลติมีเดียพร้อมให้ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อ

แคทารีน่า เชา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ จาก Synology กล่าวว่า “NAS ทั้ง 3 รุ่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโซลูชั่นจัดเก็บข้อมูลมัลติมีเดียชั้นเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อเก็บความประทับใจไว้แบ่งปันกันระหว่างครอบครัวและเพื่อน นอกจากนี้ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ add-on package ที่หลากหลายตามการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ตอบโจทย์ทั้งโฮมยูสเซอร์ตลอดจนออฟฟิศขนาดเล็กที่มองหาตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน”

NAS รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น ปฏิบัติการด้วย DiskStation Manager (DSM) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการขั้นสูงและใช้งานง่ายที่สุด และยังมีแอพพลิเคชั่นหลากหลาย ครอบคลุม มัลติมีเดีย การแชร์ไฟล์ และ productivity tools สำหรับ NAS โดยเฉพาะ นอกจากนี้ Synology ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากสื่อต่างๆ อาทิ เช่น รางวัลสุดยอด NAS ขนาดกลาง (topping the mid-range NAS category) จาก TechTarget’s และรางวัล PC Mag Readers’ Choice ติดต่อกันถึง 7 ปี

นั่งทำงานเฉยๆ ก็เหนื่อยล้าได้ มาเติมพลังให้การทำงานกันเถอะ

มองเผิน ๆ มนุษย์เงินเดือนหรือ ฟรีแลนซ์ ที่ทำงานในออฟฟิศอย่างเรา ๆ ก็ดูเหมือนจะได้นั่งทำงานสบาย ๆ อยู่แต่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องทำงานกลางแจ้ง แบกหาม หรือใช้แรงงานหนักแบบอาชีพอื่นแต่แล้ว ทำไมแต่ละวัน นั่งทำงานเฉยๆ ก็เหนื่อยล้า ราวกับผ่านศึกหนักอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งอ่อนเพลีย อ่อนแรง หมดกำลังกายกำลังใจ พาลให้อยากลาออกจากงานไป มาไขข้อข้องใจ ว่าเหตุใด นั่งทำงานเฉย ๆ ถึงเหนื่อยได้ แล้วเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร จะได้เปลี่ยนการมาทำงานในทุกวันให้กลายเป็นความสดใส แฮปปี้ได้ ไม่หมดกำลังใจในการทำงานไปอย่างแน่นอน

นั่งทำงานเฉยๆ ก็เหนื่อยล้าได้ มาเติมพลังให้การทำงานกันเถอะ

นั่งทำงานเฉยๆ ก็เหนื่อยล้าได้ มาเติมพลังให้การทำงานกันเถอะ

รู้หรือไม่ว่า ความเหนื่อยล้าทางจิตใจนั้นส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ไม่แพ้การออกกำลังทำงานหนัก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไปไหนเลยแม้แต่น้อย เพราะร่างกายของเรานั้นตอบสนองต่อความตึงเครียดทั้งทางจิตใจและร่างกายอยู่เสมอ และสมองของเราก็ยังต้องการพลังงานจากร่างกายเยอะมาก ในเวลาปกติ กล้ามเนื้อจะไม่ได้ต้องการออกซิเจนมากเท่าใดนัก แต่สมองกลับต้องการออกซิเจนถึง 20% ของปริมาณออกซิเจนทั้งหมดที่ร่างกายต้องการ การที่สมองต้องการพลังงานมากขนาดนี้ เวลาใช้สมองในการคิดแต่ละที เราจึงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยพอ ๆ กับการออกกำลังทางร่างกาย และอีกหนึ่งสาเหตุของความเหนื่อยทั้งใจและกายก็คือ การที่สมองของเรามักจะคาดการณ์ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้าไว้เสมอ เพื่อเตรียมพร้อมกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ จึงทำให้เรารู้สึกเหนื่อย แม้จะไม่ได้ลุกไปไหนเลย ยิ่งถ้าเราเป็นคนที่ขี้กังวลอยู่แล้ว ก็จะยิ่งพะวงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากกว่าปกติ และยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากความเหนื่อยล้า ในเวลาที่เราต้องทุ่มเทสติปัญญาและกำลังใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะอ่อนแอลง และมีแนวโน้มที่จะล้มป่วยได้ง่ายอีกด้วย

ไม่เท่านั้น เรายังสามารถซึมซับความเหน็ดเหนื่อยจากผู้คนรอบข้างได้ตลอดเวลา เพราะอารมณ์เป็นสิ่งที่ติดต่อกันได้ หากคนทำงานต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนบ่นว่าเหนื่อย เครียด ขี้เกียจ นอนไม่หลับ อยากกลับบ้าน ไม่อยากทำงาน ฯลฯ สุดท้ายเราก็อาจจะรับเอาพลังด้านลบนั้นมาโดยไม่รู้ตัว พลอยทำให้เรี่ยวแรงหดหาย กำลังใจถดถอยลงไปอย่างช่วยไม่ได้

นอกจากความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นจากการจดจ่อทำงานแล้ว การนั่งทำงานอยู่กับที่นาน ๆ ก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน เพราะในขณะที่นั่งนั้น กิจกรรมทางไฟฟ้าภายในกล้ามเนื้อของเราจะลดลง และอัตราการเผาผลาญแคลอรีก็จะลดลงตามไปด้วย หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง หลอดเลือดแดงก็จะลดการขยายขนาดลง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ช้า สิ่งที่จะตามมาก็คือ เซลล์ในร่างกายจะได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ นอกจากนี้ร่างกายยังไม่สามารถดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียออกมาจากเซลล์ได้ จึงทำให้รู้สึกเหนื่อย เกิดอาการปวดศีรษะ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่โรคภัยต่าง ๆ จะเกิดตามมาในอนาคต

มารีเฟรชร่างกายให้สดชื่นพร้อมทำงานกันเถอะ

ดู ๆ ไปแล้ว การนั่งทำงานในออฟฟิศทั้งวี่ทั้งวัน ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงที่อาจทำให้จิตใจเราทั้งเหนื่อยง่ายและร่างกายก็อาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้มาก ดังนั้นเราจึงต้องไม่มองข้ามสุขลักษณะที่ดีในการทำงาน และเริ่มต้นรักษาสุขภาพได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองอยู่ทุกเมื่อ

– อย่านั่งติดที่ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราไม่ควรนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ในขณะที่นั่งอาจลองเคลื่อนไหวร่างกายโดยเอนตัวไปด้านหน้า-ด้านหลัง และลุกขึ้นเดินอย่างน้อยทุกครึ่งชั่วโมง ไปเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ ชงเครื่องดื่มร้อน ๆ สักแก้ว เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหว ระบบกล้ามเนื้อและระบบที่เป็นตัวจัดการกับน้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอล จะเริ่มทำงาน หากระบบดังกล่าวมีการทำงานอยู่เสมอ จะทำให้เรามีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานลดลง

– ดื่มน้ำให้มากขึ้น การนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นระยะเวลานานนั้นอาจทำให้เราดื่มน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าได้ รู้หรือไหมว่าถ้าในหนึ่งวันร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น หัวใจสูบฉีดเลือดไปทำงานหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่เต็มร้อย ออกซิเจนและสารอาหารก็จะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ได้ช้าลงอีกด้วย ทางที่ดี ควรดื่มน้ำ 8 – 10 แก้วต่อวัน ช่วยให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณแลดูสุขภาพดี สดใส เปล่งปลั่งขึ้น

– เพิ่มเติมธาตุเหล็ก การบริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเหนื่อย เพลีย รู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยบ่อย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานร่วมด้วย ดังนั้นจึงควรบริโภคธาตุเหล็กในอาหารจำพวก เนื้อไม่ติดมัน ไข่แดง ธัญพืช หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง พริกหวาน ใบแมงลัก ใบกระเพรา ถั่วขนาดเล็ก เต้าหู้ ไข่ไก่ ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเปลือกแข็ง และเนยถั่ว อย่างน้อย 1 ใน 4 ของอาหารที่ทานต่อวัน ช่วยให้ร่างกายมีพลังในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ช่วยในการคิดและจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ลดการเจ็บป่วย และลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง

– อาหารเช้า มื้อสำคัญ การที่เราเร่งรีบจนต้องงดอาหารเช้า หรือทานแต่อาหารขยะเป็นประจำก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยและเพลียตลอดวัน แถมยังทำให้อ้วนขึ้นโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอาหารประเภทนี้ไม่ได้ให้โปรตีน ไขมัน วิตามินต่าง ๆ ที่ให้พลังงาน แต่ให้น้ำตาลกับคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากที่เป็นตัวเร่งให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ทางที่ดีควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เพื่อไม่ให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาภายหลัง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทานอาหารเช้า โดยลดแป้งและน้ำตาล เสริมด้วยโปรตีนจากธัญพืชและนมสด เพื่อสุขภาพและระบบการทำงานภายในร่างกายที่ดีขึ้น

– พักบ้างก็ได้ แบ่งเวลาจากการทำงานมาชาร์จพลังงานให้กับร่างกายบ้าง อย่าทำงานจนเกินขีดจำกัดความสามารถ ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อน เพราะการพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ ส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

– ใช้เทคโนโลยีแต่พอดี การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป โดยเฉพาะเวลาก่อนนอนอาจทำให้เมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะรู้สึกเพลียเหมือนนอนหลับไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากไฟที่สว่างจ้าจากหน้าจอเหล่านั้นจะทำให้นาฬิกาชีวภาพและระบบการทำงานในร่างกายทำงานได้ไม่เป็นปกติ ทำให้รู้สึกง่วงเพลียหลังตื่น หากอยากนอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้เช้าตื่นมาสดใสกระปรี้กระเปร่า เพียงแค่ปิดเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ก่อนนอนสัก 1 – 2 ชั่วโมง ก็ช่วยได้แล้ว

ไม่ต้องรอให้ป่วยก่อน ก็ดูแลสุขภาพได้ในทุกวันของการทำงาน ลุยงานเต็มที่ ก็ต้องไม่ลืมดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน จะได้ strong strong มีพลังสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ในการทำงานได้ต่อไป

หูฟัง Jabra Elite Sport Upgrade เปิดประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลง

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดตัว หูฟัง Jabra Elite Sport Upgrade สุดยอดนวัตกรรมหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะทำงานที่ออฟิส นั่งอยู่เล่นอยู่บ้าน หรือจะทำงานชิลๆ ที่ไหนก็ได้แบบ ฟรีแลนซ์ ก็ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ที่ได้รับการต่อยอดจากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์หูฟังบลูทูธรุ่น “Jabra Elite Sport” เป็นหัวหอกในการบุกตลาด ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพ พร้อมเดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงที่จุใจยิ่งกว่าเดิม

หูฟัง Jabra Elite Sport Upgrade เปิดประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลง

หูฟัง Jabra Elite Sport Upgrade เปิดประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลง

โดย Jabra Elite Sport Upgrade (จาบร้า อีลิท สปอร์ต อัพเกรด) เป็นหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับสมรรถนะการทำงานและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่เหนือกว่ารุ่นเดิมถึง 50% โดยเมื่อใช้พร้อมตลับชาร์จพกพาจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 13.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดวัน ทั้งฟังเพลง ทำงาน และออกกำลังกาย อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงเพลงโปรดให้มีเมโลดี้ดั่งใจปรารถนาได้อย่างง่ายดายด้วยระบบ Equalizer ที่สำคัญยังมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นมีสไตล์กว่าเดิมด้วยสีสันสดใส ขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา แม้ตัวแบตเตอรี่จะทรงพลังยาวนานกว่ารุ่นเดิม จึงทำให้ผู้ใช้งานสวมใส่หูฟังได้อย่างสบายตลอดวัน

ยิ่งไปกว่านั้น “Jabra Elite Sport Upgrade” (จาบร้า อีลิท สปอร์ต อัพเกรด) ยังมาพร้อมพลังเสียงสำหรับการโทรและฟังเพลงชั้นเยี่ยม ด้วยไมโครโฟน 4 ตัว ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสนทนาได้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์แบบในทุกสภาพแวดล้อม รวมถึงมีฟีเจอร์การรับสายเข้าออกด้วยเสียง ทำให้คุณไม่พลาดทุกการับสายได้อย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้รักสุขภาพ Jabra Sport Elite Upgrade ได้ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Jabra Sport Elite ที่ได้รางวัล Editor’s Choice Award จาก Runner’s World เพราะทำหน้าที่เทรนเนอร์ ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำมากขึ้น และเซ็นเซอร์วัดการเคลื่อนไหว โดยเมื่อใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น Jabra Sport Life จะสามารถเป็นเหมือนโค้ช ที่คอยเตือนให้เราออกกำลังกายให้ได้ดีขึ้นด้วยเสียงผ่านตัวหูฟังซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาการออกกำลัง กายได้ทันทีในระหว่างทำกิจกรรมทันที โดยผู้ใช้งานไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูระหว่างออกกำลังกาย และผู้ใช้งานยังสามารถตรวจสอบแคลอรี่จากการเคลื่อนไหวแต่ละกิจกรรม และประเมินร่างกาย เพื่อให้พร้อมงานสำหรับการออกกำลังกายครั้งต่อไปอีกด้วย รวมไปถึงมีเทคโนโลยีป้องกันเหงื่อและความชื้นตามมาตรฐาน IP67 ทำให้สามารถป้องกันละอองน้ำและเหงื่อระหว่างออกกำลังกายได้อย่างสบาย แถมยังสามารถกันน้ำลึก 1 เมตรได้นานถึง 30 นาทีอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงที่จุใจเหนือระดับไปอีกขั้นของ Jabra Elite Sport Upgrade (จาบร้า อีลิท สปอร์ต อัพเกรด) พร้อมวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้ ในราคา 9,900 บาท โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี คือ สีเขียวมะนาว และ สีเทา สามารถหาซื้อได้ที่ Jamart, iStudio, .Life, Power Buy, Power Mall, www.lazada.co.th and www.gadgetthai.net หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

อินบอดี้วอทช์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของโปรแกรมเริ่มต้นควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ใหม่ ใน 1 ชุด ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ 5 กล่อง นิวทริไลท์ โปรตีน 3 กระป๋อง นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ 2 กล่อง หรือเลือกเป็นนิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ชนิดเติม 1 กล่อง แก้วเชคบอดี้คีย์ 1 ใบ และนาฬิกา InBody Watch

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพจากนิวทริไลท์ ครบครันทุกตัวช่วย

นาฬิกา InBody Watch เพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ จาก บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ โดยแอมเวย์ ที่มีฟีเจอร์ใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพการควบคุมน้ำหนักจากสายรัดอินบอดี้รุ่นเดิม ด้วยฟีเจอร์วัดองค์ประกอบร่างกาย นับก้าวเดิน วัดคุณภาพการนอน และฟีเจอร์ใหม่ วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยี พีพีจี PPG (photo-plethysmography) ติดตามความเครียดระหว่างวัน ด้วยเซ็นเซอร์ที่จับค่า “ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ” หรือ เอชอาร์วี (HRV) คือช่วงเวลาระหว่างการเต้นของหัวใจแต่ละครั้ง ผู้ช่วยในการออกกำลังกายติดตัว หรืออีซี่เทรนนิ่ง ที่ช่วยจดจำการเคลื่อนไหวของร่างกาย อินบอดี้วอทช์ การันตีด้วยรางวัล CES Innovation Award 2017 มาพร้อมกับดีไซน์หน้าปัดกลมเรียบหรู เข้าได้กับทุกลุค ทันสมัยด้วยหน้าจอสัมผัส กันน้ำได้ลึกถึง 1.5 เมตร นาน 30 นาที (IP68)

อินบอดี้วอทช์ ใช้งานง่ายเพียงกดปุ่มข้างตัวเรือนเพื่อเรียกหน้าจอ เพื่อเข้าสู่การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 3 – 5 วัน รองรับสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ เวอร์ชั่นใหม่ ที่เพิ่มฟังก์ชั่นจัดการแข่งขันลดน้ำหนักด้วยตนเองและสามารถชวนเพื่อนมาร่วมแข่งขันได้หลากหลายรูปแบบ อินบอดี้วอทช์ มีให้เลือก 2 ขนาด S/M และ M/L จำหน่ายในราคาสมาชิกเพียง 7,000 บาท หรือราคาขายปลีก 8,750 บาท รับประกันความพอใจ ยินดีคืนเงิน สนใจสั่งซื้อได้จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amway Call Center 0-2725-8000

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

เชื่อว่าหลายคนต้องใช้งานไฟล์ประเภท PDF กันอยู่ประจำ ยิ่งในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องมีเอกสารสำคัญที่แปลงไฟล์ในรูปของ PDF แน่นอน ยิ่งเป้นความลับการล็อคไฟล์เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องมีโปรแกรมช่วยอย่าง โปรแกรม PDF Password Locker ที่สามารถล็อค ตั้งรหัส และลบรหัสออกจากไฟล์ PDF ต่างๆ ได้ตามการใช้งานเลย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและคล่องตัวมากขึ้น โดยคนที่ไม่เคยใช้งานโปรแกรมประเภทนี้มาก่อน หมดห่วงได้เลย เพราะหน้าตาที่ทันสมัยไม่กี่คลิกก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

โปรแกรม PDF Password Locker & Remover ตั้งรหัสผ่านไฟล์ PDF

ใช้สำหรับ ล็อค หรือ ปลดล็อค ไฟล์ PDF ของเรา ผ่านการเข้ารหัสผ่าน เพื่อป้องกันการแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังสามารถที่จะกําหนดสิทธิ (Permission) ของผู้ที่จะแก้ไขได้อีกด้วย ซึ่งโปรแกรมตัวนี้ มาจากผู้พัฒนา PDFProtectFree ที่เปิดให้เราได้ดาวน์โหลดไปใช้กันได้ฟรีๆ ในส่วนของหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ของโปรแกรมตัวนี้นั้น ได้ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีส่วนแสดงภาพตัวอย่าง (Preview) และส่วนแสดงรายละเอียดภายในตัวไฟล์ PDF ที่มีทั้ง ชื่อ (Name) ตำแหน่งที่ตั้ง (Path) ขนาด (Size) เป็นต้น ให้เราได้ทราบถึงไฟล์ที่กำลังจะล็อคไป โปรแกรมนี้มีขนาดไม่ใหญ่ทั้งยังรองรับการทำงานกับ Windows XP / Vista / 7 / 8 / 8.1 / 10 และ Server 2016 ด้วย ใครที่ใช้ Windows ตัวไหนอยู่ก็สบายเพราะรองรับทุกเวอร์ชั่นจริงๆ

นอกจากนี้แล้ว เราสามารถกำหนดสิทธิ (Permission) การเข้าถึงข้อมูล หรือ การแก้ไข ไฟล์ PDF ได้ และเรียกดูประวัติการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการล็อค การปลดล็อค เปลี่ยนพาสเวิร์ด ผ่านเจ้าตัวนี้ได้สะดวกสบาย สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรม ที่ช่วยตั้งรหัสผ่านให้กับไฟล์ PDF นั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลย นอกจากจะใช้ง่ายแล้ว ยังกำหนดสิทธิการเข้าถึง การแก้ไขข้อมูล และ การก็อปปี้ข้อมูลภายใน ได้อีกด้วย ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้มีมากมายตามคุณสมบัติด้านบนแล้วยังไม่พอ ทางทีมพัฒนาเค้าได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้กันแบบ Freeware ไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมกันซะด้วย ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่งบน้อยและต้องการใช้งานโปรแกรมประเภทนี้เลยละ

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลสำรวจฉบับล่าสุดของวีซ่า เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค[1] แสดงให้เห็นว่า เก้าในสิบ ของคนไทยสนใจที่จะชำระเงินผ่าน โมบายวอลเล็ต หากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่น่าไว้วางใจ รวมถึงข้อเสนอจูงใจและบริการเสริมอื่นๆ เช่น แบรนด์ลอยัลตี้โปรแกรม และการสะสมแต้มต่างๆ เป็นต้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

ผลวิจัยวีซ่า เผย คนไทยสนใจ ชำระเงินผ่านโมบาย วอลเล็ตมากขึ้น

การทำแบบสำรวจครั้งที่สี่ประจำปี พบว่า 94 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มที่จะใช้ โมบายวอลเล็ต แทนเงินสดมากขึ้น หากการชำระเงิน[2]ผ่าน โมบายวอลเล็ต มีข้อเสนอและรางวัลต่างๆ รวมถึงฟังก์ชันในตัว เช่น การสะสมแต้ม การแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดการสั่งซื้อ รวมถึงใบเสร็จรับเงินแบบดิจิตอลเพื่อติดตามค่าใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะลองใช้ โมบายวอลเล็ต มากยิ่งขึ้น

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นการยืนยันได้ว่าผู้บริโภคไม่เพียงแค่ต้องการการชำระเงินผ่านมือถือที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องการโปรโมชั่น และฟังก์ชั่นในการสะสมหรือใช้แต้มได้ด้วย ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามผู้คนเริ่มมองว่าการชำระเงินไม่ได้เป็นแค่การใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ซึ่งวีซ่าในฐานะผู้ให้บริการการชำระเงินระดับโลก ยังคงพัฒนาทั้งระบบการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุดรับบัตรทั่วโลก การสร้างแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมต่างๆ สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นจูงใจ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยให้รัดกุมและทันสมัย”

การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เช่น หน่วยลงทุนและการช้อปปิ้งออนไลน์ สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการทำธุรกรรมบนมือถือ (51 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่การซื้อของออนไลน์คิดเป็นสามในสิบ (31 เปอร์เซ็นต์) ในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินนั้นมีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 14 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าเก้าในสิบผู้ตอบแบบสอบถาม (87 เปอร์เซ็นต์) ชำระเงินผ่านมือถือในปีที่ผ่านมาและ 58 เปอร์เซ็นต์ได้ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือเรื่องความปลอดภัย

อุปสรรคสำคัญในการหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือคือความกลัวจากการแฮ็กโทรศัพท์และการขโมยข้อมูล (34 เปอร์เซ็นต์) การทำโทรศัพท์หายหรือถูกขโมย (22 เปอร์เซ็นต์) การเข้าถึงบัญชีส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต (17 เปอร์เซ็นต์) รวมถึงไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ (9 เปอร์เซ็นต์)

“ในขณะที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสะดวกและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการชำระเงินผ่านมือถือ แต่ความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับวีซ่าแล้ว ไม่ว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสจะดำเนินการผ่านบัตร โทรศัพท์มือถือ หรือการชำระเงินด้วย QR Code เราจะใช้วิธีรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้นเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและอุ่นใจในขณะที่ชำระเงิน อาทิเช่นบริการ Visa Token Service (VTS) ที่เปลี่ยนหมายเลขบัตรชำระเงินด้วยตัวเลขดิจิตอลที่ไม่ซ้ำกันหรือ ‘โทเค็น’ สำหรับการชำระเงินออนไลน์และผ่านมือถือโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดของบัญชีจริง และรวมถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน สำหรับ โมบายคอมเมิร์ซ” นายสุริพงษ์ กล่าวเสริม

โดยเฉพาะ QR Code จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต วีซ่าและสมาชิกของ EMVCo ได้มีการเปิดตัวมาตรฐาน QR Code แบบใหม่ทั่วโลก และได้มีร้านค้านำมาตรฐานนี้ไปใช้อย่างประสบความสำเร็จในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

QR Code มาตรฐาน EMVco นี้เป็นขั้นตอนทสำคัญที่จะส่งเสริม interoperability หรือการเชื่อมต่อระบบชำระเงินแบบเปิด เพื่อให้ QR Code เติบโตอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐานสากลโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย และความเร็วของธุรกรรม ณ ปัจจุบัน ธนาคารทั้ง 33 แห่งและผู้ค้ากว่า 328,000 รายในประเทศอินเดีย เคนย่า และไนจีเรียได้นำระบบมาตรฐาน QR Code นี้มาใช้งานแล้วและ ทำให้การชำระเงินแบบดิจิตอลโตอย่างรวดเร็ว

EMVCo เป็นหน่วยงานด้านเทคนิคทั่วโลกที่มีภารกิจจัดการ รักษา และพัฒนาข้อกำหนด EMV เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้งานร่วมกันและจุดให้บริการ EMV ทั่วโลก

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

สำหรับคนทำงานยุคใหม่ การเปลี่ยนงานบ่อยดูจะเป็นเรื่องที่ปกติไปซะแล้ว แต่คุณต้องคิด ก่อนเปลี่ยนงาน ว่า เมื่อผู้ประกอบการเห็นประวัติการทำงานในโปรไฟล์หรือเรซูเม่ว่า “คุณเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป” จะทำให้มีผลต่อการพิจารณารับเข้าทำงานได้ รวมถึงบรรดาเหล่า ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการอาจคิดว่า คุณไม่มีความมั่นคงและไม่มีแรงจูงใจในการทำงานก็เป็นได้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไม่รับคุณเข้าทำงาน ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงานครั้งนี้ น่าจะดี ถ้าคุณได้พิจารณาถึงเหตุผลของการเปลี่ยนงานก่อนว่า “อะไรเป็นแรงจูงใจในการเปลี่ยนงาน” ซึ่งมีอยู่ 6 ปัจจัยด้วยกันที่มีผลต่อความสุขในการทำงาน และความพึงพอใจในงาน แค่คุณตอบคำถามทั้ง 6 ข้อด้านล่างนี้ คุณก็จะทราบว่า ถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว หรือคุณยังมีความสุขดีกับการทำงานที่เดิมที่นี่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

หลายคำถามที่ต้องตอบ ก่อนเปลี่ยนงาน ที่ทำอยู่

1. คุณได้รับเงินเดือนและสวัสดิการในอัตราที่ใกล้เคียงกับบริษัทอื่นในสายงานเดียวกันหรือไม่?

เงินเดือนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ที่ใช้ในการพิจารณาก่อนเปลี่ยนงานเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น เพื่อนร่วมงานที่ดี, การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เป็นต้น หากคุณพิจารณาจากทั้ง เงินเดือน สวัสดิการ และปัจจัยอื่น ๆ แล้วว่า ตัวคุณเองมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่คุณได้รับอยู่ ลองหาโอกาสพูดคุย ต่อรองกับหัวหน้างานหรือเจ้านายของคุณดูว่าจะได้ผลหรือเปล่า

2. การทำงานของคุณมีความท้าทายมากพอหรือไม่

ถ้าคุณกำลังเบื่องานที่ทำ คุณจะรู้สึกว่าไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำงานอะไร แรงบันดาลใจไม่มี ความคิดสร้างสรรค์ไม่เกิด สาเหตุอาจมาจากงานที่คุณรับผิดชอบเป็นงานเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ จึงทำให้หมดความท้าทายในการทำงานไป ให้คุณลองคิดทำโปรเจคใหม่ ๆ เพื่อแสดงศักยภาพในการทำงาน และสร้างความประทับใจให้หัวหน้าหรือเจ้านายเห็น จากนั้นดูว่าคุณมีได้ขยับขยาย ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่องานที่ท้าทายมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หรือได้ขึ้นเงินเดือนบ้างหรือเปล่า

3. คุณเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่คุณทำงานอยู่หรือเปล่า?

สไตล์การทำงานและการบริหารงานขององค์กร ในบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” คุณคือหนึ่งในผู้โชคดี เพราะความเข้ากันได้นี้ จะทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน และสร้างผลงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ

4. มีสมดุลกับชีวิตส่วนตัวในงานปัจจุบันหรือไม่?

ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นสิ่งสำคัญกับคุณหรือไม่? ถ้า “ใช่” ลองสังเกตุดูว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้างานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ทำให้สุขภาพของคุณทรุดโทรม ทั้งเครียด ทั้งป่วย นี่ก็เป็นสาเหตุที่ดี ที่คุณควรเปลี่ยนงาน เพราะเงินก็ไม่สามารถทำให้สุขภาพของคุณกลับมาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ได้หรอก

5. ถ้ายังทำงานอยู่ที่นี่ คุณมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่า?

ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า การเปลี่ยนงาน จะทำให้คุณสามารถเติบโตในสายอาชีพไปได้ไกลกว่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณยังไม่ได้แจ้งให้กับหัวหน้างานหรือเจ้านายทราบ ให้คุณลองดูว่า คุณค่าในตัวคุณ และผลงานคุณภาพต่าง ๆ ที่คุณได้สร้างขึ้น ทำให้พวกเขาพยายามรักษาคนทำงานคุณภาพเช่นคุณไว้หรือเปล่า หรือพวกเขาหาวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณได้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพต่อไปหรือไม่

6. คุณชอบสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือไม่?

สภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม อย่างตอนเช้าคุณต้อง ตื่นเช้าแค่ไหน เพื่อออกมาฝ่าปัญหารถติดไปทำงาน บางวันไปถึงที่ทำงานสาย ก็อาจทำให้คุณเสียสิทธิบางอย่างตามกฎระเบียบของออฟฟิศไป จะดีกว่ามั้ย หากคุณจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่ทำงานให้ใกล้บ้านมากขึ้น หรือว่าจะเป็นหัวหน้างาน เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานได้ ลองสำรวจดูว่า คุณทำงานกับพวกเขาด้วยความสบายใจหรือเปล่า เพื่อนร่วมงานของคุณ สามารถเชื่อใจได้ ทำงานได้ดี ทำงานด้วยกัน แล้วสมาชิกในทีมมีความเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลต่อทั้งคนในทีมและบริษัท สภาพแวดล้อมในการทำงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน

cr.jobsdb

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ทโฟนพันธุ์อึด Moto e4 และ Moto e4 Plus สมาร์ทโฟนสเปคแรงอัดด้วยขุมพลังแบตเตอรี่อย่างจุใจ Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่โมโตโรล่าออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่า 48 ชม. หมดปัญหากังวลแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานของ ผู้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมแบตเตอรี่อันทรงพลัง

Moto e4 Plus เหมาะที่จะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการทำงานอย่างหลากหลาย หน้าจอกะทัดรัดขนาด 5.5 นิ้ว ระดับ HD มาคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาด 5000mAh ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้จุใจ Moto e4 Plus ช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างรื่นไหลด้วยขุมพลังหน่วยหน่วยประมวลผล MediaTek MT6737 CPU Quad-Core 1.3GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat Moto e4 Plus มีพื้นที่หน่วยความจำภายในสูงถึง 32 GB และ RAM ความจุสูงถึง 3 GB กล้องหน้าความละเอียด 5 MP พร้อม LED Flashและกล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 13 MP แฟลช LED เพื่อรองรับการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ

Moto e4 สมาร์ทโฟนดีไซน์กะทัดรัด มาพร้อมหน้าจอขนาด IPS LCD HD 5 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Android™ 7.1 หน่วยประมวลผล Quad-Core Processor ที่จะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างรื่นไหล ไม่สะดุด อีกทั้งรองรับการใช้งานแบบ Dual SIM และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว (Fingerprint Scanner) นอกจากนี้ยังรองรับ ระบบเครือข่าย 4G ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับทุกความบันเทิงทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ Moto e4 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh ช่วยให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน พร้อมหน่วยความจำภายใน 16 GB และ RAM ความจุสูงถึง 2 GB ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไรขีดจำกัด กล้องหน้าของ Moto e4 มีความละเอียด 5 MP ส่วนกล้องหลังความละเอียดถึง 8 MP พร้อม LED Flash สามารถตอบโจทย์ทางการใช้งานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เชื่อว่าหลายคนคงเจอสภาพลงคอมใหม่แล้วข้อมูลหายหมดเลย หรือ เผลอลบไฟล์ไป มีคนไปลบ ทำหายหาไม่เจอ ต้องใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลไฟล์ด้วย โปรแกรม Disk Drill ที่ใช้งานง่ายเหมือนโปรแกรมจัดการของ Windows ยังงั้นเลย ทำให้ไม่ต้องทำความคุ้นเคยกันสักเท่าไรและสามารถใช้งานบน Mac ได้ด้วยนะ เอาละในเมื่อรองรับการทำงานมากขนาดนี้มาดูกันว่ามันมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจและทำงานยังไงกันดีกว่า

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปบนคอมพิวเตอร์

เอาไว้ใช้ในการกู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ที่หายไป หรือถูกลบไป ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะเกิดจากการติดไวรัส ต่างๆ ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถนำไฟล์ที่ถูกลบไปแล้ว กลับมาให้คุณได้อีกครั้ง มันจะมีประโยชน์มากๆ หากไฟล์เอกสารสำคัญทางธุรกิจ รายงานต่าง รูปภาพสำคัญๆ เพลง คลิปวีดีโอ ต่างๆ ที่อาจจะหายไป และคุณเกิดมีความจำเป็นจะต้องใช้มัน โปรแกรม Disk Drill นี้ช่วยได้ มันเป็น โปรแกรมกู้ข้อมูลบน Mac ที่ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ ได้จากทั้งฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ทั้งฮาร์ดดิสก์ภายใน (Internal Mac Harddisk) และ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Harddisk) แฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) การ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) โปรแกรมนี้สามารถจัดการกู้ และ นำมันกลับมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่สามารถกู้ไฟล์ที่ถูกลบได้อย่างเดียว แต่ยังช่วยกู้ไฟล์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือ พาร์ติชั่นที่หายไป (Lost Partition) โปรแกรมนี้ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน

หลักการของโปรแกรมนี้มันจะทำการสแกนหาข้อมูล หาไฟล์ ที่หายไปก่อน เพราะปกติไฟล์ที่ถูกลบจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Devices) ต่างๆ อย่าง ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดร์ฟ เมมโมรี่การ์ด นั้นจะยังไม่ถูกลบทิ้งไปเลยทันที มันจะไปซ่อนเอาไว้ในส่วนที่กันเอาไว้ ซึ่งโปรแกรม Disk Drill นี้ก็จะเข้าไปสำรวจ สแกน ในส่วนที่กันไว้ตรงจุดนี้ ด้วยวิธีการ อัลกอริทึม ที่ชาญฉลาด (Powerful Scanning Algorithms) และเมื่อสแกน ได้ข้อมูลและไฟล์ ทั้งหมดที่ถูกลบแล้ว คุณก็สามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการจะกู้ไฟล์ไหน กลับมาบ้าง ซึ่งสามารถทำได้ในคลิกเดียวเช่นกัน

โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Mac OS และ Windows OS ซึ่งใช้งานร่วมกับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FAT exFAT NTFS HFS+ Linux EXT2 EXT3 EXT4 ซึ่งหลากหลายมากๆ เลยทีเดียว ใครที่ไฟล์หาย ข้อมูลสำคัญๆ หาย ลอง ดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวนี้ไปใช้กันดูนะ แม้จะยังไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรหายไป ก็สามารถโหลดติดเครื่องเอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เผื่อสักวันหนึ่งคุณอาจจะต้องใช้มันในกรณีฉุกเฉิน

« Older Entries